คงจะเพราะไป๋ซูเจี้ยนได้กลับมาอยู่ในถิ่นของตัวเองเขาจึงรู้สึกว่าจะโวยวายหรือพูดอะไรก็ได้แล้วแต่ใจคิด ไม่ต้องสนใจว่าจะทำให้ไป๋ซูเจี้ยนตีตัวออกห่างจากตัวเองมากขึ้นแต่กลายเป็ว่าไป๋เฮ่อไม่ได้สนใจเสียงโวยวายหรือเสียงพูดประชดประชันของเขาเลยสักนิด
ไป๋เฮ่อคิดว่าตัวเองเป็ใครถึงได้กล้าเมินเฉยต่อไป๋ซูเจี้ยนในถิ่นของไป๋ซูเจี้ยนเองกล้านักรึ
“ถึงแล้วขอรับ” คนที่อุ้มท่านเทพอยู่หยุดเดินเมื่อมาถึงเรือนของไป๋ซูเจี้ยนเรือนของไป๋ซูเจี้ยนนั้นไม่ได้แตกต่างจากส่วนอื่นๆของเผิงหลายที่ประดับตกแต่งด้วยเปลือกหอยและปะการังไป๋เฮ่อพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในเรือนนอกจากคนสนิทแล้วไป๋ซูเจี้ยนไม่ได้ให้ใครเข้ามาที่ในเรือนอีก ดังนั้นที่เรือนของเขาจึงไม่มีสาวใช้ไว้คอยรับคำสั่งอีกทั้งตอนนี้ที่เผิงหลายเพิ่งจะผ่านการรับศึกกับศัตรูพวกสาวใช้จึงต้องไปดูแลคนที่าเ็ที่ด้านนอกกัน
ราชครูวางตัวคนที่าเ็ลงบนเตียงก่อนจะเดินไปเอาอ่างน้ำใบใหญ่มาตั้งไว้ที่กลางห้องไป๋เฮ่อมองคนที่กำลังทำสีหน้ายุ่งยากใจเขาไม่สนหรอกว่าไป๋ซูเจี้ยนจะกำลังไม่พอใจหรือว่ากำลังโกรธกับสิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้ขอเพียงแค่อีกฝ่ายยังปลอดภัยเท่านั้นก็พอแล้ว
และตอนนี้ก็ต้องทำแผลที่กำลังาเ็นั้นให้เรียบร้อยก่อน
“เอ๊ะนี่เ้า!” ท่านเทพนึกอยากจะยกมือขึ้นตีคนที่จู่ๆก็เดินมาถอดเสื้อผ้าเขาทิ้งเพราะสภาพของไป๋ซูเจี้ยนค่อนข้างแย่มาก ประกอบกับชุดที่สวมอยู่อาบไปด้วยเืไป๋เฮ่อจึงถอดชุดพวกนั้นทิ้งแล้วอุ้มร่างที่กำลังเปลือยนั้นไปวางในอ่างน้ำเพื่อชำระคราบเืคราบดินออกไปจะได้ทำความสะอาดแผลได้สะดวกมือหนาเอื้อมไปถอดปิ่นปักผมออกปล่อยเรือนผมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเืนั้นทิ้งตัวลงในน้ำราชครูคว้าเอาผ้าสะอาดมาชุบน้ำก่อนจะไล่เช็ดแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยคราบเืออกทำให้มองเห็นแผลได้ถนัดขึ้น
โชคยังดีที่แผลไม่ลึกมาก อาวุธที่ใช้ก็ไม่ได้เคลือบด้วยยาพิษ หากใส่ยาและเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวันสักเจ็ดถึงแปดวันก็จะหายส่วนแผลเล็กแผลน้อยอื่นๆใส่ยาไปสักสองสามวันก็ดีขึ้นแล้ว
“ตกลงแล้วเ้ามาทำอะไรที่นี่” ในระหว่างที่กำลังล้างแผลอยู่ไป๋ซูเจี้ยนก็เอ่ยถามปกติแล้วเขาจะหายไปที่ไหนไป๋เฮ่อก็ไม่ได้สนใจมิใช่หรอกรึ
“หลับตา” ราชครูไม่ตอบแต่บอกให้ท่านเทพหลับตามือหนาเทน้ำในถังใบเล็กรดเรือนผมสีขาวแล้วขยี้เบาๆเพื่อล้างคราบเืออกท่านเทพขยี้ตาตัวเองเล็กน้อยนี่กลายเป็ว่าแทนที่จะล้างแผลกลับเป็พาเขามาอาบน้ำงั้นหรอกรึสภาพของเขาไม่ได้ย่ำแย่ถึงขนาดนั้นเสียหน่อย แล้วนั่นทำอะไรกำลังสระผมให้เขางั้นรึ
นึกยังไงจะมาเอาใจในเวลาแบบนี้ กินอะไรผิดมากัน
เพราะแผลส่วนใหญ่ไม่ใช่แผลที่โดนน้ำไม่ได้ ราชครูเอาผ้ามาเช็ดคราบตามตัวของท่านเทพออกจนกลับมาสะอาดจึงได้อุ้มออกมาจากอ่างน้ำแล้วพามานั่งที่เตียงห่อตัวคนที่อาบน้ำเสร็จด้วยผ้าคลุมที่ทำจากผ้าลื่นเรียบส่งกลิ่นหอมก่อนจะเดินไปหยิบยาและผ้าพันแผลเพื่อที่จะทำแผลให้กับคนที่าเ็อยู่
ไม่ตอบคำถาม เอาแต่สั่งๆๆคิดว่าตัวเองเป็ใครถึงได้กล้าทำแบบนี้กับไป๋ซูเจี้ยนกัน
“อยู่นิ่งๆ”
“ข้าทำแผลเองได้ ไม่ลำบากราชครูให้ต้องช่วยหรอก”ทำแผลที่หลังมันไม่ได้ยากเย็นสักนิด แล้วใช่ว่าไป๋ซูเจี้ยนไม่เคยทำแผลที่หลังเองด้วย
“ข้าบอกว่าอยู่นิ่งๆ”
“เอ๊ะเ้านี่ บอกว่าทำเองได้ก็ทำเองได้สิ” ไม่ได้ยินหรืออย่างไร ทำไมต้องดึงดันจะทำแผลให้ด้วย
ร่างสูงมองคนที่บอกว่าตัวเองทำแผลเองได้ก่อนจะรวบมือทั้งสองนั้นแล้วดึงตัวเข้ามาใกล้ๆใบหน้าหล่อจัดเกยคางอยู่บนไหล่ที่เปลือยเปล่าก่อนจะเอื้อมมือไปป้ายยาที่แผลด้านหลังท่านเทพสะดุ้งเฮือกเพราะรู้สึกแสบที่แผล แค่ปล่อยให้เขาทำแผลเองมันจะยุ่งยากถึงเพียงนี้ที่ไหนกันแล้วทำแผลแบบนี้ถนัดนักรึ ทำแผลที่หลังยังไงถึงได้หันหน้าเข้าหากันแบบนี้เล่า
ท่านเทพรู้สึกเหนื่อยที่ต้องพยายามดึงตัวเองออกมาจากมือใหญ่นั้น แล้วในสภาพแบบนี้ยิ่งขยับร่างกายมากผ้าคลุมที่คลุมตัวเขาอยู่ก็จะยิ่งเปิดเผยเนื้อหนังมากขึ้นไปอีกเป็คนแก่แล้วอย่างไร คิดว่าไป๋ซูเจี้ยนเขินอายไม่เป็รึที่ต้องมาทำตัวเปลือยต่อหน้าสามีหน้าตายแบบนี้น่ะ
คนอะไรเ็าตายด้านเสียจริง
เพราะวันนี้เสียพลังไปกับการกางอาณาเขตไม่น้อยไป๋ซูเจี้ยนจึงรู้สึกเพลีย หลังจากที่นั่งทำแผลไปได้สักพักใบหน้านั้นก็ซบลงกับไหล่หนาของคนที่กำลังทำแผลให้อยู่ลมหายใจเริ่มคงที่ขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าฉายแววเหม่อลอยเพราะความง่วงงุน
ตัวหอมจัง
กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างกายของสามีทำให้ท่านเทพเคลิ้มหลับไปในเวลาไม่นาน คนที่ทำแผลให้อยู่หยุดชะงักเมื่อััว่าคนที่ฝืนตัวเองอยู่เมื่อครู่ทิ้งน้ำหนักตัวมาพิงอกของเขามือหนาที่รวบมือทั้งสองเอาไว้ค่อยๆคลายออกประคองตัวคนหลับให้อิงกับตัวเขาดีๆก่อนจะเอาผ้าพันแผลมาพันตัวให้
พอหลับไปแล้วแบบนี้ ท่านเทพก็เหมือนเป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง
มือหนาพันผ้าพันแผลให้คนหลับอย่างเบามือเพื่อไม่ให้คนที่กำลังหลับอยู่ตื่นขึ้นมาโวยวายอีกยามที่อยู่ฉางเก๋อนั้นไป๋ซูเจี้ยนไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพูดจาโวยวายไม่เคยที่จะพูดจาประชดประชันเขา แต่เมื่อมาอยู่ที่เผิงหลายกลับเหมือนคนละคนกล้าที่จะพูดจาประชดประชันเขา แผดเสียงใส่เขา มองเขาด้วยสายตาที่ยุ่งยากใจทำสีหน้าเหมือนจะไม่พอใจตลอดเวลา แล้วยังเอ่ยถามกับเขาทุ่มเถียงกับเขาราวกับไม่รู้สึกเหนื่อยบางทีนี่อาจจะเป็นิสัยที่แท้จริงของท่านเทพ มีคนบอกว่ายิ่งคนอายุมากนิสัยจะยิ่งเหมือนเด็กๆ ไม่แน่ว่าเื่นั้นอาจจะเป็เื่จริง
แต่เขาที่เป็แบบนี้ ไป๋เฮ่อกลับมองว่าน่าเอ็นดูและน่ารักมาก
ราชครูสะบัดหน้าเล็กน้อยราวกับจะเอาความคิดเมื่อครู่นั้นออกไป เขารีบทำแผลให้เรียบร้อยก่อนจะประคองไป๋ซูเจี้ยนนอนลงเมื่อเสร็จธุระของตัวเองแล้วราชครูก็เดินออกมายังด้านนอก ระหว่างที่รอไป๋ซูเจี้ยนได้สติราชครูก็ช่วยจัดการเื่ภายในพรรคแทนจนถึงกลางดึกกองทัพหลวงนำตัวนักโทษกลับเมืองหลวงไปแล้ว ดูเหมือนว่านอกจากจะมีเส้นทางลับของประมุขแล้วกองทัพเองก็จะมีเส้นทางที่จะใช้เดินทางได้รวดเร็วเช่นกัน เพราะชิงหลงกว้างใหญ่เสียปานนี้หากเสียเวลาเดินทางสองสามวันในการเดินทางไปยังแต่ละพรรคคงจะชักช้าไม่ทันการเป็แน่
หลังจากนี้หารือกับฝ่าาเื่การปรับเปลี่ยนเส้นทางภายในแคว้นให้เดินทางได้เร็วขึ้นน่าจะดีหรือไป๋เฮ่อควรจะออกเดินทางไปนอกแคว้นเพื่อเปิดหูเปิดตานำวัฒนธรรมใหม่ๆเข้ามาที่ชิงหลงดีนะ
หากมีเวลาให้ทำแบบนั้นบ้างก็คงจะดีไม่น้อยอย่างมากคงจะทำได้แค่ส่งคนอื่นไปแทน แต่วางแผนเอาไว้ก่อนสักหน่อยก็ดีเผื่อว่าในอนาคตจำเป็จะต้องปรับเปลี่ยนอะไรขึ้นมา
หลังจากสำรวจความเรียบร้อยภายในเผิงหลายแล้วราชครูก็สั่งเอาไว้ว่าจนกว่าไป๋ซูเจี้ยนจะหายห้ามให้เขากลับไปที่ฉางเก๋ออย่างเด็ดขาดคนในพรรคเพียงแค่เข้าใจว่าราชครูเป็ห่วงท่านเทพจึงอยากให้พักผ่อนอยู่ที่เผิงหลายจึงรับคำอย่างเป็มั่นเป็เหมาะแล้วบอกจะดูแลท่านเทพเป็อย่างดีไป๋เฮ่อจึงเดินทางกลับฉางเก๋อโดยไม่คิดที่จะบอกภรรยาแม้แต่น้อย
อยู่ห่างได้สักสองสามวันก็นับว่าช่วยลดความกดดันให้กับไป๋เฮ่อได้มากแล้ว
ดังนั้นเมื่อท่านเทพตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ก็พบว่าสามีนั้นแอบกลับไปที่ฉางเก๋อก่อนเสียแล้ว
แค่รอเขาตื่นขึ้นมาแล้วค่อยกลับมันจะทำให้ฉางเก๋อลุกเป็ไฟหรืออย่างไร!
ไป๋ซูเจี้ยนนั่งทำหน้าหงุดหงิดอยู่บนเตียง มองตัวเองที่ถูกทำแผลและสวมชุดนอนให้เรียบร้อยแล้วคงจะเป็ฝีมือของไป๋เฮ่อที่ช่วยทำแผลให้จนเสร็จและสวมเสื้อผ้าให้เพราะเห็นว่าเขาหลับไปแล้วไป๋ซูเจี้ยนก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเผลอหลับไปแบบนั้นเช่นเดียวกัน แค่อ่อนเพลียนิดหน่อยแล้วก็เสียพลังไปเล็กน้อยก็หลับลึกได้แบบนั้นแล้วอย่างนั้นรึ
หรือว่าจริงๆเขาแก่เกินไปแล้วกันแน่
แต่ว่าตัวอุ่นๆกับกลิ่นหอมๆที่มาจากตัวไป๋เฮ่อมันทำให้เขารู้สึกดีจนเผลอหลับอย่างช่วยไม่ได้เพราะไม่เคยได้อยู่ใกล้กันเขาจึงไม่รู้ว่าััของกลิ่นหอมนั่นทำให้รู้สึกดีมากแค่ไหนชั่วขณะหนึ่งท่านเทพรู้สึกว่าไม่จำเป็ต้องคิดอะไรเพียงแค่หลับไปภายในอ้อมแขนนั้นแล้วพักผ่อนอย่างปลอดภัยก็พอ
คงจะเพราะไป๋เฮ่อเป็คนที่จริงจังแล้วดูพึ่งพาได้ ท่านเทพจึงรู้สึกเช่นนั้นถึงแม้จะพยายามทำตัวออกห่างจากไป๋ซูเจี้ยนแต่เขาก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกหรือจะทำเพียงแค่มองหากไป๋ซูเจี้ยนอยู่ในอันตราย ถึงจะไม่รู้เหตุผลที่ไป๋เฮ่อมาถึงที่เผิงหลายแต่อาจจะเพราะไม่เห็นไป๋ซูเจี้ยนที่ฉางเก๋อจึงได้ออกมาตามหาก็ได้เขาเองก็ไม่ได้บอกใครว่าจะกลับมาที่เผิงหลายแม้กระทั่งคนสนิทไม่แน่ว่าที่ฉางเก๋ออาจจะวุ่นวายเพราะตามหาเขาไม่เจอไป๋เฮ่อจึงมาที่นี่เพื่อตรวจดูว่าเขากลับมาที่นี่หรือเปล่า
ถึงอย่างไรก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าวันนี้จะกลับฉางเก๋อถึงจะมีอาการาเ็อยู่แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลต่อการเดินทางสักเท่าไหร่อีกอย่างหน้าที่ของไป๋ซูเจี้ยนก็ยังไม่ลุล่วงเลย ต้องกลับไปหาทางเปิดใจสามีหน้าตายผู้นั้นให้จงได้
“ท่านเทพ อย่าเพิ่งขยับตัวเลยเ้าค่ะ” สาวใช้รีบเข้ามาประคองไป๋ซูเจี้ยนที่กำลังจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าตอนนี้ก็นับว่าสายมากแล้ว เร่งกลับฉางเก๋อหน่อยจะดีกว่า
“ข้าจะกลับฉางเก๋อแล้ว เ้ามาก็ดีช่วยข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อย”
“แต่ราชครูสั่งเอาไว้ว่าห้ามไม่ให้ท่านเทพกลับฉางเก๋อจนกว่าจะหายดีนะเ้าคะ”ที่สั่งห้ามไม่ได้เป็เพราะกลัวว่าเขาจะไม่หายแต่เป็เพราะจะทำให้ตัวเองได้อยู่ห่างจากไป๋ซูเจี้ยนนานขึ้นต่างหากเขาจะปล่อยให้เป็แบบนั้นได้อย่างไร
“เช่นนั้นข้าก็หายดีแล้ว อย่าเซ้าซี้ให้มากมาช่วยข้าแต่งตัวได้แล้ว” คิดหรือว่าไป๋ซูเจี้ยนจะยอมให้ไป๋เฮ่อได้ตั้งตัวนานๆเขาจะไม่ยอมให้โอกาสเสียไปเหมือนหนึ่งเดือนที่แล้วอย่างเด็ดขาด
เมื่อเห็นว่าท่านเทพรั้นจะกลับฉางเก๋อให้ได้สาวใช้ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องช่วยท่านเทพแต่งตัวแม้แต่ผ้าพันแผลก็ยังไม่ยอมเปลี่ยน ท่านเทพอยากจะกลับฉางเก๋อให้เร็วถึงเพียงนั้นเชียวรึ
“แล้วเื่ในพรรคตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง”
“ราชครูช่วยจัดการเื่ต่างๆเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะคนที่ไม่ได้เป็อะไรกำลังเร่งซ่อมแซมพรรคในส่วนที่เสียหาย คนที่าเ็ก็กำลังพักฟื้นไม่มีใครที่าเ็จนถึงตายอย่างมากที่สุดหนึ่งเดือนก็หายเป็ปกติทั้งหมดแล้วเ้าค่ะ” สาวใช้รายงานอย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่นราชครูออกคำสั่งได้เฉียบขาดและรวดเร็วมากภายในหนึ่งคืนก็สามารถจัดการเื่ต่างๆให้เรียบร้อยได้ท่านเทพไม่ต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นก็ดีระหว่างนี้ก็จัดการเื่ต่างๆให้เรียบร้อยข้าจะเปิดกระจกวารีมาตรวจดูทีหลังว่าการซ่อมแซมคืบหน้าไปถึงไหนเช่นนั้นเ้าบอกทุกคนด้วยว่าข้าจะกลับไปที่ฉางเก๋อแล้วระหว่างที่ข้ากับหนิงเฉิงไม่อยู่พวกเ้าก็ดูแลกันดีๆอย่าได้ไปก่อเื่สร้างความวุ่นวายที่ไหนดูแลพรรคให้ดีอย่าให้ขาดตกบกพร่อง เข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะท่านเทพ” หลังจากที่ฝากฝังให้จัดการเื่ภายในพรรคแล้วท่านเทพก็ใช้ทางลับกลับมายังฉางเก๋อเพราะไป๋ซูเจี้ยนยังมีสภาพที่าเ็อยู่ การเดินทางจึงอาจจะช้าอยู่เล็กน้อยปกติควรจะมาถึงในสองชั่วยาม แต่เพราะเดินๆหยุดๆจึงกินเวลามาจนถึงสามชั่วยามกว่าจะมาถึงฉางเก๋อตะวันก็เลยกลางศีรษะไปเสียแล้ว
“ท่านเทพ!” คนสนิทรีบโร่เข้ามากอดไป๋ซูเจี้ยนอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งร้องห่มร้องไห้ราวกับไม่ได้เจอกันมาเป็ปีเขาไม่อยู่แค่คืนเดียวต้องน้ำตานองถึงขนาดนี้เชียวรึ
“เ้ากอดแรงไปแล้ว ข้าไม่อยู่แค่คืนเดียวร้องห่มร้องไห้ขนาดนี้ได้อย่างไร”มือเรียวลูบผมคนสนิทเบาๆ เ้าเด็กคนนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วยังร้องไห้เป็เด็กๆไปได้
“เพราะท่านไม่อยู่แบบนี้ข้าถึงได้ร้องไห้อย่างไรเล่าขอรับ! คราวหน้าจะไปที่ไหนท่านต้องบอกข้าก่อนนะขอรับ!” คนพูดซบอยู่กับอกของไป๋ซูเจี้ยนแล้วถูหน้าไปมาเพราะเมื่อวานเกิดเื่ขึ้นที่เมืองหลวงแล้วท่านเทพยังมาหายตัวไป ทุกคนเป็ห่วงกันมากกลัวว่าท่านเทพจะเป็อะไรราชครูถึงกับออกตามหาด้วยตัวเอง สั่งคนค้นหาทั่วทั้งพรรคก็ยังไม่เจอทุกคนใจหายกันไปหมดแล้ว
“ข้ารู้แล้วๆคราวหน้าข้าจะไปที่ไหนข้าจะบอกเ้าก่อนเป็คนแรก ดีหรือไม่”
“ดีที่สุดขอรับ เพราะท่านหายตัวไปจากพรรคราชครูจึงสั่งให้ออกค้นหาท่าน พอรู้ว่าไม่เจอราชครูก็รีบไปที่เผิงหลายในทันทีราชครูเป็ห่วงท่านมากนะขอรับ” คนฟังเลิกคิ้วไป๋เฮ่อน่ะรึสั่งให้ออกค้นหาเขาแล้วยังรีบไปที่เผิงหลายอีก? ทั้งๆที่ไป๋เฮ่อแสดงท่าทางปฏิเสธไป๋ซูเจี้ยนมาตลอดแต่กลับแสดงท่าทางห่วงใยเขาให้กับคนในพรรคเห็นด้วยอย่างนั้นรึ
“เขาน่ะรึ?”
“ขอรับ ราชครูมาเรียกหาท่านที่หน้าเรือนอยู่ตั้งนานแต่พอรู้ว่าท่านไม่อยู่ก็รีบสั่งให้คนออกค้นหา ท่านาเ็ตรงไหนบ้างขอรับบอบช้ำตรงไหนหรือเปล่า” คนสนิทรีบผละตัวออกแล้วพลิกมือของท่านเทพดูในทันทีมีรอยช้ำอยู่เล็กน้อย กับมีรอยแผลโดนกรีด ต้องรีบทำแผลเดี๋ยวนี้!
“ข้าไม่เป็อะไร แล้วเขา....”
“ราชครูออกไปที่วังหลวงแล้วขอรับเขาบอกว่าท่านปลอดภัยดีไม่ต้องเป็ห่วง บอกว่าอีกสองสามวันท่านถึงจะกลับทำแผลกันเถอะขอรับ ถึงจะแผลเล็กแค่ไหนก็ต้องรีบใส่ยาก่อนนะขอรับ” ไปที่วังหลวงแล้วอย่างนั้นรึ
คนสนิทรีบพาไป๋ซูเจี้ยนกลับเข้าไปในเรือนเพื่อทำแผลเล็กๆที่มือแต่เมื่อเห็นว่ามีาแใหญ่อยู่ที่กลางหลังอีกแผลคนสนิทก็กรีดร้องลั่นร้องห่มร้องไห้ประหนึ่งว่าไป๋ซูเจี้ยนกำลังจะตาย บังคับท่านเทพให้นอนอยู่บนเตียงห้ามออกไปไหนอย่างเด็ดขาดทำอาหารบำรุงมาให้เสียจนกินไม่ไหว ท่านเทพเองก็ไม่ได้อยากจะทำอะไรจึงยอมนอนอยู่บนเตียงให้คนสนิทได้เอาใจหลังจากนี้เขาจะต้องไปขอบคุณสามีเขาสักหน่อยที่ไปช่วยถึงที่เผิงหลายไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรอีกฝ่ายก็ช่วยเหลือเขาเอาไว้ ถึงเมื่อวานไป๋ซูเจี้ยนจะบ่นใส่ไป๋เฮ่อไปมากมายก็เถอะ
กลับไปอยู่ในถิ่นของตัวเองทั้งที ขอเขาบ่นสักหน่อยจะเป็อะไรไป
แต่เพราะวันนี้เร่งเดินทางทั้งๆที่แผลยังไม่หายดีไป๋ซูเจี้ยนจึงรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะมีไข้ แขนขาขยับไม่ได้ดั่งใจสักเท่าไหร่ดูเหมือนวันนี้จะต้องนอนพักผ่อนอย่างจริงจังเสียแล้ว
น่าเสียดายเสียจริง หากได้หลับท่ามกลางแขนอุ่นๆกับกลิ่นหอมๆนั่นจะหลับสบายสักแค่ไหนกัน
“อีกสองวันอย่างนั้นรึ” ท่านเทพจิบชาอุ่นๆเพราะรู้สึกคอแห้งฟังคนสนิทรายงานเื่ที่ตระกูลหวงจะถูกสำเร็จโทษโดยการปะาในอีกสองวัน
“ขอรับ เป็การปะาเจ็ดชั่วโคตรไม่มีผู้ใดได้รับการละเว้นโทษขอรับราชโองการประกาศออกมาว่าเป็การปะาเพราะมีความผิดคิดคดก่อฏต่อแผ่นดินวางแผนสมคบคิดกันลอบปลงพระชนม์ฝ่าาและทำร้ายประมุขของสิบพรรคขอรับ” แค่วางแผนสมคบคิดลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิก็มีโทษถึงตายได้หลายรอบ ตระกูลหวงนับว่ามีคนที่มากฝีมืออยู่ไม่น้อยหากคิดจะก่อฏยึดบัลลังก์จริงก็สามารถทำได้ เพียงแต่การเคลื่อนไหวของตระกูลหวงนั้นอยู่ในสายตาของเซียวหนิงเฉิงมาตลอดไม่ว่าจะทำอะไรก็รู้ถึงแผนการทั้งหมด นั่นหมายถึงไม่มีทางชนะมาั้แ่แรก อีกทั้งหลักฐานทุกอย่างที่รวบรวมมาั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันก็มากพอที่จะทำให้ตระกูลหวงมีความผิดจนถึงขั้นสั่งปะาได้ที่ศิษย์ของเขาไม่ลงมือจนถึงตอนนี้ก็เพื่อที่จะล่อให้คนที่อยู่ข้างเดียวกับตระกูลหวงออกมาให้หมดแล้วจัดการในทีเดียวเื่ของตระกูลหวงที่เป็เหมือนเสี้ยนหนามเล็กๆของราชวงศ์ก็จัดการเรียบร้อยแล้วต่อจากนี้ไป๋ซูเจี้ยนจะทุ่มความสนใจทั้งหมดมาที่การทำลายคำสาปของไป๋เฮ่อ
การที่ไป๋เฮ่อเป็ห่วงเขาแล้วยังไปช่วยเขาถึงที่เผิงหลายบ่งบอกได้ว่าท่านเทพเข้าถึงตัวไป๋เฮ่อได้ส่วนหนึ่งแล้วการทำสำรับไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่ นอกจากจะไม่ยอมกินแล้วยังเททิ้งเสียอีกเขามีเวลาไม่มากในการคิดแผนหลังจากนี้ จะมีวิธีอะไรดีๆให้ใช้อีกหรือเปล่านะ
ราชครูเดินกลับมาถึงเรือนใน่ดึกของวันเขาสังเกตเห็นว่าที่เรือนข้างๆนั้นมีแสงไฟจากตะเกียงไป๋ซูเจี้ยนกลับมาแล้วอย่างนั้นรึ
ทั้งๆบอกเอาไว้ว่าให้อยู่ที่เผิงหลายจนกว่าจะหายทำไมถึงต้องเร่งเดินทางกลับมาในวันนี้ด้วย
“อ๊ะ เ้ากลับมาพอดี” ดวงตาสีเขียวหันไปมองคนที่เปิดประตูเรือนออกมาไป๋ซูเจี้ยนสวมชุดสีขาว บนไหล่มีผ้าคลุมผืนสวยเรือนผมสีขาวปล่อยสยายสะบัดไปมาเล็กน้อยยามที่เคลื่อนไหว
พอแต่งกายด้วยชุดสีขาวแล้วมีเรือนผมสีขาวแบบนี้ ยิ่งทำให้ใบหน้านั้นดูซีดขึ้นมาอย่างผิดปกติ
หรือว่าจะไม่สบายแล้วกันนะ
ราชครูเพียงแค่คิดในใจแต่ไม่ได้ถามออกไป เขามองไปยังคนที่เดินมาหาเขา ท่าทางแบบนั้นแผลคงจะยังไม่หายดีจะฝืนกลับมาที่ฉางเก๋อเร็วๆทำไมกัน
“มีอะไร”
“อืม ก็มีอยู่” ตอนแรกไป๋ซูเจี้ยนไม่คิดว่าสามีจะยอมยืนอยู่ตรงนี้หลังจากที่ได้ยินเสียงของเขานึกว่าจะเดินหนีหายกลับเข้าเรือนไปแล้วเสียอีก
“คือ...ขอบคุณเ้ามากที่ไปช่วย” ร่างสูงยืนนิ่งเมื่อวานยังเอ็ดตะโรเขาเสียยกใหญ่ เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าควรขอบคุณอย่างนั้นรึ
เหมือนเด็กไม่มีผิด
“อืม” ไป๋เฮ่อตอบรับสั้นๆใบหน้านั้นเหมือนจะกำลังยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม ดูฝืนๆอย่างไรชอบกล
“แล้วก็เมื่อวาน...บ่นเ้าเสียยกใหญ่ ขอโทษด้วย”แม้ท่านเทพจะไม่นึกอยากขอโทษในเื่นี้ก็เถอะแต่ตอนนี้กลับมาอยู่ในถิ่นของไป๋เฮ่อแล้ว อะไรที่มันจะเป็ผลดีต่อแผนให้เข้าหาไป๋เฮ่อท่านเทพก็ต้องทำไว้ก่อน
สักวันเขาจะคิดบัญชีกับเ้าเด็กนี่ให้สาสมเสีย
“อืม” เื่นั้นก็ขอโทษด้วยรึเหมือนเด็กน้อยจริงๆ
คาดหวังอะไรอยู่กันถึงได้มาขอบคุณแล้วก็ขอโทษแบบนี้แต่ดูๆไปก็น่ารักดี....
ราชครูนิ่งเงียบราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้กำลังคิดอะไร เขากระแอมเล็กน้อยแล้วเดินผ่านคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเข้าเรือนไปราวกับว่าพวกเขาพูดคุยกันจบแล้วท่านเทพยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งเหมือนกำลังจะวิเคราะห์
ปฏิกิริยาเมื่อครู่ก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่กระมังแล้วยังตอบรับคำขอบคุณกับคำขอโทษของไป๋ซูเจี้ยนด้วยคงจะบอกว่าวันนี้การเข้าหาเป็ไปได้ด้วยดีก็คงได้
ท่านเทพเซวูบเล็กน้อยระหว่างที่กำลังจะเดินกลับเข้าเรือนดูเหมือนวันนี้เขาจะมีไข้จริงๆ เขาควรจะหลับไปั้แ่หนึ่งชั่วยามก่อนแล้วเพราะรู้สึกเหนื่อยมากแต่ก็ยังพยายามฝืนถ่างตาเอาไว้เพื่อรอไป๋เฮ่อกลับมาดูเหมือนตอนนี้เขาต้องเข้านอนเสียแล้วมิเช่นนั้นพรุ่งนี้จะต้องลุกไม่ไหวอย่างแน่นอน
ทว่าในยามโฉ่ว ร่างสูงของราชครูก็มาอยู่ในเรือนของภรรยาเสียแล้ว
“ไป๋ซูเจี้ยน” มือหนาแตะแก้มคนที่นอนหลับอยู่ใบหน้านั้นซีดเผือดไร้เืฝาด ริมฝีปากบางอ้าค้างน้อยๆเพราะกำลังหอบหายใจ เพราะฝืนเดินทางกลับมาที่ฉางเก๋อทั้งๆที่ยังไม่หายดีตกดึกถึงได้มีไข้สูง ตอนนี้เรียกสติอย่างไรก็ไม่ได้ยิน
ก่อนหน้านี้ไป๋เฮ่อก็นอนหลับอยู่ในเรือนดั่งเช่นทุกคืน แต่วันนี้หลับไม่สนิทแล้วยังััได้ถึงลมปราณที่กำลังปั่นป่วนเขาจึงได้มาดูที่เรือนของไป๋ซูเจี้ยนถึงรู้ว่าอีกฝ่ายมีไข้ขึ้นสูงแล้วยังไม่ได้สติหากปล่อยเอาไว้ร่างกายจะแย่มากกว่านี้
ไป๋เฮ่อนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้กับคนป่วย ประคองคนที่ไม่ได้สติให้กลืนยาลงไปเพื่อบรรเทาอาการป่วยตอนนี้ดึกมากแล้วอีกทั้งคนสนิทของไป๋ซูเจี้ยนก็ยังพักอยู่ที่อีกเรือนที่อยู่ห่างออกไปไป๋เฮ่อจึงต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เปลี่ยนผ้าพันแผลให้ใหม่เปลี่ยนชุดนอนเพื่อให้หลับสบายมากขึ้น จากนั้นก็มานั่งเฝ้าอาการอยู่ข้างเตียงเผื่อว่าอาการจะไม่ดีขึ้น
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวก็หาย” ร่างสูงพูดกับคนที่ป่วยอยู่เมื่อเห็นว่ามีน้ำตาหยดเล็กๆไหลออกมาจากดวงตาสีฟ้าที่ปิดอยู่ไป๋ซูเจี้ยนนั้นนับว่าเป็คนที่วรยุทธ์สูงส่งแต่กระนั้นยามเมื่อป่วยไข้อาการก็จะรุนแรงกว่าคนทั่วไป ตอนนี้คงจะกำลังรู้สึกทรมานกับอาการป่วยที่กำลังเผชิญอยู่
ตอนนี้ยังไม่ได้สติ คงจะไม่เป็ไรกระมัง
มือหนาค่อยๆประคองคนที่กำลังทรมานเพราะพิษไข้ให้มานั่งอยู่บนตักของเขาลูบผมเบาๆเพื่อกล่อมความเ็ปนั้นให้หายไปแขนแกร่งประคองร่างของคนบนตักเอาไว้ดีๆยื่นมือไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อขยายกู่ฉินที่เก็บซ่อนเอาไว้ออกมา มือหนาค่อยๆดีดพิณเพื่อบรรเลงท่วงทำนองที่อ่อนโยนขับกล่อมฝันร้ายและความเ็ปให้คนป่วยฟัง
เดิมทีไม่ต้องถึงขั้นบรรเลงพิณให้ฟังก็ได้แต่ไป๋เฮ่อไม่อยากเขาทรมานเพราะพิษไข้ อยากจะให้เขานอนหลับสนิทเพื่อฟื้นแรงและร่างกายการดีดพิณนั้นไม่ได้เหนือบ่าไปกว่าแรงของไป๋เฮ่ออีกทั้งตอนนี้ไป๋ซูเจี้ยนนั้นยังไม่ได้สติเพราะพิษไข้หากได้ยินเสียงพิณก็คงจะเพียงแค่คิดว่ากำลังฝันไปเท่านั้น
ท่ามกลางความทรมานของพิษไข้ ท่านเทพได้กลิ่นหอมอ่อนๆที่คุ้นจมูกกับความอบอุ่นในอ้อมแขนของใครบางคนที่เขานึกไม่ออกว่าเป็ใคร เขาคล้ายจะได้ยินเสียงท่วงทำนองอันอ่อนโยนแทรกซึมเข้ามาในความคิดความทรมานที่ร่างกายกำลังรู้สึกค่อยๆหายไป
รู้สึกดี ราวกับกำลังหลับฝันอยู่ในหมู่เมฆความรู้สึกอ่อนโยนและกลิ่นหอมที่กำลังรู้สึกนี้คืออะไรกัน....
ราชครูบรรเลงพิณอยู่แบบนั้นจนััได้ว่าคนป่วยนั้นหลับลึกแล้วมือหนาจึงได้หยุดการบรรเลงพิณแล้วประคองร่างของคนหลับให้นอนลงบนเตียงดีๆกระชับผ้าห่มให้ตัวอุ่นเข้าไว้เมื่อแตะที่แก้มคนหลับก็พบว่าอุณหภูมิร่างกายนั้นลดลงแล้ว มือหนาเกลี่ยผมนั้นเบาๆมองคนที่กำลังนอนหลับอยู่ด้วยความรู้สึกที่ปวดใจเล็กน้อย
เราไม่ควรได้เป็สามีภรรยากันในยามนี้เลย
หากโชคชะตาทำให้ข้าต้องอยู่กับคำสาปนี้ ไร้ซึ่งหนทางแก้ไย์ถึงต้องส่งเ้ามาเพื่ออยู่ข้างกายของข้าด้วย
์ไม่เห็นใจข้าหรืออย่างไร ข้าไม่้าทำร้ายเขา ไม่้าให้เขาเจ็บไม่้าให้มีใครตายตกไปตามกัน สิ่งที่ข้า้าก็แค่ได้เห็นคนที่อยู่รอบๆปลอดภัยจากข้าก็เท่านั้น
“จะให้ข้าเป็ผีร้ายอย่างไรก็ได้แค่ขอข้าไม่ทำร้ายเ้าก็พอ” มือนั้นผละออกมาจากเรือนผมสีขาวมองออกไปยังด้านนอกที่เห็นริ้วแสงตะวันจางๆที่เส้นขอบฟ้า
อีกวันที่ต้องทำเหมือนปฏิเสธภรรยาบทละครสามีผู้ใจร้ายไม่เห็นภรรยาอยู่ในสายตาผู้นั้นได้กลับมาอีกครั้งแล้ว