ตอนที่ 2 ดรีม ณริศรา
เอ็มรู้จักดรีม ณริศราคนนี้เป็อย่างดีเพราะในวงการบันเทิงตอนนี้เธอคนนี้นี่แหล่ะคือนางเอกเบอร์หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัยเธอนั้นเพียบพร้อมไปทั้งหน้าตาที่งดงามและรูปร่างที่ผู้หญิงหลายคนได้แต่ใฝ่ฝัน แถมด้วยผิวพรรณที่ขาวผ่องตามแบบฉบับสาวเหนือแถมพอได้เชื้อจีนมาจากทางฝั่งแม่เธอนั้นก็ยิ่งดูนวลเนียนมากยิ่งขึ้นไปซะอีก
แต่นอกจากความสวยแล้วนั้นเธอก็ยังเพียบพร้อมไปด้วยกิริยาที่งามงดในแบบที่กุลสตรีที่ดีควรจะมีกันเพราะไม่ว่าเธอจะให้สัมภาษณ์กับสื่อไหนๆเธอก็มักจะพูดจาตอบโต้ด้วยถ้อยคำและวาจาที่อ่อนหวานอยู่เสมอๆ
แถมฝีมือการแสดงของเธอก็ไม่ธรรมดาเพราะว่าั้แ่ที่เธอเข้าวงการมาั้แ่อายุ 20 จนตอนนี้อายุ 28 นั้น ดรีมณริศราก็กวาดรางวัลมาครบทุกสถาบันเรียบร้อยแล้ว แถมพ่วงด้วยรางวัลที่สำนักข่าวที่เอ็มสังกัดมอบให้อีกหนึ่งรางวัลนั่นก็คือ‘สาวโสดที่ผู้ชายทุกคนในประเทศอยากได้เป็แฟนมากที่สุด’ ที่เธอได้มันมาแล้วถึง 6 ปีติด
“เอ็มๆ.....คุณดรีมมาแล้ว” รุ่นพี่ในกองบ.ก. เดินเข้ามาบอกเอ็มที่ยังคงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะถึงการมาถึงของดาราสาวที่เค้าจะต้องทำการสัมภาษณ์
เอ็มรีบหันขวับไปก่อนตอบ “อ๋อ...ครับๆ”
พูดจบชายหนุ่มก็ลุกออกจากโต๊ะทำงานแล้วเดินตรงไปยังโซนรับรองแขกที่อยู่ด้านนอกออฟฟิศอย่างรวดเร็ว
แต่ยังไม่ทันทีที่เอ็มจะได้เดินไปถึงตรงโซนรับรองแขกเค้าก็ได้เห็นดรีม ณริศรานั้นกำลังยืนคุยกับคนอื่นๆในออฟฟิศอย่างเป็กันเอง
เอ็มยืนมองหญิงสาวผิวขาวหน้าตาสวยผมสีดำขลับยาวถึงกลางหลังที่มีส่วนสูงประมาณ165 นิดๆหากกะจากสายตาที่ตอนนี้อยู่ในชุดเดรสทรงสูทคอปกแขนสั้นสีขาวที่ยาวเลยเข่าที่ดูเรียบร้อยแต่ก็สง่างามตามแบบฉบับผู้หญิงเก่งที่กำลังยิ้มแย้มและพูดคุยกับคนในกองบ.ก.อย่างสนุกสนานเอ็มยืนมองอยู่นานจนได้สติจึงเดินตรงไปหาเธอพร้อมกล่าวทักทาย “คุณดรีม สวัสดีครับ”
ดาราสาวหันมามองเอ็มพร้อมรอยยิ้มก่อนจะตอบ “สวัสดีค่ะ....คุณเอ็มใช่ไหมคะ”
“ชะ...ใช่ครับ” เอ็มตอบออกไปพร้อมกับอาการใจสั่นระรัวที่โดนรอยยิ้มของดรีมพิมพ์เข้าตรงกลางดวงใจ
“งั้นเราไปสัมภาษณ์กันเลยไหมคะ” คำถามของดาราสาวทำให้เอ็มตื่นจากภวังค์ก่อนจะตอบกลับไป“อ๋อ....ครับๆ เชิญที่ห้องประชุมเลยครับ”
แต่ดรีมที่เห็นเอ็มผายมือให้ก็ยังไม่ได้ออกเดินไปเธอหันไปหาผู้ชายร่างใหญ่คนนึงที่กำลังยืนคุยกับรุ่นพี่สุดหล่อของเอ็มอยู่ก่อนจะพูดกับเค้า“พี่เรย่าคะ....ไปกันได้แล้วค่ะ”
ชายหนุ่มคนนั้นรีบหันมาตามเสียงเรียกก่อนจะพุด “ปะ.......ไปค่ะๆ น้องดรีม”
หลังจากนั้นเอ็มก็เดินนำดรีมกับผู้จัดการส่วนตัวของเธอตรงไปยังห้องประชุมในทันทีแต่พวกเค้าเดินมาได้ไม่นาน เรย่าผู้จัดการของดรีมก็ทักเอ็ม “อืม....รูปหล่อ เพิ่งมาทำงานที่นี่หรอจ๊ะพี่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย”
เอ็มหันมายิ้มให้เรย่าก่อนจะตอบ “ครับ....ผมเพิ่งมาทำได้เดือนเดียวเอง”
เรย่าสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะถามต่อ “แล้วมีแฟนหรือยังจ๊ะ รูปหล่อ”
เอ็มนิ่งงันไปนิดนึงเพราะไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไรแต่โชคดีที่เค้าเดินมาถึงหน้าประตูห้องประชุมเอ็มจึงหันไปพูดกับดรีม “ถะ.....ถึงห้องประชุมแล้วครับ”
พูดจบเอ็มก็เปิดประตูห้องประชุมให้ดรีมและเรย่าเข้าไปข้างในก่อนจะปิดมันลงและหลังจากนั้นพอพวกเค้าทั้งสามหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้กันแล้วการสัมภาษณ์ก็เริ่มขึ้น
และด้วยความที่นี่ถือเป็การสัมภาษณ์ดาราเป็ครั้งแรกของเอ็มแถมดาราที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของเค้านั้นเป็ถึงดาราที่โด่งดังไปทั่วประเทศแถมเธอก็ยังสวยเอาเสียมากๆจึงทำให้เอ็มออกอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
ดรีมเห็นอาการประหม่าของเอ็มเข้าจึงส่งยิ้มหวานไปให้พร้อมกับพูด “เอ่อ.....คุณเอ็มคะ.....ไม่ต้องเกร็งนะคะ....ทำตัวสบายๆกันดีกว่าเนอะ”
ทั้งคำพูดที่แสนสุภาพและน้ำเสียงแสนอ่อนโยนพร้อมด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใสของดาราสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้านั้นพัดพาเอาความประหม่าของเอ็มไปทิ้งซะจนหมดสิ้น
เอ็มค่อยๆตั้งสติก่อนจะเริ่มพูด “งั้นเราเริ่มจากหนังเื่ใหม่ของคุณดรีมเลยนะครับ…..เอ่อ....หนังเื่ใหม่ของคุณดรีมนี่เนื้อหาจะเป็ประมาณไหนครับเป็เื่ราวเกี่ยวกับอะไรครับ”
“ก็เป็เื่ราวความรักของคู่รักคู่นึงที่ฝ่ายชายกำลังจะตายด้วยโรคมะเร็ง ส่วนฝ่ายหญิงก็คอยดูแลอยู่ไม่ห่างน่ะค่ะ” ดรีมตอบคำถามของเอ็มด้วยความสุภาพและรอยยิ้ม
บทสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปได้ด้วยดีโดยที่เอ็มนั้นก็จดจ้องมองดาราสาวอยู่เป็ระยะๆพร้อมกับคิดในใจว่าเค้าเข้าใจแล้วว่าทำไมคนในประเทศส่วนใหญ่ถึงได้ชื่นชอบเธอคนนี้มากนักเพราะนอกจากความสวยแล้วเธอนั้นก็ยังแสดงท่าทีและกิริยาที่งดงามออกมาเสมอๆอีกด้วย
เธอช่างเป็ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เค้าเคยเจอมาในชีวิตเลยก็ว่าได้เอ็มคิดอย่างนั้น………..
เย็นวันนั้น ที่ใต้ทางด่วนแห่งนึง
หลังเลิกงานเอ็มก็ได้ขับมอเตอร์ไซค์ของตัวเองมายังใต้ทางด่วนแห่งนึงที่น้าอ่ำของเค้าเคยฝากฝังไว้ให้มาดูแลคนจรจัดกลุ่มนึงที่นี่
เอ็มจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ที่ลานกว้างใต้ทางด่วนเปลี่ยวร้างแห่งนี้ก่อนจะเดินวนไปวนมาดูรอบๆ แต่กลับไม่พบเห็นใครอยู่เลยซักคนเดียว และในขณะที่เอ็มกำลังงุนงงว่าเค้าอาจจะมาผิดที่กับที่น้าอ่ำของเค้าบอกหรือไม่นั้นก็ได้มีเสียงของชายคนนึงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง “มาหาใครครับ”
เอ็มรีบหันไปมองตามเสียงก่อนจะเห็นเข้ากับชายจรจัดหัวล้านคนนึงเข้าจึงถาม“ใช่น้าชิตหรือปล่าวครับ”
ชายจรจัดคนนั้นก็รีบตอบ “ใช่ครับ...ผมนี่แหล่ะชิต มีอะไรหรือปล่าวครับ”
เอ็มยิ้มดีใจที่ได้เจอคนที่น้าของตัวเองฝากฝังจึงรีบอธิบาย “ผมเป็หลานน้าอ่ำครับ ชื่อเอ็ม”
พอได้ยินชื่อของชายแก่ที่แสนดีชิตก็ยิ้มกว้างก่อนจะพูด “อ๋อ........พี่อ่ำน่ะหรอ....โอ้...แกยังสบายดีอยู่ไหมครับ”
เอ็มรีบตอบ “ก็ยังสบายดีอยู่ครับ....แข็งแรงเหมือนเดิม”
“อ๋อ...หรอครับดีแล้วๆ แกสบายดีก็ดีแล้ว”ชิตตอบพร้อมรอบยิ้ม และเพียงไม่นานจากนั้นเอ็มก็เห็นชายจรจัดอีกสามคนเดินตามมาสมบทกับชิต
“พี่ชิตใครน่ะ” ชายจรจัดหัวฟูหน้าตาอัปลักษณ์เอ่ยถามชิต
“หลานพี่อ่ำ” ชิตหันไปตอบก่อนจะพูดต่อ “ชื่อเอ็มน่ะ”
ซึ่งทั้งสามคนที่เหลือพอได้ยินชื่อนี้เข้าก็ต่างยินดีปรีดากันเป็อย่างยิ่งและในขณะที่พวกเค้ากำลังยิ้มแย้มกันอยู่นั่นเองเอ็มก็เดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกลก่อนจะหิ้วถุงพลาสติกหลายใบกลับไปหาพวกเค้าพร้อมกับพูด“อ่ะ...นี่ครับ ของกินน้าอ่ำแกฝากให้ผมดูแลพวกน้าๆน่ะครับ”
พอเห็นถุงของกินชายจรจัดทั้งสี่ก็ต่างยกมือไหว้เด็กหนุ่มพร้อมกับพูด “โอ้ ขอบคุณมากๆ ขอบคุณมากครับ”
เอ็มยิ้มก่อนจะตอบ “ไม่เป็ไรครับไม่ต้องขอบคุณหรอก.....แล้วก็ถ้าเอ็มมีเวลาว่างเอ็มจะเอาของกินมาให้อีกนะครับ”.................