หลังจากเกิดเื่ขึ้นก็มีเื่เลวร้ายตามมาจนนับไม่ถ้วนโรงพยาบาลถูกปิดล้อมด้วยฝูงชนที่โกรธแค้นซึ่งถูกปลุกระดมโดยเหล่าญาติของผู้เสียชีวิตและมีกลุ่มแอนตี้ในโซเชี่ยวคอยกระพือข่าวให้ทั้งสองกลุ่มทำงานร่วมกันได้ดีเยี่ยมแม้กระทั่งหมอและพยาบาลบางส่วนนั้นก็ยังแอบเอาเื่ของยิ้มขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลออกไปให้กับนักข่าวไม่ว่าจะเพราะค่าตอบแทนที่สูงลิ่วหรืออคติส่วนตัวก็ตาม
ผู้ประท้วงทำให้หมอและพยาบาลทำงานกันอย่างยากลำบากคนไข้ใหม่ที่จะเข้ามาก็ต้องเดือดร้อนยิ้มจึงต้องออกจากโรงพยาบาลไปทั้งๆที่ยังไม่หายดีทางเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยคนอื่นต้องมารับเคราะห์กับสิ่งที่เขาทำไว้หลังจากยิ้มออกจากโรงพยาบาลไปก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาหายไปอยู่ที่ไหนบ้างก็ว่าเขาหลบอยู่ที่บ้านบ้างก็ว่าหนีออกนอกประเทศไปแล้วมีการแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆนาๆใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปตามความคิดเห็นในมุมมองของแต่ละคนทำให้ความจริงถูกบิดเบือนไปไม่รู้กี่ตลบ
“ขอเชิญคุณสุวัฒน์ ผู้จัดการส่วนตัวของคุณยิ้มหรือว่าYstrikerนะคะมาร่วมพูดคุยกับเราในคืนนี้ค่ะสวัสดีค่ะคุณ สุวัฒน์”พิธีกรหันไปสวัสดิ์ดีกับสุวัฒน์ผู้จัดการส่วนตัวของยิ้มที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนที่กล้องจะค่อยๆเคลื่อนไปด้านข้างเผยตัวออกเขาออกมาช้าๆ
ยิ้มนั่งดูรายการนี้ผ่านทีวีในห้องนอนใบหน้าโทรม ผิวซีด ขอบตาดำคล้ำเขาไม่ได้นอนมาหลายวันแล้วั้แ่ออกจากโรงพยาบาลมาทุกครั้งที่ข่มตานอนภาพคนนอนตายอยู่บนถนนก็แล่นเข้ามาในหัวเปิดไปช่องไหนก็มีแต่ข่าวของเขาในโลกโซเชียลก็มีแต่คนวิจารณ์เื่ที่เกิดขึ้นออกไปไหนก็ไม่ได้เพราะมีนักข่าวบางส่วนยกขบวนกันมาเฝ้าถึงหน้าบ้านไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ความเครียดถูกกดดันจากทุกทิศทาง
“อย่างที่เ้าหน้าที่บอกว่านี่เป็อุบัติเหตุทำไมแคสเตอร์คนดังถึงหายตัวไปแบบนี้ละคะทำไมเขาไม่ออกมาพูดอะไรสักอย่างเพื่ออธิบายให้ทุกคนเข้าใจ”พิธีกรยังคงสนุกสนานกับการไล่ต้อนผู้จัดการของยิ้มการกระทำของเธอทั้งคำพูดสายตารอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยนั้นยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนกับกำลังท้าทายเขาให้ออกมาเพื่อสนองความ้าต่อฝูงชนที่โกรธแค้นยิ้มปิดทีวีหนีออกจากสิ่งที่น่ารังเกียจนั้น
ยิ้มทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินวนไปมาในห้องทั้งวันเขาจะเปิดผ้าม่านเพื่อมองออกไปข้างนอกบ้านทุกวันโดยหวังว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็พียงความฝันแล้วทุกอย่างก็จะกลับไปเป็เหมือนเดิมแต่ทุกอย่างก็ยังคงเป็เื่จริงที่ดำเนินต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงนักข่าวร่วมร้อยชีวิตที่หน้าบ้านเป็เครื่องตอกย้ำความเ็ปของเขา
เพล้ง!
เสียงแก้วหรืออะไรสักอย่างแตกเสียงนี้ดังขึ้นบ่อยๆั้แ่ยิ้มกลับมาอยู่ที่บ้านพร้อมกับเสียงกรีดร้องโวยวายของแม่และเสียงคำรามของพ่อเป็บาง่ทั้งคู่เองก็มีสภาพไม่ต่างไปจากยิ้มมากนักพ่อกับแม่ก็เริ่มที่จะทนโทรศัพท์ที่ดังทุกๆห้านาทีพร้อมกับคำขอสัมภาษณ์จากนักข่าวทุกสำนักทั้งในและต่างประเทศที่กำลังจะทำให้ทั้งคู่กลายเป็บ้า
“ทำไมมันต้องมีเื่แบบนี้ด้วย”เสียงสะอื้นไห้ของแม่ดังขึ้น“คุณคะ ถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไปฉันต้องเป็บ้าตายแน่”แม่มองไปทางพ่อที่นั่งใช้มือซ้ายกุมขมับและมือขวาถือแก้วเหล้านั่งบนเก้าอี้หนังราคาครึ่งล้าน
แม่ยังคงร้องไห้ต่อไปเสียงของแม่เปรียบเหมือนใบมีดที่กรีดย้ำรอยแผลในใจของยิ้มอยู่ทุกวี่วันดึงเขาลงไปสู่เหวไร้ก้นแห่งความสิ้นหวังที่ดำมืด
“เซเรน…เซเรนเธอได้ยินฉันไหม”ยิ้มมองไปรอบๆเหมือนทุกครั้งเขาก็จะได้ยินเสียงเธอตอบกลับมาแต่ครั้งนี้ มันว่างเปล่าเขากำลังยืนอย่างเดียวดายในห้องที่กว้างขวางโดยมีเสียงสะอื้นของแม่และเสียงของนักข่าวจากนอกบ้าน
“เซเรนเธออยู่ที่ไหน ฉันอยากเจอเธอเซเรน!”เสียงเรียกดังขึ้นแล้วหายไปไม่มีวี่แววของนางฟ้าประจำตัวแม้แต่เธอก็ยังหายไปยิ้มทำได้แค่นั่งก้มหน้าอยู่ลำพังมีเพียงหยดน้ำตาบนแก้มเท่านั้นที่อยู่เคียงข้าง
ยิ้มเดินลงมาจากห้องด้วยสภาพราวกับซากศพที่ไม่มีพลังชีวิตเหลืออยู่แล้วมิหนำซ้ำยังแผ่รังสีแห่งความสิ้นหวังออกมารอบตัวในหัวยังคงคิดถึงแต่เื่คนตายวนไปมาถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไปเขาคงจะกลายเป็บ้าในไม่ช้าสติของเขาหลุดลอยออกจากร่างไปเหลือเพียงกายเนื้อที่ว่างเปล่า
“ยิ้ม…”เสียงสะอื้นของแม่ดึงเขากลับมาสู่โลกแห่งความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่า
“แม่ครับ”ผู้เป็แม่วิ่งเข้ามาสวมกอดลูกชายที่เป็ราวกับเป็ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว
“ยิ้ม…แม่ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”น้ำตาของแม่ไหลลงมาบนอกของลูกชายภาพที่เห็นสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงให้กับจิตใจของยิ้มยิ่งกว่าข่าวอุบัติเหตุสิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดในชีวิตก็คือการทำให้พ่อกับแม่ของเขานั้นร้องไห้นั่นคืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขานั้นยอมตามใจพ่อกับแม่ทุกอย่าง
“แม่ครับ…มะไม่เอานะครับแม่อย่าร้องไห้”ยิ้มโอบร่างที่สั่นระริกของมารดาชายหนุ่มหันไปเห็นพ่อของเขาที่กำลังเดินเข้ามาหา
“ยิ้ม…พ่อว่าถึงเวลาที่เราต้องหาทางออกให้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้แล้วนะ”
“ผมเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกันครับผมควรจะทำยังไงดีครับพ่อ”ยิ้มพูด
“พ่อว่าเราควรจัดแถลงข่าวเพื่อบอกกับทุกคนว่าเราไม่ได้หนีความผิดหรืออะไรทั้งนั้นจากนั้นก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป”
“แม่ทรมานมากยิ้มแม่ต้องถูกสายตาที่เกลียดชังมองมาตลอดเวลาที่ออกไปข้างนอกทั้งๆที่แม่ไม่ได้ทำอะไรผิดแม่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสังคมต้องตัดสินพ่อกับแม่แบบนี้ด้วย”เสียงสะอื้นของแม่ดังขึ้น
“คนเราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปนะเราจะหนีไปตลอดไม่ได้ตอนนี้คนทั้งประเทศกำลังจับตาดูเราอยู่เราต้องทำให้มันถูกต้องตามกฎหมาย”พ่อเสริม
แทนที่ยิ้มจะรู้สึกสบายใจที่พ่อกับแม่นั้นพยายามบอกเขาให้ยอมรับในสิ่งที่ทำแต่เขากลับรู้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถคิดแบบนั้นได้ราวกับรู้สึกว่าที่พึ่งทางใจของเขากำลังส่งมอบตัวเขาให้กับกลุ่มคนที่้าสนองความ้าของตัวเองยิ้มพยายามเบี่ยงความคิดของตัวเองออกมาจากเื่นั้นเขาพยายามคิดว่าสิ่งที่เขาทำนี้จะช่วยให้พ่อกับแม่ของเขานั้นไม่ต้องมาเจอกับคำพิพากษาจากสังคมเหมือนกับตัวเขาอย่างน้อยๆ เื่ไม่ดีที่เขาทำไว้เขาก็ควรจะรับมันไว้ด้วยตัวเอง
“ตกลงครับผมจะโทรไปบอกคุณสุวัฒน์”พ่อพยักหน้า พร้อมกับเสียงสะอื้นของแม่ที่หายไป
“พ่อครับแม่ครับ ผมกลัวพ่อกับแม่อย่าให้ผมอยู่คนเดียวในวันแถลงข่าวนะครับ”ความกลัวที่จะต้องยืนต่อหน้าความอาฆาตแค้นนับไม่ถ้วนเพียงลำพังกำลังบีบให้ต้องอ้อนวอนขอในสิ่งที่เขา้าจากพ่อแม่มากที่สุดนั้นคือความรัก ความเข้าใจที่ลูกควรได้รับแม้ในตอนที่ทำความผิดก็ตาม
“อืม…”เสียงตกลงที่ทุ้มต่ำดังออกมาโดยไม่ปริปากขอแค่นี้ยิ้มเองก็รู้สึกแล้วว่าเขาไม่ได้ก้าวผ่านปัญหาชีวิตนี้ไปเพียงลำพังเขากอดแม่ให้แน่นขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มและบททดสอบชีวิตครั้งใหม่ที่เพิ่งเริ่มขึ้น
ยิ้มยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนในเวทีการแถลงข่าวมีแสงแฟลชมากมายกระหน่ำยิงมาที่ตัวเขาด้านหน้าของเขามีนักข่าวเกือบร่วมร้อยคนพยายามจะกรูเข้ามาให้ใกล้ตัวเขาติดแนวเ้าหน้าที่เหมือนปลาพยายามดิ้นให้หลุดจากตาข่ายด้านข้างๆก็มีกลุ่มคนที่คอยจะซ้ำเติมเขาทันทีที่เขาล้มและยังมีคนอีกมากมายที่ไม่เคยรู้เื่อะไรมาก่อนแต่ดันมาอยากรู้ว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้นในตอนนี้ทีวีเกือบทุกช่องถ่ายทอดสดสถานการณ์เดียวกันนี้ทั้งในและต่างประเทศที่แย่ยิ่งกว่าการที่ต้องพยายามตั้งสติเพื่อไม้ให้ลืมบทที่พูดมาก็คือการต้องอยู่ต่อหน้าความหวาดกลัวเพียงลำพังคำสัญญาที่พ่อแม่ให้กับเขาไว้นั้นกลายเป็เพียงสิ่งที่ตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวของเขาให้มากขึ้นไปอีก
การแถลงข่าวเป็ไปอย่างตึงเครียดแม้ตำรวจร่วมร้อยคนก็ยังไม่พอที่จะควบคุมฝูงชนผู้ที่โกรธแค้นและพวกชอบตามกระแสในระหว่างการแถลงข่าวยิ้มไม่พูดตามบทที่ท่องมาเลยแม้แต่น้อยเขากลับพูดในสิ่งที่ตนนั้นอยากพูดจากใจจริงเขาคิดว่าหากพูดให้ทุกคนเห็นว่าเขาสำนึกผิดกับสิ่งที่เขาทำและตอนนี้มันทำให้ชีวิตของเขาตำต่ำขนาดไหนทุกคนก็น่าจะเข้าใจในตัวเขาและให้โอกาสเขากลับเข้าสู่สังคมอีกสักครั้งยิ้มคิดถูกแค่เพียงครึ่งเดียวเพราะกลุ่มคนที่สูญเสียนั้นไม่ว่าจะพูดออกมาจากจุดลึกสุดของหัวก็พวกเขาก็พร้อมที่จะแผดเผามันด้วยไฟแค้นที่โหมกระพือกลุ่มผู้สูญเสียพยายามฝ่าแนวเ้าหน้าที่เข้ามาหาตัวยิ้มพร้อมกับขวางปาสิ่งของเหม็นเน่าทุกอย่างที่นำมาด้วยทำให้เ้าหน้าที่ต้องพายิ้มหลบออกมาจากงานทันที
เ้าหน้าที่พายิ้มเข้ามาในรถรับส่งที่ถูกเตรียมไว้ที่อีกด้านของตึกยิ้มได้ยินเสียงวิทยุจากเ้าหน้าที่ว่ากลุ่มผู้สูญเสียนับร้อยได้ฝ่าแนวป้องกันของเ้าหน้าที่เขามาในอาคารแล้วและกำลังตรงไปที่ลานจอดรถที่พวกเขาอยู่เ้าหน้าที่วิทยุเพื่อรับเส้นทางที่จะออกจากตึกได้อย่างปลอดภัยยิ้มไม่คิดว่าเื่มันจะเลยเถิดมาขนาดนี้ตอนนี้เขาเหมือนกับผู้ร้ายที่กำลังถูกตามล่าตัวอยู่
“ยังกับตามล่ากันในหนังยังงั้นแหละ”เ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดขึ้นก่อนจะสตาร์ทเครื่องให้รถถีบตัวเองไปตามทางลงของลานจอดรถยิ้มตัวสั่นเทาด้วยความเครียดและความกลัวที่ทวีคูณขึ้น
“อาสุวัฒน์ครับ”ยิ้มหันมาหาสุวัฒน์
“ผมจะทำยังไงต่อไปดีครับ”ยิ้มมองเขาด้วยั์ตาสิ้นหวังสุวัฒน์เอื้อมมือไปััไหล่ของยิ้ม
“เราทำดีที่สุดแล้วยิ้มอาเชื่อว่าทุกคนพร้อมจะให้อภัยแต่สำหรับคนบางกลุ่มแล้วไม่ว่าเราจะทำดีชดใช้พวกเขาแค่ไหนมันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ต่อจากนี้ยิ้มต้องเข้มแข็งและเดินต่อไปให้ได้นะ”คำพูดของผู้จัดการส่วนตัวทำให้เด็กหนุ่มใจชื้นขึ้นมาได้เปราะหนึ่ง
แต่แล้วเมื่อรถเคลื่อนผ่านตัวตึกออกมากลุ่มผู้สูญเสียก็กรูกันเข้ามาปิดล้อมรถไว้โดยรอบพร้อมกับส่งเสียงด่าทอและสาปแช่งยิ้มและสุวัฒน์หันมองโดยรอบอย่างตื่นตระหนกเ้าหน้าที่พยายามวิทยุขอความช่วยเหลือตอนนี้รถของพวกเขาไม่อาจเคลื่อนที่ไปไหนได้และกำลังถูกทุบตีด้วยมือไม้และของแข็งต่างๆทั้งอิฐ ปูน และกระบองเหล็ก
“พวกตำรวจข้างนอกมัวทำอะไรกันอยู่!”เ้าหน้าหลังพวงมาลัยตะคอกขึ้นขณะเ้าหน้าที่อีกคนกำลังกระหน่ำทุกคำพูดขอความช่วยเหลือผ่านออกไปทางวิทยุแต่เสียงสาปแช่งกลบเสียงตอบกลับมาจนหมดสิ้น
“ไอ้พวกนี้มันบ้าไปแล้วยิ้มถอยออกมาจากหน้าต่าง!”สุวัฒน์ดึงตัวยิ้มเข้ามาที่กลางรถ
ฝูงชนที่โกรธแค้นทุบกระจกจนแตกและกระชากประตูเปิดออกมีชายร่างใหญ่คนหนึ่งเข้ามาในตัวรถและพยายามดึงตัวยิ้มออกไปข้างนอก
“อาสุวัฒน์ช่วยผมด้วย!”ยิ้มใช้ขาถีบผู้บุกรุกออกไปขณะที่มือก็รั้งตัวของสุวัฒน์ไว้
แต่ประตูฝั่งสุวัฒน์ก็ถูกเปิดออกและมีชายอีกคนมาดึงสุวัฒน์ออกไปข้างหลัง
“ยิ้มไม่!ยิ้ม!”สุวัฒน์และยิ้มถูกดึงแยกกันออกไปคนละด้าน
“เอาตัวมันออกมาฆ่ามันเลย มันต้องชดใช้”ผู้คนรอบข้างะโเป็การสร้างความฮึกเหิมให้กับผู้ที่ลงมือ
ยิ้มถูกลากลงมาบนพื้นรุมล้อมไปด้วยฝูงชนที่ทับถมเขาลงมาด้วยคำด่าทอยิ้มรู้ถึงของแข็งหลายอย่างที่กระหน่ำลงมาที่ตัวของเขาบ้างที่หัวบ้างความเ็ปแผ่ไปทั่วทั้งระบบประสาทยิ้มไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดอธิบายหรือขอความปราณีไม่ว่ายิ้มจะพูดอะไรออกไปก็แล้วแต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมามีเพียงแค่ความรุนแรง
“ยิ้ม!”เสียงของเซเรนดังขึ้นยิ้มกวาดตาที่พล่ามัวมองหาเธอ
“เซเรน…ช่วยฉันด้วย”ยิ้มหันมองไปตามเสียงของเซเรนก่อนที่จะถูกไม้หน้าสามฟาดจนหน้าหัน
“ข้าไม่สามรถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ด้วยตัวเองไม่ได้ยิ้มข้าต้องได้รับการร้องขอเ้ายังเหลือพรอีกหนึ่งข้อข้าช่วยเ้าได้ยิ้มแค่เพียงเ้าบอกกับข้ามา”เสียงของเซเรนดังขึ้นในโสตประสาทของยิ้ม
ยิ้มรู้สึกว่าตัวของเขาถูกยกขึ้นมาให้นั่งคุกเข่าก่อนจะมีมือที่ใหญ่มาจิกผมเขาให้เงยหน้าขึ้นมารับความจริงที่โหดร้ายตาของยิ้มถูกมืออีกข้างมาเช็ดเืที่ไหลพาดมาออกไปยิ้มเห็นชัดขึ้นมาว่าชายที่อยู่ตรงหน้าเขาคือชายที่เขาเห็นในทีวีเขาเป็คนที่กรี๊ดร้องด้วยความโกรธแค้นพร้อมกับประกาศหน้านักข่าวว่าจะเอาชีวิตแลกชีวิตเขาคงเป็คนที่โหมกระพือไฟแค้นไปสู่คนอื่นๆทำให้กระแสต่อต้านเขายิ่งแรงมากขึ้น
“ต่อให้ฉันต้องติดคุกหรืออะไรก็ตามแต่ชีวิตของแกต้องมาแลกกับชีวิตลูกสาวฉัน”ชายคนนั้นพูดก่อนจะควักมีดพกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“ยิ้มใช้พรของเ้าไม่งั้นเ้าจะตายนะ”เสียงของเซเรนเริ่มร้อนรนขึ้นยิ้มยังคงไม่พูดอะไรเขายังมองชายตรงด้วยั์ตาที่ว่างเปล่า
“ยิ้ม!”เซเรนเร่งเร้า
“เซเรน…”ยิ้มพูดขึ้นด้วยเสียงที่เกือบจะเท่ากับกระซิบ
“ยิ้มใช้พรข้อสุดท้ายข้าจะช่วยเ้าออกไปจากที่นี่!”
“ฆ่าพวกมันให้หมด”
“เ้าว่าไงนะ?”เซเรนทวนคำถามที่เธอไม่คิดว่ายิ้มจะเป็คนพูดออกมา
“ฉันบอกว่าฆ่าไอ้สวะพวกนี้ให้หมดทุกตัว!”ยิ้มแหกปากดังลั่นออกมาทำให้ฝูงชนปลีกตัวออกห่างจากเขาด้วยความตื่นตระหนกแต่ชายตรงหน้าเขายังคงจิกผมเขาไว้แน่นฝูงชนเงียบเสียงถอยห่างจากตัวของยิ้มยิ้มหันมองรอบตัวกลับไปด้านหลังเขาเห็นสุวัฒน์นอนจมกองเือยู่บนพื้นเป็เครื่องย้ำเตือนให้ยิ้มตัดสินใจที่จะใช้พรข้อที่สามนี้ให้สนองต่อความแค้นของเขาบ้าง
“เซเรน…ฉันขอให้เธอฆ่าเ้าเดรัชฉานพวกนี้ให้หมดทุกคนที่เกลียดฉันไม่ว่าชาติไหนหรือหลบอยู่มุมไหนของโลกนี้ฆ่ามันให้หมดทั้งพ่อ แม่ลูกเด็กเล็กแดงพวกที่แสดงความคิดเห็นเสียๆหายๆพวกอวดรู้เื่ของฉันทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยพวกที่คอยขัดแข้งขาสร้างแต่ภาพลักษณ์แย่ๆให้กับฉันฆ่ามันให้หมดฆ่ามันหักกระดูกพวกมันให้หมดทั้งตัวทำให้พวกมันทรมานที่สุดจนต้องร้องขอความตายฆ่ามันเซเรน ฆ่ามัน ฆ่ามันฆ่ามัน!”ยิ้มกรี๊ดร้องออกมาสุดเสียง
“ฉันนี่แหละจะฆ่าแกเองไอ้ฆาตกร” ชายถือมีดไม่ฟังสิ่งที่เขาพูดมีดในมือเคลื่อนตัวเข้ามาหาหน้าอกของยิ้มใกล้ขึ้นๆๆๆ
“ฆ่าพวกมันซะเซเรน!”ยิ้มแผดเสียงดังลั่น
และแล้ว…
ยิ้มลืมตาขึ้นมาบนกองเืของฝูงชนนับร้อยที่เคยยืนล้อมเขาไว้สภาพของแต่ละคนนั้นร่างกายบิดเบี้ยวราวกับถูกหักกระดูกทั่วทั้งตัวสีหน้าของศพนั้นแสดงถึงความเ็ปและความหวาดกลัวสุดชีวิตรอยยิ้มวาดขึ้นมาบนใบหน้าของชายหนุ่มกว้างขึ้นๆๆและกว้างขึ้นอีกตามมาด้วยเสียงหัวเราะแห่งความบ้าคลั่งที่ดังกังวานไปทั่วทั้งถนนที่ชโลมด้วยเืสีแดงฉานยาวไปสุดลูกหูลูกตา
ยิ้มเดินเข้ามาในเขตบ้านที่มืดมิดไม่มีแม้แต่แสงไฟบรรยากาศดูแปลกๆไม่เหมือนกับทุกทีปกติพ่อแม่เขาจะต้องเปิดไฟไม่ปล่อยให้บ้านมืดแบบนี้ยิ้มผลักประตูบ้านใหญ่เข้ามาในตัวบ้าน
“นี่มัน…กลิ่นอะไร?”ยิ้มยกแขนขึ้นมาปิดกลิ่นคาวที่เตะจมูก
“พ่อครับแม่ครับ”ไม่มีเสียงตอบกลับมีเพียงเสียงลมที่พัดเข้ามาทางประตูหน้าบ้านที่เปิดค้างอยู่เป็เสียงโหยหวน
ยิ้มคลำทางไปหาสวิตช์ไฟใกล้กับบันไดบ้านเมื่อเขาสับสวิตช์ภาพตรงหน้าทำให้ยิ้มถึงกับเข่าอ่อนพ่อกับแม่ของเขาร่างกายบิดเบี้ยวไปมาไม่ต่างจากฝูงชนที่โกรธแค้นบนท้องถนนความคลื่นไส้ไล่ขึ้นมาจากกระเพาะชายหนุ่มเอามือปิดปากไว้หลบสายตาออกมาจากภาพที่น่าสยดสยองตรงหน้าชายหรุ่มไม่อาจกลั้นความน่าขยะแขยงนั้นได้ก่อนจะปล่อยอาหารทั้งหมดที่กินเข้าไปออกมาระเนระนาดบนพื้นหินอ่อนสีขาว
“ทำไมทำไมกัน พ่อครับ แม่….”ชายหนุ่มครางด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มของยิ้มพร้อมกับคำถามที่ไม่รู้จะหาคำตอบจากที่ไหน
“ยิ้ม…”เสียงของเซเรนดังขึ้นอีกครั้งยิ้มหันมองหาต้นเสียงไปรอบบ้าน
“เซเรนพ่อกับแม่ พ่อกับแม่ช่วยพ่อกับแม่ด้วย!”ยิ้มะโจนเสียงแหบขอความช่วยเหลือจากนางฟ้า
“ข้าขอโทษนะยิ้ม”เสียงของนางฟ้าดังขึ้นมาจากด้านหลังยิ้มหันกลับไปหาต้นเสียง
ภาพตรงหน้าของเขานั้นไม่มีเค้าเดิมของนางฟ้าอีกต่อไปขนนกที่ปีกหลุดลุ่ยออกมาจนหมดสิ้นเนื้อตัวมอมแมม ผิวขาวซีดร่างกายแต่ละส่วนเริ่มย่อยสลายกลายเป็ผงธุลีไปทีละนิด
“เซเรน…เธอ…” หัวเขาตื้อไปหมดพยายามคิดหาเหตุผลทั้งหมดมาเพื่อเรียกสติสติสัมปชัญญะของตัวเองกลับมาแต่ก็ทำไม่ได้
“นางฟ้าประจำตัวอย่างข้ามีหน้าที่ให้พรกับมนุษย์เมื่อพวกเขาอายุคบ20ปีเปรียบเสมือนของขวัญชิ้นสุดท้ายก่อนที่อายุขัยของพวกเราจะสูญสิ้นข้าคอยดูเ้ามาั้แ่เด็กๆตอนที่เ้าเกิดมาบนโลกนี้แค่เพียงหนึ่งวินาทีข้าคอยอยู่ข้างๆเ้าคอยดูอยู่ตลอดข้าเห็นเด็กคนหนึ่งที่พยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้คนที่เขารักยอมรับเขาเป็คนที่มีจิตใจดีตอบแทนบุพการีมาโดยตลอดและข้าก็เห็นเด็กคนนั้นเ็ปเมื่อความฝันที่เขาทุ่มเททุกอย่างสร้างมาแรมปีต้องมาหายไปข้ารู้สึก…” น้ำตาสีแดงของนางฟ้าไหลออกมาอาบแก้ม
“ข้ารู้สึกว่าข้ารักเ้ามากยิ้มข้ารักเ้าเหลือกเกินแต่ข้าไม่สามารถขัดคำสั่งจากเ้าได้ยิ้มข้าไม่อาจเปลี่ยนผลของคำอธิฐานของเ้าได้ถ้าข้าไม่ทำเ้าก็ต้องตายข้า… ข้าขอโทษ…”นางฟ้าตอบด้วยเสียงสะอึกสะอื้นที่สั่นเครือร่างของเธอค่อยๆสลายกลายเป็ผงสีขาวไปเรื่อยๆ
“เซเรนเซเรน” ยิ้มคลานเข้าไปหาเซเรนพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้เมื่อคำพูดสุดท้ายของเธอทำให้เขารู้ว่าคนที่รักเขาจริงๆนั้นอยู่ข้างเขามาโดยตลอดคนที่คอยดูเขาั้แ่เขายังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกกับเขาว่าคำขอพรของเขาแต่ละข้อที่ผ่านไปมันเหมือนกับการฆ่าเธอให้ตายทีละน้อยทำไมเธอถึงต้องยอมสละเพื่อเขาขนาดนี้
ยิ้มเอื้อมมือไปหานางฟ้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่แล้ว ร่างกายของเซเรนก็สลายลงไปกับพื้นตรงหน้าเขาชายหนุ่มนิ่งงันอยู่ตรงนั้นราวกับเวลาถูกหยุดไว้ในหัวของชายหนุ่มมีเพียงคำถามที่วนเวียนอยู่ไม่รู้จบสิ้น
ทำไมถึงเป็แบบนี้?
เขาทำอะไรลงไป?
เขาจะทำยังไงต่อไปดี?