ตอนที่1 สิ้นแสง
ความทุกข์ทรมานนั้นผ่านพ้นไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้นางฟื้นขึ้นมาบนเตียงนอนในห้องที่คับแคบ ความรู้สึกเ็ปรวดร้าวบนใบหน้าทำให้นางต้องหลั่งน้ำตาออกมาโดยที่ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้
ยามนี้แขนขาของนางไร้ซึ่งความรู้สึกอย่างสิ้นเชิงสิ่งที่ััได้เพียงอย่างเดียวคือของเหลวข้นบางอย่างที่กรอกใส่ปากนางวันแล้ววันเล่าคืนแล้วคืนเล่าซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น ความร้อนผ่าวจากฤทธิ์ยาได้แทรกซึมลึกไปทั่วร่างกายอวัยวะภายในของนางรู้สึกแสบร้อนอย่างถึงที่สุด แต่นางก็ไม่อาจต่อต้านมันได้เลย
หยางน่าทำได้แค่เพียงเปิดเปลือกตามองดูเพดานห้องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมด้วยสติที่เริ่มจะเลือนรางลงไปทุกทีใบหูเล็กได้ยินเสียงผู้คนจำนวนมากสลับหมุนเวียนกันไปเยี่ยมเยือนหญิงสาวที่อยู่ห้องข้างๆอย่างไม่ขาดสาย ตรงกันข้ามกับห้องของนางที่มีเพียงแค่ความว่างเปล่า
วินาทีนั้นทำให้หยางน่ารู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยวและสิ้นหวังเป็ครั้งแรก…
นางต้องนอนทนฟังเสียงคนที่คุ้นเคยเ่าั้เรียกชื่อของตัวเองซ้ำๆพร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อการจากไปของน้องสาวนาง
หยางน่าได้แต่นอนยิ้มเยาะอยู่บนเตียงและฟังเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของน้องสาวกับแม่เลี้ยงที่ร่วมกันแสดงละครโศกตบตาผู้คนวันแล้ววันเล่า
เนิ่นนานวันเข้าเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของพวกเขาก็เปรียบเสมือนปลายมีดที่บาดลึกลงในก้นบึ้งจิตใจของนาง
นางอยากร้องะโบอกเหลือเกินว่าหยางน่าของพวกเขาอยู่ตรงนี้นางนอนนิ่งอย่างโดดเดี่ยวภายในห้องนี้มาเนิ่นนานแล้ว...
แต่สุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงร้องเรียกภายในจิตใจของนางทุกคนต่างก็ทอดทิ้งนางไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่อาจรู้ได้ มากกว่าความสิ้นหวังคือความไม่คาดหวังอะไรในชีวิตนี้อีกต่อไปแล้วนางเลิกหวังไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้...
สิ่งเดียวที่ยังเหนี่ยวรั้งจิตใจของนางเอาไว้ได้ก็คือเสียงของสุนัขตัวหนึ่งที่เปรียบเสมือนเพื่อนรักและผู้ที่ภักดีที่สุดของนางมันยังคงร้องโหยหวนั้แ่วันแรกจวบจนวันที่นางอ่อนล้าเกินกว่าที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นมา
เสียงพูดของผู้คนที่คุ้นเคยเ่าั้ค่อยๆเลือนหาย ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงขู่คำรามอย่างเกรี้ยวกราดของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะบุกเข้าโจมตีทุกคนที่ขวางหน้ามีเสียงของผู้คนมากมายที่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวในรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุร้ายของมันแต่ไม่มีผู้ใดที่จะพยายามเข้าใจในสิ่งที่สัตว์เดรัจฉานตัวนี้้าจะสื่อเลยสักคน
มันแค่้าให้คนเหล่านี้ช่วยเหลือเ้านายของมันที่อยู่ในอีกห้องหนึ่งเหมือนอย่างที่มันเพียรพยายามทำอยู่เรื่อยมา…
แต่มันกลับตาลปัตรไปอย่างสิ้นเชิงทั้งผู้คนที่มันคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยต่างมองการกระทำนี้ว่าเป็การกระทำที่คลุ้มคลั่งของสัตว์เดรัจฉาน
พวกเขาพยายามพุ่งเข้าไปเพื่อที่จะจับมันขังในกรงแต่สุดท้ายก็มักจะจบลงด้วยเสียงร้องครวญครางด้วยความเ็ปของผู้คนอยู่เสมอ
หลังจากที่ผ่านการต่อสู้มานานวันเข้าสุนัขขนสีน้ำตาลประกายแดงตัวนั้นก็ยิ่งทรุดโทรมลงไปมากขึ้นทุกที อดีตมันเคยเป็สัตว์เลี้ยงที่สง่างามของผู้มีบารมีสูงศักดิ์ทั้งสองแต่มาบัดนี้กลับมีสภาพมอมแมมและบอบช้ำจากการถูกทุบตีไม่ต่างอะไรกับสุนัขจรจัดตัวหนึ่ง
ยิ่งได้รับการปฏิบัติอย่างโหดร้ายจากมนุษย์มากขึ้นเท่าไหร่ดวงตาแสนเชื่องคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็ดุร้ายและต่อต้านมากขึ้นเท่านั้นมันละทิ้งเมืองหลวงที่สุขสบายแล้วออกหากินร่วมกับฝูงสุนัขป่าูเาที่กระหายเืตัวอื่นๆเรียนรู้สัญชาตญาณของสัตว์นักล่าพวกนั้นจนกลายมาเป็จ่าฝูงในที่สุด
สุนัขดุร้ายขนสีน้ำตาลรุงรังตัวนั้นมักจะพาฝูงสุนัขป่าที่เป็พวกของมันบุกเข้าจู่โจมวัดแห่งนี้อยู่เสมอทั้งยังทำลายข้าวของสร้างความน่ารำคาญใจให้กับผู้คนที่นี่ไม่น้อย
จากที่เคยควบคุมสติได้เหล่าพรรคมารในคราบนักบุญพวกนั้นก็เริ่มเสียสติและเผยธาตุแท้ที่โหดร้ายของตัวเองออกมาความบ้าคลั่งของสัตว์ป่าเหล่านี้มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายก็ได้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้ที่มาแสวงบุญในวัดแห่งนี้เป็จำนวนมาก
ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนวัดแห่งนี้ก็เริ่มเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วผู้คนมากมายต่างพากันหันหลังหนีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ร้ายแล้วหันไปแสวงบุญจากสถานที่อื่นแทน ทำให้แหล่งเงินจำนวนมหาศาลหายไปในชั่วพริบตา สิ่งที่พวกเขาเพียรพยายามสร้างมาทั้งหมดกลับต้องพังทลายลงเพราะเดรัจฉานหน้าขนเพียงตัวเดียวแน่นอนว่าพวกโจรในคราบนักบุญเหล่านี้ไม่มีทางอยู่เฉยแน่
ในที่สุดพวกคนหน้าเนื้อใจเสือที่แฝงตัวอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็ไม่คิดที่จะเสแสร้งอีกต่อไปแล้วพวกมันไล่เข่นฆ่าสัตว์ร้ายที่มาทำลายความรุ่งโรจน์ ความโหดร้ายและบ้าคลั่งของพวกมันได้ทำให้สัตว์ร้ายบางส่วนยอมจำนนและหนีหายเข้าป่าไปด้วยความหวาดกลัว
แม้สัตว์เ่าั้จะได้รับความทุกข์ทรมานจากฝีมืุ์ใจหยาบจนหนีหายไปแล้วมากมายทว่ามีเพียงตัวเดียวที่ยังคงยืนหยัดอยู่เฝ้าบนูเาแห่งนี้ต่อไปเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บของมันได้สะท้อนอยู่เต็มสองหูของหญิงสาวผู้เป็นายของมัน
หยาดน้ำตาเม็ดใสไหลออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าทว่าหยาดน้ำตาที่รินไหลในครานี้ไม่ใช่เพื่อโชคชะตาชีวิตที่น่าเวทนาของตัวเองแต่หลั่งเพื่อความจงรักภักดีของเ้าสุนัขตัวนั้นมันยังคงเปล่งเสียงร้องโหยหวนเรียกหานางทุกวันไม่เคยหยุดพัก จวบจนเสียงดุร้ายและเกรี้ยวกราดนั้นเริ่มแหบพร่าลงทุกที
นางอยากบอกมันเหลือเกินว่าให้ไปได้แล้วไปให้ไกลจากคนชั่วพวกนี้ นางไม่อาจทนฟังเสียงเ็ปรวดร้าวของสัตว์เลี้ยงที่นางรักดั่งดวงใจตัวนี้ได้อีกแล้ว
ตูตูเ้าไปเสียเถิด ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะฆ่าเ้า...
สิ่งที่นางเจ็บแค้นหาใช่การที่คนพวกนั้นแย่งชิงโชคชะตาของนางไปแต่เป็การที่พวกเขาทำให้นางต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานเช่นนี้ต่างหากพวกเขาไม่เพียงแต่ทำร้ายนาง ยังทำร้ายสหายที่จงรักภักดีของนางอีกด้วยยิ่งนางได้ยินเสียงร้องที่ระโหยโรยแรงนั้นมากเท่าไหร่หัวใจของนางก็ยิ่งบอบช้ำมากขึ้นเท่านั้น จนในที่สุดร่างบางก็กระอักเืออกมานางทนแบกรับความทุกข์ทรมานใจเช่นนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
นางยอมแพ้ต่อโชคชะตาครั้งนี้แล้วจริงๆบางทีการตายของนางอาจจะช่วยยุติความทุกข์ทรมานของสหายรักตัวนี้ก็เป็ได้หากนางไม่ตาย ตูตูก็จะไม่มีวันเป็อิสระ...
ยามนี้นางเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะยื้อชีวิตนี้เอาไว้แล้วเช่นนั้นพวกเขาจะพอได้หรือยัง
หยุดทำร้ายตูตูของข้าสักที…
ซางฉีขอโทษด้วย ข้าคงรอท่านต่อไปไม่ไหวแล้ว
หวังก็เพียงแต่เมื่อท่านกลับมาแล้วจะช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้ข้าและตูตูจวบจนเมื่อท่านสะสางทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วหวังว่าท่านจะไม่จมอยู่กับความโศกเศร้าเสียใจนี้นานเกินไปข้าหวังให้ท่านเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ได้พบกับความสุขอีกครั้งถึงแม้ว่าความสุขนั้นจะไม่มีข้าอยู่ก็ตาม...
ช่างน่าแปลกเหลือเกิน เมื่อต้องเผชิญกับความตายที่อยู่ตรงหน้านี้แต่ในใจของนางกลับรู้สึกสงบยิ่งนัก ภายในนั้นไร้ซึ่งความเคียดแค้นและชิงชังใดๆมีแค่ความสงบเท่านั้น แต่ยิ่งกว่าความสงบก็คือความเสียดายเสียดายที่พรุ่งนี้นางคงไม่อาจตื่นขึ้นมาชมแสงอาทิตย์ในยามเช้าได้อีกแล้วเสียดายที่นางคงไม่มีวันได้อยู่ชมความสำเร็จของคนรัก
ทั้งหมดนี้เป็เพราะความเห็นแก่ตัวของคนเ่าั้ที่ได้พรากความสุขของเขาและนางไป...
บางทีชีวิตของนางอาจถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องโดดเดี่ยวั้แ่เล็กจนโตนางไม่เคยได้ัักับสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวอย่างแท้จริง ในยามที่นางกำลังจะได้ััแล้วสุดท้ายมันก็ถูกพรากไปอีกครั้ง
แต่ต่อให้คิดแค้นคนพวกนั้นไปจะมีประโยชน์อันใดในเมื่อนางคงจะไม่มีปัญญากลับไปแก้แค้นใครอยู่แล้ว แก้แค้นกันไปมาโดยไม่จบไม่สิ้น ไม่ใช่สิ่งที่นาง้า
สิ่งเดียวที่นางยังคงห่วงหามีแค่เพียงคนที่ยังอยู่ชายเพียงคนเดียวที่นางรักจนสุดหัวใจคนนั้น เขาคงจะต้องเสียใจมากแน่เขาใช้ชีวิตโดดเดี่ยวท่ามกลางความมืดมิดมาโดยตลอด นางไม่อยากจะคิดเลยเมื่อเขาต้องสูญเสียแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตไปชีวิตเขาจะต้องมืดมนมากเพียงไร น่าสงสารมากเพียงไรผลลัพธ์เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่นาง้าเลยสักนิด
เพียงแต่นางยืนหยัดต่อไปไม่ไหวแล้วร่างกายนี้เ็ปและสิ้นหวังมากเกินไป นางจำใจต้องปล่อยมันไป...
นางอยากบอกเขาเหลือเกินว่าไม่เป็ไรอย่าได้โศกเศร้าเสียใจนานจนเกินไป เพียงแค่เก็บนางไว้ในมุมหนึ่งของหัวใจแล้วเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่ทำให้เขามีความสุขได้ แค่นั้นนางก็พอใจแล้ว…
์ในเมื่อท่านลิขิตให้ข้าพบเจอกับการสูญเสีย การได้เริ่มต้นใหม่ หนสุดท้ายจบลงด้วยการสูญเสียอีกครั้ง
เช่นนั้นข้าขอได้หรือไม่ข้าขอใช้ดวงชะตาของข้าแบกรับดวงชะตามรณะตามคำทำนายนั้นแทนเขาขออย่าให้มีอันตรายใดๆ มากล้ำกรายซางฉีของข้าขอแค่ให้เขาปลอดภัยและทำสิ่งที่เขามุ่งมาดปรารถนาในใจนั้นให้สำเร็จขอให้ชีวิตของเขาหลังจากนี้ได้พบเจอแต่ความสุขและสมหวังตลอดไปอย่าได้พรากสิ่งใดไปจากเขาอีกเลย เพียงเท่านี้ชีวิตข้าก็ไม่้าสิ่งใดอีกแล้ว
ข้าให้อภัยพวกเ้าทุกคน...
เพียงเท่านี้ร่างบางก็กระตุกเกร็งเล็กน้อยก่อนที่นางจะสิ้นใจตายไปอย่างสงบ ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของสุนัขตัวหนึ่งที่ยืนร้องครวญครางท่ามกลางความมืดมิดอย่างโดดเดี่ยว