พอพูดคุยกันเสร็จก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี พวกเราจึงไปรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ฉันก็ขอตัวกลับห้องมาพักผ่อนก่อน จะเรียกว่าพักผ่อนได้ไหม เหมือนขอเวลาคิดทบทวนกับตัวเองมากกว่า
พอกลับถึงห้องของตัวเองพร้อมกับสาวใช้ประจำตัว มิว ฉันก็โยนตัวของตัวเองลงบนเตียงทันที
“แปลกจัง รู้สึกเหนื่อยมากๆ”
“สมควรเเล้วเหนื่อยเเล้วค่ะ เจอเื่เเบบนั้นเป็ใครก็เหนื่อย”
“นั้นสินะ...”
เหนื่อย เเต่กลับไม่รู้สึกกลัวเลย แปลกมาก เพราะถ้าคิดว่าพรุ่งนี้เราจะต้องเเบกรับหน้าที่ที่ใหญ่หลวงเเค่ไหน เเล้วก็ต้องเจอกับอะไรหลังจากนั้น
ร่างกายอ่อนแอกับจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้ตลอดชีวิตงั้นหรอ แต่อาจจะไม่เกิดอะไรขึ้นเหมือนที่ตำนานบอกก็ได้ เเต่คิดในแง่ดีไปสินะ
“รู้สึกว่าตามตำนานจะกล่าวไว้ว่ามีายืดเยื้อระหว่างมนุษย์เเละปีศาจอยู่ตลอด เพราะงั้นเพื่อที่จะจบาเ้าหญิงของ มหานครศักดิ์สิทธิ์เนเวียส ได้ทำการใช้สกิลพิเศษของเ้าหญิงในการอัญเชิญ 【อัญเชิญผู้กล้า】อัญเชิญผู้กล้ามาจากต่างโลก โดยผลที่ตามมาหลังจากนั้นคือเ้าหญิงคนนั้นไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อีกเลย อีกทั้งจากคนที่มีร่างกายเเข็งเเรงกลับกลายเป็ผู้ป่วยติดเตียงไปตลอดชีวิต พอผู้กล้าได้มาที่โลกใบนนี้ก็ได้จัดตั้งกองทัพเเล้วได้ประกาศากับจอมมารจนเกิดเป็มหาาขึ้นมา ต่อมาจอมมารที่มีพลังมากกว่าผู้กล้านั้นพยายามที่จะทำลายล้างเมือง ผู้กล้าจึงยอมสละชีวิตตัวเองใช้เวทมนตร์ขั้นสูงอย่างเวทศักดิ์สิทธิ์ เพื่อผนึกจอมมารไว้ ทำให้มหาาจบลงเเละหลังจากนั้นปีศาจกับมนุษย์ก็ไม่มีการทำาขนาดใหญ่กันอีกเลย”
ที่มันไม่มีการทำาขนาดใหญ่ก็เพราะต่างฝ่ายต่างสูญเสียกันเยอะเกินไป
“จะไม่มีปัญหาหรอคะ ก็องค์หญิงไม่มีสกิลพิเศษอย่าง【อัญเชิญผู้กล้า】❖ ”
“ไม่มีปัญหาหรอก เ้าหญิงคนนั้นได้ใช้เวลาชีวิตที่เหลืออยู่ คิดค้นบทเวทมนตร์อัญเชิญที่เป็เวทมนตร์ขั้นสูงที่ใช้ควบคู่ไปกับอาติแฟกต์ที่เป็เหมือนกับการใช้สกิลอัญเชิญผู้กล้าได้ โดยไม่ต้องเพิ่งสกิลพิเศษ”
เวทมนตร์นี้เป็ความลับสูงสุดของราชวงศ์ มีเพียง 5 ราชวงศ์เท่านั้นหรือก็คือ 5 ประเทศมหาอำนาจของโลกในตอนนี้เท่านั้นที่รู้เกี่ยวกับเวทนี้ ก่อนจะกลับมาที่ห้อง ท่านพ่อก็พาเราไปที่ห้องสมบัติเพื่อที่ให้เราเรียนรู้เวทนี้เอาไว้เเล้ว
ส่วนอาติแฟกต์นี้โชคดีที่อยู่ในมือของจักวรรดิเรา เราค้นพบอาติแฟกต์ระดับตำนาน <eclipse> ที่เป็อาติเเฟกต์ที่เชื่อมระหว่างมิติเเละเวลา ถูกพบเมือ 5 ปีก่อนโดยบังเอิญ พบที่ดันเจี้ยนซึ่งนักผจญภัยเป็คนหาเจอ และนำมามอบให้กับราชวงศ์เราแลกกับการที่ได้เป็ขุนนาง
“สุดยอดเลยนะคะ ที่ทำให้ทำงานโดยไม่ต้องใช้สกิลพิเศษ”
“ใช่เลยละ เเต่ว่ายังยากอยู่ดีเพราะต้องใช้เวทมนตร์ขั้นสูง ปัจจุบันนี้คนที่ใช้ ❖เวทมนตร์ขั้นสูง❖ ได้นั้นมีแต่คนที่อยู่ตำแหน่งสูงในแต่ละประเทศและนักผจญแรงค์ S เพียงไม่กี่คนเท่านั้น”
ในจักวรรดิเเห่งนี้มีที่รู้ๆก็มีคนใช้ ❖เวทมนตร์ขั้นสูง❖ได้อยู่ 2 คนคือฉันกับจอมเวทหลวงเเห่งจักวรรดิ 2 คนเท่านั้น
ถ้าถามว่าทำไมคนใช้ได้น้อยขนาดนั้นเพราะการที่จะใช้ ❖เวทมนตร์ขั้นสูง❖ ได้นั้นต้องมีปริมาณมานาหรือพลังเวทที่มหาศาลเเละจะต้องมีความเข้ากันได้ของธาตุในระดับสูงเเละต้องฝึกธาตุนั้นให้อยู่ในระดับสูงก่อนถึงจะใช้ได้
❖เวทมนตร์ขั้นสูง❖ เป็เวทที่มีพลังมหาศาล ว่ากันว่าจะถ้าใช่พลังเต็มที่ก็จะเปลี่ยนภูมิประเทศได้เลย เป็เวทระดับที่ใช้ในา
เเต่เเค่นั้นยังไม่ใช่จุดสูงสุด—
ตามตำนานยังเล่าไว้ว่ายังมี ⨳ มหาเวทสูงสุด ⨳ ที่มีพลังที่จะลบประเทศนึงให้หายไปได้เลย ถ้าใช้พลังได้สูงสุดก็จะสามารถเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของโลกได้เลย
เพราะว่าเป็พลังที่หลุดกรอบสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิง ทุกคนเลยไม่เชื่อเเล้วคิดว่ามันเป็ ‘เพียงตำนาน’ ละนะ
“เเต่เวทมนตร์ขั้นสูงนั้น ก็ไม่เป็ปัญหาสำหรับองค์หญิงที่ถูกเรียกว่า เ้าหญิงนํ้าเเข็ง หรอกใช่ไหมค่ะ”
“ไม่ต้องมาเเซวกันเลยนะ เวทนั้นที่เพิ่งไปเรียนรู้มารูปเเบบก็ไม่ได้ต่างจากเวทนํ้าเเข็งที่ฉันถนัดเท่าไหร่ ต้องเรียกว่าโชคดีเเล้วละนะ”
“โชคดีสินะค่ะ หุหุ ว่าเเต่องค์หญิงค่ะ จะนอนเล่นบนเตียงไปอีกนานไหมคะ รีบลุกมาอาบนํ้าเเล้วพักผ่อนได้เเล้ว เพราะพรุ่งนี้น่าจะงานหนักนะคะ”
“ง่าาา เค้าขอนอนหลับไปทั้งเเบบนี้เลยได้ไหม!”
“ไม่ได้ค่ะ!!”
หลังจากนั้นลีนก็บังคับพาไปอาบนํ้าเเล้วก็กลับมานอนพักผ่อน เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับพรุ่งนี้
❂
ณ เวลา เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น มีเสียงเคาะประตูดัง ‘ก๊อกๆ’ เเล้วก็มีเสียงไพเราะของผู้หญิงดังขึ้น
“อเล็กเซีย ลูกเตรียมตัวเสร็จรึยัง”
“เสร็จเเล้วค่ะ ท่านเเม่”
เมื่อฉันกับลีนก็เปิดประตูออกมาก็พบกับท่านเเม่เเละพี่น้องทั้งหมดมายืนรออยู่พร้อมหน้ากัน
“ไปกันเลยไหม”
“ค่ะ...ว่าเเต่เราจะทำพิธีตรงไหนหรอคะ”
“ตามมาสิ เดี่ยวเเม่จะนำทางไปให้”
หลังจากนั้นท่านเเม่ก็พาลงมาชั้นใต้ดิน ว่าเเต่มีทางเเบบนี้ในปราสาทด้วยหรอ หลังจากเดินไปไม่นานก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านหนึ่ง เป็ประตูบานใหญ่สีขาวปนทองดูสวยงามราวกับคริสตัลสีขาวผมกับทองคำ
หลังจากนั้นเเม่ก็เอามือไปเตะที่ประตูเเล้วประตูก็เปิดออก ข้างในนั้นนั้นเป็ห้องโล่ง ตรงกลางของห้องเป็เหมือนเเท่นวงกลมเเล้วก็มีเสาหินสีขาว 5 ต้นล้อมรอบอยู่
เเม้ตอนนี้จะเป็เวลาตอนเช้าเเต่ห้องยังมืดมาก ถ้าไม่ได้อุปกรณ์เวทที่ทำให้เกิดเเสงติดตั้งไว้อยู่ห้องนี้ก็จะมืดสนิทเพราะว่าในห้องไม่มีหน้าต่างหรืออะไรเลย
“มาเเล้วหรอ เข้ามานี้สิ”
“ท่านพ่อ ที่นี้คือ?”
“นี้คือสถานที่ที่ทำพิธีสำคัญๆ ในอดีตของจักวรรดิเราหนะ”
พิธีสำคัญในอดีต? เป็ห้องลับสินะ ให้บรรยากาศอย่างนั้นจริงๆนั้นเเหละ
“อเล็กเซียลูกพร้อมเเล้วใช่ไหม”
ท่านพ่อถามฉันด้วยสีหน้าที่เป็ห่วง
“ค่ะ หนูพร้อมเเล้ว”
“ถ้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูก พ่อกับทุกคนจะไม่ทิ้งลูกไปไหน จำเื่นี้เอาไว้นะ”
เมื่อท่านพ่อพูดอย่างนั้นทุกคนเลยเดินมากอดเพื่อให้กำลังใจฉัน เเล้วหลังจากนั้นฉันก็เดินขึ้นไปยืนบนเเท่นวงกลม ส่วนทุกคนยืนห่างออกไปด้วยใจที่เป็ห่วง
ฉันหยิบอาติแฟกต์ <Eclipse> ที่เป็เหมือนหินเวทมนตร์ทรงเกลียวสีเเดง เเล้วเตรียมตัวที่จะทำพิธีเพื่ออัญเชิญผู้กล้า หลังจากใช้เวลาไม่นานในการเตรียมตัวเตรียมใจ
“นั้นจะเริ่มเลยนะคะ!”
พอใส่พลังเวทไปใน <Eclipse> หินก็เื่เเสงสีเเดง
“【โลกทั้งสองเอ๋ย ช่วยเปิดทางให้กัน เวลาจงเชื่อมกัน ฉันขออธิษฐานเเก่พระเ้าเเละเทพทั้งมวล ขอทำการอัญเชิญผู้กล้า ด้วยนามของ อเล็กเซีย เดอ มิล เฟานัส 】!”
พอสิ้นบทร่ายเวทมนตร์ขั้นสูง ก็เกิดวงเวทสวยงามมากมายซ้อนทับกันเกิน 10 ชั้น เวทมนตร์ก็ทำงานมีเเสงส่องทะลวงเพดานขึ้นไปบนฟ้าเป็เเสงสีทองขนาดใหญ่ดูศักดิ์สิทธิ์ โชคดีที่ห้องนี้ไม่ได้อยู่ใต้อาคารในส่วนพระราชวังไม่อย่างงั้นคงมีความเสียหายเยอะเเน่นอน อีกอย่างดูจากเเสงของเวทนี้ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของเมืองจะต้องเห็นเเสงนี้อย่างเเน่นอน
อะ...อึก!?
พลังเวทมัน!?
ถูกดึงไปหมดรวดเดียว!! เเถมพลังเวทย์ของฉันหมดเเล้วยังรู้สึกเหมือนถูกดูดอะไรออกไปอีก นี้มันน่าจะเป็พลังชีวิต
เจ็บ! เหมือนร่างกายของเราจะแตกเป็เสี่ยงๆ
จนแทบจะยืนไม่ได้ ที่ยืนอยู่ได้ตอนนี้นี้อยากจะบอกว่าเพราะกำลังใจล้วนๆ
ฉันต้องทำให้สำเร็จให้ได้!! ตัวฉันกัดฟันสู้อย่างถึงที่สุด
(แต่ว่า...มันเจ็บมาก จะทนไม่ไหวแล้ว....)
ในระหว่างที่ัักับความเ็ประดับทวีคูณกับร่างกายที่จะเเตกออกเสี่ยงๆ จู่ๆในหัวสมองก็มีภาพปรากฎเป็หน้าของเด็กหนุ่มผมสีดำคนนึง ดวงตาสีแดงราวกับคริสตัลดูสวยงามเป็อย่างมาก เป็คนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนอย่างเเน่นอน เพราะถ้าได้เห็นรูปลักษณ์อย่างนี้ตัวฉันคงไม่มีทางลืมไปจากหัวสมองอย่างแน่นอน
เเต่พอเห็นหน้าเขามันกลับทำให้หัวใจของฉันสงบลง ทำไมกันนะ?
ส่วนอาการเ็ปทรมานทั้งหมดที่เผชิญอยู่ก็ค่อยๆลดลง ราวกับได้รับการปกป้องจากเด็กหนุ่มคนนั้น
(ท่าน...ผู้กล้า...)
หลังจากนั้นก็ฉันก็หมดสติไป
❂
“ที่นี้…?”
พอตื่นฉันก็พึมพำออกมาอย่างนั้น จำได้ที่นี้มันห้องของฉัน ทำไมมาอยู่ที่นี้ ก็เมื่อกี้ยังทำการอัญเชิญผู้กล้าอยู่เลย
“องค์หญิง! องค์หญิงเพค่ะท่านฟื้นเเล้ว! ค่อยยังชั่ว!”
ฟื้น? เมื่อกี้เราสลบไปสินะ ก็เลยถูกพาตัวมาที่นี้
“ใช่เเล้ว! ท่านผู้กล้าละ เขาอยู่ไหน ฉันทำสำเร็จใช่ไห...อึก!?”
พอฉันจำได้เเล้วจะลุกขึ้นจากเตียงร่างกายก็เจ็บไปทั้งตัวเหมือนกระดูกหักทั้งตัวอย่างนั้นแหละ จนทำให้กลับมานอนอยู่ที่เดิม
เจ็บ พอลองพยายามขยับตัวดู ปรากฎว่าไม่มีเเรงเลยจะขยับยกเเขนขึ้นก็เต็มกลืนเเล้ว...นี้มันผลข้างเคียงสินะ
“เื่นั้น เอ่อ..รอเดี่ยวนะเพค่ะ ฉันจะไปตามฝ่าามา”
มิวพูดอย่างนั้นเเล้วรีบวิ่งไปตามท่านพ่อมา ไม่นานท่านพ่อกันท่านเเม่เเละทุกคนมาพร้อมหน้ากัน พอทุกคนเห็นหน้าฉันทุกคนก็ยิ้มอย่างดีใจ
“อเล็กเซีย! ลูกฟื้นเเล้ว!”
เเม่เห็นหน้าฉันก็ร้องไห้เเล้ววิ่งมากอดฉัน…เจ็บ
“เอเลนใจเย็นก่อน อเล็กเซียน่าจะยังไม่มีเเรงนะ”
“จริงด้วย เจ็บไหม? เเม่ขอโทษนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เเล้วท่านผู้กล้าละคะ...ท่านอยู่ไหน”
“อเล็กเซีย เื่การอัญเชิญผู้กล้าดูเหมือนจะสำเร็จเเต่.…”
(เเต่?)
“เเต่อะไรกันคะ!”
(เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ?)
“เหมือนจะมีความผิดพลาดในการอัญเชิญ จนทำให้ผู้กล้าไปโผล่ในสถานที่ที่ไม่เเน่นอนหนะ”
“หมายความว่า...?”
(เป็เพราะฉัน? เป็เพราะเรา? ที่ทำให้ให้ท่านผู้กล้าตกอยู่ในอันตราย...)
พอคิดอย่างนั้นฉันก็พยายามลุกขึ้น ทุกคนเห็นดังนั้นก็เข้ามาพยายามห้ามไม่ให้ลุกขึ้น
“ใจเย็นก่อนอเล็กเซีย ตอนนี้ร่างกายของลูกอ่อนเเออยู่นะ!”
“จะใจเย็นได้ยังไงค่ะ! คนคนนึงโผล่มาที่โลกที่เเตกต่างกับโลกที่ตนอยู่ ไม่รู้เื่เกี่ยวกับโลกเเห่งนี้สักอย่างเดียว ถ้าไปโผล่ในที่อันตรายจะเป็ยังไงค่ะ! เพราะงั้นฉันจะไปหาเขา เเละ....เเละ จะไปขอโทษเขาด้วยตัวเอง!”
ติ้ง ติ้ง นํ้าตาฉันไหลออกมา กลั้นไว้ไม่อยู่ ความรู้สึกนี้มันคืออะไร? เป็ความรู้สึกที่ไม่ััมาก่อนในชีวิต
(เเค่คิดว่าถ้าเขาเจออันตรายละ...ใจฉันก็เ็ปเเล้ว)
เมื่อทุกคนเห็นนํ้าตาของฉันก็ใกันมาก เพราะเ้าหญิงลำดับที่1 เป็สตรีที่เข้มเเข็ง ราวกับเ้าหญิงนํ้าเเข็ง ครอบครัวของเธอรู้ดีว่าน้อยมากที่เธอจะเเสดงด้านอ่อนเเอให้คนอื่นเห็น
“อเล็กเซีย....?”
ฉันพยายามลุกขึ้นอีกครั้งโดยไม่สนว่าร่างกายจะเป็ยังไง เเม้ร่างกายจะเเตกเป็เสี่ยงๆ ฉันรู้เเค่ว่าต้องไปหาเขาและขอโทษเขา
“บอกให้ใจเย็นก่อนไง! พ่อสั่งให้ทหารกับหน่วยสืบราชการลับที่ไว้ใจมากที่สุดไปตามหาท่านผู้กล้าเเล้ว เพราะงั้นลูกไม่ต้องห่วงหรอกนะ”
“ถึงเราจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับท่านผู้กล้า เเต่เราต้องหาเขาเจอเเน่นอน”
คำว่า ‘ผู้กล้า’ เป็สิ่งที่เเตกต่างจากจากคนธรรมดาเป็อย่างมาก ทั้งพลังเวทที่มหาศาลเกินกว่ามนุษย์จะมี กลุ่มคนบางกลุ่มถึงขั้นบูชาและยังยก
ให้เป็ตัวแทนของพระเ้าเลยทีเดียว และตัวของผู้กล้ายังมีเอกลักษณ์อีกอย่างคือเป็คนเดียวที่ใช้ 【เวทเเห่งเเสง】ได้
หรือจะกล่าวคือนอกจากตัวของผู้กล้าเองไม่มีใครใช้ 【เวทเเห่งเเสง】ได้ สิ่งนี้จึงเป็เครื่องยืนยันว่าใครเป็ผู้กล้า เพราะงั้นจึงไม่ต้องกลัวคนที่มาเเอบอ้างว่าเป็ผู้กล้า
“เเล้วอีกอย่างถ้าเขาเห็นลูกต้องเป็เเบบนี้เพราะเขา เขาจะต้องเสียใจเเน่นอน”
คำพูดนั้น ทำให้ฉันยอมกลับไปนอนที่เดิม
“ท่านผู้กล้ามีผมสีดำดวงตาสีแดง...ค่ะ”
“ว่าไงนะ! ลูกรู้ได้ยังไง”
“หนูเห็นในตอนที่กำลังอัญเชิญ หนูเห็นเด็กหนุ่มผมสีดำดวงตาสีแดงค่ะ ถึงจะเห็นเเค่แปปนึงเเต่….ไม่ผิดเเน่ค่ะ”
“เข้าใจเเล้ว...ฟิล! เเจ้งอัพเดทข่าวของท่านผู้กล้าออกไป! ทำยังไงก็ได้ให้หาให้เจอ!!”
“พะยะค่ะ!”
(ท่านผู้กล้า...ขออย่าเป็อะไรไปเลยนะคะ)
ฉันภาวนาจากใจจริง
❂