หลังจากที่ตำรวจเจอบ้านของผา พวกเขาก็ค้นของแล้วเก็บของทั้งหมดเพื่อให้เป็หลักฐาน ตำรวจเจอเงินสดจำนวนหนึ่ง สมุดบัญชี เสื้อผ้าและกระเป๋า ที่ดูเหมือนกับพร้อมที่จะสามารถย้ายที่อยู่ได้ตลอดเวลา อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 พร้อมะุ จากสภาพของติดตัวทำให้ตำรวจค่อนข้างมั่นใจว่า ผา ไม่ได้เป็คนปกติ อย่างไรก็ตามโชคค่อนข้างดีสำหรับพวกเขาที่การตายของผาไม่ได้เป็ข่าว
อย่างไรก็ตามตำรวจพวกเขามาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานแค่เป็พิธีเท่านั้น หลังจากที่พวกเขาเจอศพและสามารถยืนยันชื่อของผู้ตายได้ เ้านายของพวกเขาก็บอกให้พวกเขารีบปิดคดี จริงอยู่เกิดคดีคนตายมันเป็เื่ใหญ่แต่ไม่ใช่ว่าเื่ใหญ่ๆ พวกนี้พวกเขาจะสามารถสร้างผลงานจากมันได้ หลายครั้งคดีใหญ่ๆ แบบนี้มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนมีอำนาจ สุดท้ายตำรวจยศเล็กๆ แบบพวกเขาก็ได้แต่ต้องทำตามคำสั่งแล้วอำพรางคดี ต่อให้พวกเขาเอาหน้าที่การงานส่วนตัวไปเสี่ยงต่อการทำคดีนี้ และต่อให้เขาสามารถทำคดีนี้ได้สำเร็จพวกเขาก็หมดโอกาสเติบโตในสายงานนี้แล้ว พวกเขาเก็บของครบแล้วก็ออกจากบ้านหลังนี้ทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบอะไรเพิ่ม สายข่าวของทไวซ์ที่เฝ้าตามตำรวจอยู่ด้านนอกนั้นพอเห็นตำรวจออกมาจากบ้าน เขาก็ส่งข่าวให้ทไวซ์ทันที
ทไวซ์หลังจากที่ได้ข่าว เขาบอกกับทุกคนว่าตำรวจกลับแล้ว แสงที่ได้ข่าวจากการที่เคยเป็ตำรวจเขารับรู้ได้ถึงความผิดปกติ แสงถามทไวซ์ให้ถามสายข่าวอีกครั้งว่า ได้มีการตีเส้นเชือกกั้นบริเวณบ้านของผาไหม ทไวซ์ถามกลับไปยังสายข่าวแล้วได้คำตอบว่าไม่มี แสงถามกลับไปอีกครั้งว่าตำรวจมีการทิ้งคนไว้เฝ้าบ้างไหม ทไวซ์ถามอีกครั้งก่อนจะได้คำตอบกลับเหมือนเดิมว่าไม่มี แสงรู้ทันทีว่าพวกตำรวจยศน้อยคงถูกบีบให้ปกปิดคดี แสงบอกให้ทไวซ์บอกสายข่าวว่าให้รออีกพักหนึ่งแล้วเข้าไปตรวจดูในบ้านให้ละเอียดอีกครั้งหลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีตำรวจอยู่แถวนั้น ทไวซ์แม้ว่าเขาจะไม่เคยเป็ตำรวจแต่เขาก็เคยทำงานกับตำรวจมาบ้าง เขาเข้าใจในสถานการณ์ทันที ส่วนหมอกแม้เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขารู้สึกได้ว่าน่าจะมีบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้น หลังจากที่ทไวซ์สั่งสายข่าวเขาก็วางสายลง มันคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะรู้ว่าได้อะไรกลับมาบ้างไหม สากับทไวซ์เลยว่าจะไปหาทานข้าวก่อนได้เื่อะไรพวกเขาจะกลับมาบอกอีกครั้ง
ส่วนหมอกและแสงระหว่างที่ต้องรอเวลา พวกเขาทั้งสองคนฝึกยิงปืน สำหรับหมอกนี่ถือว่าดีเพราะแสงลุงของเขา เคยตั้งกฎไว้ว่าถ้าหมอกจะฝึกยิงปืนต้องมีเขาหรือทไวซ์อยู่ด้วยเท่านั้น ระหว่างที่ทั้งคู่ฝึกยิงปืน แสงเลยพยายามหาอะไรคุยกับหมอกด้วย ถึงเขาจะเป็เหมือนผู้ปกครอง แต่ในความเป็จริงเพราะต้องสืบคดีของตะวันเขาก็ไม่ค่อยได้อยู่กับหมอกเหมือนกัน
" แกเป็ไงบ้าง ได้ไปเรียนบ้างไหมเนี่ย " แสงถามระหว่างที่มองหมอกที่ฝึกยิงปืนไปด้วย
" ก็เรื่อยๆ ครับ คงไม่ได้ไปทุกวันหรอก แต่ก็ครบตามโควตานั่นแหละ " หมอกพูดและยิงปืน
" อ่า ครบก็ดีแล้ว... " แสงไม่รู้ว่าเขาควรจะชวนหมอกคุยอะไรดี
" แล้วลุงกับทไวซ์รู้จักกันเมื่อไหร่เหรอ " หมอกชวนแสงคุยไปเรื่อยเปื่อย
" ก็เคยช่วยตอนที่ลุงยังเป็ตำรวจอยู่นะ ทำไมเหรอ " แสงถาม
" ก็ไม่ได้อะไร ผมแค่เห็นว่าทั้งสองคนสนิทกันเฉยๆ สำหรับผมแล้วทไวซ์ไม่ได้ต่างอะไรกับการเป็พี่ชายผมเลย " หมอกพูดพร้อมกับยิงเป้าต่อ
" ก็ลุงเจอทไวซ์ตอนที่เป็ตำรวจ ตอนนั้นแกกับฝนยังไม่เกิดเลยมั้ง ตอนนั้นฉันเป็สายตรวจไปตรวจดูตามเื่ที่คนร้องเรียน ตอนนั้นมันก็เหมือนเดิมกับทุกๆ วันที่ทำงานนั่นแหละ แต่พอไปถึงก็เจอเด็กคนหนึ่งอยู่ในบ้านคนเดียว บ้านที่เรียกได้ว่าไม่ได้อยู่ในสภาพที่คนจะอยู่ได้ หลังจากวันนั้นฉันก็พาส่งหน่วยงานที่จะจัดการกับการดูแลสิทธิของเด็ก แม้หลังจากนั้นฉันจะไปเยี่ยมบ้างสองสามครั้ง แต่หลังจากนั้นลุงก็ไม่ได้ไปเจอทไวซ์อีกเลย " แสงเล่าให้หมอกฟัง
" แล้วลุงกับทไวซ์มาเจอกันอีกได้ไง " หมอกถามต่อ
" ก็หลังจากนั้น หลังจากที่อายุหมอนั่นเกินสถานรับเลี้ยงเด็กจะรับเลี้ยงแล้ว เขาก็มาหาลุงอยากให้หางานให้ ลุงเลยพาไปหาชาตินั่นแหละ หลังจากนั้นทไวซ์ก็โตมาในวงการสายข่าวแบบนั้น จนเริ่มสร้างตัวได้เหมือนทุกวันนี้ ถึงตอนนั้นฉันจะออกจากตำรวจแล้วละนะ " แสงพูดพร้อมขำแห้งๆ
" แล้วทำไมลุงถึงออกมาจากการเป็ตำรวจล่ะ " หมอกถาม
" ก็แค่ทนไม่ไหวอีกแล้ว แถมตอนนั้นเ้าตะวันพ่อแกก็มีทั้งงานทั้งครอบครัวแล้ว ตอนนั้นแกก็อายุได้สัก 7-8 ขวบได้แล้วมั้ง เลยคิดว่าต่อให้ฉันออกจากงานก็ไม่ได้กระทบอะไรแล้ว " แสงพูดเชิงบ่นๆ
ทั้งสองคนพูดคุยกันต่อเล็กน้อย แต่ไม่ทันไรทไวซ์กับสาก็กลับมาทั้งที่ยังไม่ทันได้ทานข้าว ทไวซ์บอกว่าสายข่าวของเขาเจอแล้ว เขาเจอตู้เซฟที่ซ่อนอยู่หลังกำแพง ทไวซ์ได้ให้เลขชุด 8 ตัวที่แสงเคยบอกเขาให้สายข่าวลองกดดูแล้ว และในตู้เซฟนั้นมีม้วนวิดีโออยู่ม้วนหนึ่ง สายข่าวกำลังจะนำมาให้พวกเขา แสงกับหมอกทันทีที่รู้ข่าวพวกเขากลับรู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาไร้เบาะแสมานาน แถมตอนมีเบาะแสพวกเขาก็ปล่อยให้หลุดมือไป สำหรับพวกเขาทั้งสองคนเหมือนกับคนที่อยู่ในทะเลทรายได้ดื่มน้ำอีกครั้ง
" เยี่ยมเลย " ทั้งแสงกับหมอกอุทานออกมา
" ว่าแต่นายไม่คิดจะซื้อข้าวกะเพรามาฝากพวกฉันบ้างรึไง " หลังจากที่แสงโล่งใจเขาก็รู้สึกหิวขึ้นมา
" ... " ทไวซ์กับสาได้แต่นิ่งเงียบ และเหนื่อยใจกับชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
" กว่าสายข่าวจะมาถึงคงเย็นแล้ว งั้นพวกเราไปหาอะไรฉลองกันไหมลุง " ทไวซ์พูด
" งั้นเราไปกินร้านไก่ทอดของต่างประเทศกันไหม เพิ่งมีมาเปิดไม่นานเอง " สาเสนอ
" ไก่ทอดเหรอ ก็ดีมั้ง พวกเราไปกินกันเถอะ " แสงพูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่พวกเขาทั้ง 4 คนจะเสียดายหลังจากที่รู้ว่ามันเป็ร้านอาหารสำหรับครอบครัวและเต็มไปด้วยพ่อแม่ที่พาเด็กๆ มาเต็มไปหมด แต่สำหรับหมอกเขากลับแปลกใจ ที่เพิ่งได้เคยเห็นลุงของเขาทานอย่างอื่นนอกจากผัดกะเพรา
เมื่อพวกเขากลับหลังจากทานข้าวเสร็จ สายข่าวก็เอาม้วนวิดีโอมาวางไว้ที่ร้านของทไวซ์ ทุกคนต่างพากกันเข้าไปหลังร้าน เพื่อเปิดม้วนวิดีโอขึ้น และสิ่งที่พวกเขาได้เห็นทำให้พวกเขาได้แต่ใกับวิดีโอตรงหน้า ภาพในม้วนวิดีโอ คือกลุ่มคนในห้องที่มีทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง ทหารจากสี่เหล่าทัพ และตำรวจ กำลังหัวเราะดื่มเหล้าและกระเป๋าที่มีเงินสดอยู่เป็จำนวนมากหลายใบ แสงได้แต่สบถ "ไอ้พวกเวรเอ๊ย!!"