“ลุงเลย์ ทั้งสามคนนี้คือคนที่ลุงต้องสอนงานให้พวกเขานะ”
แคร์ที่พาฟินน์อินและลีออนเดินมาพบกับเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนวัยกลางคนคนหนึ่งที่รอพวกเขาอยู่ ก็แนะนำตัวทั้งสามคนออกไป ก่อนที่ลุงเ้าหน้าที่จะมองมาที่ทั้งสามคนและเอ่ยถามชื่อของพวกเขาออกมา พร้อมกับสำรวจทั้งสามคนอย่างถี่ถ้วน
“ชื่ออะไรกันบ้างละ”
“ผมฟินน์ครับ-ผมอินครับ-ผมลีออนครับ”
เสียงของทั้งสามคนนั้นได้กล่าวแนะนำตัวออกไปตามลำดับให้กับเลย์ พร้อมกับทักททายเขา
“แล้วทำไมมีแค่สามคนละ เด็กใหม่ปีนี้มีตั้งเยอะนิ”
“สำหรับคุณเลย์สามคนนี้ก็พอแล้วละคะ”
แคร์ที่ได้ยินคำถามของเลย์ก็ตอบเขาออกไปอย่างสุภาพ แต่ประโยคที่พูดออกไปนั้นกับให้ความรู้สึกที่เหมือนโดนดูถูกกับเลย์เสียมากกว่า พร้อมกับเดิน ออกจากห้องไปโดยไม่ได้รอให้เลย์ได้ถามต่อเลย ทำให้ลีออนที่เห็นท่าทีของแคร์ที่มีต่อเลย์นั้น ก็มองไปที่เลย์ด้วยความสงสัย จนเขาสังเกตได้
“พวกนายไม่ต้องมาสงสัยอะไรเลย รีบตามฉันมาเราจะทำงานไปด้วยและอธิบายไปด้วย”
ทันทีที่เลย์พูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที โดยให้ทั้งสามคนเดินตามไปด้วยจนมาถึงรถประจำหน่วยบริการประชาชนสีขาวดำที่มีขนาดใหญ่กว่ารถทั่วไป และขึ้นรถตามเลย์ไป
“พวกเธอฟังให้ดีนะหน้าที่ของเราก็คือดูแลบริการประชาชนตามชื่อองค์กรเลย เราจะขับรถลาดตระเวนไปทั่ว เพื่อดูว่ามีใครขอความช่วยเหลือบ้างหรือเปล่า โดยในระหว่างนี้ก็ดูแอปของหน่วยไปด้วยเผื่อมีคำร้องขอความช่วยเหลือมาถ้าอยู่ใกล้ก็กดรับเื่ซะ ถ้าอยู่ไกลแต่ยังไม่มีคนรับงานก็รับซะ งานมันอาจจะดูไม่เท่เหมือนที่วัยรุ่นอย่างพวกเธอคิดไว้ แต่ถ้าพวกเธอผ่านหลักสูตรและถือว่าเป็มืออาชีพอย่างจริงจังแล้ว พวกเธอจะได้รับงานที่เกี่ยวกับปฏิบัติการต่างๆ เช่นช่วยตัวประกัน หรือพวกงานที่มันดูจริงจังและอันตรายกว่าตระเวนช่วยคนทั่วไปแบบนี้น่ะ ซึ่งเด็กใหม่อย่างพวกเธอก็คงฝันว่าจะได้ทำงานที่ท้าทายและเท่แบบนั้นสินะ แต่ก็รอไปก่อนแล้วกัน กว่าจะจบหลักสูตรทั้งหมดเร็วสุดก็ต้องสี่ปีถึงจะเปลี่ยนสีปลอกแขนเป็สีน้ำเงินอย่างฉันได้นะ”
เลย์ที่อธิบายรายละเอียดงานให้กับทั้งสามคนฟังนั้นก็ชี้ไปที่สายขาดแขนสีน้ำเงินของตัวเอง ขณะขับรถไปด้วยอย่างภูมิใจ
“ลุงเลย์ครับ คนนั้นกำลังโบกมือเรียกเราอยู่หรือเปล่าครับ”
ไม่ทันที่ลุงเลย์จะได้อธิบายต่ออยู่ดีๆ ฟินน์ก็พูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับชี้ ไปที่ลุงคนหนึ่งที่กำลังโบกมือเรียกเขาอยู่ เลย์ที่เห็นอย่างนั้นก็ค่อยๆ ชะลอรถเพื่อที่เตรียมจะจอด ก่อนที่จะลงไปหาลุงคนนั้นพร้อมกับทั้งสามคนที่ตามไปด้วย
“เลย์มาพอดีเลย ลูกบอลของลูกชายฉันมันไปติดอยู่ที่กิ่งไม้ของต้นไม้นะ ช่วยเอาลงมาให้ทีซิ”
“ได้ๆ ..มีใครจะปีนขึ้นไปไหม”
เลย์ที่ตอบรับคำขอของชายคนนั้นไว้ก็หันมาหาฟินน์อินและลีออนเพื่อถามหาอาสาสมัคร และก็เป็ลีออนที่อาสาเดินออกมา เขามองไปที่ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าตนเอง ที่มีฟุตบอลเกาะอยู่ที่กิ่งก้านของมันก่อนที่จะออกแรงะโเล็กน้อยและเขี่ยฟุตบอลนั้นลงมาทันทีโดยที่ไม่ต้องปีน แรงะโนั้นสร้างความใให้กับเลย์อย่างมากจนทำให้เขาอึ้งถึงความสามารถของลีออน
“มะ…มีความสามารถเหมือนกันที่น่า”
“ขอบคุณมากนะพ่อหนุ่ม ขอบใจมากนะเลย์ ต้องให้มาช่วยกันบ่อยๆ เลย”
ลุงที่ขอความช่วยเหลือนั้นก็ได้เดินมาขอบคุณลีออนพร้อมกับรับบอลในมือของลีออนไป และหันกลับไปขอบคุณเลย์ด้วย ทั้งสามคนจึงขึ้นรถประจำหน่วยและเริ่มลาดตระเวนต่อ ระหว่างทางที่ขับรถลาดตระเวนนั้นก็มีคนมากมายคอยโบกมือเรียก เลย์ให้ลงไปช่วยงานต่างๆ แม้จะเป็เื่เล็กน้อยมากก็ตาม แต่เลย์ก็ดูจะไม่ได้รำคาญอะไรแถมยังสนิทกับประชาชนทั่วไปเสียมากกว่า จนฟินน์ถามออกมา
“ปกติคุณเลย์ก็ทำงานลาดตระเวนเป็ประจำหรอครับ เห็นสนิทกับประชาชนหลายคนเลย”
“ก็ทำประจำนั่นแหละ ถึงจะมีคนลาดตระเวนอยู่เยอะแล้วก็ตามแต่มันก็ไม่เคยพอหรอก สู้ปล่อยให้คนอื่นเขาทำงานที่ดูเท่ๆ แต่อันตรายไปดีกว่า”
“แต่ระดับEอย่างลุงเนี่ย ถึงอยากไปทำแต่เขาจะให้ไปทำงานท้าทายพวกนั้นหรอ มันอันตรายเกินไปหรือเปล่า”
ลีออนที่นั่งฟังลุงเลย์พูดอยู่ ก็ถามในสิ่งที่เขาคิดออกมาจนไปกระตุ้นอารมณ์ของลุงเลย์
“ก็ใช่น่ะสิก็ฉันมันระดับE นิน่าอุตส่าห์ประจำการมาตั้งนานจนผ่านหลักสูตรทั้งหมดได้เป็มืออาชีพแล้วแท้ๆ แต่ความสามารถก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย จนฉันทำได้แค่มาคอยลาดตระเวนเหมือนพวกมือใหม่อย่างพวกเธอนี้ไง จะดูถูกฉันก็ได้นะไอ้คนมีความสามารถอย่างเธอนะถ้าวัดระดับวิเศษออกมาคงได้เกินระดับEอยู่แล้วนิ แต่บอกไว้ก่อนนะระดับมืออาชีพแต่ยังอยู่ระดับEอย่างฉันน่ะมันเป็พวกส่วนมากนะเว้ย จะมีปัญหากันหรือไง”
“ขอโทษครับๆ ใจเย็นๆ นะลุงยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่สงสัยเฉยๆ ”
“เออๆ เดียวอนาคตพวกเธอก็จะถูกฝึกให้ใช้อาวุธของหน่วยบริการประชาชนอีกมาก ถึงเวลานั้นก็จะรู้เองว่าระดับEที่มีอาวุธก็ล้มระดับAได้ เพราะฉะนั้นจะระดับในก็ถูกเรียกไปปฎิบัติภารกิจได้ทั้งนั่นแหละ ถ้าสมัครใจนะ รู้ตัวว่าไม่ไหวก็รับงานลาดตระเวนก็พอ จะได้อยู่ใช้เงิน”
หลังจากนั้นเลย์ก็พาเ้าหน้าที่ฝึกหัดที่เขาดูแลและพาไปทำงานด้วยทั้งวันจนถึงเวลาเลิกงานของเขา แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลังจากที่เอารถมาเก็บที่สถานี ลีออนก็ถือถุงบางอย่างส่งให้กับเลย์
“อะไรน่ะ”
“ของขวัญตอบแทน ระหว่างทำงานพวกฉันสามคนแอบซื้อมาให้ นี้ของอินของคิสและก็นี้ของฉันเอง”
“หะ…ให้ฉันจริงๆ หรอ”
เลย์พูดขึ้นมาอย่างเขอเขิน ก่อนจะเอื้อมมือไปรับถุงจากมือลีออนมาด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อเขารู้ตัวก็รีบตีสีหน้านิ่งเฉยออกมาแล้วหันไปคุยกับทั่งสามคนต่อ
“อะแฮ่ม ฉันไม่รู้จุดประสงค์ของพวกเธอหรอกนะ แต่ยังไงเราก็คงต้องทำงานด้วยกันสักพักฉันจะรับน้ำใจไว้ละกัน วันนี้ก็เลิกงานแค่นี้แหละ ไปพักผ่อนได้เดียวคืนนั้คงมีนัดหมายวัยให้พวกเธอเข้าไปรับการอบรมการใช้อุปกรณ์ของหน่วย กับวันวัดระดับวิเศษ”