จริงๆ แล้วเงินนี่เขาตั้งใจจะให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวหลังจากแต่งเข้าบ้านฉินอยู่แล้ว แค่หาจังหวะเหมาะๆที่จะเอามันออกมาให้เธอก็แค่นั้น
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
ตอนแรกๆ เธอมัวแต่คิดถึงตัวเองไม่ได้ใส่ใจลูกๆ สองคนเลยสักนิด เธอเห็นแก่ตัวมาก เขาจึงตัดใจเลิกล้มความคิดนั้นไป
แต่ตอนนี้ขาของเขาหายดีเกือบจะหายดีเป็นปกติแล้วแถมต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยังอยากใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขา ช่วยดูแลลูกๆทั้งสองคนเป็นอย่างดี
พอคิดถึงฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่แววตาของฉินซู่ก็หม่นลง
ตัวตนจริงๆ ของเด็กทั้งสองคนนั้น...
ช่างเถอะ ในเมื่อเขารับปากคนคนนั้นไปแล้วเขาก็จะเป็นพ่อของเด็กทั้งสองไปตลอดชีวิต
จู่ๆสายตาที่เขามองต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างลุกวาบขึ้นมา
เมื่อไหร่ภรรยาของเขาถึงจะให้กำเนิดลูกของพวกเขาสักทีนะ!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังตั้งใจนับเงินในกล่องอยู่เธอจึงไม่ทันสังเกตเห็นสายตาที่ร้อนแรงของฉินซู่
"พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปในตัวอำเภอหน่อยนะจะไปดูว่าอิฐแดงกับปูนของร้านไหนดีกว่ากัน แล้วก็ไม่แพงเกินไปด้วย"
ในยุคนี้ในหมู่บ้านแทบจะไม่มีใครสร้างบ้านด้วยอิฐแดงเลยบ้านส่วนใหญ่ยังเป็นบ้านดินกันทั้งนั้น
โชคดีที่ในตัวอำเภอก็มีร้านขายอิฐแดงกับปูนซีเมนต์แบบนี้เธอก็ไม่ต้องลำบากไปซื้อไกลๆ แล้ว
"ฉันมีเพื่อนเปิดโรงงานอิฐแดงอยู่ในตัวอำเภอเดี๋ยวฉันจะเขียนจดหมาย แล้วเธอก็เอาจดหมายฉบับนี้ไปหาเขาพรุ่งนี้เขาจะจัดการทุกอย่างให้เอง ยังไงก็เป็นเพื่อนกัน ยังไงราคาก็ถูกกว่าคนอื่นแน่ๆ"ฉินซู่พูดขึ้นมา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดีใจขึ้นมาทันที"ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย"
แบบนี้ก็ไม่ต้องเสียเวลาพูดคุยต่อรองราคาให้วุ่นวายแล้ว
แต่พอคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้สีหน้าของเธอก็เริ่มกังวลมากขึ้น
"แต่แบบนี้ก็เหมือนติดบุญคุณคนเขาน่ะสิ!
บุญคุณนี่แหละ ที่ชดใช้คืนยากที่สุดแล้ว
แต่ฉินซู่โบกมือ"ไม่ต้องคิดมากหรอก เรื่องน้ำใจยังไม่รู้เลยว่าใครติดหนี้ใครพวกเราก็แค่ช่วยๆ กันตามประสาเพื่อนนั่นแหละ ไม่ต้องกังวลไปหรอก"
ก่อนหน้านี้ขาของเขาพิการเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่าคนหนึ่ง และกลายเป็นคนหมดหวังในชีวิตเป้าหมายเดียวที่เหลืออยู่ก็คือทุ่มเททุกอย่างเพื่อเลี้ยงสองคนนั้นให้เติบโต
ส่วนตัวเองจะเป็นจะตายยังไงก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา
เมื่อก่อนเพื่อนสนิทและเพื่อนที่เคยร่วมรบกันมาก็เคยพยายามหาทางช่วยเขาอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ปฏิเสธไปทั้งหมด
แต่ตอนนี้เขามีภรรยา มีครอบครัวขาของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เขามีความหวังในการใช้ชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆเขาจึงคิดที่จะติดต่อเพื่อนสนิทและเพื่อนที่เคยร่วมรบกันมา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ขัดอะไร
"ถ้างั้นก็เขียนจดหมายมาสิ"
บ่ายวันต่อมา
หลังเลิกงานและกินข้าวเสร็จต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถือจดหมายที่ฉินซู่เขียนไว้ ออกเดินทางไปยังตัวอำเภอมุ่งตรงไปที่ถนนซีเจียตามที่อยู่ที่ระบุไว้
ส่วนใหญ่บนถนนซีเจียเป็นโรงงานตอนนี้เป็นเวลางาน ด้านนอกถนนจึงเงียบสงัด เมื่อเธอเดินมาถึงสุดถนนซีเจียเธอก็พบกับโรงงานอิฐแดงแห่งหนึ่ง
บนป้ายเขียนว่า‘โรงงานอิฐแดงหงเฟย’ ประตูเหล็กขนาดใหญ่ปิดสนิทมีหน้าต่างเล็กๆ อยู่ทางด้านขวา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยื่นมือไปเคาะที่หน้าต่างไม่นานนักก็มีคนเปิดหน้าต่างออกมา
"ใครน่ะ?"
คนที่พูดเป็นชายวัยกลางคน ผมเริ่มหงอกแซมขาวพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ใส่เสื้อกล้ามสีขาว มือหนึ่งถือพัดใบตาล โบกไปมาไม่หยุด
"ลุงคะ ฉันมาหาเฉินเสี่ยวต้านค่ะ"
"มาหาเฉินเสี่ยวต้านเหรอ?"
หม่าเป่าอันมองดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียดหน้าตาก็อ่อนหวาน แต่งตัวก็เรียบร้อยดูดี สะอาดสะอ้านชุดกระโปรงลายดอกก็เข้ากับเธอมาก เป็นผู้หญิงที่มีรสนิยมดีมากคนหนึ่งเชียว
"เธอเป็นอะไรกับเฉินเสี่ยวต้านล่ะ?"
ถึงแม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะทำให้เขารู้สึกว่าเธอน่าจะไม่น่ามีพิษมีภัยแต่ในฐานะยามรักษาความปลอดภัย เขาก็ต้องถามให้แน่ชัด
"สามีของฉันเป็นคนเพื่อนเก่าของเฉินเสี่ยวต้านค่ะพอดีที่เรากำลังจะสร้างใหม่ ต้องการใช้อิฐแดง ก็เลยมาติดต่อที่นี่ค่ะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวค่อยๆ อธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็น
"สามีเธอชื่ออะไร? เดี๋ยวฉันไปถามให้"
ถ้าเป็นคนอื่นที่มาหาเฉินเสี่ยวต้านแล้วพูดจาไม่เข้าท่า ป่านนี้ก็คงถูกเขาไล่ออกไปนานแล้ว
แต่หญิงสาวตรงหน้าเขารู้สึกถูกชะตากับเธอจึงยินดีที่จะไปถามให้
"สามีของฉันชื่อฉินซู่รบกวนคุณลุงด้วยนะคะ!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยรอยยิ้ม
"ฉินซู่เหรอ?"
หม่าเป่าอันพึมพำอยู่สองสามคำจากนั้นก็เปิดประตู ก่อนจะหันกลับมองมาต่งเสี่ยวเสี่ยว
"ฉันจะพาเธอไปหาเฉินเสี่ยวต้าน"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเขาบอกว่าจะลองไปถามให้ก่อนไม่ใช่เหรอ?
หม่าเป่าอันเปิดประตูพร้อมกับอธิบาย
"เฉินเสี่ยวต้านเป็นเจ้าของโรงงานอิฐแดงนี้ปกติเขาก็วิ่งวุ่นทั้งวัน กว่าจะได้เจอตัวแต่ละทีก็ยากแทบตาย วันนี้แปลกหน่อยเขาอยู่ที่โรงงานทั้งวัน แล้วก็สั่งไว้เลยว่า ถ้ามีคนชื่อฉินซู่มาหาให้พาเข้าไปหาเขาได้ทันที”
พูดจบเขาก็ปิดประตูเหล็ก แล้วล็อกจากข้างใน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับร้อง 'อ๋อ' ในใจ
ในโรงงานอิฐแดงค่อนข้างกว้างขวางด้านนอกเป็นพื้นปูนซีเมนต์ทั้งหมด สองข้างทางมีต้นไม้เขียวชอุ่มและเสาไฟฟ้าบรรยากาศรอบๆ ถือว่าดีเลยทีเดียว
ด้านนอกยังมีอาคารขนาดใหญ่หม่าเป่าอันพาเธอขึ้นไปบนชั้นสาม และพาเธอเดินมาถึงห้องทำงานแห่งหนึ่ง
ประตูห้องทำงานเปิดอ้าอยู่ข้างในมีผู้ชายคนหนึ่ง และพัดลมที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด พัดลมมาเรื่อยๆ
ชายคนนั้นนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้เขายกขาสองข้างขึ้นพาดไว้บนโต๊ะทำงาน เอาหนังสือพิมพ์ปิดหน้า ดูเหมือนกำลังงีบหลับ
"เถ้าแก่!"
หม่าเป่าอันเห็นว่าเคาะประตูแล้วเฉินเสี่ยวต้านก็ยังไม่ตื่นจึงเรียกเขาเสียงดัง
ใครจะรู้ว่าชายที่นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้จะสะดุ้งโหยงเขาไม่ทันได้ตั้งตัว จึงทำให้ตกลงมาจากเก้าอี้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่ยืนอยู่ข้างๆได้ยินเสียงดัง 'โครม' จากการกระแทกพื้นอย่างชัดเจน
เฉินเสี่ยวต้านลุกขึ้นจากพื้นใช้มือลูบแก้มที่กระแทกจนเจ็บ ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยเขาแยกเขี้ยวก่อนจะพูดขึ้นมา
"เป็นอะไรของนายจะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตู! ตกใจหมด ถ้าหน้าฉันเสียโฉมไป ฉันจะไปหาเมียได้ยังไงกัน!"
เฉินเสี่ยวต้านมีใบหน้าที่ดูเด็กกว่าวัยพอทำท่าโกรธแล้วดูเหมือนซาลาเปาอวบๆ ที่กำลังพอง ดูไปก็อดขำไม่ได้
หม่าเป่าอันกลอกตาเขาชี้ไปที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า
"ผู้หญิงคนนี้มาหาเถ้าแก่ครับ!"
เฉินเสี่ยวต้านมองไปยังต่งเสี่ยวเสี่ยวเธอสวมชุดกระโปรงลายดอกไม้สีเหลืองอ่อน รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวผุดผ่องใบหน้าสวยหมดจด ทุกอย่างล้วนตรงกับสเปกของเขา
เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของเฉินเสี่ยวต้านก็เปลี่ยนทันที เขายิ้มออกมาอย่างสุภาพแล้วหันไปมองหม่าเป่าอันที่ยืนเป็นก้างขวางคออยู่ข้างๆ
"ไปชงชามาให้หน่อยสิ!ฉันจะนั่งคุยทำความรู้จักกับว่าที่ภรรยาในอนาคตสักหน่อย”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นมุมปากก็กระตุกทันที
หม่าเป่าอันที่อยู่ข้างๆพูดออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
"นี่ภรรยาของฉินซู่ครับเธอบอกว่ามีเรื่องจะมาขอความช่วยเหลือ!"
พูดจบเขาก็หมุนตัวออกจากห้องทำงานอย่างอารมณ์ดีรีบไปสั่งให้คนชงชามาให้แขก
เฉินเสี่ยวต้านถึงกับตะลึงนี่มันไม่ใช่ว่าที่ภรรยาที่หม่าเป่าอันหาให้เขาเหรอ?
พอได้ยินว่าเธอเป็นภรรยาของฉินซู่เฉินเสี่ยวต้านก็เริ่มพิจารณาต่งเสี่ยวเสี่ยวใหม่อีกครั้งเขาอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาเบาๆ
"ไม่เจอกันนานหลายปีฉินซู่เงียบหายไปตลอดไม่ส่งข่าวคราวอะไรมาเลย พอกลับมาทีก็เล่นเอาตะลึงเลยแฮะไม่คิดเลยว่าจะได้เมียสวยขนาดนี้"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดึงจดหมายที่ฉินซู่เขียนไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อก่อนจะส่งให้เฉินเสี่ยวต้าน
“วันนี้ฉันมาหาคุณเพราะอยากรบกวนให้ช่วยเรื่องหนึ่งค่ะฉันกับสามีตั้งใจจะสร้างบ้านใหม่ เลยต้องซื้ออิฐแดงกับปูนเยอะมากเขาบอกให้ฉันมาหาคุณได้เลย”