ตอนที่ 3 งานวิจัยและแบบทดสอบแนวความคิดพื้นฐาน
“ตรืดๆ ตรืดๆ ตรืดๆ “
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ระบบสั่นเตือนของฉันดังขึ้น
อย่าเพิ่งสับสนไปคุณอ่านตอนถัดไปแล้วแค่มันเริ่มต้นเหมือนกันแค่นั้นเอง และแน่นอนสายเรียกเข้านี้จะเป็ใครอื่นไปไม่ได้นอกจากนายบุญเติมซึ่งน่าจะหัวเสียอยู่ไม่น้อยหากให้ฉันเดานะ ฉันคิดว่าหมอนี่น่าจะเพิ่งกดวางสายไปเมื่อตะกี้นี้แล้วก็โทรมาหาฉันอีกครั้ง
ฉันปิดทีวีซึ่งตอนนี้เป็รายการข่าวภาคเที่ยงไปแล้วและเดินเข้าไปรับโทรศัพท์ที่อาจจะโทรมาปลุกฉันตอนเที่ยงก็ได้ หลังจากที่ ’เติมพยายามตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อพยายามตื่นมาโทรปลุกฉันตอนเช้า’ หรือบางทีอาจจะโทรมาเพื่อบอกว่า ‘การกินข้าวเที่ยงให้ตรงเวลาก็เป็ส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตัวเองเหมือนกันนะครับ’ ซึ่งฉันก็คงจะตอบไปว่า ‘อ่อ...จริงๆแล้วมันไม่ได้เปลี่ยนอะไรหรอกเพราะมีเื่กินนี่แหละที่นอกจากจะตรงเวลายังมีเกินเวลาด้วย^^’
“ฮัลโหล..ว่า..”
“.......วันนี้ตอนบ่ายโมงเจอกันคงไม่ลืมใช่มั้ย?”
“แน่ละว่าไม่ลืม นึกว่าจะโทรมาปลุกตอนเที่ยงซะอีกนะเนี่ย..”
“..............................”
“ทำไมไม่พูดอะไรซักหน่อยละเฮ้...พ่อหนุ่ม....ยังอยู่มั้ย”
“.ยังอยู่ดี อย่าให้ถึงทีผมบ้างแล้วกัน”
“เมื่อกี้เหมือนได้ยินเสียงคนแค้นเลยแฮะ ฮ่าๆๆ”
“นี่ที่ผมทำไปเพราะอยากจะช่วยหรอกนะอยากช่วยให้เธอได้เปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็คนที่ดีกว่าเดิม”
“พูดซะฟังดูเป็คนดีเชียวนะไอ้สิ่งที่นายทำมันไม่เปลี่ยนฉันเลยสักนิดเพราะฉันเป็ของฉันแบบนี้อยู่แล้วแล้วก็นะ...”
“แล้วก็อะไร??”
“นายพยายามจะเปลี่ยนคนที่แย่แทบจะทุกอย่างให้กลายเป็คนที่ดีพร้อมซะทุกอย่างแบบนั้นหรา...นายคงไม่ได้หวังว่าจะให้ฉันเข้านิพพานอยู่ใช่มะ..คนเรามันก็มีเื่ดีบ้างเื่แย่บ้างหากมันไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นก็ไม่ต้องใส่ใจถึงขนาดต้องเปลี่ยนมันก็ได้นิ..หมายถึงนายไม่ต้องฝืนขนาดนั้นก็ได้”
“อ่า ได้ทีแล้วเอาใหญ่เชียวนะ แต่คงต้องยอมรับแหละนะว่าผมคงฝืนไปหน่อยยังไงก็ตาม บ่ายโมง ตรงเวลาด้วย”
“ไม่แน่ใจนะเพราะไม่มีรถส่วนตัว...อย่าลืมออกค่ารถด้วย.. แล้วก็เตรียมเบรกด้วยละ”
“หา?? เบรกอะไร??”
“หมายถึงของว่างอ่ะ”
“อืมม แน่นอนฉันไม่คิดว่าจะใช้เธอฟรีๆอยู่แล้วแหละน่า”
“งั้นก็แค่นี้แหละบาย”
******************************************************************************************
12:40 น.
สำหรับเวลาก็อย่างที่บอกไปข้างบนนั้นแหละมีอาจารย์ท่านหนึ่งท่านเคยพูดว่าถ้ามาตรงเวลาไม่ได้ก็ให้มาก่อนเวลาสำหรับฉันการมาตรงเวลานั้นแทบจะเป็ไปไปไม่ได้ด้วยความที่ว่าไม่มีรถส่วนตัวการมาก่อนเวลาจึงถือเป็ทางเลือกเดียวของฉันตอนนี้ฉันอยู่ที่คณะของฉันเองเพราะเติมนัดมาที่นี่ เหตุผลก็เพราะที่นี่มีคาเฟ่ แล้วก็ใกล้กับที่ที่ฉันทำงานพาร์ทไทม์อยู่ด้วยหลังจากเสร็จธุระแล้วฉันจะๆได้ไปทำงานพาร์ทไทม์ต่อได้สะดวกๆ
ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่ฉันก็ทำงานพาร์ทไทม์ตอน 5โมงเย็นโน่นล่ะมาคิดดูแล้วก็มีเวลาถึงสามชั่วโมงหลังจากที่ฉันเผื่อเวลาการเดินทางไปที่ทำงานไปหนึ่งชั่วโมงซึ่งต่อให้ฉันช้าแบบหอยทากก็ยังมีเวลาเหลือเฟือ แล้วไอ้สามชั่วโมงนี่เอาไว้ทำอะไร
อย่างที่ฉันพึ่งจะพึมพำในหัวไปเมื่อตะกี้นี้แหละฉันไม่รู้ว่าฉันต้องมาทำอะไรในวันนี้ ก็แค่มาเพราะมีอาหารฟรีให้กินก็ไม่ใช่ว่ามาเพราะเื่ของกินเพียงอย่างเดียวหรอกนะที่จริงมันก็เป็ข้อตกลงที่พวกเรามีร่วมกันั้แ่ตอนแรกอยู่แล้วถึงแม้ว่าเหตุผลหลักจะเป็เื่กินแต่ใครสน คนส่วนใหญ่เค้าก็ต้องหาเหตุผลดีๆแทนที่จะพูดเจตนาที่แท้จริงกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
ฉันเดินเข้าไปในคาเฟ่ก่อนจะพบโต๊ะที่นั่งได้สี่คนและนั่งลงจินตนาการภาพออกกันหรือเปล่า ก็โต๊ะในโรงอาหารทั่วไปนั่นแหละ ฉันไม่ค่อยเข้าใจนิสัยคนไทยเท่าไหร่ก็ตรงนี้แหละแม้จะสร้างโต๊ะเพื่อให้นั่งได้นับสิบคนแต่กลายเป็ว่าโต๊ะหนึ่งตัวจะมีคนนั่งเพียงสองสามคนเท่านั้นและแน่นอนสำหรับโต๊ะที่นั่งได้สี่คนก็จะมีคนนั่งโต๊ะล่ะไม่เกินสองสำหรับคนไทยมันอึดอัดงั้นเหรอที่นั่งกินอาหารข้างๆคนแปลกหน้า ทั้งๆที่โต๊ะแต่ละตัวบางทีวางห่างกันแค่คืบหรือบางทีก็แค่หันหลังชนกันโดยมีพนักพิงหลังอันเดียวกันถ้าคิดให้ดีไอ้ตัวอย่างหลังนี่เอ็งก็แค่หันหลังให้กันเฉยๆโดยที่เอ็งก็ไม่ได้สนใจเฉยๆเองๆไม่ใช่เหรอ
เอาหละหลังจากบ่นมานานก็ตัดข้ามมาอีกยี่สิบนาทีเลยซึ่งตอนนี้บุญเติมก็มาถึงแล้วั้แ่เมื่อห้านาทีก่อนต้องยอมรับว่าหมอนี่ก็ตรงเวลาใช่เล่นไม่อยากจะเมาท์นะแต่ตอนที่ไอ้หมอนี่เข้ามาฉันััได้ถึงสายตานับล้านดวง(เว่อร์ไป)ของเหล่าหญิงสาวช่างฝันที่คอยจับจ้องเขาอยู่หนุ่มหล่อในเสื้อเชิ้ตสีดำเข้มกับกางยีนส์ แน่หละว่าดึงดูดสายตาสาวๆไม่น้อยส่วนฉันก็มาในชุด.....ข้ามไปเถอะ
“มาเร็วจังนะ เห็นบอกว่าไม่แน่ใจว่าจะตรงเวลานึกว่าจะมาช้าซะอีก..ผิดคาดเลยแฮะ.”
“ก็อย่างที่อาจารย์ที่ฉันเคารพรักมากๆท่านหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่าถ้ามาตรงเวลาไม่ได้ก็แค่มาก่อนเวลา ซึ่งฉันก็ยึดถือปฏิบัติเรื่อยมาว่าแต่วันนี้เรามาทำอะไร??”
“แบบสอบถามเกี่ยวกับแนวความคิดบางเื่..เพื่อที่จะได้เข้าใจว่าเรามีความคิดแบบไหนจนทำให้กลายมาเป็แบบนี้ได้”
“ใช้เวลาสามชั่วโมงเลย??”
“มันเป็การโต้ตอบแสดงความคิดของพี่กะเราอาจจะเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงแต่ก็คงไม่เสร็จเร็วสักเท่าไหร่”
พวกคุณเริ่มจับอะไรบางอย่างได้หรือเปล่าจริงๆฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้เมื่อตะกี้นี้เองว่าเติมเริ่มเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองกับฉัน
ฉันเองก็ไม่แน่ใจนักว่านี่มันเริ่มั้แ่เมื่อไหร่แต่ที่แน่ๆฉันมั่นใจมากว่าไอ้คำว่าเราเมื่อตะกี้นี้ไม่ได้หมายถึงฉันและเขาแต่มันน่าจะมีความหมายประมาณว่าแค่ฉันคนเดียว คือหมายถึงตัวฉันไม่รวมเขาอ่ะ งงมั้ยเราที่คนที่เขามีวุฒิภาวะสูงกว่ามักจะใช้เรียกคนที่มีวุฒิภาวะต่ำกว่าประมาณนั้นน่ะ
ถ้าจะนับลำดับความสนิทหลังจากที่รู้จักกันแค่หนึ่งวันมันก็โอเคนะไม่ถึงกับสนิทมาก เริ่มต้นด้วยคุณกับผม ฉันกับเธอ พี่กับเรา สามขั้นในหนึ่งวันนั่นก็นับว่าเร็วใช่ย่อยเหมือนกันนี่หว่า!!! อย่างนี้นี่เองวิธีเข้าหาคนอื่นในแบบที่พวกเทพๆเขาทำกันเนีนนโคตรๆ
มาลองเปรียบเทียบกับตัวฉันเองดูบ้างล่ะอืมม...ฉันกับคุณ ตูกะเอ็งตอนที่โดนโทรมาปลุกเมื่อเช้า แล้วก็นายถ้าไม่นับรวมที่เรียกในใจว่าไอ้หน้าหล่อ ไอ้บ้า ไอ้หมอนี่ แก ไอ้การเรียงลำดับการเรียกของฉันมันก็สับสนอยู่นี่เองนี่สินะคือการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง
“นี่....เคี้ยวเป็อะไรหรือเปล่าเนี่ยอยู่ดีๆก็เหม่อไป”
“เปล่า... นี่เป็หนึ่งในทักษะสุดยอดที่ loser มักจะใช้กันก็คือการหลุดเข้าไปในภวังค์ความคิดเบื้องลึกในจิตสำนึกของตัวเองมันเป็ทักษะที่ดีนะ ช่วยเพิ่มสมาธิได้สูงมากเลยละ”
“อ่อ..งั้นเหรอ ไม่ต้องเกร็งมากก็ได้การที่อยู่ดีๆ ก็กลายเป็จุดสนใจของคนอื่นมันก็น่าจะรู้สึกเกร็งๆอย่างนี้แหละนะฉันเข้าใจ”
เห้ย..ไหงกลับมาเรียกแทนตัวเองว่าฉันแล้วล่ะ..ไม่ใช่ว่าลำดับการเรียกของเอ็งมันเริ่มรวนแล้วไม่ใช่เหรอ..แล้วการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ตูเพิ่งจะได้ไปเมื่อตะกี้ล่ะ...เดี๋ยวก่อนสิไอ้หมอนี่มันพูดเื่อะไรนะ เกร็งอะไรของเอ็งวะ เป็เป้าสายตาอะไรนี่ตูหลุดเข้าสู่จิตใต้สำนึกเบื้องลึกอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย
จะว่าไปเพราะไอ้เติมมานั่งกะฉันทำให้เรากลายเป็จุดสนใจสินะแต่ปกติตูก็เป็จุดสนใจอยู่แล้วนี่หว่า ไม่งั้นพวกนี้คงไม่มีเื่มานินทาฉันได้ทุกวี่ทุกวันหรอกเพราะแบบนี้ตูเลยมีความต้านทานสินะ
“เอ่อ...ความจริงเอาเป็อย่างนั้นก็ได้นะช่างหัวสกิลที่พูดไปตะกี้นี้แล้วกัน แล้วเริ่มเลยมั้ย??”
“อืม..เริ่มจาก..คิดยังไงกับชื่อของตัวเอง”
“เกลียดสุดๆพ่อแม่ช่างไม่มีวิสัยทัศในการตั้งชื่อลูกเอาซะเลย คิดดูสิ คนบ้าอะไรกันชื่อเคี้ยวถ้าเป็ฉันนะ ถ้าได้ลูกสาวจะตั้งชื่อว่า ลางสาดไม่หวานเกินไปไม่เปรี้ยวเกินไปดูเหมาะกับผู้หญิง ที่สำคัญมีความเป็ไทยด้วยแล้วถ้าเป็ผู้ชายนะ ฉันจะตั้งชื่อลูกว่าแว่นฟังดูมีความรู้และคงแก่เรียนดีอยากให้ลูกใช้สมองมากกว่าใช้กำลังน่ะ”
“เดี๋ยวนะ ลางสาดกับแว่นเนี่ยนะไอ้ลางสาดนี่เปลี่ยนเป็ละมุดหรือมังคุดก็คงพอได้อยู่ถ้าจะให้ได้อารมณ์คล้ายๆกันแต่แว่นนี่ จะทำยังไงฟะเป็คอนแท็คเลนส์อะไรงี้หราคิดได้ไงตั้งชื่อลูกว่าแว่นเนี่ย”
“อย่าดูแว่นนะเฟ้ย!!!!”
“โอเคๆ...เดี๋ยวเรามาสรุปกันทีหลังข้ามไปคำถามถัดไปแล้วแล้วกัน งานอดิเรกที่ชอบล่ะมีมั้ย อย่างดูหนังดูการ์ตูนเล่นเกมอะไรเทือกนี้น่ะ”
“หนังเหรอ?? อืมม..ถ้าที่ชอบก็คงจะเป็แนวๆ Apocalypse แล้วก็เื่300 ส่วนเกมฉันชอบเกมพวกบอร์ดเกมมากกว่าพวกหมากรุกอะไรประมาณนี้มันทำให้รู้สึกได้ถึงความเท่าเทียมในตอนเริ่มต้นซึ่งในโลกแห่งความจริงไม่มี”
“อืมม...ชอบหนังแนวๆ เอาชีวิตรอดสินะดูปกติผิดคาดเลยเลยแฮะ แล้วตอนที่ดูอยู่นี่มีความรู้สึกยังไงเหรอจินตนาการว่าตนเองพยายามเอาชีวิตรอดเหมือนตัวเอกหรือว่าร่วมทางไปกับตัวเอกอะไรเทือกนั้นหรือเปล่า”
“เปล่า..ฉันจิตนาการให้มันเกิดขึ้นจริงสักวันหนึ่ง...”
“.......................”
“ทำไมเหรอ”
“เอิ่ม....ข้ามไปคำถามถัดไปเลยก็แล้วกันนะจริงๆมันอยู่ใกล้ๆหมวดเดียวกันกับข้อเมื่อกี้นี้เลย เป็การถามถึงรสนิยมความชอบอีกเหมือนกัน ชอบฟังเพลงแนวไหน เพราะอะไรและตอนที่ฟังมันให้ความรู้สึกยังไง”
“จริงๆ ฉันชอบฟังทุกแนวเพลงเลยนั่นแหละส่วนใหญ่เลือกฟังที่ความหมายน่ะ ยกตัวอย่างก็คงประมาณ Bohemian rhapsody ของQueen ละมั้งตอนฉันรู้ความหมายของเนื้อเพลงฉันก็หลงรักเพลงนี้เลยถ้าถามความรู้สึกละก็มันก็ประมาณข้อที่แล้วที่นายบอกเอาไว้เลยไอ้ที่ประมาณว่าฉันรู้สึกเป็ตัวเอกในเื่อ่ะนะ”
“.......................................”
หลังจากที่ฉันตอบคำถามไอ้หนุ่มบุญเติมไปอีกนับสิบๆข้อบุญเติมก็นั่งขีดๆเขียนๆ และส่งแบบสรุปเกี่ยวกับการประเมินผลกระบวนการคิดของฉันเนื้อหาก็ประมาณนี้
‘ ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นผลสรุปนี้ได้มาจากการประเมินหลักความคิดของคุณซึ่งเมื่อผมพิจารณาถึงคำตอบประกอบกับเหตุผลในหลายๆข้อคำถามผมมีความเชื่อมั่นและหวังเป็อย่างยิ่งว่าคุณจะปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้เพื่อตัวของคุณเองและบุคลรอบข้างผมขอแนะนำให้คุณไปพบ จิตแพทย์เมื่อมีเวลาหรือถ้าจะให้ดีควรเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถ จึงเรียนมาเพื่อทราบ
บุญเติม’
จึงเรียนมาเพื่อทราบอะไรของเอ็งวะ!!
“ลูกเตะสาวอ้วนพิฆาต!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
********************************************