ตอนที่เจ็ดสิบแปด เสียพรหมจรรย์เท่ากับเสียพลังหยางบริสุทธิ์
ตอนแรกที่ผมคิดว่าการอยู่ขั้นสะสมปราณก็สามารถฝึกวิชาอย่างอื่นได้สบายไมได้มีผลอะไรนัก
แต่ความสามารถที่บรรลุไปอีกขั้นใหญ่ตอนนี้ทำให้ผมยอมรับได้ว่าผมคิดผิด
ความรู้สึกของพลังลมปราณที่มีความรู้สึกว่าเป็นของ”คนอื่น”กลายเป็น”ของเรา”อย่างชัดเจนเมื่อบรรลุขั้นปรับพื้นฐานลมปราณแล้ว
พลังลมปราณหนาแน่นขึ้นควบคุมได้ง่ายดายมากขึ้นและ
แสงสีขาวรวบรวมที่ปลายนิ้วของผมและ
เปรี๊ยะ
ทั้งผนังฉาบไปด้วยน้ำแข็งสีขาวนี่คือกระบวนท่าของผม
“แสงเย็น”
วิธีการที่เป้นขีดจำกัดของวิทยาศาสตร์ในการเข้าถึงศูนย์องศาสัมบูรณ์
การที่ผมบังคับลมปราณได้ละเอียดมากขึ้นทำให้ผมเลียนแบบแสงเย็นในสภาพลมปราณได้
อย่างที่บอกผมไม่ได้ล้อเล่นในการที่บอกว่าหลอมรวมวิชาวิทยาศาสตร์เข้ากับพลังลมปราณและพัฒนาให้ล้ำลึกยิ่งๆขึ้นไปทั้งจากมุมมองนักวิทยาศาสตร์และผู้บ่มเพาะพลัง
ความเย็นที่ผมผลิตได้เกินขีดจำกัดของงูจอมุงกันด์แล้ว
และสรีระธาตุน่าจะพอป้องกันพิษของจอมุงกันด์ได้
“บันทึกข้อมูลไว้โรเบิร์ตและวิเคราะห์ด้วยวว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในทางไหนอีกได้บ้างด้วยการบังคับลมปราณแบบนี้”
“รับทราบ ไอเก็บข้อมูลไว้แล้ว”
โรเบิร์ตบันทึกข้อมูลไว้วิเคราะห์ต่อไปตามภาคทฤษฎี
นี่คือสิ่งที่การฝึกคนเดียวหรือค้นคว้าคนเดียวไม่สามารถทำได้
ทำให้มันเป็นกระบวนการค้นคว้าวิจัยเมกะโปรเจคเสีย
ไม่ให้วิชานี้เป็นของเราคนเดียว
แต่สร้างความได้เปรียบเหนือคนอื่นตรงที่ผมคือคนที่คุมทรัพยากรมากที่สุด
คนจนมักจะเข้าใจว่า ความซื่อสัตย์ความขยัน สติปัญญา สามารถทำให้ตนเองเลื่อนสถานะเอาไว้ได้
หารู้ไม่ว่าคนรวยวางหมากเอาไว้ตั้งแต่แรกให้ตนได้เปรียบอยู่แล้ว
เมื่อแต่ละคนพรสวรรค์ไม่แตกต่างกันมากเท่าไรแบบเดียวกับคนที่กลับมาจากโลกเซียนที่เหมือนพระเอกอิเซไคที่มีวิทยาการจากโลกอนาคต
คนที่จะกลายเป็นผู้บ่มเพาะพลังที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้ที่ถือครองทรัพยากรมากที่สุด
เราอาจจะตีความผิดพลาดหรืออาจจะมุ่งเป้าหมายการทดลองที่เป็นทางตัน
แต่หินวิญญาณหนึ่งก่อนที่เราเดินพลังดูดกลืนไป
ก็ยังเป็นการเพิ่มพลังให้กับเราหนึ่งส่วนเสมอ
ไม่ว่าการทดลองจะสำเร็จหรือล้มเหลว
คนที่มีทรัพยากรมากกว่าจะได้เปรียบเสมอ
คนจนที่มีเงินหนึ่งร้อยหลานหยวนจะปรุงยาผิดพลาดสักหนึ่งครั้งก็อาจเสียเงินร้อยล้านหยวนที่สะสมมาทั้งชีวิต
ส่วนของคนที่รวยกว่านั้นจะมีโอกาสผิดพลาดได้มากกว่าและมีโอกาสในชีวิตมากกว่า
“ออกจากคอมฟอร์ทโซน”
เป็นแค่เรื่องหลอกลวงเท่านั้นเพราะคนจนไม่ทำงานแม้แต่วันเดียวหรือทำผิดลพาดแค่ครั้งเดียวอาจจะยากจนไปหลายสิบปี
มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งในด้านสถิติ
ว่ามีแต่คนที่ยากจนและคนที่ร่ำรวยมากๆเท่านั้นจึงจะมีลูกเยอะกว่าค่าเฉลี่ย2.1 คน ที่จะเหนือกว่า replacement rate
และยิ่งประเทศจีนที่ผู้ชายเยอะมากมายมหาศาลมากกว่าผู้หญิง
ด้วยอัตราเฉลี่ยคือผู้ชาย 100 คนต่อผู้หญิง 105 คน
หรือ
ผู้ชายประมาณ 738.25 ล้านต่อผู้หญิง 701.08 ล้าน
ที่หากเทียบอัตราช่วงอายุคงน่ากลัวกว่านี้
ที่อย่างต่ำต้องมีชายโสดไม่น่าต่ำกว่า30 ล้านคนในประเทศ
ไม่แปลกใจที่ผู้ชายในโลกนี้จะกลายเป็นsimp กันหมดนี่เองเพราะการแข่งขันสูงมาก
นักคณิตศาสตร์หรือนักประวัติศาสตร์สามารถคำนวณได้ว่าหากอัตราประชากรมีอย่างนี้สงครามไม่นานก็คงจะเกิดขึ้นนั่นเอง หากดูจากประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมา
ไม่อาจเลี่ยงได้
ดังนั้นหน้าที่ของผมคือต้องหากิจกรรมให้พวกเขาทำเสียก่อนที่จะกลายเป็นsimp และเดินเหยียบตาปลาฆ่ากันเพื่อแย่งชิงนางงามน้ำแข็งในนครหลวงนี้
ผมต้องใช้วิธีชักฟืนออกจากเตาไฟ
“นามู ช่วยเป็นอาจารย์ฝึกสอนทำสมาธิให้กับศิษย์จำนวนมหาศาลหน่อยได้ไหม?”
“สั่งมาเลยจ๊ะนายจ๋า”
นามูรับคำยอ่างว่าง่าย
ผมผงกศีรษะ
ศาสนาคือตัวช่วยได้ดีที่สุดในการเบรกคนไม่ให้ไปโดนตัณหาครอบงำและแย่งชิงนางงามน้ำแข็ง
อาจจะช่วยไม่ได้ทั้งหมดแต่ผมน่าจะลดปัญหาลงบางส่วนได้
ผมจะปล่อยข่าวไปว่า
“เสียพรหมจรรย์เท่ากับเสียพลังหยางบริสุทธิ์เป็นอันตรายต่อการบ่มเพาะพลัง”
ซึ่งมันก็เป็นความจริงนั่นล่ะน่าจะช่วยเรื่องให้พวกนี้บ้าคลั่งปราณยุทธมากกว่าบ้าคลั่งนางงามน้ำแข็งได้