“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 56 คำสารภาพในคราบน้ำตา

    พี่กรเดินออกจากห้อง ตรงมาหาแพรทันที ไม่สนสายตาเพื่อนร่วมงาน

    “แพร... เสร็จแล้วครับ พี่จัดการเรื่องงานกับอ.วิภาเรียบร้อยแล้ว  

    เย็นนี้พี่พาหนูไปกินข้าวนะครับ"


    แพรยิ้มกว้างให้พี่กร แล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจ

    "ค่ะพี่กร... หนูอยากอยู่กับพี่ทั้งคืนเลย”


    พี่กรยิ้มตอบ ดวงตาเป็นประกายชัดเจนขึ้นทันที  

    พี่จับมือแพรแน่น แล้วพาเดินไปขึ้นรถ SUV สีเทาเข้ม  

    ระหว่างทาง พี่กรเปิดเพลงช้า ๆ เบา ๆ แล้วหันมาบอก  


    “วันนี้พี่จะไม่ให้ใครมารบกวนเราเลยนะครับ ร้านที่พี่จองไว้เป็นร้านส่วนตัว แถวสยาม มีห้องส่วนตัวด้วย พี่เลือกโต๊ะมุมในสุดไว้แล้ว อาหารอร่อยมาก หนูชอบกินอะไรคะ สั่งได้เต็มที่เลย”


    แพรยิ้มเขิน ๆ แล้วพยักหน้า  

    “หนูกินอะไรก็ได้ค่ะ... ขอแค่ได้อยู่กับพี่สองคนก็พอแล้ว”


    รถมาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์เรียบหรู แสงไฟนวล ๆ บรรยากาศสงบ  

    พี่กรจอดรถ แล้วพาแพรเดินเข้าไป  

    พนักงานพาทั้งคู่ไปห้องส่วนตัวมุมในสุด 


    หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับวิวเมืองยามบ่ายแก่ ๆ  

    โต๊ะไม้ต่ำ มีเบาะนั่งสบาย พี่กรช่วยแพรนั่ง แล้วนั่งลงข้าง ๆ (ใกล้จนแพรได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวพี่กร)


    พี่กรเปิดเมนูให้แพรดู แล้วสั่งอาหารที่แพรชอบ (ซูชิเซ็ต สลัดทูน่า ปลาหมึกย่าง เทมปุระกุ้ง และมิโซะซุป)  

    อาหารมาเสิร์ฟเร็วมาก 

    พี่กรตักซูชิชิ้นหนึ่งยื่นให้แพร แล้วยิ้ม  

    “ลองชิมสิครับ อร่อยมากเลย พี่อยากเห็นหนูกินเยอะ ๆ”


    แพรยิ้ม แล้วอ้าปากให้พี่กรป้อน  

    แต่ยังไม่ทันได้กินคำที่สอง  

    โทรศัพท์ของพี่กรที่วางอยู่ข้างโต๊ะสั่นขึ้นทันที  

    หน้าจอขึ้นชื่อ “อ.วิภา” อีกแล้ว


    พี่กรชะงัก มองหน้าจอ แล้วหันมามองแพรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดทันที  

    “พี่ขอโทษนะครับ... เดี๋ยวพี่รับแป๊บนึง”


    พี่กรกดรับสาย แล้วยกขึ้นหู

    “ครับอาจารย์วิภา... มีอะไรเหรอครับ”


    เสียงอ.วิภาดังออกมาจากลำโพง (พอให้แพรได้ยินชัดเจน)


    “อาจารย์ธนากรคะ! ขอโทษที่โทรมาอีกนะคะ แต่เมื่อกี้อ.อาวุธ (อาจารย์อาวุธ อีกท่านในคณะที่เป็นที่ปรึกษาวิจัยของพี่กร) โทรมาหาฉันค่ะ ท่านบอกว่าอยากชวนอาจารย์ธนากรไปดื่มด้วยกันเย็นนี้ค่ะ ท่านบอกว่ามีเรื่องวิจัยอยากคุยเพิ่ม แล้วก็อยากฉลองที่โครงการผ่านรอบแรก ท่านให้ฉันชวนอาจารย์ไปด้วยกันค่ะ  

    ท่านรออยู่ที่ร้านเดิมแถวสยามนะคะ ท่านบอกว่าอาจารย์ธนากรเป็นคนที่ท่านชื่นชอบมาก อยากให้ไปเป็นเพื่อนดื่มด้วยกันค่ะ”


    พี่กรชะงัก มองหน้าแพรที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ  

    สีหน้าพี่กรตอนนี้เต็มไปด้วยความลำบากใจชัดเจน  

    พี่กรหันกลับไปตอบอ.วิภาเสียงสุภาพแต่หนักแน่น


    “ครับอาจารย์วิภา... ผมเข้าใจแล้วครับ แต่คืนนี้ผมมีนัดส่วนตัวที่สำคัญมากเลยครับ ผมไปไม่ได้จริง ๆ  

    ฝาก ขอโทษ อ.อาวุธให้หน่อยนะครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะเข้าไปหาท่านที่ห้องทำงานเลยครับ แล้วเราค่อยคุยเรื่องวิจัยกันให้ชัดเจน”


    อ.วิภาดูงงนิดหนึ่ง แต่ก็ตอบกลับ  

    “โอเคค่ะอาจารย์... ฉันจะบอกท่านให้ ท่านคงเสียดายนะคะ เพราะท่านชอบคุณมากเลย แต่ไม่เป็นไรค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ”


    สายตัด  

    พี่กรวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมามองแพรทันที  

    สีหน้าพี่กรตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและจริงจัง  

    พี่กรจับมือแพรแน่น แล้วพูดเสียงต่ำ


    “แพร... พี่ขอโทษอีกครั้งนะครับ  

    พี่ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องงานมารบกวนเราแบบนี้ พี่บอกอ.วิภาแล้วว่าพี่มีนัดกับหนู แล้วพี่ก็ปฏิเสธ อ.อาวุธไปแล้ว  

    พี่ไม่อยากให้หนูรู้สึกว่าพี่ให้ความสำคัญกับงานมากกว่าหนู พี่เลือกหนูก่อนเสมอครับ  

    วันนี้เราจะกินข้าวกันสองคนให้จบเลยนะครับ ไม่มีใครมารบกวนอีก พี่สัญญา”


    พี่กรยกมือแพรขึ้นมาจูบหลังมือเบา ๆ แล้วมองตาแพรตรง ๆ  

    “หนูยังอยากกินต่อไหมครับ หรือหนูอยากให้พี่พากลับบ้านแล้วค่อยคุยกันที่บ้าน พี่ตามใจหนูทุกอย่างเลยครับ”


    แพรยังไม่ทันอ้าปากตอบ โทรศัพท์ของพี่กรก็ดังขึ้นอีกครั้ง  

    หน้าจอขึ้นชื่อ “อ.อาวุธ” (อาจารย์อาวุธ ท่านที่เป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัยของพี่กร และมีอิทธิพลในคณะมาก เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่ทุกคนเคารพนับถือ)


    พี่กรมองหน้าจอ แล้วถอนหายใจเบา ๆ หันมามองแพรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลำบากใจชัดเจน  

    พี่กรยกโทรศัพท์ขึ้นหู กดรับสายแบบลำโพงออก (เพื่อให้แพรได้ยินทุกคำเหมือนเดิม)


    “สวัสดีครับท่านอาจารย์อาวุธ... มีอะไรครับ”


    เสียงอ.อาวุธดังออกมาจากลำโพง ชัดเจนและมีน้ำเสียงอบอุ่นแต่หนักแน่น (แบบผู้ใหญ่ที่ชวนแบบไม่ให้ปฏิเสธง่าย ๆ)


    “ธนากร... คืนนี้ว่างไหม ผมอยากชวนไปดื่มด้วยกันสักหน่อย มีเรื่องวิจัยอยากคุยเพิ่ม แล้วก็..อยากฉลองที่โครงการผ่านรอบแรกน่ะ วิภาโทรบอกว่า คุณบอกว่ามีนัดส่วนตัว แต่ถ้าคุณว่างได้ก็ดีนะ ผมอยากคุยกับคุณโดยตรงสักหน่อย มาด้วยกันเถอะ..! ผมรออยู่ที่ร้านเดิมแถวสยาม มานะ..!”


    พี่กรเงียบไปครู่หนึ่ง มองหน้าแพรที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ  

    แพรเห็นชัดเลยว่าพี่กรลังเลมาก สายตาพี่กรเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและกังวล  

    พี่กรหันกลับไปตอบเสียงสุภาพแต่หนักแน่น


    “ครับท่าน... วันนี้ผมมีนัดส่วนตัวจริง ๆ ครับ แต่ถ้าท่านอยากคุยเรื่องวิจัยด่วนขนาดนั้น ผมจะรีบไปให้ได้ครับ แต่ผมขอไปช้าหน่อยได้ไหมครับ เดี๋ยวผมรีบจัดการเรื่องส่วนตัวให้เสร็จก่อน แล้วจะรีบไปหาเลยครับ”


    อ.อาวุธหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อ  

    “ได้ๆๆ.. ผมเข้าใจ ผมรอคุณนะ มาช้าได้ แต่มาด้วยนะ ผมอยากคุยกับเจ้าคุณโดยตรงจริง ๆ”


    สายตัด  

    พี่กรวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมามองแพร

    สีหน้าพี่กรตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนแทบจะน้ำตาคลอ (แต่พี่กรยังกลั้นไว้)


    “แพร... พี่ขอโทษจริง ๆ นะครับ  

    ท่านอาจารย์อาวุธเป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัยของพี่ ท่านให้คำแนะนำพี่มาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาเอก พี่ปฏิเสธท่านไม่ได้ง่าย ๆ เลยครับ  

    พี่จำใจต้องไปจริง ๆ แต่พี่สัญญาว่าจะไปแค่แป๊บเดียว คุยเรื่องงานให้เสร็จ แล้วรีบกลับมาหาหนูทันทีเลยครับ  

    พี่จะไม่ดื่มเยอะ ไม่นั่งนาน พี่จะบอกท่านว่ามีนัดสำคัญ แล้วรีบกลับมา พี่จะไม่ปล่อยให้หนูต้องรอคนเดียวอีก”


    พี่กรจับมือแพรแน่น แล้วก้มลงมองตาแพร  

    “หนู... อยากให้พี่ทำยังไงดีครับ พี่ไปแป๊บเดียวแล้วรีบกลับมา หรือหนูอยากให้พี่ปฏิเสธท่าน แล้วอยู่กับหนูคืนนี้ พี่เลือกหนูก่อนเสมอครับ บอกพี่มาเลยนะ พี่จะทำตามที่หนูสบายใจที่สุด”


    แพรยิ้มอ่อน ๆ แล้วพูดเบา ๆ แต่ชัดเจน


    “เรากินข้าวเสร็จแล้วพี่ค่อยไปก็ได้ค่ะ... หนูไม่เป็นไร หนูเข้าใจว่าพี่ต้องไปหาท่านอาจารย์อาวุธจริง ๆ  

    หนูกินเสร็จแล้วพี่ไปเลยนะคะ หนูกลับบ้านเองได้ พรุ่งนี้เจอกันที่ทำงานก็ได้ค่ะ”


    พี่กรมองหน้าแพรนานนิดนึง สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและลังเล แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเบา ๆ  

    “...ครับ แพร พี่ขอโทษอีกครั้งนะครับ พี่จะรีบไปรีบกลับให้เร็วที่สุดเลย พี่จะไม่ดื่มเยอะ แล้วพี่จะโทรหาหนูทันทีที่เสร็จ พี่สัญญา  

    หนูดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ พี่รักหนูมากเลย”

    พี่กรจูบหน้าผากแพรเบา ๆ 


    หลังทานมื้อเย็นไปได้ครู่เดียวแล้ว พี่กรลุกขึ้นจากโต๊ะ เรียกพนักงานมาจ่ายเงิน ก่อนบอกลาแพรและเดินออกจากห้องส่วนตัวไป  

    แพรนั่งมองตามหลังพี่กรจนลับตา แล้วค่อย ๆ ก้มหน้าก้มตากินอาหารที่เหลือต่อเงียบ ๆ  

    แต่กินได้ไม่กี่คำ แพรก็หมดอารมณ์ เรียกพนักงานมาขอห่อกลับ แล้วเดินออกจากร้านคนเดียว


    **คืนนั้น**


    แพรกลับถึงบ้านคนเดียวอีกครั้ง  

    เปิดไฟห้องนั่งเล่นแค่ดวงเดียว นั่งกอดเข่าบนโซฟา รอสายจากพี่กร  

    แต่โทรศัพท์ยังเงียบอยู่  


    ตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม... ยังไม่มีสายเข้า ไม่มีข้อความ  


    แพรเริ่มง่วง แต่ก็ยังนั่งรอ จนหลับไปบนโซฟาแบบไม่รู้ตัว


    เช้ามืดประมาณตีสี่กว่า ๆ  

    เสียงโทรศัพท์ที่สั่นเตือนในเวลาที่ฟ้ายังไม่สางทำให้แพรที่กึ่งหลับกึ่งตื่นบนโซฟา สะดุ้งสุดตัว หัวใจที่ล้าจากการรอคอยเต้นระรัวด้วยความหวัง

    แพรหยิบขึ้นมาดู เป็นสายจากพี่กร  

    แพรกดรับทันที


    “แพร...”  

    เสียงพี่กรแหบพร่า หอบเล็กน้อย ฟังดูเมานิด ๆ แต่ยังรู้ตัวอยู่  


    “พี่... พี่ขอโทษครับ พี่เพิ่งกลับถึงคอนโดเมื่อกี้  

    ที่ร้าน... ท่านอาจารย์อาวุธชวนดื่มเยอะจริง ๆ พี่พยายามบอกว่าต้องกลับ แต่ท่านไม่ยอมให้กลับเลย พี่เลยต้องนั่งจนจบ แล้วอ.วิภาเธอก็เมาหนักมาก พี่เลยต้องไปส่งเธอที่หอพัก เพราะเธอเมาจนไม่รู้เรื่องเลยครับ  

    พี่... พี่ไม่ได้ตั้งใจเลยนะแพร แต่ระหว่างไปส่ง... เธอเมาแล้วเผลอ... พี่ก็เผลอ... เรามีอะไรกันครับ แพร พี่ขอโทษจริง ๆ พี่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป พี่เมาแล้วจำได้ไม่ค่อยชัด แต่พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่ผิดมากจริง ๆ”


    เสียงพี่กรสั่นจนแทบร้องไห้  

    “พี่... พี่ไม่กล้าบอกหนูเลย แต่พี่ไม่อยากโกหกหนู พี่รักหนูคนเดียวจริง ๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่เมาแล้วเสียสติ พี่ขอโทษครับแพร... พี่ขอโทษจริง ๆ  

    หนู... หนูเกลียดพี่แล้วใช่ไหมครับ”


    ​คำสารภาพนั้นสั้น แต่ทรงพลังพอที่จะหยุดลมหายใจของแพรไปชั่วขณะ 

    โลกทั้งใบที่แพรพยายามประคับประคองมาตลอดคืน พังครืนลงมาต่อหน้า แสงสลัวจากไฟดวงเดียวในห้องนั่งเล่นสะท้อนน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างไร้เสียง


    ​ความเจ็บปวดครั้งนี้มันต่างจากตอน อ.วิภา มาแทรกเรื่องงาน เพราะครั้งนี้มันคือ "ความทรยศ" > 'พี่บอกว่ารักหนู... พี่บอกว่าเลือกหนูหน้าห้องทำงานต่อหน้าทุกคน แต่สุดท้ายพี่ก็กลับไปหาเขา พี่ไปนอนกับเขาในวันที่หนูนั่งรอพี่จนเช้า' 

    ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวแพรเหมือนค้อนที่ทุบลงบนใจซ้ำๆ

    ​เสียงพี่กรที่สั่นเครือและคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้ทำให้แพรรู้สึกดีขึ้นเลย แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกสมเพชตัวเอง ที่เชื่อในคำสัญญาเหล่านั้น 

    เธอนึกถึงภาพ อ.วิภา ที่เมามายในอ้อมกอดของพี่กร... ภาพที่พี่กรบอกว่าเผลอ แต่มันคือการทำลายชีวิตของแพรทั้งเป็น

    ​

    แพรไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ด่าทอสายที่โทรมา เธอเพียงแค่ถือโทรศัพท์ค้างไว้ด้วยมือที่เย็นเฉียบ น้ำตาหยดลงบนหลังมือที่พี่กรเคยจูบเมื่อเย็นวาน... รอยจูบที่ตอนนี้ดูสกปรกจนเธออยากจะขูดมันทิ้ง



    คล้ายกับเรื่อง“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล” ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730