หนทางสูู่ยุทธภพ หากกล่าวว่า ยุทธภพ นั้นคือิญญาดวงหนึ่ง เมฆาบนผืนฟ้าก็ได้เปิดทางให้แล้ว หากกล่าวว่า ยุทธภพ คือแม่น้ำสายหนื่ง เฝ้าปรารถนามานานนับพันปีไม่จบสิ้น หากเ้ากล่าวกว่า ยุทธภพ คือดินแดนที่สวยงาม งั้นเ้าก็คิดผิดแล้ว สุดท้ายแล้วความหมายที่แท้จริงของ ยุทธภพคืออะไรนั้น ไม่มีผู้ใดรู้ หนทางที่แท้จริงสู่ยุทธภพเป็อย่าง มีแต่ผู้ที่เคยไปเท่านั้นที่รู้
หนทางสู่ยุทธภพนั้นยาวไกล เมื่อก้าวเข้าไปย่อมไม่มีวันหวนคืน
ณ เมืองฉางอัน
ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บหิมะโปรยปราย ณ สุสานวีรบุรุษและวีรสตรี ที่เสียสละเพื่อปกป้องบ้านเมือง วันนี้คือวันที่13ธันวาคม ทุกๆ วันที่13 ธันวาคม จะมีชายหนุ่มและหญิงสาว มาที่ ณ แห่งนี้ โดยมี ชาย2 หญิง 2 พวกเค้าเหล่านี้คือ บุตรตรีและบุตรชายของเ้าเมืองทั้ง4 แห่งต้าเฉียง คุณชายหลิ่งอี้ คุณชายเฉินจั่ว คุณหนูถังเฉา และ คุณหนูเยว่ฉี เมื่อถึงวันนี้พวกเขาจะมารวมตัวกัน เพื่อ กราบไหว้มารดาผู้ล่วงลับของพวกเขา จึงทำให้ทั้งสี่ เป็มิตรสายกัน ย้อนวันวานไปครั้น เมื่อยามวันที่ 31 ธันวาคม 1990 ยามจื่อ (5ทุ่ม) ทั้งสี่ได้เจอกันเป็ครั้งแรก ณ ฉางอัน ได้มีการฉเลิมฉลองงามรื่นเริง แน่นอนว่าเ้าเมืองทั้ง4 ต้องมาร่วมงานฉเลิมฉลองกับฮองเต้ พร้อมกับบุตรตรีและบุตรชายของตนเอง แต่ทะว่า บุตรของเ้าเมือง ต่างไม่ชอบการเข้าสังคมทางการเมือง จึงหนีออกมาเที่ยวนอกวัง ระหว่างทาง เยว่ฉีได้ เดินสวนกันกับยายแก่ผู้หนึ่ง จู่ๆยายแก่ก็ล้มลงไปเอง และยังะโไปทั่วว่า "เจ็บ เจ็บ โอ้ยเจ็บจังเลย มีคุณหนูตะกูลสูงส่งมารังแกคนแก่ " เยว่ฉีก้ตอบไปว่ เ้าอย่ามาเ้าเล่ "เ้าล้มลงไปเองต่างหาก" ยายแก่รีบสวนทันทีว่า "เ้านั่นแหละที่ชนข้า ชนผู้อื่นแล้วยังไม่ขอโทษ" ประจวบเหมาะเจาะกับถังเฉาได้ยืนดูเหตุการณ์มาสักพัก และสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติของยายแก่ จึงรีบพุ้งตัวออกจาฝูงชนและ พูดว่า " คนที่ต้องขอโทษควรเป็ยายไม่ใช่คุณหนูท่านนี้" ยายแก่ เลยบอกว่า " เ้าหมายความว่าอย่างไร " ถังเฉา ก็หมายความว่า ยายต้องขอโทษคุณหนูท่านนี้ไงเล่า ฉันเห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้น ยายล้มเองต่างหาก คุณหนูท่านนี้ยังไม่ได้แตะต้องตัวยายเลย" พอถังเฉาพูดแบบนี้ชาวบ้านที่ยืนมุงก็เริ่มกระซับกระซากกัน หลังจากนั้นยายแก่ก็พูดขึ้นมาว่า " เ้ามีหลักฐานอะไร ว่าข้าโกหก" "หลักฐานหรอ ข้าไม่มี" ถังเฉาตอบ ยายแก่ก็เลยหัวเราะขึ้นมา พร้อมพูดว่า ไม่มีหลักฐานก็แปลว่าฉันไม่ได้พูดโกหก หลังจากยายแ่กพูดจบ ถังเฉาก็ะโว่า งู งู อยู่หลังยาย จากนั้น ยายแก่ก็รีบลุกะโเตรียมวิ่งหนี แต่เยว่ฉี จับไว้ก่อน ถังเฉาเลยพูดขึ้นมาว่า " ยายขาหักไม่ใช่หรอทไม ถึงะโและวิ่งไวขนาดนนี้หล่ะ" ความจริงแล้วไม่มีงูด้วยซ้ำ ยาย แต่นี่พวกเราแค่พิสูนจ์ความจริง ถังเฉาะโว่า" ทุกคนคงได้เห็นแล้วใช่ไหมว่า ยายแก่ท่านนี้เป็มิตรฉาชีพหลอกลวงผู้คน หลังจากนั้น เยว่ฉีและถังเฉา ก็จับตัวยาย ส่งทางการ (ตำรวจ) รับโทษ ทางกฏหมาย หลังจากนั้น เยว่ฉีก็พาถังเฉาไปที่ร้านอาหาร เลี้ยงข้าวตอบแทนถังเฉาที่ยืนมือเข้าช่วยเหลือ " ขอบคุณเ้ามากนะ ที่ยื่นมือเข้าช่วย " ถังเฉาตอบ " ไม่ต้องเกรงใจๆ เ้าเป็คุณหนูตระกูลที่ร่ำรวยมากๆในฉางอันสินะ เสื้อผ้าเ้างดงามมาก" เยว่ฉียิ้มและตอบกลับไปว่า "ข้าไม่ใช่คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์แห่งฉางอันหรอก ข้าเป็คนเมืองฉางฉี อย่าว่าแต่ข้าเลย หน้าตาผิวพรรณและการทอผ้าชุดที่เ้าสวมใส่อยู่ ดูก็รู้ ว่าเป็คนสูงศักดิ์ เ้าคงเป็ลูกเ้าเมืองถังแห่งฉางเยว่ นาม ถังเฉาสินะ " ถังเฉาอึ้งไปสักพักก่อนตอบกลับว่า "เ้ารู้จักข้าด้วยหรอ " เยว่ฉียิ้มและพยักหน้า ถังเฉาเลยถามต่อ "และเ้าหล่ะชื่ออะไร " "ข้านามว่า เยว่ฉี " ถังเฉายิ้และพูดว่า " งั้นเ้าก็คือลูกของเ้าเมืองเยว่ ฉางฉีใช่ไหม" เยว่่ฉีพยักหน้า พร้อมพูดต่อไปว่า "เ้าแอบหนีงานฉเลิมฉลองสินะ งานววันนี้เ้าเมืองและบุตรต้องร่วมงาน" ถังเฉารีบตอบทันที "เ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ ไม่งั้นเ้าจะมานั่งอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรถ้าเ้าไม่หนีเหมือนข้า" เยว่ฉีหัวเราะพร้อมพูดว่า "ใช่" หลังจากพูดจบ ก็ได้ยินเสียงคนวิ่งไล่กันบนหลังคา เยวฉีและถังเฉาก็รีบออกไปดู พบว่า มีชชาย2 คนกำลังไล่ตามผู้ชายชุดดำ ทั้งคู่วิ่งตามดูไปคาดว่าต้องเกิดเหตุการณ์อะไรแน่นอน ระหว่างไล่ตามเฉินจั่ว เกิดสังเกตุเห็นแล้วว่า มี จอมยุุทธหญิงที่มีวรยุทธวิ่งเลยไป จจึงะโไปว่า " ท่านจอมยุทธหญิงทั้งสอง ชายชุดดำ คือมือสังหาร " หลังจากที่ถังเฉาและ เยว่ฉีได้ยิน ถังเฉาก็รีบ ะโไป ขว้างหน้าชายชุดดำพร้อมได้มีการประกบมือต่อสู้กัน จนชายชุดดำหล่นลงมาจากหลังคา จากนั้น ทั้ง3ที่เหลือก็ะโลงมาตาม ล้อมรอบชายชุดดำ แต่ทว่า จู่ๆ ก็มีกลุ่มชาชุดดำมา เพิ่ม มาล้อมรอบพวกเขาทั้งสี่ไว้ ซึ่งคือ กลุ่มมือสังหารที่ตามมาช่วยพรรคพวกของพวกมัน แน่นอนว่า เกิดการปะทะ ประกบมือเกิดการต่อสู้กัน ทั้งสี่ ได้แสดงฝีมือที่ตนเองมีออกมา ได้อย่างไร้ที่ติ วรยุทธที่แกร่งกล้านั้น ทำให้การปราบศัตรู สำหรับพวกเขานั้นไม่ใช่เื่อยากอะไร เพียงพริบตาเดียว ชายชุดดำก็ล้มลงหมด นอนตายจมกลองเื และหลังจากนั้น ทหารของทางการก็ได้มานำศพออกไป หลิ่งอี้ เละเฉินจั่ว หันมาหาถังเฉา และ พูดว่า " ขอบคุณเ้ามืองน้อยทั้งสองที่ยื่นมือช่วยเหลือ " ถังเฉาจึงรีบตอบกลับว่า " พวกท่านรู้จักพวกเข้าด้วยหรือ " เฉินจั่วตอบ " แน่นอน ข้า นามว่าเฉินจั่ว แห่งฉางลู่ และนี่" พร้อมชี้ไปทางหลิ่งอี้ "ส่วนท่านนี้คือออ" ข้า นามว่า หลิ่งอี้แหล่งเมืองฉางอัน" หลิ่งอี้ตอบ หลังจากพูดจบ ก็มีเสียง จ๊อกกกกกกก จ๊อกกก คือเสียง ท้องร้องนั่นเอง ถังเฉาพูดด้วยความเขินอายว่า " ข้ายังไม่ได้ทานอะไรมาตั้แต่เช้าเลย เมื่อกี้จะกินแต่ก็ดันวิ่งมาก่อน " ทั้งสามหัวเราะ เแินจั่วพร้อมพูดว่า " งั้นเราไปทานข้าวเถอะ เดี๋ยวข้าเลี้ยงเอง ถือว่าเป็ค่าตอบแทนที่พวกท่านช่วยเหลือ" ถังเฉา รีบตอบ "ดี ดี ข้าหิวมากรีบไปเถอะ" พอถึงร้าน กำลังนั่งทานอาหาร เฉินจั่วก็ พูดขึ้นมาว่า " จริงด้วยสิเวลานี้ พวกท่านต้องอยู่ที่วังไม่ใช่หรอทำไมถึงออกมาด้านอกหล่ะ " ถังเฉารีบสวนกลับ " แล้วท่านหล่ะเวลานี้ ท่านควรอยู่ในวังไม่ใช่หรอทำไมมาอยู่ตรงนี้หล่ะ ห้ะ" เฉินจั่ววอ้ำอึ้ง ตอบกลับไม่เป็ หลิ่งอี้ก็ตอบขึ้นมาทันทีว่า " พวกเราก็หนีอออกมากันทั้งหมดนี่แหละ" เยว่ฉีตอบ "ใช่" ถังเฉาพูด " ก็ในวังมันหน้าเบื่อ พูดแต่เื่บ้านเมือง ไม่สนุกเลยสักนิด ท่องยุทธภพสนุกกว่าอีก" เฉินจั่วรีบถาม " เ้าชอบท่องยุทธภพเหมือนกันหรอ ข้ากับหลิ่งอี้ก็ชอบ เ้าเคยไปท่องมาแล้วหรือ เป็อย่างไรบ้าง ถังเฉาถาม"ท่านก็ชอบหรอ เยว่ฉีหล่ะเ้าชอบไหม" เยว่ฉีตอบ"ชอบสิ ความฝันข้าคือการท่องยุทธภพ" ถังเฉายิ้มละบอกว่า "ข้าก็ชอบยุทธภพ แต่ข้ายังไม่เคยไปท่องยุทธภพหรอกเพียงแต่แค่คิดข้าก็รู้สึกว่ามันต้องสนุกมากแน่ๆ หลิ่งอี้พูด "เราต่างชอบอะไรคล้ายกันนะ" ทุกคนต่างตอบพร้อมกันว่า "ใช่" หลังจากนั้น ทุกคนก็ต่างเล่าเื่ของตัวเองให้กันและกันฟัง แลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้เอจมาระสบการณ์ต่างๆ พร้อมกับดื่มสุราและทานอาหาร อย่างมีความสุข........