บทที่ 15 ของขวัญชั้นเลิศ
หลังจากเฉินอวี่จากไปได้ไม่นาน เจิ้งจื่อเซวียน ก็พาเจิ้งเฉวียนเฉิงมาถึงสถานีตำรวจ
“เพื่อนเก่า ผมมาพบผู้กำกับหลิว รบกวนช่วยแจ้งให้ทราบหน่อย” เจิ้งเฉวียนเฉิงเดินเข้าไปในสถานีแล้วเอ่ยกับตำรวจวัยกลางคนคนหนึ่ง
ตำรวจผู้นั้นมีสีหน้าพิลึกกึกกือ ก่อนจะตอบว่า “ผู้กำกับหลิวที่คุณพูดถึงน่ะ... ถูกไล่ออกจากราชการแล้ว”
สิ้นคำพูด ทั้งสองคนถึงกับยืนตะลึงตาค้าง
เดิมทีเจิ้งเฉวียนเฉิงตั้งใจจะใช้เส้นสายของผู้กำกับหลิวเพื่อประกันตัวเฉินอวี่ออกมา แต่ใครจะไปนึกว่าอีกฝ่ายกลับถูกปลดฟ้าผ่าเสียก่อน
สองพ่อลูกตระกูลเจิ้งนึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าใครกันที่มีอำนาจล้นฟ้าขนาดสั่งปลดผู้กำกับสถานีตำรวจเมืองได้ขนาดนี้?
นายตำรวจวัยกลางคนกระซิบเสียงเบา “เห็นแก่ที่เราเป็เพื่อนเก่ากัน ฉันจะบอกความจริงให้”
“วันนี้ผู้กำกับหลิวรับสินบนแล้วไปจับตัวชายหนุ่มที่ชื่อเฉินอวี่มา ผลคือไปล่วงเกินตระกูลถังเข้า ตระกูลถังเลยขุดรากถอนโคนแฉเื่ที่เขารับสินบนตลอดหลายปีที่ผ่านมาจนโดนไล่ออก”
“คุณหนูใหญ่ตระกูลถังลงมาจัดการเื่นี้ด้วยตัวเอง จนฉันยังแอบสงสัยเลยว่าไอ้หนุ่มเฉินอวี่คนนั้น อาจจะเป็แฟนหนุ่มของคุณหนูตระกูลถังก็ได้”
เมื่อได้ยินชื่อตระกูลถัง ทั้งสองคนหน้าถอดสีทันที แต่ที่ทำให้พวกเขาไม่อยากจะเชื่อยิ่งกว่า คือการที่ผู้กำกับถูกปลดเพียงเพราะไปจับตัวเฉินอวี่
ต้นเหตุทั้งหมดเกิดจากการที่ผู้กำกับหลิวจับเฉินอวี่ แล้วดันไปกระตุกหนวดเสือตระกูลถังเข้า จนนำไปสู่จุดจบในอาชีพ
ตระกูลถังแห่งเสาโจว นั่นคืออันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ชื่อเสียงเกริกไกรไปทั่ว ส่วน ถังรั่วเซวียน คุณหนูใหญ่ของตระกูลก็เปรียบดั่ง หงส์
บนฟากฟ้า* [1]
คนระดับนั้นจะมาข้องแวะกับไอ้หนุ่มจน ๆ ได้อย่างไร?
“เ้าเด็กนี่ นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะมีความสัมพันธ์กับตระกูลถัง ทำเอาฉันเสียแรงเป็ห่วงฟรี ๆ” เจิ้งเฉวียนเฉิงถอนหายใจอย่างโล่งอก
เจิ้งจื่อเซวียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นิ่งเงียบไม่พูดจา แม้ใบหน้าจะดูเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับสั่นสะท้านดั่งคลื่นั์
ตระกูลถังมีภูมิหลังลึกซึ้งนับเป็ผู้นำของสี่ตระกูลใหญ่ในเสาโจว ท่านผู้เฒ่าตระกูลถังเป็ถึงอดีตผู้บัญชาการทหารเขตเสาโจวที่เกษียณอายุแล้ว ส่วนถังหัวเฉียงก็เป็ประธานบริหารของถังซื่อกรุ๊ป
ว่ากันว่า ถังหัวหลง ลุงคนโตของถังรั่วเซวียน ประจำการอยู่ในกองทัพเขตหนานโจว และมีโอกาสสูงมากที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็พลตรี
ตระกูลเช่นนี้ เมื่อเทียบกับตระกูลเจิ้งที่มีทรัพย์สินเพียงไม่กี่สิบล้านแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับับน์* [2]
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ในใจของเธอพลันวูบผ่านไปด้วยความรู้สึกเสียใจเล็ก ๆ
‘คุณหนูใหญ่ตระกูลถัง... นี่น่ะเหรอคือที่พึ่งของคุณ? เพราะเกาะแข้งเกาะขาคุณหนูตระกูลถังได้สินะ ถึงได้มีอิทธิพลขนาดนี้ มิน่าล่ะก่อนหน้านี้ถึงได้ไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตา’
เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมคุณหนูผู้สูงส่งถึงได้รู้จักกับไอ้กระจอกอย่างเฉินอวี่ ที่ทั้งไม่มีเงินและไม่มีชาติตระกูล?
จู่ ๆ ความรู้สึกประหลาดก็ผุดขึ้นในใจ ‘เฉินอวี่เอ๋ยเฉินอวี่ คุณหนูตระกูลถังก็แค่เล่นสนุกกับคุณเท่านั้นแหละ ฐานะทางสังคมที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว สุดท้ายมันก็ไม่มีทางจบสวยหรอก’
‘ลูกผู้ชายสุดท้ายก็ต้องพึ่งพาตัวเอง ต้องพยายามด้วยลำแข้งเพื่อยกระดับชนชั้น ไม่ใช่ไปเกาะคนรวยประจบคุณหนูตระกูลถังยอมตัวเป็แมงดาแบบนี้’
เจิ้งจื่อเซวียนทอดถอนใจ พึมพำกับตัวเองในใจ
…
เขาหลงเถิง วิลล่าหมายเลขหนึ่ง
เฉินอวี่ยืนอยู่บนดาดฟ้า สองมือไพล่หลัง เสื้อผ้าของเขาพัดปลิวไปตามแรงลมจนเกิดเสียงพรึบพรับ
“ตระกูลฉิน ตระกูลหลิน ชาติก่อนพวกคุณจัดงานแต่งงานกันในวันนี้ ชาตินี้... ฉันจะมาส่งโลงศพให้เป็ของขวัญ” เฉินอวี่พึมพำกับตัวเอง
ในชาติที่แล้ว หลังจากเฉินอวี่ถูกหักขาทั้งสองข้าง สองตระกูลนี้ก็ได้เกี่ยวดองกันจนอำนาจในเสาโจวพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี พวกเขากลายเป็ตระกูลผู้ลากมากดีหน้าใหม่ของเสาโจว และก้าวเข้าสู่สังคมชั้นสูงได้สำเร็จ
่เวลานั้น พวกเขาช่างโดดเด่นจนไม่มีใครเทียบ
หากจะบอกว่า ชีวิตในชาติก่อนของเฉินอวี่เต็มไปด้วยความล้มเหลวทุกย่างก้าว... ตระกูลฉินและตระกูลหลินก็คือพวกที่รุ่งโรจน์และเสวยสุขบนความทุกข์ของเขาอย่างที่สุด
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเฉินอวี่ก็สั่นเตือน
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองข้อความนั้น มุมปากพลันหยักโค้งเป็รอยยิ้มเ็า “ของขวัญชิ้นใหญ่ที่เตรียมไว้ให้ หวังว่าพวกคุณจะชอบนะ”
จากนั้นเขาก็เดินลงจากเขาหลงเถิง มุ่งหน้าไปทางทิศใต้
…
ยามราตรีมาเยือน ณ โรงแรมหวงอวิ๋น
ขณะที่เฉินอวี่กำลังจะเดินเข้าไปข้างใน เขาก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยขวางไว้
“คุณผู้ชายครับ ไม่ทราบว่ามีบัตรเชิญไหมครับ?”
แม้พนักงานจะเห็นว่าเสื้อผ้าที่เฉินอวี่สวมใส่นั้นเป็ของราคาถูกที่หาซื้อได้ตามแผงลอยรวมกันไม่ถึง 500 หยวน แต่ด้วยจรรยาบรรณในอาชีพ เขาจึงไม่ได้ ดูถูกคนจากภายนอกและเอ่ยถามอย่างสุภาพ
เฉินอวี่เหลือบมองบัตรเชิญในมือของแขกคนข้าง ๆ และเตรียมจะเนรมิตบัตรเชิญปลอมเพื่อเข้าไปข้างใน
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงเยาะเย้ยสายหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลัง
“ปล่อยให้ไอ้ขยะนี่เข้าไปเถอะ”
เฉินอวี่หันไปมอง เห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดราตรีสีขาวกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาดูิ่ถิ่นแคลนอย่างถึงที่สุด
“คุณหนูหลิน!”
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ บรรดารปภ. ต่างพากันค้อมตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม
หญิงสาวผู้นี้ชื่อ หลินทิ่ง เป็น้องสาวของหลินอี้ เธอขึ้นชื่อเื่ความเ้าชู้ประตูดิน เปลี่ยนแฟนแทบจะทุกสัปดาห์ แม้ชื่อเสียงจะฉาวโฉ่เพียงใด แต่ด้วยรูปร่างที่เร่าร้อนและฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย ก็ยังมีผู้ชายจำนวนมากยอมสยบอยู่ใต้กระโปรงทับทิม* [3] ของเธอ
หลินทิ่งรู้ดีว่าพี่ชายของตนชอบฉินรั่วอวิ๋น และเธอก็เคยอยู่เื้ัการวางแผนกลั่นแกล้งเฉินอวี่มาโดยตลอด
เฉินอวี่นิ่งเงียบ ไม่คิดจะใส่ใจหลินทิ่งแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น ฉินหาว รุ่นน้องในตระกูลฉินที่เดินมากับหลินทิ่งก็เอ่ยเยาะเย้ยขึ้นว่า “เฉินอวี่ แกมันก็แค่ไอ้ลูกเขยขยะแต่งเข้าบ้านตระกูลฉินที่ไร้ค่ามาหลายปี ฉันล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าแกเอาหน้าไหนโผล่มาที่นี่”
เมื่อได้ยินคำถากถางนั้น ใบหน้าของเฉินอวี่กลับเรียบเฉยไร้คลื่นรบกวน สำหรับเขาแล้ว คนพวกนี้ก็เปรียบเสมือนมดปลวกที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความสนใจเท่านั้น
“เฉินอวี่ ไม่รู้ว่าแกเตรียมของขวัญอะไรมาล่ะ?” หลินทิ่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าขี้เล่นแกมดูแคลน
เฉินอวี่แววตาเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยปากช้า ๆ “ของขวัญชิ้นใหญ่ของฉันชิ้นนี้ รับรองว่ามันจะเกินความคาดหมายของพวกคุณแน่นอน ถึงตอนนั้นเดี๋ยวก็รู้เอง”
หลินทิ่งมองเฉินอวี่ราวกับราชินีผู้สูงส่ง มุมปากเหยียดหยาม “ฉันจะตั้งตารอดูแล้วกัน” จากนั้นเธอก็หันไปสั่งรปภ. “เดี๋ยวตอนมันเข้าไป จัดที่ให้มันยืนเฝ้าตรงมุมห้องก็พอ คนอย่างมันไม่คู่ควรจะได้ที่นั่งหรอก”
เธอปรายหางตามองเฉินอวี่อย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเดินเชิดหน้าเข้าโรงแรมไป
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในโรงแรม แเื่จำนวนมากเริ่มทยอยมอบของขวัญให้แก่คู่บ่าวสาว
ฉินอันหัว และท่านปู่หลินตง นั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน มองดูคู่หนุ่มสาวพลางลูบเคราหัวเราะอย่างร่าเริง
“คราวนี้ สองตระกูลเราประสานความแข็งแกร่ง ตามที่ผมคาดการณ์ไว้ ไม่เกินหนึ่งปี พวกเราจะก้าวขึ้นสู่สังคมชั้นสูง กลายเป็ตระกูลระดับสองได้อย่างแน่นอน” ฉินอันหัวเอ่ย
“ฮ่า ๆ ๆ ถ้าให้เวลาสักสิบปี ผมว่าสี่ตระกูลใหญ่แห่งเสาโจวคงต้องกลายเป็ห้าตระกูลใหญ่แน่ ๆ แต่ไม่รู้ว่าสังขารผมจะอยู่ถึงวันนั้นไหม” หลินตงหัวเราะร่า
“หวังหง ประธานบริษัทเทียนไห่กรุ๊ป ร่วมอวยพรคู่บ่าวสาว มอบของขวัญเล็กน้อยเป็ รถยนต์โรลส์รอยซ์ แฟนธอม หนึ่งคัน!”
“ประธานเทียนไห่ใจป้ำจริง ๆ ส่งโรลส์รอยซ์มาให้เลย น่าอิจฉาสุด ๆ”
แเื่ต่างฮือฮา เทียนไห่กรุ๊ปเป็วิสาหกิจขนาดกลาง แม้จะเทียบไม่ได้กับสี่ตระกูลใหญ่ แต่ก็มีสินทรัพย์กว่าห้าพันล้านหยวน ที่สำคัญคือ หวังหงสร้างตัวจากศูนย์ปีนี้อายุเพียงสามสิบกว่า ๆ ก็ความมั่งคั่งมหาศาล เขาพักอาศัยอยู่ที่เมืองอิงโจวเป็หลักและไม่ค่อยกลับมาเสาโจวนัก แต่นั่นก็ไม่ได้ห้ามให้สาว ๆ ที่มั่นใจในตัวเองพยายามจะเข้าไปทำความรู้จัก
“หลิวหลง รองนายกเทศมนตรีเมืองเสาโจว มอบจี้ห้อยคอมูลค่าสิบล้านหนึ่งคู่”
“โม่ชิวโฉว จากบริษัทยาเสาโจว มอบหยกหรูอี้หนึ่งคู่ อวยพรให้มีวันนี้ในทุกปี มีปีนี้ในทุกชาติ* [4] ”
“บริษัทเครื่องจักรกลหนักเสียงเจวี๋ย มอบเงินขวัญถุง 6.6 ล้านหยวน”
“ตระกูลหลิวแห่งเสาโจว มอบเงินขวัญถุง 8.8 ล้านหยวน”
....
เมื่อพิธีเริ่มขึ้น รายชื่อของขวัญและเงินจากตระกูลต่าง ๆ ถูกขานชื่อโดยผู้ต้อนรับ ของมีค่าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกประกาศออกมาจนละลานตาไปหมด
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติ!” ฉินอันหัวประสานมือขอบคุณ
“ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานแต่งงานของหลินอี้ หลานชายของผม กับฉินรั่วอวิ๋น ยอดหญิงแห่งตระกูลฉิน” หลินตงหัวเราะจนปากแทบฉีกถึงรูหู
ฉินรั่วอวิ๋นเองก็พูดคุยกับแเื่อย่างสง่างาม กิริยาท่าทางดูดีราวกับดาราที่ถูกห้อมล้อมด้วยหมู่ดาว* [5]
แต่ในตอนนั้นเอง สายตาของฉินรั่วอวิ๋นพลันเหลือบไปเห็นเฉินอวี่ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง รูม่านตาของเธอหดเกร็งทันทีจนแทบจะทรุดลงกับพื้น
“เป็อะไรไป รั่วอวิ๋น?” หลินอี้รีบเข้าไปพยุงเธอที่ดูเสียอาการ
“เฉินอวี่... เฉินอวี่มาที่นี่!” ฉินรั่วอวิ๋นชี้ไปยังมุมห้อง แววตาแฝงไปด้วยความหวาดกลัว เธอไม่มีวันลืมภาพคนในครอบครัวที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้เลย
หลินอี้มองตามไปที่มุมห้อง ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านขึ้นมาเช่นกัน “บัดซบ! มันมาได้ยังไง?”
ทันใดนั้นเอง หน้าประตูโรงแรมก็มีเสียงทุ้มกังวานดังสนั่นขึ้น
“ตระกูลถังแห่งเสาโจว รับคำสั่งจากท่านเฉิน มอบโลงศพไม้เนื้อหอมล้ำค่า สองโลง และระฆังทองแดงใบใหญ่อีกหนึ่งใบ!”
สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งงานพลันเงียบสงัดก่อนจะเกิดเสียงเซ็งแซ่ขึ้นทันที!
แเื่ต่างมองหน้ากัน ภายในใจเกิดคลื่นั์โถมกระหน่ำ!
ตระกูลถังแห่งเสาโจว... ถึงกับส่งโลงศพและระฆังใบใหญ่* [6] มาให้ตระกูลฉินและหลินในงานแต่งเนี่ยนะ?
นี่มันต้องมีความแค้นลึกซึ้งขนาดไหนกัน?
คนของตระกูลฉินและหลินที่ได้ยิน ต่างรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาดจนสติหลุดลอย
เฉินอวี่ก้าวเดินตรงไปยังฉินรั่วอวิ๋น “เป็ไง... ของขวัญของฉัน ถูกใจไหม?”
หลินอี้กำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน แต่เมื่อได้ยินชื่อตระกูลถังอยู่เื้ั เขาก็จำต้องกลืนความโกรธแค้นทั้งหมดลงท้องไป
หลินทิ่งและฉินหาวถึงกับอ้าปากค้างจนกรามแทบค้าง ทำอะไรไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ไอ้ขยะนั่น... มันบ้าไปแล้วเหรอ?” หลินทิ่งตกตะลึง
“ไอ้หมอนี่มันหาที่ตายชัด ๆ!” ฉินหาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอำมหิต
“นั่นไม่ใช่ไอ้เขยขยะที่ถูกตระกูลฉินไล่ออกมาหรอกเหรอ?”
“เฮ้ย! ใช่ไอ้เขยขยะนั่นจริง ๆ ด้วย!”
* [1] หงส์บนฟากฟ้า (天中凤凰) คือผู้ที่มีบุญวาสนาหรือฐานะสูงส่งเกินเอื้อม
* [2] ับน์ (天上神龙) คือผู้ที่อยู่สูงส่งจนเกินจะเปรียบเปรย
* [3] กระโปรงทับทิม (石榴裙下) คือการยอมเป็ทาสสวาทหรือลุ่มหลงในเสน่ห์หญิง
* [4] อวยพรให้มีวันนี้ในทุกปี มีปีนี้ในทุกชาติ (年年有今日,岁岁有今朝) เป็คำอวยพรให้มีความสุขความเจริญมั่นคงตลอดไป
* [5] ดาราที่ถูกห้อมล้อมด้วยหมู่ดาว (众星捧) คือผู้ที่โดดเด่นท่ามกลางผู้คน
* [6] ถึงกับส่งโลงศพและระฆังใบใหญ่ (送钟) ออกเสียงพ้องกับคำว่า 'ส่งศพ/ดูใจครั้งสุดท้าย'