สายลมที่พัดผ่านใบไม้พลิ้วไหวทำให้จิวฮวาที่นั่งอยู่ถึงกับคลี่ยิ้มออกมาเบาๆอย่างพึงพอใจ
“มีอะไรหรือเ้าคะทำไมมาแล้วถึงเอาแต่มอง ไม่เข้ามาทักทายข้าตามปกติละเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นฟางเซียนยืนมองนางอยู่ที่หลังพุ่มไม้จึงได้เอ่ยทักญาติผู้พี่ของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“เ้ามอบผนึกธาตุของอาเหวินให้กับหลันฮวาหรือ”ฟางเซียนที่ได้รับรู้เื่การหลอมรวมผนึกธาตุของหลันฮวาจากสาวใช้นางจึงได้แต่เข้ามาเอ่ยถามจิวฮวาด้วยความข้องใจแต่เมื่อนางมาถึงหน้าเรือนกลับไม่กล้าเข้าไปถามจิวฮวาเสียอย่างนั้น
“ใช่เ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับจ้องมองไปที่ฟางเซียนอย่า้าตั้งคำถาม
“เ้านำเอาผนึกธาตุของอาเหวินไปให้หลันฮวาทำไม”ฟางเซียนที่ได้รับคำตอบแล้วเอ่ยถามจิวฮวาอย่างไม่พอใจที่จิวฮวานำของมีค่าเช่นผนึกธาตุไปมอบให้กับหลันฮวา
“ที่ข้าต้องทำเช่นนั้นก็เพื่อซื้อชีวิตใหม่ให้กับพวกท่านท่านคิดว่าหลันฮวาจะยอมปล่อยให้พวกท่านออกไปใช้ชีวิตใหม่โดยที่นางไม่ได้อะไรง่ายๆหรือเ้าคะ”จิวฮวาเลิกคิ้วถามฟางเซียนถึงความเห็นของฟางเซียนที่มีต่อการกระทำของนางในครั้งนี้
“เ้าหมายความว่าเช่นไร”ฟางเซียนเอ่ยถามพร้อมกับสบสายตากับจิวฮวาอย่างสับสนด้วยไม่รู้ว่าตอนนี้จิวฮวานั้นอยู่ข้างผู้ใดกันแน่ระหว่างข้างของพวกนางและข้างของหลันฮวาที่ตอนนี้ได้เป็ถึงนายหญิงของตระกูลเย่
“ข้าไม่ได้อยู่ฝั่งของผู้ใดแต่ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพียงเพื่อ้าไถ่โทษให้กับน้องชายของท่านที่เคยได้กระทำเื่ไม่ดีเอาไว้กับหลันฮวา”จิวฮวาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ไม่เป็ไรขอรับข้าเข้าใจดีถึงสิ่งที่นางต้องทำพี่ใหญ่ไม่ต้องเดือดร้อนใจแทนข้าในเื่นี้หรอกขอรับความจริงแล้วการที่ผนึกธาตุของข้านั้นได้อยู่ในตัวของหลันฮวาก็ถือว่าเป็เื่ดีนะขอรับเพราะนั้นจะถือว่าข้าได้อยู่กับนางตลอดเวลา”หลิ่งเหวินที่เดินมาทันได้ยินเื่ราวทั้งหมดเอ่ยบอกพี่สาวของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“อาเหวิน”ฟางเซียนที่เห็นว่าหน้าของน้องชายของตนยังดูซีดเซียวอยู่มากนางจึงได้เอ่ยเรียกน้องชายของตนด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงแล้วเร่งเข้าไปช่วยพยุงน้องชายของตนในทันที
“ข้าไม่เป็อะไรจริงๆขอรับพี่ใหญ่ข้าต้องขอบคุณเ้ามากจริงๆ ที่ยอมรักษาข้าและท่านพ่อ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับคุกเข่าขอบคุณจิวฮวาด้วยสายตาซาบซึ้งใจ
“ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรข้าแค่ทำสิ่งที่ควรทำเท่านั้นหากท่านหายดีข้าจะพาท่านไปพบหลันฮวาเพื่อขอโทษกับสิ่งที่ท่านได้กระทำกับนางเอาไว้”จิวฮวาเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองมาที่หลิ่งเหวินด้วยสายตาจริงจัง
“ถึงเช่นไร ข้าก็ต้องขอบใจเ้าอยู่ดี”หลิ่งเหวินที่กำลังถูกฟางเซียนและจิวฮวาพยุงตัวขึ้นเอ่ยขอบคุณจิวฮวาอีกครั้งด้วยสายตายินดี
“ไม่เป็อะไรเลยเอาไว้ท่านพร้อมเมื่อใดก็มาบอกข้า แล้วข้าจะช่วยพาท่านไปพบกับพี่หลันฮวาอย่างปลอดภัยเองเ้าค่ะ”จิวฮวาที่รู้ดีถึงความหึงหวงของผิงเหยียนท่านอารองของตนนั้นจึงทำให้นางตัดสินใจที่ออกหน้าพาหลิ่งเหวินเข้าไปขอโทษหลันฮวาด้วยตนเอง
“ขอบใจเ้ามากจริงๆ”หลิ่งเหวินเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ไม่เป็อะไรข้าว่าท่านรีบกลับไปพักผ่อนเถอะเ้าค่ะเพราะถึงแม้ว่าอาจจะเป็ฤดูใบไม้ผลิแต่อากาศก็ยังหนาวอยู่ข้าว่าท่านควรรีบกลับไปพักผ่อนที่เรือนของท่านเถอะเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นว่าตอนนี้อากาศยังหนาวอยู่นางจึงได้เอ่ยบอกคนทั้งสองด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ขอบใจเ้ามากจริงๆ”หลิ่งเหวินที่รู้สึกซาบซึ้งใจหันมาเอ่ยขบคุณจิวฮวาอีกครั้งแล้วหันกลับไปเดินตามแรงชักจูงของฟางเซียงต่อไป
“ฮวาเออร์ของข้าช่างเป็คนดีจริงๆ”ทันทีที่สองพี่น้องเดินหายไปจากสายตาของจิวฮวาไป่ฉีก็ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่าเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามาโอบกอดหญิงคนรักของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“พี่ฉีท่านโผล่มาเช่นนี้อีกแล้วหากมีคนอื่นมาเห็นเข้าท่านจะทำเช่นไรละเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับตีไปที่แขนแกร่งของชายคนรักของตนด้วยความหมันไส้
“ไม่มีผู้ใดมองเห็นหรอกน่า”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ม่านพลังที่เขากางขึ้นมาบังตาเหล่าผู้คนในจวนตระกูลเย่อยู่แล้ว
“ทำเช่นนี้อีกแล้ว”ผิงเหยียนที่รับรู้ได้ถึงพลังปราณของไป่ฉีเอ่ยออกมาขณะที่เขานั่งดูบัญชีอยู่ด้วยรอยยิ้มอ่อนอกอ่อนใจเป็ที่สุดที่ไป่ฉีนั้นชอบกางม่านพลังเพื่ออยู่กับหลานสาวของเขาเป็การส่วนตัวอยู่บ่อยๆ
“งานฝั่งนี้ใกล้จะเสร็จสิ้นหรือยังพี่อยากจะสร้างครอบครัวกับเ้าเร็วๆ เ้าไม่อยากเจอหน้าลูกๆ ของเราเร็วๆหรือ”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่หญิงคนรักของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ก็คงจะเร็วๆนี้แหละเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับกอดตอบไป่ฉีด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เช่นนั้นพี่จะเตรียมทุกอย่างรอเ้านะ”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับกดจูบลงที่แก้มของจิวฮวาด้วยความดีใจ
“พี่ฉี”จิวฮวาที่ถูกจุมพิตอย่างไม่ทันตั้งตัวเอ่ยเรียกไป่ฉีชายคนรักของตนอย่างเขินอาย
“พี่รักเ้านะ”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับพลิกตัวของจิวฮวาเข้ามาจูบอย่างหนักหน่วงแล้วหายเข้าไปที่หลุมมิติในทันที
“เหตุใดจึงชอบทำเช่นนี้นะ”จิวฮวาที่ถูกจูบอย่างไม่ทันตั้งตัวเอ่ยอย่างเขินอาย
วังราชวงศ์ไท่
จิวฝูที่กำลังยืนจ้องมองมาที่วังที่ลอยคว้างอยู่ที่เบื้องหน้าของตนด้วยรอยยิ้มเศร้าเมื่อวังที่เขาปลดปล่อยออกมานั้นดูเงียบเหงาและดูไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเมื่อก่อน
“นายน้อยคืออดีตเ้าของวังตรงหน้านี้จริงๆหรือขอรับ”พ่อบ้านหยูเอ่ยพร้อมกับหันมามองที่หลันฮวาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
“แล้วท่านคิดเห็นว่าอย่างไรเล่า”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับหันมามองที่พ่อบ้านหยูที่ยืนอยู่ด้านข้างตัวของตนด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“นี้ข้าโชคดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือขอรับนอกจากจะได้นายดีสนับสนุนการฝึกตนของข้าแล้วข้ายังโชคดีเก้าชั้นได้นายที่มีฐานะสูงส่งเช่นนี้ขอรับ”หยูป๋อจิ้งเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฝูด้วยสายตาเป็ประกาย
“เป็เื่ดีถึงเช่นนั้นเชียวหรือ”จิวฝูเอ่ยถามอย่างขบขันเมื่อเห็นท่าทีมีความสุขอย่างเหลือล้นของชายชราด้านข้างของตน
“ก็ต้องเป็เช่นนั้นนะสิขอรับไม่รู้อีกกี่ร้อยปีกี่ร้อยชาติข้าจึงจะมีวาสนาเช่นนี้”หยูป๋อจิ้งเอ่ยพร้อมกับมองมาที่นายของตนด้วยสายตาเทิดทูล
“เรามาเริ่มลงมือกันเถอะ ขืนมั่วแต่ยืนมองอยู่เช่นนี้งานของเราคงไม่คืบหน้าเป็แน่”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับพลิ้วตัวขึ้นไปที่ลานหน้าพระราชวังของตนพร้อมๆกับใช้พลังปราณของตนดึงโซ่ลงไปตรึงที่หุบเขาที่เคยใช้เป็ฐานตรึงโซ่ในอดีต
“แล้วเราต้องทำเช่นไรต่อไปขอรับ”หยูป๋อจิ้งที่ช่วยนายของตนจัดการกับการตรึงโซ่กับหุบเขาทั้งสี่เรียบร้อยแล้วเอ่ยถามนายของตนอย่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำสิ่งใดเพราะว่าเขานั้นถือว่ายังใหม่กับทวีปแห่งนี้อยู่มากด้วยเพราะเขานั้นไม่เคยัักับการใช้ชีวิตของผู้คนในทวีปแห่งนี้มาก่อนอีกทั้งเขานั้นก็ไม่เคยรับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นระหว่าราชวงศ์หลงและราชวงศ์ไท่ดีเท่าดักนั้นจึงทำให้เขาในตอนนี้ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรนายของตนได้มากนัก
“เื่นั้นท่านไม่ต้องกังวลอะไรมากเดี๋ยวข้าจะพาท่านไปเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเสียก่อนแล้วหลังจากนั้นท่านจะสามารถเข้าใจอะไรได้มากขึ้นนะ”จิวฝูที่เห็นสายตาเคร่งเครียดของหยูป๋อจิ้งเขาจึงได้คิดที่จะพาหยูป๋อจิ้งไปที่หอสมุดของราชวงศ์หลงก่อนที่กลับมาช่วยเขาที่วังของราชวงศ์ไท่แห่งนี้
“เ้าทำงานรวดเร็วดีนิ”ไป่ฉีที่รับรู้เื่ราวการตั้งราชวังใหม่ของจิวฝูจากเฟิ่งและหวงเอ่ยพร้อมกับมองชื่นชมวังตรงหน้าของตนอย่างชื่นชมที่ราชวังแห่งยังอยู่ในสภาพที่ดีมากพอสมควร
“ก็เพราะมันเป็งานของข้าทุกอย่างจึงได้เสร็จรวดเร็วเช่นนี้ไงเล่าว่าแต่เ้าเถอะมาหาข้าด้วยเื่อันใด”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ไป่ฉีด้วยสีหน้าสงสัยแต่ไป่ฉีที่ได้ยินเช่นนี้กลับถอนหายใจยาวออกมาเบาๆเมื่อคิดถึงเส้นทางการสร้างครอบครัวของตนกับหญิงคนรักของตน
“ฮวาเออร์”หลิ่งเหวินที่เห็นหญิงที่ตนรักรักนั่งรอตนอยู่ในห้องเขาจึงได้เอ่ยเรียกหญิงในดวงใจของตนเสียงเศร้า
“หึ”หลันฮวาที่ชายที่ตนเกลียดชังกำลังเดินเข้ามาหาตนและด้วยความเกลียดนางจึงได้แต่แค่นเสียงออกมาเอย่างไม่พอใจแล้วเสมองออกไปที่นอกหน้าต่างเพื่อ้าหลีกเลี่ยงการมองหน้าของหลิ่งเหวิน
“หลันฮวา”หลิ่งเหวินที่เห็นท่าทีเช่นนั้นของหญิงสาวตรงหน้าของตนเขาก็ได้แต่เอ่ยเรียกหญิงในดวงใจของตนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเศร้า
“นายหญิงเ้าต้องเรียกข้าว่านายหญิง”หลันฮวาหันมาเอ่ยบอกหลิ่งเหวินด้วยสายตาดุดัน
“ขออภัยที่ข้าเสียมารยาทขอรับนายหญิง”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับค้อมหัวให้กับหลันฮวาอย่างรู้สึกผิด
“คาราวะนายหญิงเ้าค่ะ”นางเหอที่รู้เื่ที่หลิ่งเหวินจะเข้ามาหาหลันฮวานางจึงรีบตามเข้ามาภายในห้องด้วยความเป็ห่วงบุตรชายของตนด้วยท่าทางร้อนใจ
“ท่านแม่”หลิ่งเหวิที่เห็นว่ามารดาของตนนั้นเข้ามาในเรือนของหลันฮวาโดนไม่ได้รับอนุญาตเขาจึงได้หันไปเอ่ยเรียกมารดาของตนอย่าง้าห้ามปราม
“เฮ้อพวกท่านมากันมากมายถึงเพียงนี้เพราะกลัวว่าข้าจะทำร้ายเขาหรือ”หลันฮวาที่นั่งในตำแหน่งประธานเลิกคิ้วถามอย่างขบขันกับทาทีของนางเหอ
“มะไม่ใช่เช่นนั้นเ้าค่ะเพียงแต่อาเหวินยังไม่หายป่วยดีนักข้าจึงได้ตามมาดูอาการของเขาเ้าค่ะ”นางเหอเอ่ยตอบอย่างละล้าละลัก
“ท่านแม่กลับไปก่อนเถอะขอรับที่นี้มีญาติผู้น้องอยู่นางคงไม่ปล่อยให้ข้าเป็อันใดไปหรอกขอรับ”หลิ่งเหวินที่เห็นสายตาไม่พอใจของหลันฮวาเขาจึงได้หันไปเอ่ยบอกมารดาของตนเสียงเคร่ง
“ใช่เ้าค่ะท่านอาสะใภ้ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกเ้าค่ะ ข้าจะดูแลพี่หลิ่งเหวินเองเ้าค่ะเชิญท่านอาสะใภ้กลับไปที่เรือนเถอะเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นว่านางเหอดูอิดออดและไม่ยอมจากไปง่ายๆเป็แน่ นางจึงช่วยพูดกล่อมนางเหอด้วยอีกแรง
“เช่นนั้นอาต้องขอฝากอาเหวินกับเ้าก็แล้วกันนะข้าขอตัวนะเ้าคะนายหญิง”นางเหอที่รับรู้ว่าบุตรชายของนางนั้นไม่้าให้นางอยู่ด้วยณ ที่แห่งนี้นางจึงได้ยอมออกไปในที่สุด
“เรามาเข้าเื่ของเราต่อเถอะเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นว่าั้แ่นางเหอออกจากห้องไปในห้องแห่งนี้ก็ตกอยู่ในความเงียบเป็เวลานาน นางจึงได้เอ่ยเข้าประเด็นในที่สุด
“เอ่อข้ารู้ว่าต่อให้ข้าขอโทษกับสิ่งที่ข้าได้เคยทำลงไปกับนายหญิงนายหญิงก็คงจะไม่อภัยให้ข้าอยู่ดีแต่ถึงเช่นนั้นข้าก็้ามาขอโทษท่านในวันนี้ขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับคุกเข่าให้กับหญิงสาวตรงหน้าของตนอย่างรู้สึกผิด
“หึ ยังดี ที่อย่างน้อยเ้าก็ยังรู้ว่าต้องทำเช่นไรก็ได้ในเมื่อเ้ากล้าคุกเข่าให้ข้าในวันนี้ เช่นนั้นข้าก็กล้าให้อภัยเ้าเช่นกันแต่หลังจากที่เ้าและครอบครัวออกจากจวนตระกูลเย่แล้วอย่ากลับมาให้ข้าพบเห็นหน้าของพวกเ้าอีกเป็อันขาด”หลันฮวาที่ถึงแม้จะให้อภัยชายตรงหน้าแล้วแต่ก็ยังรู้สึกเกลียดชังชายตรงหน้าตรงหน้าอยู่นางจึงได้ยื่นคำขาดให้หลิ่งเหวินด้วยน้ำเสียงเรียบทางด้านหลิ่งเหวินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่เงยหน้าขึ้นมาสบดวงหน้าของหญิงคนรักของตนด้วย้าเก็บภาพของนางเป็ครั้งสุดท้าย
“ขอรับข้าน้อยต้องขอขอบคุณนายหญิงจริงๆที่ให้อภัยข้าน้อย”หลิ่งเหวินเอ่ยด้วยรอยยิ้มเศร้าถึงแม้ว่าใจเขาจะรู้สึกเศร้าที่ต้องทนเห็นหลันฮวาต้องตกเป็ของชายอื่นแต่เพราะเขาในตอนนี้นั้นไม่มีอะไรที่จะสามารถเลี้ยงดูนางให้สุขสบายได้เมื่อคิดถึงเช่นนี้เขาจึงได้ยอมถอดแต่โดยดี
“แล้วเ้ากับครอบครัวจะออกจากจวนเมื่อใด”หลันฮวาที่ไม่้าอาศัยร่วมจวนเดียวกับชายตรงหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“คงต้องรอให้เขาและท่านอาจิ้นหงอาการดีขึ้นก่อนเราจึงจะสามารถปล่อยให้พวกเขาออกเดินทางนะเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยแทรกเมื่อเห็นว่าในตอนนี้หลิ่งเหวินนั้นเอาแต่อึกอักอย่างไม่กล้าตอบคำถามนี้ของหลันฮวา
“จากที่ดู ก็หายดีแล้วไม่ใช่หรือว่าพวกท่านก็ดีแต่พูดเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากใครบ้างคน”หลันฮวาเลิกคิ้วถามหลิ่งเหวินแล้วเหลือบมองมาที่จิวฮวาที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากตน
“หากพวกเขาหายดีแล้วข้าจะเป็คนจัดการเื่นั้นเองเ้าค่ะท่านอาสะใภ้รองไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกเ้าค่ะ”จิวฮวาช่วยออกตัวแทนหลิ่งเหวินนั้นจึงทำให้หลันฮวาถึงกับต้องหันมามองที่จิวฮวาอย่างแปลกใจที่จิวฮวานั้นสามารถทำใจช่วยเหลือคนที่เคยทำร้ายตนและครอบครัวได้เช่นนี้
“เ้าคิดว่าเ้าเป็แม่พระหรือไรจึงได้ยื่นมือไปช่วยพวกเขาเช่นนี้”หลันฮวาเอ่ยพร้อมกับเหลือบมองไปที่จิวฮวาอย่างขัดใจ
“คิกๆข้าไม่ได้เป็เช่นที่ท่านเห็นหรอกเ้าค่ะ อย่าเรียกข้าว่าแม่พระเลยเ้าค่ะข้าได้ยินแล้วระคายหูแปลกๆ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“ฮึย!”หลันฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้สะบัดหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่พอใจนัก
“เช่นนั้นข้าของตัวก่อนนะขอรับ”หลิ่งเหวินที่เห็นท่าทางขัดเคืองของหลันฮวาเขาจึงได้ขอตัวออกจากห้องในทันที
“เชิญ”หลันฮวาเอ่ยอนุญาตในทันทีที่หลิ่งเหวินเอ่ยจบนั้นจึงทำให้หลิ่งเหวินถึงกับรู้สึกเ็ปใจเบาๆเมื่อเห็นท่าทางรังเกียจของหลันฮวาที่มีต่อตน
“ขอตัวเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นว่าไม่มีอะไรให้ตนต้องยุ่งเกี่ยวแล้วจึงได้ขอตัวออกมาด้วยรอยยิ้มเรียบ
“ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยข้าในวันนี้”หลิ่งเหวินที่ออกมาก่อนเดินเข้ามาขอบคุณจิวฮวาที่เพิ่งเดินออกมาจากเรือนของหลันฮวาด้วยความซาบซึ้งใจ
“พักนี้ข้ารู้สึกว่าท่านจะขอบคุณข้าทุกครั้งที่พบหน้าข้าเลยนะเ้าคะ”จิวฮวาที่เบื่อกับคำขอบคุณของหลิ่งเหวินแล้วเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“เพราะคำขอบคุณนั้นเป็สิ่งเดียวที่ข้าสามารถตอบแทนเ้าได้ในตอนนี้”หลิ่งเหวินเอ่ยตอบพร้อมกับสบตากับจิวฮวาด้วยสายตาจริงจัง
“เฮ้อเช่นนั้นข้าก็ขอรับคำขอบคุณของท่านด้วยใจนะเ้าคะครั้งหน้าท่านไม่ต้องมาขอบคุณข้าเกี่ยวกับเื่พวกนี้อีกนะเ้าคะเพราะข้าเบื่อที่จะพูดเดิมๆกับพวกท่านแล้วนะเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยติดตลก ทำให้หลิ่งเหวินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่หัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“เช่นนั้นข้าขอตัวกลับเรือนไปดูอาการของท่านพ่อก่อนก็แล้วกันนะ”หลิ่งเหวินที่้าเข้าไปดูอาการของพ่อของตนเอ่ยบอกจิวฮวาด้วยน้ำเสียงเคร่งเพราะั้แ่ที่เขาเริ่มหายดีเขาก็ไม่มีโอกาสเข้าไปดูอาการของพ่อของเขาเลยเพราะไม่ว่าเมื่อใดที่เขาบอกว่าจะพาไปดูอาการของพ่อของเขาแม่และพี่สาวของเขาก็เอาแต่กีดกันและเอาแต่บอกว่าพ่อของเขานั้นยังไม่พร้อมที่จะพบเขาในตอนนี้วันนี้ที่เขารู้สึกว่าอาการของเขาดีขึ้นมากแล้วเขาจึงตั้งใจที่ไปเยี่ยมดูพ่อของเขาโดยที่หวังจะไม่ให้ผู้ใดสามารถเข้ามาห้ามปรามเขาได้เช่นทุกครั้งอีก
“เช่นนั้นก็ขอให้โชคดีเ้าค่ะ”จิวฮวาที่พอจะรับรู้เื่ราวของจิ้นหงอยู่บ้างเอ่ยอวยพรหลิ่งเหวินที่ไม่เคยรับรู้เื่ราวการติดเหล้าอย่างหนักหลังจากที่เขาสูญเสียเส้นลมปราณของจิ้นหง
“ขอบใจเ้ามาก”หลิ่งเหวินที่เผลอเอ่ยขอบคุณจิวฮวาอีกครั้งเขาจึงได้แต่ยิ้มขบขันที่เขาเผลอขอบคุณจิวฮวาอีกครั้ง
“เฮ้อ”จิวฮวาที่เห็นว่าหลิ่งเหวินได้เดินจากไปแล้วนางจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างอ่อนใจในความซาบซึ้งของคนในครอบครอบของอาของตน
เพล้ง!
“ข้าบอกให้เอาเหล้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้”เสียงตวาดอย่างมีโทสะของจิ้นหงดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงแตกกระจายของไหเหล้าอันว่างเปล่าที่ตกกระทบที่พื้นจากแรงโทสะของจิ้นหง
“ท่านพ่อ!นี้มันอะไรกันขอรับ”หลิ่งเหวินที่วิ่งตามเสียงของจิ้นหงเข้ามาในห้องเอ่ยถามบิดาของตนเสียงเคร่ง นางเหอที่เห็นว่าบุตรชายของตนได้เข้ามาหาจิ้นหงก็ได้แต่พยายามเดินเข้ามาพาตัวของบุตรชายของตนออกจากห้องของจิ้นหงด้วยท่าทีร้อนใจ
“อาเหวิน!”นางเหอเอ่ยเรียกบุตรชายของตนด้วยน้ำเสียงใแล้วรีบดันตัวของบุตรชายของตนออกจากห้องในทันที
“ท่านพ่อ เหตุใดท่านจึงได้ทำตัวเช่นนี้ละขอรับท่านทำให้ท่านแม่ทุกข์ใจเช่นนี้ได้อย่างไร”หลิ่งเหวินหันไปเอ่ยถามน้องชายของตนด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แววตาที่เขามองไปที่จิ้นหงบิดาของตนนั้นกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เ้าไม่ต้องมายุ่งเื่ของข้า”จิ้นหงตวาดตอบเสียงดัง
“หึ จะไม่ให้ข้ายุ่งหรือขอรับหากท่านเลิกทำให้ท่านแม่กับพี่สาวของข้าปวดใจเมื่อใดเมื่อนั้นข้าก็จะเลิกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำตัวเหลวแหลกและน่าอับอายเช่นนี้ของท่านอีกขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยด้วยสายตาแดงก่ำจากความโกรธเคือง
“เ้าลูกอกตัญญู ข้าไม่น่าเลี้ยงดูเ้ามาเลยจริงๆ”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่บุตรชายของตนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแล้วมองไปที่นางเหออย่าง้าออกคำสั่งต่อโดยที่ไม่สนใจสายตาไม่พอใจของหลิ่งเหวินที่มองมาที่เขาเลยแม้แต่น้อย
“ฮุ่ยหวงเอาเหล้ามาให้ข้า”จิ้นหงเอ่ยสั่งฮูหยินของตนเสียงเคร่ง
“ท่านพี่”นางเหอที่เห็นว่าเื่ชักจะบานปลายจึงได้เอ่ยเรียกสามีของตนอย่างอ่อนอกอ่อนใจที่สามีของนางนั้นกลายเป็คนเ้าอารมณ์เช่นนี้ ั้แ่ที่เขากลายเป็คนพิการ
“หากเ้ายังรักข้าอยู่ เ้าควรไปนำมันมาให้ข้า”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่นางเหอด้วยสายตาเคร่งเครียด
“ไม่ต้องขอรับท่านแม่หากท่านแม่ยังคงตามใจท่านพ่ออยู่เช่นนี้ ต่อไปหากเราออกจากจวนตระกูลเย่ พวกเราอาจจะลำบากเพราะความเอาแต่ใจของท่านพ่อก็เป็ได้นะขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองไปมองสบตากับบิดาของตนอย่างไม่ยินยอม
“เหอะ ใช่สิเพราะข้ามันไร้ประโยชน์แล้ว พวกเ้าจึงไม่เห็นหัวข้าเช่นนี้ ได้ต่อไปข้าจะไม่ถือว่าพวกเ้าเป็ครอบครัวของข้าอีก”จิ้นหงเอ่ยข่มขู่นางเหอนั้นจึงทำให้นางเหอที่รักสามีมากจนไม่สามารถทนได้ยินเขาเอ่ยดูถูกตัวของเขาเช่นนี้ได้อีกนั้นจึงทำให้นางถึงกับเร่งออกไปนำเหล้าเข้ามาให้สามีของตนในท่านที
“หึ”จิ้นหงที่รู้สึกพึงพอใจกับการกระทำของนางเหอเขาจึงได้หันไปส่งยิ้มให้กับหลิ่งเหวินเหนือกว่า
“ท่านแม่”หลิ่งเหวินที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เร่งออกมาห้ามนางเหอที่ตอนนี้นางกำลังเดินออกมาเพื่อจัดเตรียมเหล้าให้กับบิดาของตนเขารีบเดินเข้ามากุมมือนางเหอมารดาของเขาอย่าง้าหยุดมือของนาง
“อาเหวิน”นางเหอที่ถูกห้ามเอ่ยเรียกบุตรชายของตนพร้อมกับดันมือของหลิ่งเหวินออกพร้อมๆกับยกไหเหล้าเข้าไปในห้องของสามีของตนทันที
“ปล่อยไปเถอะตอนนี้เราทำได้เพียงแค่ปล่อยให้ท่านพ่อเมาเช่นนี้ไปก่อน หากท่านพ่อทำใจได้เมื่อใดเขาก็คงจะกลับมาเป็ปกติเช่นที่เคยเป็”ฟางเซียนเอ่ยบอกน้องชายของตนเสียงเรียบเพราะนางเองก็เริ่มจะรู้สึกชินชาแล้ว กับการกระทำเช่นนี้ของบิดาของตนที่เขาเอาแต่ดื่มเหล้าหลังจากที่เขารู้ว่าเขานั้นกลายเป็คนพิการแล้ว
“หากท่านพ่อสามารถดื่มเหล้าได้แล้วข้าคิดว่าอาการของพ่อน่าจะดีขึ้นจนสามารถออกจากจวนแห่งนี้ได้แล้วนะขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองสบไปที่สายตาของพี่สาวของตนอย่าง้าถามความเห็น
“ก็ดีเพราะพี่เองก็เบื่อสายตาของเหล่าสาวใช้ที่มองมาที่พวกแล้วหากพวกเราออกไปมีชีวิตเป็ของตนเองไม่ต้องกลัวการแต่งที่คนอื่นเป็ผู้หยิบยื่นมาให้ตนเช่นที่เป็อยู่ในทุกวันนี้
“เื่นี้เราต้องหารือกับท่านพ่อและท่านแม่เพราะหากเราตกลงกันแค่สองคนพี่น้องท่านพ่อคงจะมองว่าเราไม่เห็นหัวท่านเป็แน่”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจกับความประพฤติของบิดาของตนในวันนี้
“ก็จริงของเ้าเช่นนั้นรอให้ถึงเวลาเย็นเราค่อยปรึกษากับท่านพ่อท่านแม่หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จก็แล้วกัน”ฟางเซียนเอ่ยอย่างเห็นด้วยกับความเห็นของน้องชายของตน
“แล้วเ้าเล่าเป็เช่นไรบ้างเห็นคนในจวนพูดกันว่าเ้ากับจิวฮวาเข้าพบหลันฮวา เป็เช่นไรนางมีท่าทีเช่นไรกับเ้าบ้าง”ฟางเซียนเอ่ยถามน้องชายของตนด้วยสายตาเป็ห่วง
“นางให้อภัยกับเื่ที่ข้าเคยทำในอดีตแล้วขอรับแต่ดูแล้วนางคงจะเกลียดข้าเข้ากระดูกแล้วละขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเศร้า
“เฮ้อ เอาหน่าขอแค่นางยอมปล่อยพวกเราไปก็พอแล้วไม่ใช่หรือ เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องออกจากจวนแห่งนี้อยู่แล้วขอแค่นางไม่ตามจองล้างจองผลาญเราก็พอแล้ว เ้าตัดใจจากนางเสียเถอะ พี่เชื่อว่าเ้าจะพบกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับเ้าในสักวันหนึ่ง”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับตบลงที่ไหล่หนาของหลิ่งเหวินเบาๆอย่าง้าปลอบโยน
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่”หลิ่งเหวินเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มบาง
“ไม่เป็ไรตอนนี้เราเหลือกันเพียงแค่สองพี่น้องแล้วที่จะสามารถช่วยทำให้ครอบครัวของเราสบายขึ้นได้เรารักกันนะถูกแล้ว ที่ผ่านมาเป็เพราะเราพี่น้องมัวแต่แย่งชิงผลประโยชน์จึงทำให้ครอบครัวของเรานั้นถูกเล่นงานได้ง่ายๆเช่นนั้นต่อไปนี้เราสองพี่น้องควรสามัคคีกันให้มากๆต่อไปผู้อื่นจะได้ไม่สามารถมาทำร้ายครอบครัวของเราได้ง่ายๆอีก”ฟางเซียนเอ่ยบอกน้องชายของตนด้วยสายตาจริงจัง
“ขอรับพี่ใหญ่”หลิ่งเหวินที่เข้าใจความหมายที่พี่สาวของตนจะเอ่ยเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ดีเช่นนั้นตอนนี้เ้ากลับไปพักก่อนเถอะ อีกเดี๋ยวถึงเวลาอาหารเย็นพี่จะไปตามเ้ามาเอง”ฟางเซียนที่ไม่้าให้น้องชายต้องทนเห็นสภาพของพ่อของตนในเวลานี้นานนักเอ่ยบอกน้องชายของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ขอรับเช่นนั้นข้าขอตัวจากไปก่อนนะขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยบอกพี่สาวของตนแล้วเดินจากไปในทันที
ยามอาทิตย์อัสดง จิวฮวาที่กำลังนั่งซึมซับกับบรรยากาศยามเย็นอย่างสุขใจก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อความเงียบที่นางชื่นชมถูกขัดขวางโดยท่านอารองของนางที่กำลังเดินเข้ามาหานางที่นั่งอยู่ ณศาลาริมน้ำที่นางเคยถูกผลักลงไปเมื่อหน้าหนาวที่แล้ว
“จิวฮวา”ผิงเหยียนที่กลับมาจากนอกจวนเอ่ยเรียกหลานสาวของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เ้าคะท่านอา”จิวฮวาเอ่ยขานรับอาของตนด้วยรอยยิ้มบาง
“ในวันพรุ่งบ้านของพี่รองจะออกจากจวนตระกูลเย่หรือ”ผิงเหยียนที่ได้รับข่าวจากเมียรักของตนเดินเข้ามาเอ่ยถามหลานสาวของตนด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ใช่ เ้าค่ะ ท่านอามีอะไรหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามผิงเหยียนด้วยสีหน้าสงสัย
“ก็ไม่มีอะไรหรอกอาแค่คิดจะเตรียมทรัพย์สินให้พวกเขาเอาไว้ออกไปตั้งตัวนะ คนอื่นๆได้ไม่เอาไปพูดลับหลังเสียๆหายๆอีก”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างอ่อนใจ เพราะดูท่าเื่นี้เขาเองก็ต้องไปพูดกับเมียรักของเขาอีกยาวเป็แน่
“คิกๆข้าเป็กำลังใจให้ท่านอานะเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นท่าทางของผิงเหยียนท่านอารองของตนหัวเราะออกมาเบาๆเมียรู้อยู่แล้วว่าเื่ที่จะมอบทรัพย์สินให้กับครอบครัวของท่านอาของนางนั้นหลันฮวาต้องไม่เห็นด้วยกับท่านอารองของนางเป็แน่
“เ้านี้นะ แล้วนี้จะกลับเมื่อใด”ผิงเหยียนที่คิดจะตอบแทนหลานสาวตัวน้อยของตนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“ก็คงจะเป็วันเดียวกับที่ครอบครัวของท่านอาใหญ่ออกจากจวนนั้นแหละเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้อารองของตน
“เร็วถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”ผิงเหยียนเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ
“ก็ข้ามีนัดหมายกับยอดรักของข้านิเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับหันไปยักคิ้วให้อารองของตนด้วยท่าทางทะเล้น
“อย่าให้มากเกินไปนักนะเพราะถึงเช่นไรเ้าก็เป็หญิงหากแสดงออกมากเกินไป มันอาจจะดูไม่งามนัก”ผิงเหยียนเอ่ยเตือนหลานสาวของตนอย่างหวังดี
“เ้าค่ะ คิกๆข้าก็เอ่ยเช่นนี้กับคนในครอบครัวเท่านั้นแหละเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบอาของตนด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างขบขันเมื่อเห็นว่าตอนนี้ท่านอของตนนั้นเอาแต่มองมาที่นางด้วยสายตาเบื่อหน่าย
“ถึงเช่นนั้นเ้าก็ต้องระวังเพราะในตอนนี้ตระกูลของเรากำลังเป็ที่จับตามองขอเพียงแค่เราทำผิดเพียงแค่หายใจผิดจังหวะพวกเขาคงจะเอาไปพูดนินทากันสนุกปากไปเลยทีเดียวละ”ผิงเหยียนที่ตลอดมาเขานั้นไม่เคยจะต้องตกอยู่ในสายตาของผู้คนมากมายเช่นทุกวันนี้เอ่ยบอกหลานสาวของตนด้วยความเหนื่อยใจ
“อย่าไปสนใจสายตาของผู้คนมากนักเลยเ้าค่ะขอเพียงแค่เราสร้างตระกูลเย่ให้ยิ่งใหญ่ได้ต่อให้เราฆ่าคนตายกลางตลาดก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าที่จะมาเอาเื่พวกเราหรอกเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับมองผืนน้ำที่นิ่งสงบเบื้องหน้าของตนด้วยสายตาราบเรียบ
“ขอบใจเ้ามาก อาสัญญาว่าจะทำให้ตระกูลเย่ของเรากลายเป็ตระกูลที่ไม่มีผู้ใดกล้ามองข้ามหรือเข้ามาหาเื่อีก”ผิงเหยียนหันมาเอ่ยกับหลานสาวของตนด้วยสายตาหนักแน่น
“ข้าเชื่อว่าท่านรองจะสามารถทำมันได้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ท่านอารองของตนอย่าง้าให้กำลังใจ
ห้องโถง ตระกูลเย่
“ข้าและครอบครัวจะขอออกไปใช้ชีวิตนอกจวนหลักตระกูลเย่”จิ้นหงเอ่ยบอกผิงเหยียนที่นั่งคู่กับหลันฮวาอยู่ที่กลางห้องโถงด้วยน้ำเสียงเรียบ
“พี่รองแล้วพวกท่านมีที่จะไปแล้วหรือขอรับ”ผิงเหยียนเอ่ยถามอย่างแปลกใจเมื่อฉีจ้านไม่สามารถบอกที่ที่คนทั้งสี่จะไปพักหลังจากออกจากจวนแห่งนี้ได้
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงขอรับพวกเราจะไปพักที่บ้านเดิมของท่านแม่ขอรับ”หลิ่งเหวินที่สนิทกับเหอเกาหยวนท่านตาของตนเอ่ยตอบอาของตนด้วยน้ำเสียงยินดีที่ในที่สุดเขาและพี่สาวจะมีชีวิตเป็ของตนเองเสียที
“เช่นนั้นหรือ”ผิงเหยียนเอ่ยถามอย่างแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจิ้นหงที่หยิ่งในศักดิ์ศรีนั้นจะยอมไปอาศัยกับคนที่เขาเคยรังเกียจในอดีต
“เ้าค่ะ”ฟางเซียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เช่นนั้นข้าคงไม่อาจจะทำอะไรได้อีกแล้วในเมื่อพี่รองและครอบครัวตัดสินใจเช่นนั้นแล้วข้าที่เป็จ้าวบ้านจะขอมอบทรัพย์สินให้พวกท่านนำไปใช้ชีวิตหรือตั้งตัวที่นอกจวน”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ครอบครัวของจิ้นหงด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เื่ทรัพย์สินเงินทองนั้นไม่ใช่เื่ยากหรอกเ้าค่ะทางบ้านของข้าไม่ถือว่าเป็อะไรอยู่แล้วละเ้าค่ะ”นางเหอเอ่ยตอบเพราะนางนั้นไม่้าให้ลูกๆและสามีของนางนั้นเสียศักดิ์ศรีมากกว่าที่ควรจะเป็ในตอนนี้
“เช่นนั้นก็แล้วแต่การตัดสินใจของพี่สะใภ้เลยขอรับ”ผิงเหยียนที่เข้าใจพี่สะใภ้ของตนเป็อย่างดีเอ่ยบอกพี่ชายของตน พร้อมกับส่งรอยยิ้มบางให้กับนางเหอที่มองมาที่ตนอยู่อย่าง้าปลอบใจเพราะเขานั้นรับรู้ถึงสถานการณ์ของนางเหอและครอบครัวเป็อย่างดี
“ได้เวลาแล้วพวกเรารีบไปกันเถอะ”จิ้นหงที่รู้สึกทนไม่ได้ที่ต้องมาเห็นว่าลูกสาวใช้นั้นกลับกลายว่ามีอำนาจมากกว่าตนแล้วจึงได้เอ่ยแทรกบทสนทนาของทุกขึ้นมากอย่างไร้มารยาท
“หึ”หลันฮวาที่เห็นท่าทางหยิ่งยโสจิ้นหงจึงได้แต่แค่นเสียงออกมาเบาๆพร้อมกับจ้องมองมาที่จิ้นหงด้วยสายตาไม่พอใจที่เห็นว่าชายตรงหน้านั้นไม่ให้เกียรติสามีของนาง
“ท่านพี่”นางเหอที่เห็นว่าสามีของตนนั้นกำลังเสียมารยาทหันไปเอ่ยเรียกสามีของตนอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นหน้าของสามีของตนที่ตอนนี้ได้มีสีแดงก่ำจากความเมามาย
“หากเป็เช่นนั้นเราจะให้รถม้าไปส่งพี่ใหญ่และครอบครัวนะขอรับ”ผิงเหยียนที่เห็นท่าทางเมามายเช่นนั้นของพี่ชายของตนเอ่ยบอกนางเหอและครอบครัวของนางด้วยความเห็นใจ
“ขอบคุณมาก”นางเหอที่เข้าไปพยุงสามีของตนหันกลับมาเอ่ยขอบคุณน้องสามีของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ไม่เป็อะไรขอรับเชิญเถอะเดี๋ยวข้าจะช่วยเองนะขอรับ”ผิงเหยียนเอ่ยพร้อมกับเข้าไปช่วยพยุงตัวของพี่ชายของตนแต่กลับกลายเป็ว่าจิ้นหงนั้นสะบัดมือออกจากมือของผิงเหยียนอย่างไม่พอใจ
“เ้า!”หลันฮวาที่เห็นว่าสามีของตนถูกปฏิเสธเช่นนั้นถลึงตามองมาที่จิ้นหงอย่างไม่พอใจ หลิ่งเหวินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ยอมปล่อยมืออกจากแขนของจิ้นหงอย่าง้าตามใจคนเมา
“ท่านพ่อ”หลิ่งเหวินที่เห็นการกระทำที่หยาบคายของบิดาของตนเอ่ยเรียกบิดาของตนเบาๆพร้อมกับเร่งเข้าไปช่วยนางเหอพยุงบิดาของตนแล้วพยุงบิดาของตนออกไปทันที
“พี่ฟางเซียน”จิวฮวาที่ได้รับตั๋วเงินจากผิงเหยียนเอ่ยเรียกญาติผู้พี่ของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“มีอะไรหรือ จึงเรียกข้าออกมาในเวลานี้”ฟางเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ข้าให้เ้าค่ะ”จิวฮวาที่เห็นว่าตอนนี้ทุกคนกำลังจะเดินไปถึงหน้าประตูจวนแล้วจึงได้เร่งยัดตั๋วเงินให้กับฟางเซียนแล้วรีบเดินจากไปทันที
“จิวฮวา”ฟางเซียนที่คลี่ดูตั๋วเงินในมือของตนนางจึงเอ่ยเรียกจิวฮวาด้วยน้ำเสียงใด้วยไม่คิดว่าคนที่ตนและครอบครัวเคยทำร้ายในอดีตจะยื่นมือมาช่วยเหลือนางได้มากมายเช่นนี้
“ขอบใจเ้ามาก”ฟางเซียนที่มีลางสังหรณ์แปลกๆเอ่ยขอบคุณจิวฮวาด้วยความซาบซึ้งใจแล้วเดินขึ้นรถม้าเพื่ออกเดินทางในทันที
ประตูจวนตระกูลเหอ
“ข้ามาพบท่านตา”หลิ่งเหวินที่ลงจากรถม้าเอ่ยกับยามเฝ้าประตูด้วยน้ำเสียงเรียบ
“อะเอ่อ”ยามเฝ้าจวนที่เคยเห็นหลิ่งเหวินมาบ้างเอ่ยอย่างตะกุกตะกักด้วยไม่รู้ว่าในตอนนี้ตนนั้นควรจะตอบชายหนุ่มตรงหน้าของตนได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้ตระกูลเหอนั้นไม่ใช่ของชายหนุ่มตรงหน้าอีกต่อไปแล้วเพราะั้แ่ที่นายท่านเหอได้ตายจากการตรอมใจตาย ตระกูลเหอแห่งนี้ก็ตกไปอยู่ในมือของเหอไฉฉิง ลูกชายบุญธรรมของเหอเกาหยวนไปเมื่อไม่นานมานี้เอง
“มีอะไรเกิดขึ้นกับท่านตา”หลิ่งเหวินที่สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของยามหน้าจวนแล้วเขาจึงได้เอ่ยเค้นยามทั้งสองหน้าจวนตระกูลเหออย่าง้าคำตอบ
“นึกว่าใครที่ไหนมาก่อกวนหน้าตระกูลที่แท้ก็เป็หลานชายผู้ล้างผลาญนั้นเอง”น้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยดังขึ้นมาจากด้านหลังประตูจวนนั้นจึงทำให้หลิ่งเหวินที่ได้ยินเสียงของบุคคลที่เขาไม่ชอบหลิ่งเหวินเขาจึงได้หันไปมองชายวัยกลางคนตรงหน้าของตนด้วยสายตาแข็งกร้าว
“ใครให้เ้าเสนอหน้ามาพูดคุยกับข้ากัน”หลิ่งเหวินเอ่ยถามอริของตนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“หึ จะไม่มีที่พึ่งแล้วยังจะไม่รู้ตัวอีก”เหอไฉฉิงหรือลุงบุญธรรมของหลิ่งเหวินเอ่ยตอบพร้อมกับมองมาที่หลิ่งเหวินด้วยสายตาเหนือกว่า
“เ้าพูดอะไร หลีกไปอย่างมาขวางทางข้า”หลิ่งเหวินเอ่ยเสียงดังพร้อมกับพยายามเดินเข้าไปในจวนตระกูลเหอด้วยความเคยชิน
“ลากมันออกไปหากใครปล่อยให้มันเข้ามาในจวนของข้าอีกมันผู้นั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนอีกก็แล้วกัน”เหอไฉฉิงที่เห็นท่าทีไม่เยเสของหลิ่งเหวินเอ่ยสั่งเหล่าบรรดาลูกน้องของตนเสียงเข้มทำให้ไม่นานหลิ่งเหวินก็ถูกผู้คนลากออกมาจากในจวนทันที
“ข้าจะไปหาท่านตาของข้าไฉฉิงเ้าคนเลวเ้าทำอะไรท่านตาของข้า”หลิ่งเหวินที่เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากละโถามลุงบุญธรรมของตนเสียงดัง
“หึ ท่านพ่อยกตระกูลนี้ให้ข้าแล้ว”เหอไฉฉิงเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มร้ายหลิ่งเหวินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจเพราะเขาจำได้ว่าในอดีตนั้นท่านตาเคยเอ่ยบอกเขาเอาไว้ว่าจะมอบตระกูลเหอและกิจการของตระกูลเหอให้กับตนหากตอนนี้เ้าลุงชั่วตรงหน้านี้บอกวาตระกูลเหอเป็ของมันเห็นทีว่าเ้าลุงชั่วผู้นี้ต้องทำอะไรท่านตาของเขาเป็แน่
“ข้าไม่เชื่อ ท่านตาเคยบอกเอาไว้ว่าจะมอบทุกอย่างให้กับข้า”หลิ่งเหวินเอ่ยอย่างยากจะเชื่อ
“เ้าไม่เชื่อแล้วจะทำสิ่งใดได้ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างของท่านพ่อคือของข้าอย่างสมบูรณ์แล้ว”ไฉฉิงเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเย้ยหยันให้กับหลิ่งเหวินที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนอย่างเหนือกว่า
“ท่านตาของข้าอยู่ที่ใด”หลิ่งเหวินเอ่ยถามเสียงเคร่ง
“หึหากอยากรู้นักก็ไปดูที่สุสานของบรรพชนดูสิเผื่อเ้าจะสามารถปลุกให่คนตายขึ้นมาเรีกร้องความเป็ธรรมให้กับเ้าได้”เหอไฉฉิงเอ่ยพร้อมกับมองมาที่หลานชายตัวดีของตนด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“เ้าหมายความว่าเช่นไร”หลิ่งเหวินเอ่ยถามด้วยสายตาสั่นไหวด้วยไม่คิดว่าเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือนท่านตาของตนจะมาจากไปจากตนและครอบครัวเสียแล้ว
“หึหากอยากรู้ก็ไปถามความเอากับแม่ของเ้าเอาเองเสียสิ”เหอไฉฉิงเอ่ยพร้อมกับมองไปที่รถม้าด้านหลังของหลิ่งเหวินแล้วแค่นยิ้มออกมาเบาๆ
“เอ้า เ้ารีบไปเสียสิจะมายืนขวางหน้าข้าอยู่อีกทำไม”เหอไฉฉิงเอ่ยไล่หวิ่งเหวินเสียงดัง
“อ้อ แล้วอย่ากลับมาที่นี้อีกก็แล้วกันเพราะข้าจะไม่รับรองความปลอดภัยของเ้ากับครอบครัวของเ้าอีก”เหอไฉฉิงที่เห็นว่าหลิ่งเหวินนั้นมีท่าทีว่าจะเข้ามาทำร้ายตนก็ได้โบกมือเรียกเหล่าเวรยามเข้ามาคุมตัวของหลิ่งเหวินเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของตนแล้วจึงได้สั่งให้คนของตนปิดประตูจวนในทันที
“อาเหวินแล้วเช่นนี้เราจะทำเช่นไรดีละ”นาเหอที่รับรู้เื่ราวทั้งหมดแล้วเอ่ยถามบุตรชายของตนทั้งน้ำตาเพราะนางจากนางจะเสียใจจากการจากไปของบิดาของนางแล้ว นางยังเป็กังวลเื่ความเป็อยู่ของครอบครัวนางอีกด้วย
“คืนนี้พวกเราจะไปพักที่โรงเตี้ยมกันก่อนแล้ววันพรุ่งนี้ข้ากับน้องชายจะออกไปจัดการเื่ที่อยู่อาศัยใหม่ของเราเองเ้าค่ะ”ฟางเซียนที่ในตอนนี้นางนั้นยังคงเป็คนเดียวที่ยังมีสติมากกว่าทุกคนเป็ที่สุดเอ่ยบอกมารดาของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“พี่ใหญ่แล้วเราจะเอาเงินจากที่ใดไปหาที่อยู่ใหม่ละขอรับและดูจากท่าทางของเ้าไฉฉิงแล้วดูท่าว่าเราคงจะไม่สามารถอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ได้แล้วเพราะข้าเชื่อว่าคนเช่นมันนั้นคงไม่มีทางปล่อยให้เราอยู่ใกล้ๆพวกมันเป็แน่”หลิ่งเหวินที่ส่งบิดาและมารดาของตนเข้าห้องพักเรียบร้อยแล้วเอ่ยปรึกษากับพี่สาวของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องห่วงก่อนออกมาจิวฮวานางได้แอบมอบตั๋วเงินพวกนี้ให้กับข้า”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับหยิบตั๋วเงินออกจากแขนเสื้อของตนแล้ววางตั๋วเงินมากกว่าห้าแผ่นลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
“นางให้เรามากมายเช่นนี้เลยหรือขอรับ”หลิ่งเหวินที่เห็นว่าตั๋วเงินทั้งห้าแผ่นนั้นมีมูลค่าเท่ากับแผ่นละหนึ่งหมื่นตำลึงนั้นก็เท่ากับว่าตอนนี้พวกเขานั้นมีเงินอยู่ในมือมากกว่าห้าหมื่นตำลึงด้วยด้วยกัน
“ใช่ เราติดหนี้บุญคุณนางมากเลยทีเดียว”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่น้องชายของตนด้วยแววตาเป็ประกาย
“หากวันข้างหน้าเรามีโอกาสเราค่อยตอบแทนนางและครอบครัวของนางดีหรือไม่ขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับมองมาที่พี่สาวของตนด้วยสายตาซาบซึ้งใจ
“เช่นนั้นเราก็รีบสร้างตัวเถอะขอรับเราจะได้รีบตอบแทนจิวฮวานางเร็วๆ”หลิ่งเหวินเอ่ยบอกพี่สาวของตนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“เช่นนั้นเราก็กลับไปนอนพักเสียก่อนเถอะวันพรุ่งนี้เราจะได้รีบออกหาที่อยู่ใหม่ของเราเสียที”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่น้องชายของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เช่นนั้นก็ราตรีสวัสดิ์นะขอรับพี่ใหญ่”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องพักของพี่สาวของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
จวนตระกูลเย่
“เ้าจะรีบกลับแล้วหรือ”ผิงเหยียนที่เห็นว่าหลานสาวของตนนั้นได้มาเอ่ยลาในยามวิกาลเช่นนี้จึงได้เอ่ยถามหลานสาวของตนด้วยความเป็ห่วง
“ใช่เ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง
“แล้วเช่นนี้เ้าจะกลับเช่นไรในเมื่อตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว”ผิงเหยียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ท่านอารองไม่ต้องเป็ห่วงข้าไปหรอกเ้าค่ะเพราะอีกเดี๋ยวพี่ไป่ฉีก็คงจะต้องมารับข้าออกเดินทางแล้วละเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยบอกอารองของตนด้วยรอยยิ้มกว้างทางด้านผิงเหยียนที่เห็นเช่นนั้นจึงแต่ถอนหายใจออกมาอย่างแ่เบา
“หากเช่นเป็นั้นยามเ้าจะจากไปก็อย่าลืมพาเขามาลาอาด้วยละ”ผิงเหยียนเอ่ยกำชับหลานสาวของตนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเคร่งครัด
“เ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงขบขัน
“เช่นนั้นข้าขอตัวนะเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นว่าบนโต๊ะทำงานของผิงเหยียนยังเหลืออีกมากจิวฮวาจึงได้บอกลาท่านอารองของตนอย่างเกรงอกเกรงใจ
“เ้าไปเถอะ”ผิงเหยียนโบกมือไล่หลานสาวของตนออกไปด้วยสีหน้ารำคาญใจ
ทวีปปราณ์
“มาได้แล้วหรือ”จิวฝูที่เห็นกชหน้าของน้องสาวของตนที่นั่งอยู่ที่ศาลาจุดโปรดของตนนั้นจึงทำให้เขาอดที่จะเอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยความแปลกใจไม่ได้
“เ้าค่ะ”จิวฮวาที่นั่งชมดอกเหมยสีแดงสดที่ผลิบานอยู่ในสวนด้วยสายตาชื่นชมเอ่ยตอบพี่ชายของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“แล้วเมื่อใดเ้าจะไปหลอมรวมพลังิญญาสุดท้ายของเ้าให้แล้วเสร็จสินเสียที”จิวฝูเอ่ยถามน้องสาวของตนอย่างสงสัยเพราะดูเหมือนว่าน้องสาวของตนนั้นจะไม่เร่งรีบอะไรเลย
“ก็คงจะเร็วๆนี้แหละเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้กับพี่ชายของตน
“น้ำชามาแล้ว”ไป่ฉีที่อาสาไปชงชามาให้หญิงคนรักของตนเอ่ยบอกจิวฮวาด้วยน้ำเสียงเริงร่า
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ”จิวฮวาที่รับชุดถ้วนน้ำชามาจากไป่ฉีเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงหวาน
“ไม่เป็ไรพี่ยินดีทำให้เ้าไปตลอดชีวิตของพี่”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับนั่งลงด้านข้างของจิวฮวาอย่างแเีแล้วรับจอกชาจากจิวฮวาด้วยรอยยิ้มหวาน
“เฮ้อ”จิวฝูที่เห็นว่าตอนนี้คนทั้งสองได้เข้าสู่โลกส่วนตัวแล้วเขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินจากไปในทันที
วังราชวงศ์หลง
“เ้าบอกว่าอะไร”เสียงแหลมเอ่ยถามนางกำนัลในวังด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
“อะเอ่อ ดูเหมือนว่าท่านเสนาบดีจะเสนอให้องค์จักรพรรดิรับสนมเข้ามาเพื่อสร้างทายาทัเ้าค่ะ”นางกำนัลในตำหนักเอ่ยรายงานนายของตนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ปัง! เสียงทุบพนักวางแขนอย่าขัดใจ
“มันกล้าดีอย่างไรจึงคิดที่จะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตการแต่งงานของข้า”ลี่ฟางหรือหนิงเหม่ยเอ่ยด้วยท่าทีขัดเคือง
“นายหญิงใจเย็นก่อนเ้าค่ะ”เหล่านางกำนัลที่เห็นว่าตอนนี้ผู้เป็นายกำลังจะเดินออกจากตำหนักเพื่อไปจัดการเหล่าขุนนางที่คุกเข่าขอร้องให้สามีของนาต้องรับเหล่านางแพศยาพวกนั้นเขามาเป็สนมของสามีของนาง
“ดูเหมือนว่าข้าจะใจดีกับพวกเ้ามากเกินไป”ลี่ฟางที่ถูกเหล่านางกำนัลเข้ามาจับชายเสื้อของนางเพื่อห้ามปรามหันมาตวาดใส่เหล่านางกำนัลด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด นั้นจึงทำให้เหล่านางกำนัลใจนยอมปล่อยมือจากชายเสื้อของลี่ฟางในที่สุด
“ขอองค์จักรพรรดิรับสนมด้วย”เสียงขอร้องของเหล่าขุนนางดังเซ็งแซ่ทั่วทั้งลานหน้าตำหนักของหลงต๋าฉือหรือเหยียนอินฉีทำให้ลี่ฟางที่มาถึงหันไปมองเหล่าขุนนางที่ลานหน้าตำหนักของหลงต๋าฉือด้วยสายตาไม่ชอบใจ
“ข้ามาขอเข้าพบองค์จักรพรรดิ”ลี่ฟางที่มาถึงด้านหน้าตำหนักเอ่ยบอกคนสนิทของหลงต๋าฉือด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ต้องขออภัยด้วยขอรับ ตอนนี้องค์จักรพรรดิไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนเวลาพักได้ขอรับ”เสียงแหบแห้งของชายชราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“หึ”ลี่ฟางที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่เดินเข้าไปเปิดประตูอย่างมีโทสะ
“เ้ากลายเป็คนไม่มีมารยาทเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน”หลงต๋าฉือที่นั่งอยู่ในห้องทำงานเอ่ยถามลี่ฟางด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ก็ั้แ่ที่ท่านนอกใจข้านั้นแหละเ้าค่ะ”ลี่ฟางเอ่ยตอบพร้อมกับนั่งลงที่ด้านหน้าของชายคนรักของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ข้าจะรับสนม”หลงต๋าฉือที่้าทำาเย็นกับหญิงตรงหน้าของตนเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยนั้นจึงทำให้คิ้วของลี่ฟางถึงกับขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจ
“หากท่านรับพวกมันเข้ามาข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด”ลี่ฟางเอ่ยบอกสามีของตนด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
“หึหากเ้าคิดจะสร้างศัตรูไปทั่วทั้งอาจักรราชวงศ์หลงของข้า เื่นั้นก็แล้วแต่เ้าเลยแล้วกัน”หลงต๋าฉือเอ่ยตอบด้วยท่าทีไม่แยแสกับสายตาแข็งกร้าวของลี่ฟางที่มองมาที่ตนในตอนนี้
“ข้ายอมเป็ศัตรูกับคนทั้งแผ่นดินเพื่อที่ข้านั้นจะสามารถท่านได้เพียงคนเดียว”ลี่ฟางเอ่ยพร้อมกับมองสบตากับหลงต๋าฉือด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เ้ามาหาข้าเพียงเพราะเื่แค่นี้หรือ”หลงต๋าฉือเอ่ยเลิกคิ้วถามลี่ฟางด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายที่เขานั้นต้องมาสนทนากับสตรีที่น่ารังเกียจเช่นลี่ฟางเช่นนี้
“ถึงสำหรับท่านมันจะเป็เื่เล็กน้อยเเต่สำหรับข้าเื่พวกนี้มันคือเื่ใหญ่เพราะข้านั้นไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งท่านไปจากข้าเป็อันขาด”ลี่ฟางยื่นคำขาดแล้วสะบัดหน้าเดินออกจากห้องของหลงต๋าฉือไปในทันที
วังราชวงศ์ไท่
“อาณาจักรของเราล่มสลายไปนานแล้วพี่ใหญ่จะไปหาคนจากที่ใดมาช่วยสร้างอาณาจักรไท่ให้เสร็จได้โดยเร็วละเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามพี่ชายของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เื่นั้นเ้าไม้ต้องเป็ห่วงคนที่เคยเป็ประชาชนของเราที่้าจะกลับมาอาศัยหรือเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอาณาจักรของเรานั้นถือว่ามีอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว”จิวฝูเอ่ยตอบน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายเพราะเื่การสร้างอาณาจักรของเขานั้นถือว่าคืบหน้าไปได้มากพอสมควรเลยทีเดียว
“ข้าเชื่อว่าพี่ใหญ่จะสามารถสร้างอาณาจักรของเราให้กลับมายิ่งใหญ่ได้ดั่งเดิมเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่พี่ชายของตนด้วยสายตาภาคภูมิใจ
“พี่จะทำให้อาณาจักรของเรายิ่งใหญ่มากกว่าอาณาจักรของราชวงศ์หลงคนพวกนั้นจะต้องเสียใจที่กล้าทำลายอาณาไท่ของเราในอดีต”จิวฝูเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าเชื่อเ้าค่ะว่าพี่ใหญ่จะสามารถทำมันได้สำเร็จเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองสบตาพี่ชายของตนด้วยสายตาหนักแน่น
“ฮวาเออร์ หากเ้าสามารถหลอมรวมพลังิญญาได้หมดสิ้นแล้วเรามาสร้างครอบครัวของเรานะ”ไป๋ฉีที่เห็นว่าจิวฮวากำลังนั่งชมดาวอยู่หน้าตำหนักเอ่ยพร้อมกับเข้ามากอดที่เอวบางด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ก็ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วนิเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับวางมือของตนเอาไว้บนมือของไป่ฉีที่กอดตนอยู่อย่าง้ายืนยันคำพูดของตน
“เช่นนั้นแล้วเ้าให้พี่ไปนำมันมาให้เ้าดีหรือไม่ เ้าจะได้ไม่ต้องไปเหยียบที่วังแห่งนั้นอีก”ไป่ฉีเอ่ยถามพร้อมกับก้มลงจุมพิตที่กลุ่มผมของจิวฮวาด้วยสายตาหลงใหล
“หากพี่ฉีทำเช่นนั้นแล้วสบายใจท่านก็ทำไปเถอะเ้าค่ะ”จิวฮวาที่เข้าใจความกังวลของชายคนรักของตนเป็อย่างดีเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มหวานแล้วหันไปกดจูบที่แก้มสากของไป่ฉีอย่างเอาใจ
“ขอบใจเ้ามากที่เข้าใจพี่”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับกระชับอ้อมกอดจิวฮวาให้แน่นขึ้น
ตำหนักหยางเหว่ย (ตำหนักของจิวฝู)
“ข้าน้อยคาราวะนายน้อยขอรับ”หยูป๋อจิ้งที่เข้ามาในห้องเอ่ยทำความเคารพผู้เป็นายของตนหลังจากที่เขาได้กลับมาจากการศึกษาเื่ราวต่างๆจากหอสมุดที่หมู่บ้านของชาวปักษา
“ท่านรู้เื่ราวทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่”จิวฝูที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ขอรับ”หยูป๋อจิ้งค้อมตัวเอ่ยตอบด้วยท่าทางนอบน้อมด้วยตอนนี้เขารู้แล้วว่านายน้อยทั้งสองของตนนั้นเคยเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่เพียงใดมาก่อนในอดีต
“ดีต่อไปเราจะได้เริ่มงานของเราได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับส่งแผนผังเมืองที่เขาและจิวฮวาได้ช่วยกันคิดและวางแผนร่วมกันเมื่อหลายเดือนให้กับหยูป๋อจิ้งด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“แผนผังเมืองหรือขอรับ”หยูป๋อจิ้งที่มองศึกษาแผ่นกระดาษในมือของตนแล้วเอ่ยขึ้นมาถามนายของตนด้วยสายตาเป็ประกายเพราะนอกจากจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรแล้วนายน้อยของเขานั้นยังคิดที่จะเปลี่ยนสายน้ำธรรมดาๆกลายเป็น้ำปราณที่มีแห่งกำเนิดเป็เกาะลอยฟ้าที่ลอยอยู่เหนืออาณาจักรราชวงศ์ไท่ทำให้ละอองน้ำที่ตกกระทบลงมาระหว่างช่องว่างของูเาสูงชันที่มีหมูมวลพืชปราณที่เกิดเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น
“เป็เช่นไรบ้าง มีเื่อะไรที่ต้องแก้ไขบ้างหรือไม่”จิวฝูเอ่ยถามความเห็นของหยูป๋อจิ้งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หากนายน้อยบอกว่าดีข้าน้อยก็ว่าดีขอรับ”หยูป๋อจิ้งเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มยินดี
“พวกเขาจะกลับมาในที่แห่งนี้หรือไม่”จิวฝูเอ่ยถามหยูป๋อจิ้งด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ท่านผู้เฒ่าเฟยฝากเรียนนายน้อยว่าพวกเขานั้น้าจะกลับมาอยู่ยังพื้นที่เดิมของพวกเขาขอรับ”หยูป๋อจิ้งที่ตอนนี้รู้สึกสนิทสนมและคุ้นเคยกับผู้เฒ่าเฟยหัวหน้าเผ่าปักษาไม่น้อยเอ่ยบอกตามที่ตาเฒ่าเฟยเ้าของหอสมุดหลวงฝากมาบอกับนายของตน
“เช่นนั้นก็ดี เพราะถ้าหากเผ่าปักษามาเผ่าคนแคระก็คงจะติดตามพวกเขามาด้วย”จิวฝูที่รู้ดีถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเผ่าปักษาและเผ่าคนแคระเอ่ยด้วยรอยยิ้มยินดี
“เป็เช่นนั้นขอรับ”หยูป๋อจิ้งเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มออกมาเบาๆ
วังราชวงศ์หลง
“เ้ามาที่วังของข้าด้วยเื่อันใด”หลงต๋าฉือที่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังปราณของไป่ฉีที่เข้ามายังวังของตนอย่างไม่ได้รับอนุญาตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ข้ามาทำงานของข้าให้เสร็จสิ้น”ไป่ฉีเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินไปที่ลานหน้าตำหนักของหลงต๋าฉือที่ตอนนี้ยังคงมีขุนนางบางส่วนที่ยังนั่งคุกเข่าขอร้องเื่สนมอยู่แต่เพราะความใจร้อนของไป่ฉีเขาจึงได้เดินตรงหรี่ไปที่กลางลานที่มีต้นกุหลาบแดงที่มีรั้วล้อมรอบอยู่ด้วยสายตาหมายมั่น
“เ้าจะทำอะไร”หลงต๋าฉือที่เห็นว่าไป่ฉีคิดจะเข้าไปวุ่นวายกับสิ่งที่หยุนอวี้ได้ทิ้งไว้เพื่อย้ำเตือนความผิดของเขาในอดีตเขาจึงได้เอ่ยถามพร้อมกับเข้าไปกำบังต้นกุหลาบแดงต้นนั้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“ข้าจะมานำต้นกุหลาบกลับเอาไปให้เ้าของที่แท้จริงของมัน”ไป่ฉีเอ่ยตอบพร้อมกับยังคงเดินเข้าหาต้นกุหลาบแดงอย่างไม่สนใจหลงต๋าฉือที่ยังคงยืนขวางหน้าตนอยู่แล้วเอื้อมมือไปยังดงกุหลาบแดงตรงหน้าของตนต่อทันที
“ข้าไม่ให้ หากนาง้า นางก็ต้องมารับเอาไปเองมิใช่ปล่อยให้ผู้อื่นมาทำหน้าที่แทนตนเช่นนี้”หลงต๋าฉือที่้าพบหน้าของหญิงคนรักของตนอีกสักครั้งเอ่ยบอกไป่ฉีด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ข้าและนางนั้นหาใช่คนอื่นคนไกลไม่อีกไม่นานข้าและนางนั้นก็จะกลายเป็คนคนเดียวกันแล้ว เช่นนั้นข้าคิดว่าเหตุผลเหลวไหลของเ้าในครั้งนี้คงฟังไม่ขึ้นสักเท่าใดนัก”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับมองสบตาของหลงต๋าฉือด้วยสายตาจริงจัง
“ข้าไม่ให้”หลงต๋าฉือเอ่ยพร้อมกับใช้มือที่แฝงไปด้วยพลังปราณของตนตบลงไปที่ข้อมือหนาของไป่ฉีอย่างจงใจแต่ไป่ฉีที่รู้ทันกลับใช้มืออีกข้างคว้าไปที่ข้อมือของหลงต๋าฉือเพื่อหยุดการโจมตีของเขาได้อย่างทันท่วงที
“องค์จักรพรรดิ”เหล่าขุนนางที่เห็นว่าตอนนี้ผู้เป็นายของตนนั้นได้กลับไปเป็รองเอ่ยเรียกผู้เป็นายของตนด้วยสายตาเป็ห่วงและตื่นใ
“ข้าไม่้าทำร้ายเ้าเช่นนั้นแล้วข้าว่าเ้าควรอยู่นิ่งๆจะเป็การดีสำหรับตัวของเ้ามากกว่านะ”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับออกแรงดันตัวของหลิ่งเหวินออกไปให้พ้นทางของตนโดยที่เขาไม่ลืมที่จะสกัดจุดของหลงต๋าฉือแล้วเขาจึงได้เริ่มใช้พลังปราณของเขาห่อหุ้มต้นกุหลาบเพื่อนำมันกลับไปมอบให้กับหญิงคนรักของตนในทันที
“องค์จักรพรรดิ!”เหล่าขุนนางที่เห็นว่าองค์จักรพรรดิของตนได้ถูกล่วงเกินจึงได้เอ่ยเรียกด้วยท่าทีตกอกใแต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะหุนหันเข้าไปเพราะกลัวว่าตนนั้นจะสร้างอันตรายให้กับองค์จักรพรรดิของตน
“ขอบใจเ้ามากที่ให้ความร่วมมือกับข้าข้าขอตัวก่อนก็แล้วกันนะเพราะตอนนี้นางคงกำลังรอข้ากลับไปอยู่เป็แน่”ไป่ฉีที่จัดการถอนต้นกุหลาบออกมาได้อย่างง่ายดายหันไปเอ่ยกับหลงต๋าฉือที่ยืนแข็งทื่ออยู่ด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์แล้วเดินหายตัวเข้าไปในหลุมมิติของตนในทันที
“องค์จักรพรรดิ!”เหล่าขุนนางที่เห็นว่าชายแปลกหน้าได้จากไปแล้วพวกเขาจึงได้กรูกันเข้ามาดูอาการของผู้เปนเหนือหัวของตนในทันที
ผลัก! หลงต๋าฉือที่ตอนนี้สามารถขยับร่างกายของตนได้แล้วเอ่ยพร้อมกับเหวี่ยงหมัดของตนไปที่เหล่าขุนนางของตนอย่างเดือดดาลที่คนเหล่านี้ปล่อยให้เ้าไป่ฉีสามารถนำต้นกุหลาบที่ตนใช้ดูต่างหน้าหยุนอวี้หญิงคนรักของตนไปได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่มีผู้ใดที่คิดจะเข้ามาขัดขวางไป่ฉีเลยแม้แต่คนเดียว
“อย่ามายุ่งกับข้าพวกไม่ได้เื่เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ”หลงต๋าฉือที่ตอนนี้ได้อารมณ์เย็นลงแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานของตนด้วยท่าทางฉุนเฉียวด้วยเพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าชีวิตของเขาจะไม่เป็ไปตามที่เขาคิดหรือคาดการเอาไว้แม้แต่อย่างเดียว
“ท่านพี่เป็เช่นไรบ้างเ้าคะ”หลงชุนเหลียงที่รับรู้ข่าวจากเหล่านางกำนัลนางจึงได้เร่งเข้ามาดูอาการของพี่ชายของนางด้วยสีหน้าเป็ห่วง
“วันนี้เ้าไป่ฉีมันหยามหน้าข้า”หลงต๋าฉือกัดฟันกรอดอย่างเจ็บแค้นใจที่ถูกคนรักใหม่ของหยุนอวี้หรือจิวฮวาในปัจจุบันมาหยามเกียรติของตนถึงในวังเช่นนี้
“ท่านพี่มันอาจจะไม่ได้เป็อย่างเช่นที่พวกท่านคิดก็ได้นะเ้าคะ”หลงชุนเหลียงเอ่ยปลอบพี่ชายของตนเสียงแ่ด้วยนางนั้นก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าจิวฮวานั้นมีเหตุผลใดที่ให้ไป่ฉีเข้ามานำเศษเสี้ยวิญญาชิ้นสุดท้ายกลับไป
“หึ นางคงจะเกลียดพี่มาก จึงได้ให้เ้าแมวขาวนั้นมาหยามหน้าข้าเช่นนี้”หลงต๋าฉือเอ่ยแล้วกำมือของตนแน่นจนเห็นข้อมือขาวของเขาอย่าง้าสะกดข่มโทสะของตน
“โถ่! ท่านพี่”หลงชุนเหลียงเอ่ยพร้อมกับวางมือที่แผ่นหลังของพี่ชายของตนอย่าง้าปลอบใจแต่นั่นกลับทำให้หลงต๋าฉือนั้นรู้สึกว่าตนเองนั้นแพ้เ้าแมวขาวนั้นสมบูรณ์และน่าสมเพชมากเสียจนต้องให้น้องสาวของเขาต้อองมองมาที่เขาด้วยสายตาสมเพชเขาเช่นนี้
“ข้าไม่เป็อะไรเ้ากลับไปเถอะจักรพรรดิเช่นข้ายังมีเื่ให้ทำอีกมาก ข้าไม่มีเวลามาสนใจกับเื่เล็กๆน้อยๆ เช่นนี้อีกต่อไป”หลงต๋าฉือเอ่ยพร้อมกับลงนามพร้อมกับประทับตราัลงในฎีกาคัดเลือกสนมเข้าวังของตนด้วยสายตาว่างเปล่าแล้วส่งมันให้กับคนสนิทเพื่อนำมันออกไปประกาศให้ขุนนางที่น่ารำคาญด้านนอกรับรู้แล้วกลับออกไปจากลานหน้าตำหนักของเขาเสียที
“พี่กลับมาแล้ว”ไป่ฉีที่เพิ่งกลับมาถึงเอ่ยพร้อมกับเข้ามากอดหญิงคนรักของตนด้วยรอยยิ้มหวาน
“เหตุใดจึงเร็วนักละเ้าคะ”จิวฮวาที่ถูกโอบกอดอย่างไม่ทันตั้งตัวเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“เ้าไม่ดีใจหรอกหรือ ที่พี่สามารถนำเศษิญญากลับมาให้เ้าได้โดยเร็วเช่นนี้”ไป่ฉีเอ่ยถามพร้อมกับวางคางของตนเอาไว้ที่ไหล่ของจิวฮวาด้วยท่าทีแง่งอน
“ก็ต้องดีใจอยู่แล้วนะสิเ้าคะแต่ที่ข้าถามนั้นเป็เพราะ ข้าเพียงแค่รู้สึกแปลกใจเท่านั้นเองเ้าค่ะที่พี่ฉีสามารถนำมันกลับมาให้ข้าอย่างง่ายดายเช่นนี้”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับลูบที่แก้มของไป่ฉีอย่าง้าปลอบโยน
“หึเ้างูหน้าโง่นั้นจะเก่งกาจเท่าพี่ได้เช่นไร”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับแค่นเสียงออกมาอย่างเหนือกว่า
“คิกๆ พี่ฉีนี้นิสัยไม่ดีเลยนะเ้าคะไปเรียกเขาว่างูได้เช่นไร หากมีผู้อื่นมาได้ยินเข้าจะมองพี่ฉีไม่ดีนะเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยเตือนชายคนรักของตนด้วยรอยยิ้มบาง
“พี่เข้าใจแล้ว”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับหันมาหอมแก้มนวลของจิวฮวาอย่างเอาแต่ใจ
“แล้วตอนนี้พี่ฉีเอามันไว้ที่ใดหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามถึงต้นกุหลาบแดงด้วยสีหน้าสงสัย
“พี่เก็บมันไว้ที่สวนแห่งชีวิตนะเ้าเข้าไปดูมันสิ”ไป่ฉีเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ขอบคุณนะเ้าคะที่ท่านทำเพื่อข้า”จิวฮวาเอ่ยขอบคุณชายคนรักของตนพร้อมๆกับพลิกตัวของตนกลับมาโอบกอดขอบคุณไป่ฉีด้วยความนุ่มนวล
“พี่ทำได้ทุกอย่างเพื่อความสุขของเ้า”ไป่ฉีเอ่ยตอบพร้อมกับกระชับอ้อมกอดของตนด้วยความรักใคร่
“เพราะท่านน่ารักเช่นนี้อย่างไรละเ้าคะข้าจึงได้รักท่าน”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับหอมแก้มของไป่ฉีอีกครั้งอย่าง้าหยอกเหย้าแล้วหายตัวเข้าไปที่สวนมิติชีวิตทันที
“พบกันเสียทีนะ”จิวฮวาที่เข้ามาพบกับต้นกุหลาบที่ตอนนี้ได้ผลิดอกสีแดงสะพรั่งทั่วทั้งต้นเนื่องจากตอนนี้มันได้ถูกเพาะปลูกลงยังพื้นดินที่มีพลังปราณหนาแน่นเช่นพื้นที่ในสวนแห่งชีวิตแห่งนี้
“เหตุใดจึงได้สร้างมันขึ้นมากัน”ไป่ฉีที่จำเหตุการณ์ที่จิวฮวาใช้พลังเฮือกสุดท้ายในการสร้างต้นกุหลาบต้นนี้ขึ้นมาก่อนที่นางสิ้นใจแล้วสลายหายไปในอดีตเอ่ยถามด้วยความข้องใจที่จิวฮวาได้ตัดสินใจสร้างกุหลาบเอาไว้ที่หน้าตำหนักของหลงต๋าฉือ
“เป็เพราะข้าไม่้าให้เขาลืมข้ากับลูกเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบตามความจริงเพราะในอดีตนางที่กลัวว่าตนและลูกในท้องจะถูกลืมจึงได้ตัดสิ้นใจใช้พลังิญญาของตนสร้างต้นกุหลาบที่มีดอกสีแดงดั่งเืเอาไว้ที่หน้าตำหนักของหลงต๋าฉือเพื่อย้ำเตือนความผิดที่เขาได้กระทำกับนางและลูกในท้องของนาง
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ครั้งก่อนเ้าทิ้งข้าไปโดยที่ไม่คิดล่ำลาเ้ารู้หรือไม่ว่าข้านั้นเสียใจจนแทบจะตายตามหากไม่ได้ชุนเหลียงมาห้ามเอาไว้ข้าคงได้ตายตามเ้าไปจริงๆ”ไป่ฉีเอ่ยเสียงเศร้าเมื่อเขานึกถึงภาพของหยุนอวี้ที่ค่อยสลายหายไปต่อหน้าต่อตาของเขาโดยที่เขานั้นไม่สามารถช่วยเหลืออะไรนางและลูกของนางได้เลย
“นั้นมันในอดีตพี่ฉีอย่าได้เก็บมาคิดให้เศร้าใจเลยเ้าค่ะ เพราะอย่างไรชาตินี้ของข้าก็มีท่านเป็เ้าของหัวใจเช่นนั้นแล้วในชาตินี้ของข้านั้นคงไม่มีทางมีจุดจบอย่างในอดีตอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับมองสบตากับไป่ฉีด้วยสายตาหวานซึ้งด้วยนางนั้นเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าไป่ฉีจะไม่มีทางทำให้นางต้องเสียใจดั่งเช่นที่หลงต๋าฉือนั้นทำกับนางในอดีตอย่างแน่นอน
“ใช่ตอนนี้เ้ามีพี่แล้วเช่นนั้นเื่เช่นครั้งก่อนคงไม่มีวันเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน”ไป่ฉีที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้นจิวฮวาความก็ได้หายไปจากแววตาของเขาในทันทีพร้อมกับเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในทันที
“เ้าค่ะ ข้าเชื่อเ้าค่ะว่าท่านจะไม่มีทางทำให้ข้าเสียใจ”จิวฮวาเอ่ยตอบรับพร้อมกับซบลงที่อกของไป่ฉีด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“มันคืออะไรหรือเ้าคะเหตุใดข้าจึงสามารถรับรู้ได้ถึงพลังิญญาของนายหญิงได้จากเ้าต้นกุหลาบแห่งนี้หรือเ้าคะ”ฮวาฮว๋าที่รับรู้ได้ถึงสิ่งแปลกปลอมเดินเข้ามาเอ่ยถามผู้เป็นายของตนด้วยสีหน้าสงสัย
“มันคือต้นกุหลาบที่มีพลังิญญาของนายของเ้าอยู่เช่นไรเล่า”ไป่ฉีที่ละมืออกจากจิวฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับเดินเข้ามาดูกุหลาบสีแดงสดที่กำลังผลิบานอยู่ตรงหน้าของตนด้วยสายตาพึ่งพอใจ
“ท่านพึงพอใจมันหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นสายตาชื่นชมนั้นไป่ฉีนางจึงได้เอ่ยถามพร้อมกับเข้าไปเด็ดดอกกุหลาบมาทัดหูให้กับไป่ฉีด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ข้างามมากหรือ”ไป่ฉีที่เห็นว่าจิวฮวาเอาแต่มองมาที่ตนอย่างไม่วางตาเขาจึงได้เอ่ยถามพร้อมกับใช้มือทัดผมที่พลิ้วไหวของตนขึ้นมาทัดหูของตนอย่างช้าๆนั้นจึงทำให้จิวฮวาสามารถมองเห็นท่วงท่าที่มีเสน่ห์ของเขาได้อย่างชัดเจน
“เ้าค่ะพี่ฉีรูปงามมาก”จิวฮวาที่รู้ทันการกระทำของไป่ฉี เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงขบขัน
“ใช่หรือไม่”ไป่ฉีเอ่ยถามด้วยท่าทางมั่นใจ
“เ้ามาในที่แห่งนี้ด้วยเื่อันใด”ไป่ฉีที่เห็นว่าฮว๋าฮวายังคงไม่ไปไหนและยังคงเอาแต่ยืนมองมาที่ตนและจิวฮวาด้วยสายตาขบขันนั้นจึงทำให้เขาถึงกับหันไปเอ่ยถามนางด้วยท่าทางขัดใจในทันที
“ชิ เพราะเป็นี้นายหญิงจึงต้องหาอสูรหนุ่มมาอยู่อาศัยกับในสวนแห่งนี้ให้เร็วๆนะเ้าคะเพราะั้แ่พวกท่านตกลงปลงใจคบหากันข้าก็แทบจะไร้ตัวตนกลายเป็สายลมต่อหน้าพวกท่าน”ฮว๋าฮวาเอ่ยบอกด้วยท่าทางน้อยอกน้อยใจนั้นจึงทำให้จิวฮวาที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของฮว๋าฮวาอสูรสาวก็ได้แต่เอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงขบขันในทันที
“คิกๆ ก็ได้ๆเดี๋ยวข้ากับพี่ฉีจะหาอสูรหนุ่มๆมาอยู่ร่วมกับเ้าก็แล้วกัน”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
ป๊อก! นิ้วเรียวยาวที่ดีดลงที่หน้าผากของฮว๋าฮวาอย่างหมันไส้
“โอ๊ยเจ็บนะเ้าคะ”ฮว๋าฮวาที่ถูกทำร้ายอย่างไม่ทันตั้งตัวร้องออกมาเสียงดัง
“ข้าจะไปแล้วก็ได้ไม่เห็นต้องทำร้ายข้าเช่นนี้เลย”ฮว๋าฮวาที่เห็นสายตาจ้องเขม็งมาที่ตนของไป่ฉีนางที่กำลังลูบหน้าผากของตนอยู่ก็ได้แต่ต้องรีบเร่งสาวเท้าจากคนทั้งสองไปในทันที
“พี่ฉีเหตุใดท่านจึงได้ชอบแกล้งนางนักหรือเ้าคะ”จิวฮวาที่เห็นว่าไป่ฉีมักจะกลั่นแกล้งฮว๋าฮวานางจึงได้แสร้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ก็นางเอาแต่เรียกร้องหาผู้ชายรูปงามนิหากเ้าพวกนั้นมาอยู่ในสวนแห่งนี้คนพวกนั้นก็ต้องเดินไปเดินมาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเ้านะสิ”ไป่ฉีเอ่ยตอบด้วยสีหน้าแง่งอน
“นี้พี่ฉีเห็นข้าเป็เช่นนั้นหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอนแต่เมื่อนางรู้ว่าไป่ฉีเพียงแค่้าหยอกเย้านางเพียงเท่านั้นนางจึงได้เดินเข้าไปกอดเขาเบาๆ แล้วเอ่ยบอกเื่ที่นางนั้นจะทำเริ่มทำการหลอมรวมพลังิญญาของตนทันที
“พี่ฉีข้าจะเริ่มทำการหลอมรวมพลังิญญาของข้าแล้วพี่กลับไปช่วยพี่ใหญ่ทำงานต่อเถอะเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตัดบท ทำให้ไป่ฉีที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้แต่ยกยิ้มดีใจที่ความฝันของเขาและจิวฮวานั้นใกล้เข้ามาถึงแล้วนั้นเอง
“ได้สิพี่จะรอวันที่เรามีครอบครัวที่อบอุ่นนะ”ไป่ฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่จิวฮวาด้วยสายตาเป็ประกายหวานซึ้งเพราะอีกไม่นานเขาและจิวฮวาจะกลายเป็ครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริงเสียที
ครืนน ครืนน สายฟ้าที่วิ่งผ่านไปผาดผ่านไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าทำให้จิวฮวาที่หลอมรวมพลังอยู่กลางสวนแห่งชีวิตต้องลืมตาขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวรับสายฟ้าที่เปลี่ยนร่างกายของนางให้กลับไปดังเดิม
เปรี้ยง! หลังจากกลุ่มเมฆที่ลอยตัวอยู่เหนือหัวของจิวฮวาไม่นานก็ได้เกิดสายฟ้าฟาดลงมาที่ตัวของจิวฮวาในทันที
“ฮวาเออร์!”ไป่ฉีที่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติของสวนแห่งมิตินั้นจึงทำให้เขาที่กำลังใช้พลังปราณปรับพื้นที่บริเวณทางใต้ของอาณาจักรไท่เพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูกถึงกับหยุดมือแล้วตั้งใจจะเข้าไปหาจิวฮวาภายในสวนมิติในทันที แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อถูกเสียงเรียบของจิวฝูเอ่ยห้ามตนมาแต่ไกล
“อย่าได้เข้าไปเชียวเพราะหากเ้าเข้าไปก็มีแต่จะทำให้นางเป็กังวลเช่นนั้นทางที่ดีที่สุดเ้าก็ควรทำงานของเ้าต่อไปเถอะ”จิวฝูที่นั่งอยู่ใต้ร่มที่พ่อบ้านหยูเป็ผู้กางให้เอ่ยสั่งว่าที่น้องเขยของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“อึก อ๊อค!”ลี่ฟางที่รู้สึกเหม็นกลิ่นอาหารที่เหล่านางกำนัลยกเข้ามาอ้วกออกมาทันทีที่อาหารเ่าั้มาวางอยู่ตรงหน้าของตน
“องค์จักรพรรดินี!”เหล่านางกำนัลเอ่ยด้วยท่าทางตกอกใ พร้อมกับรีบออกไปตามหมอเฒ่าในทันที
“ยินดีด้วยขอรับองค์จักรพรรดินีตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วขอรับ”หมอเฒ่าเอ่ยรายงานหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยท่าทีใเพราะเื่ที่องค์จักรพรรดินีและองค์จักรพรรดิไม่ค่อยถูกหน้ากันนักเขาจึงมีท่าทีใทันทีที่รู้ว่าหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้าของตนนั้นได้ตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วนั้นเอง
“ข้าตั้งครรภ์จริงๆหรือ”ลี่ฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยินดี
“ขอรับ”หมอเฒ่าเอ่ยตอบรับอย่างเสียไม่ได้โดยที่น้ำเสียงที่ของเขานั้นไม่มีความยินดีอยู่ในน้ำเสียงของเขาเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว
ปัง!
“เ้าว่าอย่างไรนะ!”หลงต๋าฉือเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเมื่อสิ่งที่เขากลัวที่สุดก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
“องค์จักรพรรดินีลี่ฟางตั้งครรภ์แล้วขอรับ”หมอเฒ่าเอ่ยรายงานนายของตนเสียงเคร่ง
“เ้าคิดว่าจะทำลายครรภ์ของนางได้หรือไม่”หลงต๋าฉือเอ่ยถามเสียงเคร่ง
“เอ่อ ข้าน้อยไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้นขอรับองค์จักรพรรดินีมีความสามารถทางการแพทย์ข้าน้อยจึงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ขอรับ”หมอเฒ่าเอ่ยพร้อมกับมองมาที่นายของตนอย่างจนปัญญา
“ข้าจะไม่มีทางยอมให้เด็กที่เกิดจากนางลืมตามาดูโลกมาเป็ขวากหนามชีวิตของข้าเป็อันขาด”หลงต๋าฉือเอ่ยกับหมอเฒ่าด้วยน้ำเสียงเรียบ
“แต่ถึงอย่างไรนั้นก็เป็สายเืัขององค์จักรพรรดินะขอรับข้าน้อยว่าเราน่าจะเก็บเด็กเอาไว้แล้วค่อยกำจัดแม่ของเด็กทิ้งก็ไม่ส่ายนะขอรับแล้วเราค่อยใช้องค์ชายยึดชนเผ่ามัจฉามาอยู่ใต้การปกครองขอองเราก็ไม่ส่ายนะขอรับ”หมอเฒ่าเอ่ยเสนอแผนการชั่วร้ายของตนด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์
“เช่นนั้นข้าจะรอคอยให้แผนการของเ้าสำเร็จก็แล้วกัน”หลงต๋าฉือเอ่ยอย่างเห็นด้วยกับแผนการของหมอเฒ่า
“ขอบคุณองค์จักรพรรดินะขอรับที่ไว้ใจข้าน้อย”หมอเฒ่าเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
“ข้าไม่คิดเลยว่าพี่ชายที่องอาจของข้าจะกลายเป็คนชั่วร้ายเช่นนี้”หลงชุนเหลียงที่มาทันได้ยินแผนการทั้งหมดของพี่ชายของตนกับหมอเฒ่าเอ่ยกับพี่ชายของตนด้วยความผิดหวังในตัวของพี่ชายของตน
“เ้าเข้ามานานแล้วหรือยัง”หลงต๋าฉือที่เห็นสายตาผิดหวังจากน้องสาวของตนนั้นจึงทำให้เขาเอ่ยถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยด้วยเพราะตอนนี้เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขานั้นสามารถได้ลูกและเมียของเขากลับคืนมา
“ก็นานพอที่จะมาได้ยินแผนชั่วของพวกท่านนั้นแหละเ้าค่ะ”หลงชุนเหลียงเอ่ยพร้อมกับกวาดตามองไปที่ชายทั้งสองตรงหน้าของตนด้วยสายตาไม่พอใจแล้วเดินเข้ามานั่งด้านข้างของพี่ชายของตนอย่างเอาแต่ใจ
“แล้วเ้ามาหาพี่ถึงที่ห้องทำงานมีอะไรเร่งด่วนหรือ”หลงต๋าฉือเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ตอนแรกก็คิดจะมากินข้าวเที่ยงกับท่านแต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจไปกินข้าวคนเดียวจะดีกว่าเพราะข้านั้นคิดว่าการกินข้าวคนเดียวจะดีกว่า การที่ข้าต้องมาทนกินข้าวกับคนจิตใจอำมหิตเช่นท่าน”ชุนเหลียงเอ่ยพร้อมกับสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง
“หากเป็เช่นนั้นแล้วเ้าจะยังทนนั่งมองหน้าคนจิตใจอำมหิตเช่นข้าอยู่ทำไมอีกละ”หลงต๋าฉือที่ไม่คิดง้องอนน้องสาวของตนในตอนนี้เอ่ยกับน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“หึข้าจะไม่ทนอยู่เป็ตัวประกันความปลอดภัยให้ท่านแล้ว”ชุนเหลียงที่ต้องทนอยู่ประกันความปลอดภัยของหลงต๋าฉือและอาณาจักรหลงเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจแล้วหายตัวไปต่อหน้าต่อตาของหลงต๋าฉือในทันที
“เอาตามแผนที่เ้าว่ามาเราจะใช้ลูกของนางเพื่อเผ่ามัจฉาอย่างสมบูรณ์แบบ”หลงต๋าฉือหันมาเอ่ยกับหมอเฒ่าทันทีที่น้องสาวของตนของตนหายไปจากห้อง
“ขอรับองค์จักรพรรดิข้าน้อยจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดขอรับ”หมอเฒ่าที่มีแผนการจะส่งหลานสาวของตนเข้ามาเป็หนึ่งในสนมของชายสูงศักดิ์ตรงหน้าเอ่ยตอบรับพร้อมกับยกยิ้มเ้าเล่ห์ที่มุมปากทันทีที่เขาได้ช่วยกำจัดขวากหนามเอาไว้ให้กับหลานสาวของตน
ัสีเขียวมรกตที่กำลังแหวกว่ายอยู่กลางท้องนภาก็ถึงกับต้องหยุดชะงักท่วงท่าอันสง่างามของตนในทันทีที่พบว่ากลางนภาที่เคยว่างเปล่านั้นได้ปรากฏอาณาจักรที่ครั้งหนึ่งนางได้ใช้ชีวิตร่วมกับชายคนรักของนางขึ้นตรงหน้าของตน
“อาณาจักรไท่”ชุนเหลียงที่คิดจะหนีออกจากอาณาหลงของพี่ชายของตนเอ่ยพร้อมกับทิ้งตัวลงมายังพื้นป่าด้านล่างอาณาจักรไท่ในทันที
“นี้เวลาเพียงไม่นาน พวกเขาทำได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ”ชุนเหลียงเอ่ยพร้อมกับเงยหน้ามองาณาจักรที่ลอยฟ้าอยู่เหนือหัวของตนด้วยสีหน้าตื่นตะลึงเพราะนอกจากอาณาจะกลับมาเป็เช่นเดิมแล้วนางยังสามารถสังเกตเห็นอีกว่ารอบๆอาณาจักรไท่ยังมีม่านพลังมากถึงเจ็ดชั้นที่ล้อมรอบอาณาจักรไท่ที่ลอยคว้างอยู่กลางท้องนภาอย่างสง่างาม
“เ้ากลับมาทำไม”จิวฝูที่สามารถรับรู้ได้ถึงตัวตนของอดีตนางในดวงใจเอ่ยถามเสียงเคร่ง
“ข้าเพียงผ่านทางมาเท่านั้นหรือว่าท่านคิดว่าข้ามาหาท่าน”ชุนเหลียงที่ตอนแรกใที่ได้พบกับชายคนรักแต่เพราะทิฐิที่ไม่้าแพ้ นางจึงได้แสร้งเอ่ยตอบไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับว่านางนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรกับชายตรงหน้าแล้ว
“หึ ผ่านทางหรือ แล้วเ้าจะไปที่ใดเล่าในเมื่ออาณาจักรไท่ของข้านั้นคืออาณาจักรสุดขอบทิศตะวันออกของทวีปปราณ์แห่งนี้แล้ว”จิวฝูเลิกคิ้วถามอย่างยียวน
“ข้าก็แค่ผ่านทางมาในที่แห่งนี้เท่านั้นอีกอย่างป่าแห่งนี้ก็ไม่ใช่ของอาณาจักรไท่ของท่านแล้ว แล้วทำไมข้าจะมาในที่นี้ไม่ได้”ชุนเหลียงเชิดหน้าตอบอย่างไม่ยอมแพ้
“เ้ายังรักและคิดถึงข้าอยู่ใช่หรือไม่”จิวฝูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า
“ไม่ ในใจของข้าไม่มีท่านแล้ว ตอนนี้ข้ากำลังจะแต่งงานกับชายรูปงามมากกว่าท่านเป็ร้อยเท่าเป็พันเท่าในเร็วๆนี้แล้ว ได้ยินเช่นนี้แล้วท่านยังจะคิดว่าในใจของข้านั้นยังคงมีท่านอีกหรือไม่เล่า”ชุนเหลียงเชิดหน้าเอ่ยด้วยท่าทางเหนือกว่าเมื่อเห็นว่าในตอนนี้มือหนาของจิวฝูนั้นกำแน่นจนสามารถมองเห็นเส้นเอ็นข้อมือได้อย่างง่ายดาย
“เช่นนั้นข้าก็ขออวยพรให้เ้ามีความสุขกับชีวิตที่เ้าได้เลือกด้วยตนเองก็แล้วกันนะ”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ชุนเหลียงด้วยสายตาเ็ปแล้วกลับหลังเดินกลับเข้าไปที่หลุมมิติที่เขาเรียกออกมาด้วยความเสียใจทันที
“ดะเดี๋ยวสิ”ชุนเหลียงที่รู้ตัวว่าตนเองนั้นเผลอทำร้ายจิตใจของจิวฝูมากเกินไปจึงคิดจะเอ่ยรั้งจิวฝูเอาไว้แต่มันก็สายไปเมื่อจิวฝูได้หายไปจากสายตาของนางแล้วนั้นเอง
“จิวฝูเมื่อครู่เ้าไปที่ใดมาหรือ”ไป่ฉีที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามจิวฝูที่เพิ่งกลับมาด้วยสีหน้าสงสัย
“ไม่มีอะไรเมื่อครู่ข้าเพียงลงไปทักคนรู้จักเท่านั้น”จิวฝูเอ่ยตอบเสียงเรียบแล้วมองไปบริเวณโดยรอบเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย
“เราทำเพียงเท่านี้ก็คงจะพอได้แล้วละที่เหลือค่อยให้คนที่เข้ามาอยู่จัดการเองก็ได้เราไม่เห็นต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้ให้กับพวกเขาก็ได้นิ”ไป่ฉีที่นั่งพักเหนื่อยหันมาเอ่ยกับว่าที่พี่เมียของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“อืม ทำเพียงเท่านี้ก็ได้ท่านพ่อบ้านหยูข้าขอฝากท่านกับหัวหน้าเผ่าปักษากับหัวหน้าเผ่าคนแคระจัดการที่เหลือด้วยก็แล้วกัน”จิวฝูที่อยู่ในความเสียใจเอ่ยสั่งแล้วหายตัวไปในหลุมมิติทันทีโดยทิ้งให้ทั้งไป่ฉีและพ่อบ้านหยูได้แต่มองตามแผนหลังของจิวฝูด้วยความมึนงงกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วของจิวฝูที่เดินหายไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขานั้นเอง
“พ่อบ้านหยูนายของท่านเป็อะไรไปหรือ”ไป่ฉีหันมาเอ่ยถามชายชราด้านข้างของตนด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ข้าน้อยเองก็ไม่อาจจะทราบได้เช่นกันขอรับ”พ่อบ้านหยูที่ไม่รู้ที่มาที่ไปของความเศร้าในแววตาของผู้เป็นายเอ่ยตอบอย่างจนใจ
เปรี้ยง! สายฟ้าฟาดลงมาที่ตัวของจิวฮวาอย่างแรง ทำให้ร่างบางที่รอรับสายฟ้าอยู่ถึงกับซวนเซเล็กน้อยเมื่อสายฟ้าที่ฟาดผ่านลงมาเมื่อครู่นั้นรุนแรงมากกว่าสายฟ้าที่ฟาดลงมาในครั้งแรกถึงกับห้าเท่าด้วยกันนั้นจึงทำให้จิวฮวาที่รอรับทัณฑ์สายฟ้าอยู่ถึงกับรู้สึกหูอื้อตาลายกันเลยทีเดียว
“จิวฮวา!”จิวฝูที่กลับเข้ามาในมิติแห่งการหวนคืนเอ่ยเรียกน้องสาวของตนด้วยความใเมื่อเขาเห็นว่าตอนนี้น้องสาวของตนกำลังาเ็จากการฝ่าทัณฑ์์อยู่กลางกลุ่มเมฆครึ้มที่ลอยอยู่เหนือหัวของนาง
“อย่าเข้ามาเ้าค่ะข้าไม่เป็อะไร”จิวฮวาที่เห็นจิวฝูกำลังจะเข้ามาในเขตรับทัณฑ์์ของตนเร่งเอ่ยห้ามเสียงดังนั้นจึงทำให้จิวฝูต้องหยุดฝีเท้าของเขาลงในทันที
“เ้าเป็เช่นไรบ้าง”จิวฝูเอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้ายังไหวเ้าค่ะและอีกไม่นานข้าก็จะรับทัณฑ์เสร็จแล้วพี่ใหญ่ไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอกเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองที่กลุ่มก้อนเมฆเหนือหัวของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เปรี้ยง! สายฟ้าเส้นที่สามสิบฟาดผ่านอากาศลงที่จิวฮวาที่ตอนนี้นางกำลังพยายามโคจรพลังปราณที่มาพร้อมกับสายฟ้าจนในที่สุดนางจึงสามารถหลอมรวมพลังิญญาเป็หนึ่งเดียวได้ในสายฟ้าผ่าเส้นที่สามสิบสอง
“ฟู่วว”จิวฮวาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ในที่สุดนางก็สามารถทนรับการลงทัณฑ์ได้จนเสร็จสิ้นเสียที”จิวฮวาที่คิดได้เช่นนั้นก็ได้ทิ้งตัวลงไปนอนที่พื้นหญ้าตรงหน้าของตนในทันที
“ฮวาเออร์”ไป่ฉีที่เห็นว่าจิวฮวานอนสลบอยู่ที่พื้นหญ้าเขาจึงได้เร่งเข้ามาดูอาการของหญิงคนรักของตนในทันที
“เฮ้อ”ไป่ฉีที่โอบประคองร่างบางขึ้นมาทำให้เขาสามารถรับรู้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของจิวฮวาที่ตอนนี้กำลังนอนสลบไสลอยู่ในอ้อมกอดของตนนั้นจึงทำให้สีหน้าเคร่งเครียดของไป่ฉีถึงกับผ่อนคลายลงในทันที
“พานางเข้าไปพักข้างในเถอะ”จิวฝูที่เห็นว่าไป่ฉีเอาแต่จ้องมองน้องสาวของตนโดยไม่มีทีท่าว่าเขานั้นจะพาน้องสาวของตนเข้าไปพักผ่อนที่กระท่อมเขาจึงได้เอ่ยสั่งน้องเขยของตนเสียงเคร่ง
“ได้ขอรับ”ไป่ฉีเอ่ยตอบรับด้วยรอยยิ้มอ่อนแล้วพาตัวของจิวฮวาเข้าไปพักที่ในกระท่อมในทันที
“พี่ฉี”จิวฮวาที่เพิ่งฟื้นเอ่ยเรียกชายคนรักของตนด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ดื่มน้ำก่อนเถอะ”ไป่ฉีที่เป็ห่วงหญิงคนรักของตนเขาจึงได้เร่งรินน้ำชาอุ่นๆแล้วเข้าไปประคองจิวฮวาเพื่อป้อนน้ำชาให้กับจิวฮวาด้วยความอ่อนโยนในทันที
“ขอบคุณเ้าค่ะ”จิวฮวาที่ตอนนี้อยู่ในร่างของหยุนอวี้อย่างสมบูรณ์แบบเอ่ยขอบคุณไป่ฉีด้วยรอยยิ้มหวาน
“ไม่เป็ไรพี่ยินดีดูแลเ้าไปตลอดชีวิต”ไป่ฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดนั้นจึงทำให้ปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าของนาง
“อะแฮ่ม”จิวฝูที่เข้ามาเห็นว่าน้องสาวของตนนั้นใกล้ชิดกับไป่ฉีมากจนเกินควรเขาจึงได้กระแอมเตือนน้องสาวและว่าที่น้องเขยของตนเสียงดัง
“พี่ใหญ่ท่านมานานแล้วหรือเ้าคะ”จิวฮวาเอ่ยถามพี่ชายของตนอย่างแปลกใจ
“ก็นานมากพอที่จะเห็นความใกล้ชิดของพวกเ้า”จิวฝูเอ่ยตอบพร้อมกับเหลือบมองไปที่ไป่ฉีอย่าง้าตักเตือน
“เช่นนั้นหรือเ้าคะหึๆ”จิวฮวาเอ่ยถามพร้อมกับส่งยิ้มเจื่อนให้กับพี่ชายของตน
“เป็เช่นไรบ้าง”จิวฝูผู้มีประสบการณ์ด้านการลงทัณฑ์มาก่อนเอ่ยถามพร้อมกับลูบหัวน้องสาวของตนด้วยความเอ็นดู
“ดูเหมือนว่าร่างกายนี้จะเบาสบายมากกว่าร่างของมนุษย์อยู่มากเลยทีเดียวเลยละเ้าค่ะ”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้กับพี่ชายของตนด้วยรอยยิ้มยินดีที่นางนั้นสามารถก้าวผ่าน่เวลาแห่งการลงทัณฑ์ได้ในที่สุด
“เป็เช่นนั้นก็ดีแล้วพี่ว่าเ้าพักผ่อนต่ออีกหน่อยเถอะ ร่างกายกับพลังปราณของเ้าจะได้เสถียรมากกว่าที่เป็อยู่”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับช่วยดันตัวของจิวฮวาให้ลงไปนอนที่เตียงอย่าง้าบีบบังคับ
“เรามีเื่ต้องพูดคุยกัน”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองสบไปที่ดวงตาของไป่ฉีด้วยรอยยิ้มเย็น
“เ้านอนไปเถอะอีกเดี๋ยวพี่จะกลับมา”ไป่ฉีที่รับรู้ได้ถึงสายตาเคร่งเครียดเอ่ยปลอบหญิงคนรักของตนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วเดินจากไปในทันที
“มีอะไรหรือขอรับ”ไป่ฉีที่เดินตามหลังของจิวฝูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
“เ้าคิดจะแต่งงานกับฮวาเออร์เมื่อใด”จิวฝูที่กลัวว่าน้องสาวของตนและไป่ฉีจะทำเื่เสื่อมเสียก่อนแต่งงานเอ่ยถามไป่ฉีด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ก็คงจะต้องรอให้นางพร้อมก่อนนะขอรับ”ไป่ฉีเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางเมื่อคิดว่า่เวลาแห่งความสุขของเขานั้นใกล้จะเข้ามาถึงแล้วนั้นเอง
“เช่นนั้นเ้าควรไปทำเื่สู่ขอนางกับท่านพ่อของข้าอย่างเป็ทางการได้แล้วละ”จิวฝูเอ่ยแนะนำไป่ฉีด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ได้ขอรับ เช่นนั้นข้าจะขอรอให้นางหายดีกว่าเท่าที่เป็อยู่ในตอนนี้เมื่อใดข้าจะพานางไปพบท่านพ่อตาในภายหลังนะขอรับ”ไป่ฉีเอ่ยตอบด้วยแววตาเป็ประกายที่ในที่สุดเขานั้นจะมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นคนอื่นๆเสียทีเพราะั้แ่ที่บิดาและมารดาของเขาได้จากไปเขานั้นก็ไม่เคยได้รับความรู้สึกถึงคำว่าครอบครัวอีกเลย
“เช่นนั้นก็ดีหากนางเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้วเ้าก็พานางไปพบข้าที่ราชวังราชวงศ์ไท่ด้วยก็แล้วกันข้ายังมีเื่ต้องคุยกับนางอีกมากทีเดียว”จิวฝูเอ่ยสั่งกำชับพร้อมกับมองสบตากับไป่ฉีด้วยสายตาจริงจัง
วังราชวงศ์หลง
“นางกลับมาอย่างสมบูรณ์แล้ว”หลงต๋าฉือที่กำลังหารืออยู่กับเหล่าขุนนางในท้องพระโรงเอ่ยพร้อมกับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ตอนนี้ได้มีปราณหนาแน่นขึ้นมากกว่าเดิมมากถึงสามเท่าด้วยกัน
“มะเมื่อครู่องค์จักรพรรดิกล่าวว่าอะไรหรือขอรับ”หมอเฒ่าเอ่ยถามหลงต๋าฉือที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีหน้าสงสัยเพราะเมื่อครู่เขานั้นได้ยินสิ่งที่นายเหนือหัวของตนได้ไม่ถนัดนัก
“ไม่มีอะไรเลิกประชุมวันนี้ข้าไม่สบายตัวอยากจะขอพักผ่อน พวกเ้ากลับไปเถอะ”หลงต๋าฉือเอ่ยพร้อมกับโบกมือไล่เหล่าขุนนางออกจากท้องพระโรงด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“องค์จักรพรรดิมีเื่อะไรกวนใจท่านหรือขอรับ”หมอผู้เฒ่าเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“มันไม่ใช่เื่ของเ้า”หลงต๋าฉือเอ่ยแล้วหายตัวไปในทันที
“ชิ”หมอเฒ่าที่รู้สึกไม่พอใจที่หลงต๋าฉือนั้นไม่เคยคิดที่จะให้เกียรติเขาแม้แต่ครั้งเดียวทั้งๆที่เขานั้นทั้งมีอายุที่มากกว่าและคอยช่วยเหลือเื่ต่างๆให้กับหลงต๋าฉืออยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว
“เ้ามาทำไม”จิวฝูที่อยู่หน้าอาณาจักรเอ่ยถามหลงต๋าฉือที่ลอยตัวอยู่ด้านหน้าของตนด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ไท่ซานหง”หลงต๋าฉือเอ่ยเรียกชายตรงหน้าของตนพร้อมกับมองเลยไปที่อาณาจักรไท่ที่ตอนนี้ได้กลับมาลอยอยู่เื้ัของไท่ซานหงอย่างสวยงาม
“ใช่ข้าเองเ้ามาในวันนี้เพื่ออะไร”จิวฝูหรือไท่ซานหงเอ่ยถามอย่างไม่ไว้วางใจเพราะตอนนี้อาณาจักรไท่ของเขานั้นได้กลายเป็อาณาจักรที่มีพลังปราณหนาแน่นมากที่สุดในทวีปปราณ์แห่งนี้แล้วนั้นเอง
“พวกเ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร”หลงต๋าฉือที่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังปราณที่เอ่อล้นออกมาจากเกราะปราณที่ล้อมรอบอาณาจักรไท่อยู่ถึงหกชั้นด้วยกัน
“เ้ามาในที่แห่งนี้ด้วยเื่อันใด”จิวฝูที่เอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาละโมบของหลงต๋าฉือที่มองมาที่อาณาจักรไท่ของตน
“เ้าจะรับประชาชนของเ้ากลับมาคืนหรือไม่”หลงต๋าฉือที่รู้ตัวว่าตนนั้นได้เผลอแสดงออกมากเกินไปเขาจึงได้หันมาเอ่ยถามจิวฝูอีกครั้ง
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงเื่ของอาณาจักรของข้าไปหรอกข้าจะจัดการเื่ของอาณาจักรของข้าเองได้ข้าว่าเ้าเอาเวลาที่เป็ห่วงเื่อาณาจักรของข้าไปเป็ห่วงอาณาจักรหลงของเ้าเถอะ”จิวฝูที่ไม่ไว้ใจชายตรงหน้าเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ข้ามาขอพบหยุนอวี้”หลงต๋าฉือที่เห็นว่าตนนั้นไม่ได้เป็ที่ต้อนรับของจิวฝูและคนในอาณาจักรไท่แห่งนี้มากนักเขาจึงได้ตัดสินใจเอ่ยบอกจุดประสงค์ที่เขามาในที่แห่งนี้ทันที
“นางไม่อยู่”จิวฝูเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“จะเป็ไปได้เช่นไรในเมื่อข้าสามารถรับรู้ได้ถึงพลังิญญาของนางในเมื่อเช้านี้”หลงต๋าฉือเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จิวฝูด้วยสายตาไม่พอใจ ด้วยเขาคิดว่าจิวฝูกำลังหลอกลวงตนเกี่ยวกับเื่ของหยุนอวี้หรืออดีตองค์จักรพรรดินีของเขา
“นางไม่อยู่”จิวฝูเอ่ยตอบอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ข้าเพียงแค่ขอพบนางก็ไม่ได้หรือ”หลงต๋าฉือเอ่ยถามด้วยท่าทีไม่พอใจ
“นางไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้แล้วข้าจะให้เ้าพบนางได้เช่นไร”จิวฝูเอ่ยตอบเสียงเรียบแล้วมองสบตากับหลงต๋าฉือด้วยน้ำเสียงเย็น
“เช่นนั้นข้าขอเข้าไปดูอาณาจักรของเ้าได้หรือไม่”หลงต๋าฉือที่สังเกตเห็นพลังปราณที่ลอยตัวอยู่เป็หมอกหนาในเกราะของอาณาจักรเขาจึง้าที่จะเข้าไปสังเกตด้านในเกราะสีขาวขุ่นนั้นด้วยความสนใจในทันที
“ตอนนี้เรายังไม่พร้อมหากพร้อมเมื่อใดข้าจะส่งสารไปเชิญเ้ามาเอง”จิวฝูที่มีความคิดจะใช้งานอภิเษกของจิวฮวากับไป่ฉีเป็งานประกาศการกลับมาของอาณาจักรไท่
“มันไม่มากไปหน่อยหรือที่เ้าทำเช่นนี้กับข้า เพราะถึงอย่างไรข้าก็เป็ถึงจักรพรรดิของอาณาจักรหลง”หลงต๋าฉือที่รู้สึกว่าตนนั้นกำลังถูกหยามเกียรติเอ่ยเตือนจิวฝูด้วยท่าทางหยิ่งยโส
“องค์จักรพรรดิที่เคยคิดจะทำร้ายเหล่าเชื้อพระวงศ์และคิดยึดครองอาณาจักรแห่งนี้ข้ารู้ดีว่าท่านคิดจะทำอะไรเช่นนั้นข้าจึงรู้ว่าท่านยังไม่เหมาะที่จะเข้าไปในอาณาจักรของข้าในตอนนี้”จิวฝูเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หลงต๋าฉือด้วยสายตาแข็งกร้าวทันทีเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ทหารของอาณาจักรหลงเข้ามาฆ่าฟันและทำร้ายประชาชนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวเพราะในอดีตอาณาจักรไท่นั้นเชื่อมั่นในมิตรภาพมากจนเกินไปนั้นจึงทำให้หลงต๋าฉือสามารถพาทหารจากอาณาจักรหลงมาทำร้ายคนในอาณาจักรไท่ได้อย่างง่ายดาย
“เ้า!”หลงต๋าฉือที่ถูกต่อว่าถึงเหตุการณ์ในอดีตที่มีตนเป็ต้นเหตุเอ่ยพร้อมกับชี้นิ้วไปที่จิวฝูด้วยสายตาโกรธเคือง
“หากยอมรับความผิดที่เ้าเคยทำผิดในอดีตไม่ได้เ้าก็ไม่ควรมาพบหน้ากับพวกเาาวอาณาจักรไท่อีก”จิวฝูที่รับรู้ได้ว่าหลงต๋าฉือไม่้าให้เขาพูดถึงเื่ผิดพลาดที่เขาได้เคยทำกับชาวอาณาจักรไท่ในอดีต
“เ้าจะต้องเสียใจที่ทำกับข้าเช่นนี้”หลงต๋าฉือเอ่ยพร้อมกับสะบัดหน้าแล้วหายตัวไปทันที
“เฮอะ เสียใจหรือเ้านะสิที่จะเสียใจ”จิวฝูแค่นเสียงอย่างไม่พอใจแล้วหันกลับไปมองที่อาณาจักรที่เคยล่มสลายด้านของตนด้วยสายตาภาคภูมิใจเพราะถึงแม้ว่าอาณาจักรของเขาจะยังคงมีประชาชนไม่มากนักแต่ประชาชนของเขาทุกคนนั้นล้วนมีความสามารถทุกคน
ทวีปสีขาว
“ข้าทนไม่ไหวแล้วนะ”เสียงเคร่งเอ่ยอย่างไม่พอใจพร้อมกับโยนตะกร้าลงที่พื้นอย่างไม่พอใจแล้วมองไปที่จิ้นหงที่ตอนนี้กำลังนั่งกอดไหเหล้าอยู่ไม่ไกลจากพวกตนที่ตอนนี้กำลังช่วยกันแยกสมุนไพรที่สามารถหาได้จากป่าพฤกษาทมิฬลงที่พื้นอย่างโกรธเคือง
“อาเหวินอย่าทำเช่นนั้น”นางเหอเร่งเข้ามาเอ่ยห้ามบุตรชายของตนด้วยน้ำเสียงเป็กังวลด้วยกลัวว่าจิ้นหงจะโกรธเคืองอาเหวินจนลงมือทำร้ายอาเหวินอีก
“เพราะท่านแม่เอาแต่ตามใจท่านพ่อเช่นนี้อย่างไรละขอรับท่านพ่อจึงเอาแต่ดื่มเหล้าประชดชีวิตอยู่เช่นนั้นอย่างไรละขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยตวาดตอบมารดาของของตนอ่างเหลืออดที่นางเหอปล่อยให้พ่อของตนนั้นกลับกลายมาเป็คนเช่นนี้
เพี๊ยะ! ฝ่ามือบางตบเข้าที่หน้าของบุตรชายของตนอย่างมีโทสะ
“ท่านแม่!”ฟางเซียนที่เห็นเช่นนั้นจึงได้รีบเข้ามาห้ามนางเหอด้วยสีหน้าตื่นใ
“เซียนเออร์อย่ามาห้ามแม่”นางเหอเอ่ยพร้อมกับสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของฟางเซียนพร้อมกับมองไปที่บุตรชายของตนอย่างเสียใจ ที่บุตรชายของตนนั้นไม่ให้ความเคารพจิ้นหงเช่นเดิม
“ท่านเเม่ พอเถอะเ้าค่ะแค่นี้อาเหวินก็คิดได้แล้ว ท่านแม่อย่าได้ลงมือกับเขาอีกเลยเ้าค่ะ”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่น้องชายของตนอย่างต้องห้ามปราม
“ข้าขอโทษขอรับท่านพ่อข้าขอโทษขอรับท่านแม่”หลิ่งเหวินที่ได้รับสายตาห้ามปรามจากพี่สาวของตนเขาจึงได้แต่งจำจแสร้งเอ่ยขอโทษบิดาและมารดาของตนอย่างสำนึกผิด นั้นจึงทำให้จิ้นหงและนางเหอที่เห็นท่าทีเช่นนั้นของจิวฝูยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ
“อาเหวินเ้าไปทำงานสวนที่หลังบ้านเถอะเดี๋ยวงานทางนี้พี่กับแม่จะจัดการเอง”ฟางเซียนที่้าให้น้องชายของตนออกไปสบสติอารมณ์เอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่”หลิ่งเหวินเอ่ยขอบคุณแล้วรีบเร่งสาวเท้าของตนเดินจากไปในทันที
“เฮ้อเหตุใดเขาจึงได้กลายเป็ตัวร้ายเช่นนี้นะ”จิ้นหงที่เงยหน้าขึ้นมาจากไหเหล้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้แล้วส่ายหัวให้กับบุตรชายของตนอย่างผิดหวัง
“โถ่ ท่านพี่พูดอะไรเช่นนั้นละเ้าคะที่อาเหวินทำในวันนี้เพียงเพราะเขายังเด็กจึงทำเื่ผิดไปบ้างแต่อย่างไรท่านพี่ก็อย่างถือสาเขาเลยนะเ้าคะ”นางเหอที่เก็บของอยู่ด้านข้างของสามีขี้เมาเอ่ยพร้อมกับมองไปที่สามีของตนด้วยสายตาหวานเพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอเพียงแค่นางและสามีของนางได้อยู่เคียงคู่กันเพียงเท่านี้นางก็มีความสุขใจอย่างหาที่สุดไม่ได้แล้วนั้นเอง
“ข้าขอตัวนะเ้าคะ”ฟางเซียนที่เก็บของที่หลิ่งเหวินเทลงพื้นเมื่อครู่เสร็จเรียบร้อยแล้วนางจึงได้เอ่ยขอตัวเพื่อแยกจากคนทั้งสองในทันที
“เ้าจะไปที่ใดก็ไปเถอะ”จิ้นหงเอ่ยพร้อมกับโบกมือไล่ฟางเซียนอย่างขัดใจเมื่อเขาเห็นสายตาแข็งกร้าวของฟางเซียนที่มองมายังตน
“ข้าทนไม่ไหวแล้วนะขอรับพี่ใหญ่”หลิ่งเหวินที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของพี่สาวของตนกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆเขาจึงเอ่ยบอกพี่สาวของตนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“เฮ้ออ อย่าเก็บเป็อารมณ์เลยเราลองอดทนอีกสักนิดเถอะเผื่อท่านพ่อจะปรับตัวได้”ฟางเซียนเอ่ยปลอบน้องชายของตนเสียงเศร้า
“แต่ท่านพ่อเป็เช่นนี้มานานนับเดือนแล้วนะขอรับหากต้องรอนานกว่านี้พวกเราไม่ต้องตายไปก่อนหรือขอรับเพื่อจะให้ได้พ่อคนเดิมของพวกเรากลับมา”หลิ่งเหวินเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามพี่สาวของตนด้วยสีหน้าเหลืออด
“รออีกนิดเถอะ พี่เชื่อว่าหากท่านพ่อยอมรับได้เื่ที่ท่านนั้นไม่สามารถฝึกปราณได้อีกแล้วได้ท่านพ่อจะสามารถกลับมาเป็พ่อคนเดิมของเราได้อย่างแน่นอน”ฟางเซียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าเพราะนางเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าอีกนานเท่าใดพ่อของตนจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับน้ำเมาแล้วกลับมาเป็พ่อที่เข้มงวดของพวกตนเช่นเดิม
“แล้วอีกนานเท่าใดละขอรับ”หลิ่งเหวินเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจที่เขาและทุกคนต้องมาทนเห็นท่านพ่อทำตัวเหลวแหลกเช่นนี้
“เื่นั้นเราคงต้องหวังให้์ช่วยเหลือพวกเราแล้วละ”ฟางเซียนเอ่ยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องหน้าของตนด้วยแววตาว่างเปล่าเพราะนางก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดท่านพ่อของนางจะกลับมาเป็เช่นเดิม
“เฮ้ออย่ามั่วแต่มาคิดเื่วุ่นวายพวกนั้นเลย สิ่งที่น่าเป็ห่วงมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการหาเงินเก็บให้มากๆต่างหากละ”ฟางเซียนที่ตั้งการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวเอ่ยบอกน้องชายของตนด้วยแววตามุ่งมั่น
“เช่นนั้นคืนนี้เรากลับเข้าป่าอีกรอบดีหรือไม่ขอรับ”หลิ่งเหวินที่ไม่อาจจะนอยู่ร่วมบ้านกับจิ้นหงที่เมาแล้วมักจะพร่ำร้องโวยวายถึงความอยุติธรรมในยามค่ำคืนเอ่ยชวนพี่สาวของตนด้วยรอยยิ้มนึกสนุก
“ก็ดี เพราะพี่เองก็ไม่อยากอยู่บ้านในคืนนี้เช่นกัน”ฟางเซียนที่พอจะคาดเดาความคิดของน้องชายของตนได้นางจึงได้เอ่ยตอบรับน้องชายของตนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นในทันที
หมู่บ้านอสูรคลั่ง
“คาราวะท่านพ่อตาขอรับ”ไป่ฉีที่พาจิวฮวาที่ตอนนี้อยู่ในร่างของหยุนอวี้เข้ามาคาราวะท่านพ่อของตนด้วยรอยยิ้มยินดีเพราะในวันนี้เขาจะมาสู่ขอหญิงคนรักของตนจากพ่อตาของตนแล้วนั้นเอง
“คาราวะท่านพ่อเ้าค่ะ”เสียงหวานเอ่ยทำความเคารพบิดาของตนด้วยรอยยิ้มยินดี
“จิวฮวาหรือ”เฟยหรงเอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
“เ้าค่ะ ลูกเองเ้าค่ะ เป็เช่นไรเ้าค่ะลูกในร่างนี้งดงามหรือไม่เ้าคะ”จิวฮวาที่รู้ว่าบิดาไม่คุ้นชินกับร่างใหม่นี้ของตนนางจึงได้เดินเข้าไปให้บิดาได้ดูนางใกล้ๆ
“งดงามสิงดงามมาก”เฟยหรงเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่บุตรสาวของตนด้วยสายตาชื่นชม
“คิกๆ ใช่หรือไม่เ้าคะตอนนี้ลูกว่าลูกงามอยู่มากเลยทีเดียว”จิวฮวาเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆเพราะตลอดทางที่นางและไป่ฉีได้เริ่มเดินทางเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้เหล่าชาวบ้านก็ล้วนแต่มองมาที่นางและไป่ฉีด้วยสายตาตื่นตะลึงตลอดทางและยามที่นางเดินผ่านเหล่าหญิงรับใช้และคนรับใช้ในจวนของบิดาของนางเองก็ยังคงมีสายตาชื่นชมมองมาที่นางและไป่ฉีแทบจะตลอดเวลา
“อะแฮ่ม”เฟยหรงที่เห็นว่าเหล่าคนรับใช้เอาแต่มาเมียนมองที่ไป่ฉีและจิวฮวาเขาจึงได้กระแอมเสียงดังเพื่อตักเตือนพวกเขานั้นจึงทำให้เหล่าคนรับใช้สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้นายของพวกเขานั้นกำลังไม่พอใจพวกเขาจึงต้องรีบแยกย้ายกลับไปทำงานของพวกเขาต่อทันที