ตอนที่ 16 ใช้ภาพปลอมทดสอบ (2)
สวี่เฉิงอวี๋มองคนที่นั่งอยู่ด้านบน มุมปากยกขึ้น คิ้วและตาโค้งลง ภายในดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มชัดเจน ร่างทั้งร่างพลันดูเฉื่อยชา
เขายิ้มอะไรหรือ
ปกติแล้วนางมักจะรักษากฎเกณฑ์เสมอ ชาติก่อนนางระวังมาทั้งชาติ เมื่อแต่งงานกับอู๋เว่ยนับว่าผ่อนปรนบ้าง ทว่าเป็นนายหญิงของบ้านเขาแล้วต้องดูแลคนและเรื่องของทั้งบ้าน ทั้งยังต้องรักษาบุคลิกและไว้ท่าที จะให้เสียกฎเกณฑ์ไม่ได้แม้แต่น้อย
แต่เพราะวางท่าจนคุ้นชิน นางถึงได้รู้ชัดว่าเมื่อครู่น้ำเสียงของนางไม่เป็นมิตร สีหน้าเองก็ดูไม่ดี
ท่าทางเช่นนี้ในสายตาของเซียวหมิ่นหางเขาควรจะต้องโมโหถึงจะถูก
คนที่มีชาติกำเนิดเช่นเขา ชีวิตทั้งชีวิตล้วนแต่มีคนยกยอปอปั้น การที่นางไม่เกรงใจเช่นนี้เขาควรโมโหไม่ใช่หรือ
ต่อให้เขาจงใจนำภาพนี้มาหาถึงที่และไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอะไรนัก อย่างมากก็เป็นเพราะคุณชายสูงศักดิ์ผู้ร่ำรวยว่างจนเบื่อและมาหาเรื่องล้อเล่นเท่านั้น เพียงแต่การใช้พวกนางพี่น้องตระกูลสวี่ในการแก้เบื่อก็ทำให้รู้สึกไม่พอใจอยู่เหมือนกัน...แต่ไม่รู้ว่าข้างนอกมีคนจำนวนเท่าใดที่อยากเป็นผู้คลายเบื่อให้คุณชายน้อยก็ยังเป็นไม่ได้เลย
สวี่เฉิงอวี๋ทนไม่ไหว คำถามแทบจะหลุดปากออกไป
คำมาถึงปาก นางกลับฝืนกลืนมันลงไป
สวี่ไท่จือนั่งอยู่ตรงนั้นนิ่งไม่ขยับ มองสีหน้านางเปลี่ยนไปหลายครั้ง ดวงตาเป็นประกายสลับกับหม่น จนสุดท้ายนางเพียงแค่กระตุกมุมปากขึ้น ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ถึงได้ถอนหายใจออกมา
สวี่เฉิงอวี๋ยังนิ่งไว้ได้
โชคดีที่นางนิ่งแล้ว
เมื่อสงบนิ่งลงแผ่นหลังของนางก็มีเหงื่อเย็นซึมออกมา
เหตุใดถึงได้เกือบจะวู่วามแล้วเล่า
นางมีชีวิตมาสองชาติ อุปสรรคอะไรบ้างที่ไม่เคยเจอมาก่อน เรื่องเล็กนี้ของเซียวหมิ่นหางจะนับว่าเป็นอะไรได้
นางควรมองว่าเป็นเพียงเมฆบางลมโชย ประหนึ่งไม่เห็นสิ่งใด
สวี่เฉิงอวี๋ถอยหลังน้อยๆ ไปครึ่งก้าว “บางทีคุณชายน้อยคงคิดว่าข้าโอหังวู่วาม แต่ภาพนี้...”
“คุณหนูห้ามีสายตาที่ดี ทั้งยังเป็นคนที่ปากและใจตรงกัน คนประเภทที่ข้าชอบที่สุดก็คือคนเช่นนี้” เซียวหมิ่นหางหยุดคำของสวี่เฉิงอวี๋เอาไว้ไม่ได้ให้นางพูดต่อไปอีก “ภาพนี้เป็นของปลอม คุณหนูห้าไม่ได้พูดผิดไปเลยแม้แต่น้อย...” เขากลับลากเสียงยาว หันกลับไปมองที่สวี่ไท่จือ “เจ้ามองออก แต่เจ้าไม่กล้าพูด กลัวข้าโมโหหรือ หรือกลัวว่าข้าจะมองไม่ออกว่าภาพนี้เป็นภาพเลียนแบบของเก่าที่มีของแท้น้อยกว่าของปลอม”
สวี่ไท่จือยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนกว่าเดิม
เขาทำงานด้านนอก คุ้นชินกับการพูดอะไรพูดเพียงสามส่วน และยิ่งชินกันการดูว่าคุยกับใครต้องพูดอะไร
เซียวหมิ่นหางนำภาพนี้มาเยือนถึงที่ ทั้งยังเอาแต่พูดถึงเฉิงอวี๋ตลอด เขาจึงเริ่มรู้สึกว่าโชคดีที่เขาไม่ได้บุ่มบ่ามวิจารณ์ภาพนี้เข้า
เห็นชัดว่าผู้อื่นไม่ได้มุ่งมาที่เขา ภาพนี้เป็นเพียงแค่ข้ออ้าง แต่เพราะอยากพบเฉิงอวี๋ หรือพูดได้ว่าเซียวหมิ่นหางกำลังทดสอบเฉิงอวี๋
แต่เขาได้ตามจุดประสงค์แล้วเหตุใดยังต้องพูดเจาะจงชื่อเขาออกมาตรงๆ อย่างเปิดเผยด้วย
สวี่เฉิงอวี๋เห็นพี่ชายใหญ่ของตนแสดงสีหน้าไม่ถูก ในใจก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจึงถอนหายใจเงียบๆ “พี่ชายใหญ่ข้าเป็นคนนอกวงการ แน่นอนว่าต้องกลัวว่า หากใช้คำพูดไม่ระวังจะไปล่วงเกินคุณชายน้อยเข้า”
เซียวหมิ่นหางพูด ‘อ้อ’ ในลำคอ
นางรับคำเขา เขาเองก็ไม่ได้สร้างความลำบากให้สวี่ไท่จือต่ออีกจริงๆ แล้วหันกลับมาหานาง “แล้วคุณหนูห้าไม่กลัวหรือ”
“ข้าเป็นเพียงแค่เด็กสาวในห้องหอคนหนึ่ง มีความรู้เพียงผิวเผิน ต่อให้พูดอะไรผิดไปจริงๆ คุณชายน้อยก็ไม่มีทางคิดเล็กคิดน้อยกับข้า” สวี่เฉิงอวี๋ยืนอย่างสงบนิ่ง ดวงตาทั้งสี่สบประสานกันโดยนางไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย “หรือว่าคุณชายน้อยจะโมโหข้า เพราะว่าข้าพูดว่าภาพนี้เป็นภาพปลอม มีค่าเพียงหนึ่งพันตำลึงหรือ ความจริงคุณชายน้อยเองก็ไม่ได้โมโหพี่ชายใหญ่ข้าหรอก เป็นเพราะพี่ชายใหญ่ข้าระมัดระวังเสียจนเคยชิน ยิ่งไม่กล้าพูดไร้สาระอะไรต่อหน้าคุณชายน้อยเท่านั้น ส่วนข้า...”
นางใช้นิ้วชี้กลับมาที่ตนเอง รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเด่นชัดมากขึ้น “คุณชายน้อยนำภาพมาที่บ้านวันนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการจะทดสอบข้าหรือเจ้าคะ”
นางมักจะทำให้เขาประหลาดใจได้เสมอจริงๆ
เซียวหมิ่นหางชะงักไปเพียงครู่หนึ่งก่อนยกมือทั้งสองขึ้นประกบและปรบมือสามครั้งติดกัน “คุณหนูห้าเฉลียวฉลาดและตรงไปตรงมา เจ้าพูดได้ไม่ผิด ข้าคิดจะทดสอบเจ้า”