พริมพิลาคว้ากระเป๋าถือใบเล็กคู่ใจ ก่อนจะก้าวเท้าตามเจ๊น้ำหวานออกจากห้องแต่งตัว มุ่งหน้าสู่สถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในวงการบันเทิง งานที่เธอต้องเข้าร่วมเพื่อรักษาคอนเนคชั่นและชื่อเสียงของตัวเองเอาไว้
เมื่อมาถึงสถานที่จัดงาน ซุปเปอร์สตาร์สาวก็ก้าวเท้าลงจากรถด้วยเธอปรากฏกายในชุดราตรียาวสีแดงเพลิง ผลงานการออกแบบสุดพิเศษจากห้องเสื้อชื่อดังระดับโลก ชายกระโปรงยาวลากไปกับพื้นพรมแดง เส้นผมสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหง บนใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา แต่ก็ไม่อาจปิดบังความงามตามธรรมชาติของเธอได้
"น้องพริม! ทางนี้ค่ะ!" เสียงะโเรียกดังมาจากกลุ่มปาปารัสซี่ที่เบียดเสียดกันอยู่ริมพรมแดง พวกเขาต่างยกกล้องขึ้นมาเล็งมาที่เธอ ราวกับฝูงผึ้งที่กำลังตอมดอกไม้
พริมพิลาหยุดเท้าลง เธอมองไปยังกลุ่มปาปารัสซี่ด้วยสายตาอบอุ่น ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้กล้องอย่างเป็ธรรมชาติก่อนจะเดินเ้ามาในงานเลี้ยง
ภายในงานเลี้ยงถูกประดับประดาอย่างหรูหรา เสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เหล่าคนดังในแวดวงบันเทิงต่างมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง พริมพิลาต้องเดินเข้าไปทักทายและพูดคุยกับพวกเขาอย่างเป็กันเอง
"สวัสดีค่ะพี่รุต" นักแสดงสาวยกมือไหว้ผู้กำกับมือทองด้วยท่าทางนอบน้อม เมื่อเห็นเขากำลังเดินเข้ามาหาเธอ
"สวัสดีจ้ะน้องพริม" อดิรุตยิ้มรับอย่างเอ็นดู "พี่เพิ่งได้ดูหนังเื่ล่าสุดของเราจบเมื่อกี๊เองนะ สุดยอดมากเลย เรตติ้งก็สูงมาก"
พริมพิลาเพียงยิ้มรับคำชมอย่างถ่อมตัว "ขอบคุณค่ะพี่รุต พริมก็แค่แสดงตามที่ผู้กำกับบอกเท่านั้นค่ะ"
"น้องพริมอย่าถ่อมตัวไปเลย" อดิรุตหัวเราะเบาๆ "พี่เห็นแววของน้องั้แ่เื่แรกแล้ว พี่รู้ว่าน้องจะต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่ ปีนี้นักแสดงยอดเยี่ยมคงไม่พ้นมือพริมแน่"
พริมพิลาหัวเราะเบาๆ "พี่รุตก็ชมเกินไปแล้วค่ะ ปีนี้มีแต่ละครฟอร์มดีทั้งนั้นเลยค่ะ"
แม้ภายใต้รอยยิ้มสดใสนั้น เธอรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เกาะกินหัวใจ ร่างกายอ่อนเพลียจากการทำงานมาทั้งวัน แต่เธอต้องเก็บความรู้สึกเ่าั้ไว้ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม เพราะเธอรู้ดีว่าการเป็นักแสดงไม่ได้จบแค่การแสดงบทบาทบนหน้าจอ แต่ยังรวมถึงการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณะด้วย
"ว่าแต่พี่รุตมาคุยกับพริมนี้มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
อดิรุตยิ้มกว้างก่อนจะกล่าว "พี่มีข่าวดีจะมาบอก พี่กำลังจะทำหนังเื่ใหม่ เลยอยากจะได้น้องพริมมาเป็นางเอก"
ดวงตาของพริมเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "จริงเหรอคะ? หนังเื่อะไรคะ?"นักแสดงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ยังบอกไม่ได้หรอก เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์" อดิรุตหัวเราะเบาๆ "แต่พี่รับรองว่าบทนี้เหมาะกับน้องพริมมาก พี่เขียนขึ้นมาโดยนึกถึงน้องพริมเลยนะ"
พริมพิลายิ้มอย่างเขินๆ "ขอบคุณมากค่ะพี่รุต พริมรู้สึกเป็เกียรติมากเลยค่ะที่พี่รุตสนใจพริม"
"แล้วเราว่างไหมล่ะ พี่อยากจะจองคิวน้องพริมไว้เลย" อดิรุตเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
พริมพิลานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ "ตอนนี้ตารางงานพริมแน่นมาก เดี๋ยวรอพริมเคลียร์คิวก่อนนะคะ จะแจ้งพี่รุตไป"
"ไม่เป็ไร พี่รอได้" อดิรุตยิ้มอย่างใจเย็น "ยังไงพี่ก็ฝากพิจารณาด้วยนะ"
"ได้ค่ะพี่รุต" พริมพิลารับคำ
เมื่อผู้กำกับมือทองเดินจากไป พริมพิลาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับความท้าทายต่อไปของค่ำคืนนี้ เธอเดินเข้าไปทักทายและพูดคุยกับคนในวงการบันเทิงอีกหลายคน บ้างก็เป็เพื่อนร่วมงานเก่า บ้างก็เป็คนที่เธอเพิ่งรู้จักในงานนี้
แม้ว่าบางครั้งจะต้องฝืนยิ้มให้กับคำพูดหยอกล้อที่ไม่ค่อยเข้าหู แต่เธอก็รู้ว่านี่คือส่วนหนึ่งของการทำงานในวงการบันเทิง การวางตัวและรักษามิตรภาพที่ดีกับทุกคนเป็สิ่งสำคัญ
"น้องพริม อดทนหน่อยนะ อีกสักพัก เดี๋ยวงานก็เลิกแล้ว" เสียงของเจ๊น้ำหวานดังขึ้นจากข้างๆ พริมพิลาหันไปมองเจ๊น้ำหวาน พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ค่ะเจ๊" เธอตอบรับอย่างแ่เบา เธอรู้ว่าเจ๊น้ำหวานหวังดีกับเธอเสมอ เจ๊น้ำหวานเป็มากกว่าผู้จัดการ เธอเป็เหมือนพี่สาว เป็เพื่อน และเป็คนที่คอยดูแลเธอมาโดยตลอด
เมื่องานเลี้ยงก็สิ้นสุด พริมพิลาเดินออกมาจากสถานที่จัดงานด้วยความโล่งอก
"ในที่สุดก็เสร็จสักที เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว" นักแสดงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง
"เจ๊น้ำหวาน พริมขอกลับก่อนนะคะ" เสียงหวานเอ่ยแ่เบา "ตอนนี้พริมเหนื่อยมาก อยากกลับไปนอนที่บ้านจะแย่แล้ว"
เจ๊น้ำหวานมองพริมพิลาด้วยสายตาเอ็นดู ความเหนื่อยล้าของนักแสดงสาวเป็สิ่งที่เธอเข้าใจดี "โอเคจ้ะน้องพริม กลับไปพักผ่อนเยอะ ๆ นะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "เดี๋ยวพรุ่งนี้จะปิดกล้องแล้ว เดี๋ยวพี่พาไปพักผ่อน"
พริมพิลาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะบอกลาผู้จัดการด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะรีบสาวเท้าไปขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่
รถตู้เคลื่อนตัวออกจากสถานที่จัดงาน มุ่งหน้ากลับคอนโดของเธอ พริมพิลาเอนตัวลงบนเบาะนุ่ม ๆ หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย
"โอ๊ยเหนื่อยจัง ถ้ามีงานเยอะแบบนี้ทุกวันฉันต้องตายแน่ๆ " เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูตารางงานในวันรุ่งขึ้น
นิ้วเรียวของพริมพิลาเลื่อนผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่นิยายที่เธออ่านค้างไว้เมื่อตอนกลางวัน สายตาของเธอจ้องมองไปที่ตัวประกอบสาวผู้โชคร้ายที่ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความรักที่ไม่สมหวัง
"ถ้าฉันทะลุมิติเข้าไปในนิยายเื่นี้ได้ ฉันจะทำให้ตัวละครตัวนี้มีความสุข ดีกว่าไปจมปลักกับคนที่ไม่รัก" พริมพิลาบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเหลือบมองรูปเ้าแม่บุปผาที่อยู่ในรถตู้ ด้วยความคิดพิเรนทร์เธอจึงเริ่มอธิษฐาน
"เ้าแม่บุปผาเ้าขา ได้โปรดส่งแฟนมาให้หนูหน่อยเถอะนะคะ ขอให้หล่อ ๆ รวย ๆ หุ่นแซ่บๆ แบบคุณธาวินพระเอกในนิยายเื่พันธนาการรักนะเ้าคะ ได้โปรดเห็นใจคนโสดแบบหนูด้วย" พริมพิลาพนมมือขึ้นแนบอก หลับตาลง และตั้งจิตอธิษฐานต่อเ้าแม่บุปผาอย่างจริงจัง
แม้จะรู้ดีว่าเป็เพียงแค่ความเพ้อฝัน แต่ในส่วนลึกของหัวใจ เธออดไม่ได้ที่จะหวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจริง ๆ
"ยัยพริมแกน่าจะเพี้ยนไปแล้ว อะไรดนใจให้แกขอให้ได้ผู้ชายสุดแสนจะเพอร์เฟคอย่างธาวิน คนสมบูรณ์แบบแบบนั้นมันมีแต่ในนิยายเท่านั้น มีหวังชาตินี้แกโสดไปตลอดชีวิตแน่ๆ" เธอหัวเราะเบาๆ ในความคิดของตนเอง
แต่แล้วเสียงหัวเราะก็หยุดชะงัก เมื่ออยู่ ๆ เธอได้ยินเสียงรถตู้เบรกกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงโครมครามดังสนั่น เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนติ้ว ร่างกายของเธอถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับอะไรบางอย่างอย่างแรง สติของเธอดับวูบไปทันที ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทุกสิ่ง