บทที่ 28
กริชปลิดวิญญาณ1
วันนี้จะมีพิธีบูชาเทพสมุทรของเกาะเจียวเมิ่งพยัคฆ์เร้นกายหน่วยสองและสามที่ยังอยู่ทำต่อกำลังสั่งงานลูกน้องใต้บัญชาของตน
หัวหน้าหน่วยสองอินกับบทพนักงานโรงฆ่าสัตว์มากเป็นพิเศษ
“ต้อนสัตว์เล็กไปก่อนสิวะ พวกมึงเอาวัวไปก่อน จะให้เป็ดไก่โดนเหยียบตายรึไง”
ชายตัวเล็กชี้ไม้ชี้มือแหกปากสั่งการแทบไม่ได้พักกว่าพวกสัตว์จะถูกต้อนขึ้นรถขนย้ายหมด ก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง
ขณะที่หัวหน้าหน่วยสามยกคนของตนให้เพื่อนใช้งานเสร็จตัวเองก็หาที่อู้ทันที งานพวกนี้เขาไม่ถนัด ให้พี่สองทำไปเถอะ
ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน พวกที่คุยกันน่าจะไม่ทันเห็นว่ามีใครนอนตรงนั้น
“ส่งเขาขึ้นเรือไปแล้วนะพี่”
“อืม ถือว่าคราวนี้พวกเราเสี่ยงช่วยเขา ตอบแทนกันไปให้มันจบ ๆแล้วได้ถามไหมว่าเขาจะไปไหนต่อ”
“ได้ยินว่ายูจินครับ”
“เกาะยูจิน?”
“ใช่ครับ”
“ไปทำอะไรที่นั่น”
“เขาจะไปพึ่งตระกูลจ้าว คงมีข่าวไปแลกนั่นแหละเฮ้อ..เลี่ยงจินคงอยู่ยากแล้วคราวนี้”
“เจียวเมิ่งตอนนี้ไม่ใช่ที่ของกวางปีศาจอีกแล้วอีกหน่อยผู้คนคงรู้จักแค่ตะขาบพิษ มึงดูหัวหน้าจินคนนี้เป็นตัวอย่างนะคนเราไม่ไว้ใจใครเลย สุดท้ายกำจัดได้กระทั่งคนใกล้ตัว พี่ชาย ลูกน้องไม่ละเว้นใครแล้วเป็นไง ก็รอวันล้ม”
“เล่นกับใจคนก็ไม่แน่นอนแบบนี้ พี่ว่าตระกูลจ้าวจะเก็บเขาไว้เหรอถ้ารู้ว่าเขาเคยลงมือกับคุณชายใหญ่จ้าวแต่ไม่สำเร็จอ่ะ”
“สำหรับเชี่ยหร่านแล้ว เสี่ยงก็จริง แต่ไม่มีทางอื่นให้ไปแล้วไงต่อให้รู้ว่าอาจเป็นสู่ประตูยมโลกก็คงต้องก้าวต่อ หากตระกูลจ้าวใจกว้างพอรับเขาไว้ แน่นอนว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับคงไม่มีแค่ความลับที่เขากุมไว้แน่”
“แบบนี้ตระกูลจ้าวก็เสี่ยงเหมือนกัน ที่ต้องรับคนของศัตรูไว้”
“ใช่แล้วไง ไม่ว่าเชี่ยหร่านหรือตระกูลจ้าว พวกเขาต่างต้องลงเดิมพัน”
“พี่ว่า..ใครจะชนะพนันครั้งนี้”
“อาจ......”
เสียงพูดคุยเบาลงจนไม่ได้ยินแล้วเจ้าของเสียงคงเดินไปไกล หัวหน้าหน่วยสามค่อย ๆ โผล่หัวขึ้นจากแปลนอน พบว่าไม่มีคนตรงนั้นแล้ว
ต้องรีบเตือนนายก่อน….
ห้าทุ่มกว่ากลุ่มกวางปีศาจควบคุมพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของเกาะไว้ทั้งหมด ผู้ร่วมงานคนสำคัญคือกลุ่มตะขาบพิษก็มาถึงแล้ว
หนิงเทียนสวมชุดชาวเลสีขาวเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ทุกคนมัดผ้าสีดำคาดไว้ที่หน้าผากจ้าวจิงถิงปลอมตัวเป็นคนของอูลาเซ่อเหยี่ยนมองสำรวจไปทั่วสนใจเป็นพิเศษคือกลุ่มของโรงฆ่าสัตว์ แต่ที่เห็นก็เป็นคนเถื่อนถ่อยทั่วไป ไม่มีส่วนคล้ายพวกสวมหน้ากากวันนั้นเลย
“อ้าวนึกว่าใคร คุณชายลิ้วเซ่อนี่เอง คุณก็มาด้วยเหรอครับเนี่ย”
หนิงเทียนเข้ามาต้อนรับคนที่เขาเรียกลิ้วเซ่อก็คืออูลาเซ่อเหยี่ยน บนเกาะนี้ไม่มีใครรู้จักคุณชายใหญ่อูลารู้จักแค่ชายหัวโล้นรูปหล่อชื่อเซ่อ แซ่ลิ้ว
“หัวหน้าหนิง ผมก็อยากได้พรจากเทพเช่นกัน คุณเถอะมาด้วยตัวเองเลยเหรอ”
หนิงเทียนหัวเราะเปิดเผย“หัวหน้าหวงไม่อยู่ ผมกลัวว่าหัวหน้าจินจะยุ่งก็เลยเสนอหน้ามาช่วยแต่เขาไล่ผมออกมา ก็เลยว่างงาน ดีที่เจอคุณ”
อูลาเซ่อเหยี่ยนทำเป็นสนใจ“ทำไมเหรอ มีเรื่องสนุกอะไรไม่บอกผมอีกสิท่า”
จ้าวจิงถิงเดินตามพวกเขาได้ยินทุกอย่างที่ชายสองคนโม้ใส่กัน ส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไร ไร้สาระทั้งนั้นแต่ว่าเจ้าคุณชายใหญ่อูลาคนนี้ ดูเหมือนว่าจะสนิทสนมกับหนิงเทียนไม่น้อยฟังจากเรื่องที่ฝ่ายนั้นเล่าไว้ใจกันไม่เบาเลย
“จริงด้วยคราวก่อนในงานประชุม เห็นว่ามีคนลอบทำร้ายโดยใช้ตะขาบโลหิตฝีมือหัวหน้าหนิงหรือเปล่า”
หนิงเทียนส่ายหัวทันที“พูดไปเรื่อย พอเป็นตะขาบก็โยนขี้มาที่พวกเราบอกว่ากลุ่มเราไม่เลี้ยงตะขาบพันธุ์นี้ก็ไม่เชื่อ คุณดู ใครจะโง่ลงมือโจ่งแจ้งแล้วใช้อาวุธที่ชี้มาที่เราทนโท่แบบนั้น”
“นั่นสิ ไหนว่าพวกตระกูลใหญ่ฉลาดมากไง”
“ใช่ ๆ พวกนั้นน่ะโง่ พูดถูกใจผมเลย รู้งี้รับงานนั้นก็ดี”
“งานอะไรเหรอ”
“ช่วงก่อนมีคนมาจ้างให้ผมจัดการคุณชายจ้าว แต่ผมไม่รับ”
อูลาเซ่อเหยี่ยนชะงักมองไปด้านหลังเล็กน้อยจ้าวจิงถิงสงบดีไม่มีพิรุธ แต่เขานี่แหละจะทนอยู่เฉยไม่ไหว “คุณชายจ้าวคนไหนมีตั้งสามคน”
“เป็นคุณชายเล็ก”
พอได้ยินว่าจ้าวจ๋ายอิงกลายเป็นเป้าคนอย่างอูลาเซ่อเหยี่ยนมีหรือจะยอม “ใคร..ใครจ้าง” หนิงเทียนเห็นเขาเสียงดังก็เริ่มรู้ตัวว่าไม่ควรเล่าเขาสนิทและไว้ใจลิ้วเซ่อมากในระดับหนึ่ง แต่ว่ายังไงก็ไม่ได้โตมาด้วยกันเบื้องหลังยังมีอีกมากที่ยังเป็นปริศนา ดังนั้นพูดให้น้อยหน่อยดีกว่า
“เออ..เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ทางนั้นติดต่อผ่านนายหน้าแต่ว่าพวกเราไม่รับก็เลยเงียบไป”
จ้าวจิงถิงด่าเจ้าโล้นโง่ในใจจะรีบโวยวายทำไม เลยไม่รู้อะไรกันพอดี แต่เรื่องนี้ให้เดาก็คงไม่ยากน่าจะเรื่องกริชของคนอื่น ที่น้องชายของเขาทำหายนั่นแหละ
จ๋ายอิงนะจ๋ายอิงอยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องดีนัก เดี๋ยวก็ส่งตัวมาให้ไอ้โล้นอบรมซะหรอก
“ทำไมผมรู้สึกเหมือนคุณไม่พอใจ นี่อย่าบอกว่าสนิทกับพวกตระกูลจ้าวนะจะขายผมมั้ยเนี่ย” หนิงเทียนถามตามตรงอูลาเซ่อเหยี่ยนแกล้งยิ้ม
“ตระกูลใหญ่แบบนั้น ผมจะเอาอะไรไปรู้จัก ก็แค่ตกใจที่มีคนกล้ายุ่งกับพวกเขา แล้วก็ไม่เข้าใจถ้าจะจัดการควรเป็นคุณชายใหญ่ไหงมาเป็นคุณชายเล็ก ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรในตระกูล”
“เหมือนว่า” คนถูกถามอ้ำอึ้งไม่นานก็หลุดปากเล่า “ขโมยของบางอย่างไป”
“จ๋าย...เอ่อ..คุณชายเล็กนะเหรอขโมยของ ของอะไร?”
“ใครจะไปรู้ งานก็ไม่รับ พวกมันจะว่างมาเล่ารึไง”
อูลาเซ่อเหยี่ยนยังไม่พอใจแต่คาดคั้นไม่ได้แล้ว จำต้องเลิกสนใจไม่งั้นเจ้าอสรพิษจะสงสัยเอาได้ เขากอดคอหนิงเทียน“พิธีน่าจะใกล้เริ่มแล้ว ไปกันเถอะ”
ช่วงทำพิธีจริงพวกเขากับหนิงเทียนแยกกันไปคนละทาง ทำให้มีโอกาสคุยกันส่วนตัวอูลาเซ่อเหยี่ยนรีบรบเร้าพี่เขย?
“ได้ยินแล้วใช่ไหม น้องนายมีภัยใหญ่หลวงแล้วตอนนี้มีแค่ฉันและเจียวเมิ่งที่ปลอดภัยสำหรับเขา”
จ้าวจิงถิงเองก็ใช่ว่าจะไม่คิดเช่นนั้นแต่ติดที่ยังไม่ไว้ใจไอ้โล้นนี่เท่าไหร่ “ส่งจ๋ายอิงมาที่นี่อาจปลอดภัยจากคนอื่น แต่กับนายคงป้องกันยาก”
“ฉันทำไม ฉันเป็นสุภาพบุรุษมากเลยนะ จะไม่แตะต้องน้องนายแม้แต่น้อย”
“ถ้านายหากริชเจ้าปัญหาเจอ จ๋ายอิงก็ปลอดภัยเอง ไปหาซะสิ”
“โธ่ มันหาง่ายก็หานานแล้ว ป่านนี้ไม่รู้อยู่ในมือใคร แต่ว่านะกริชนั่นมีอาถรรพ์ไม่ใช่เหรอ คนที่ไม่ใช่เจ้าของถือไว้ไม่ได้นาน พวกเรารออีกหน่อยไม่ว่ามันเป็นใคร สุดท้ายก็ต้องปล่อยของในมืออยู่ดี”
“นายจะเอาชีวิตน้องฉันไปฝากไว้กับเรื่องลี้ลับ?”
“เปล่านะ ไม่ใช่ ๆ แค่แผนสำรองต่างหาก ตอนนี้ส่งเขามาให้ฉันก่อนอนาคตเราจะจบเรื่องนี้ด้วยกัน!!”
คุณชายใหญ่จ้าวไม่รับปากอูลาเซ่อเหยี่ยนก็รบเร้าต่อไปจนกระทั่งพิธีเริ่ม
แท่นพิธีที่ยื่นยาวเข้าไปในทะเลบัดนี้มีของไหว้เป็นเนื้อสดนานาชนิด หัวสัตว์ที่ยังมีเลือดและกลิ่นคาวเข้มข้น ถูกอัญเชิญลงทะเลคลื่นลมแรงไม่ต่างจากวันก่อน แต่ค่ำคืนนี้ทุกคนกลับรู้สึกว่ามันแรงกว่าที่เคย
ไม่ว่าเทพสมุทรจะมีจริงหรือไม่ไม่ว่าที่กราบไหว้จะเสียเปล่าหรือได้ประโยชน์ ทุกคนก็เต็มใจจะทำเลี่ยงจินเป็นคนสุดท้ายที่ยกหัวหมูก้าวลงทะเลทุกปีเขาจะเป็นคนยืนส่งพี่ชายอยู่บนฝั่งเขาไม่คิดจะมาแทนที่พี่ชายแค่เพราะหวังอำนาจแต่เขาแค่กลัว..กลัวว่าวันหนึ่งจะถูกฆ่าเหมือนพี่น้องคนอื่น
พี่ใหญ่อย่าโทษที่ผมใจร้ายนี่ก็เพื่อแก้แค้นให้พี่รองด้วย ถ้าจะโทษก็โทษที่พี่เองเป็นคนใจร้ายกับพวกเราก่อน
หัวหน้าใหญ่กวางปีศาจลุยน้ำไปครึ่งตัวพลันรู้สึกกลัวขึ้นมา มโนว่าคลื่นน้ำสีดำเป็นศพของพี่ชายถูกซัดเข้าฝั่งตกใจจนเกือบจะโยนของเซ่นไหว้ไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งหนี
ต้องข่มใจอย่างหนักไม่ให้กลัวกำถาดในมือแน่น ก้าวต่อไปจนน้ำถึงระดับอก ความคิดสับสนวุ่นวาย มวลน้ำซัดสาดครั้งแล้วครั้งเล่าเขาชูถาดขึ้นเหนือหัว เดิมควรกล่าวขอพร แต่ว่าสติตอนนี้ไม่มีสักนิด เขากล่าวขอโทษพี่ชายแทนเสียได้โชคดีที่ความลับนี้นอกจากเทพสมุทรและเขาแล้ว ไม่มีใครได้ยิน
หัวหน้าจินเดินกลับมาพร้อมถาดเปล่าหัวหมูไม่รู้ว่าลอยไปทางไหนแล้ว ทุกคนในพิธีคุกเข่าคำนับท่านเทพที่ตนก็ไม่เคยเจอ
“ขอเทพสมุทรคุ้มครองพวกเราด้วย ขอเทพสมุทรคุ้มครองพวกเราด้วยขอเทพสมุทรคุ้มครองพวกเราด้วย῀”
ประโยคนั้นดังประสานอยู่สามครั้งเป็นอันเสร็จพิธี
คนของโรงฆ่าสัตว์เก็บกวาดเครื่องมือของตนเรียบร้อยก็ออกจากเกาะในตอนนั้นเลย ไม่ได้เสียเวลาค้างอีกคืนนายท่าที่ได้แพะอ้วนยืนส่งโบกมือแล้วตะโกน
"ปีหน้าเจอกันใหม่นะ"
เช้าวันต่อมาพวกกวางปีศาจเก็บตัวเงียบ ด้านตะขาบพิษก็ไม่ได้ออกมาจากรัง ทุกคนบนเกาะมีชีวิตเช่นเคยโจรอื่นที่เข้านอกออกในก็เหมือนกัน ทุกคนต่างทำสิ่งที่ตนควรทำ ลึก ๆ ก็คงวางใจว่าเทพสมุทรประจำเกาะจะปกป้องคุ้มครองตนและครอบครัวให้ปลอดภัยตลอดทั้งปี
จ้าวจิงถิงโจ และ ชายหัวโล้นที่ยืนยันจะติดตามกลับด้วย นั่งอยู่บนเรือเฟอร์รี่ลำหนึ่ง ทั้งสามหันหลังบอกลาหาดทรายหรดีหันหน้าให้ความเวิ้งว้างของมหาสมุทร มุ่งสู่ความวุ่นวายที่รออยู่
บ่ายสามสิบห้าลมโชยแดดเริ่มโรยรา ลานบ้านของคฤหาสน์ตระกูลจ้าว คุณนายเล็กกำลังคุมข้ารับใช้ที่สวมชุดสีดำทำงานบางอย่างอยู่
อู่ซีห่าวหัวหน้างานทั่วไปช่วยด้านข้างไม่ห่าง “อันนี้เอาไว้ตรงไหนดีครับพี่อู่”
อู่ซีห่าวชี้ให้ลูกน้องดู“วางตรงนั้น” แล้วก็หันมาถามคุณนายเล็ก “ถูกไหมครับคุณนายเล็ก”
เหรินซวงอิ๋นพยักหน้าพอเห็นว่าทำงานกันเองได้เขาก็ทิ้งตรงนี้ไว้
“งั้นหัวหน้าอู่คุณดูแลไปนะ ผมจะไปดูทางนั้นหน่อย อย่าลืมแยกของแล้วส่งไปตามแต่ละฝ่าย”
“ครับคุณนายเล็ก”
ยามนี้ตระกูลจ้าวมีธุรกิจใหม่เหรินซวงอิ๋นหายไปเกาะเจียวเมิ่งไม่มีใครสงสัยเพราะเขาอ้างว่าไปเมืองหลงโต้วเลือกของพวกนี้มาใช้ในบ้านทั้งของที่ใช้ในธุรกิจและพวกของกระจุกกระจิกทั่วไป ร้านที่สั่งไว้มีบริการขนส่งถึงที่และส่งไวมาก วันนี้ก็เลยต้องมาคุมพวกคนรับใช้คัดแยกของอย่างที่เห็น
คุณท่านคนอื่นอยู่กันครบต่างมองสะใภ้ใหญ่จัดการเรื่องในบ้านเพลินตา เห็นแล้วก็วางใจถ้านอกบ้านมีจ้าวจิงถิงทำได้ดี ในบ้านมีจ้าวซวงอิ๋นคอยสนับสนุนตระกูลจ้าวจะไม่ยิ่งใหญ่ยังไงไหว
จ้าวมิ่งป๋ายคุยกับคุณนายของตน “เรื่องสัญญาสามปีที่คุณบอกผมมา เราลองหาวิธียกเลิกกันเถอะ”
วิกตอเรียไม่ใช่ว่าไม่คิดเพียงแต่ “เรื่องนี้เราควรปรึกษาจิงถิงด้วยนะคะ” ประมุขจ้าวนั้นน้อยครั้งจะกล้าขัดใจภรรยาแต่ครั้งนี้เขากล้า
“จะต้องปรึกษาอะไรอีก ให้เลือกเองจะหาได้อีกไหม สะใภ้เก่งรอบด้านเช่นนี้หรือคุณไม่ชอบลูกสะใภ้เรา”
คุณนายเจ้าเถียง“ชอบสิ ใครว่าไม่ชอบ เพียงแต่นี่มันเรื่องในครอบครัวลูก พวกเรา..”
“ที่รัก ถ้าเขาคือคุณชายบ้านอื่น ผมไม่สนใจแต่ในตระกูลจ้าวคนที่จะมาเป็นสะใภ้ควรต้องมีความสามารถส่งเสริมสามีด้วยตระกูลเรากว่าจะเป็นสองตระกูลใหญ่ของยูจิน ไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ คุณก็น่าจะรู้”
“ฉันเข้าใจค่ะ เข้าใจตั้งแต่คุณต้องไปแต่งกับคนอื่นแล้ว”
พูดไปพูดมาก็เข้าตัวประมุขจ้าวถอนหายใจ เริ่มเข้าใจพ่อแม่ที่บังคับเขาในคราวนั้น
ในขณะเดียวกันก็เห็นใจลูกชายขึ้นมาด้วยทว่าความมั่นคงของตระกูลสำคัญกว่าความรู้สึก เขาสงสารลูกชายแต่จำต้องทำต้องรั้งจ้าวซวงอิ๋นไว้ในตระกูล ถ้าวันใดเขาเป็นเหรินซวงอิ๋น ไม่ใช่จ้าวซวงอิ๋นตระกูลจ้าวจะเสียอะไรไปบ้าง
คิดแล้วก็ปล่อยวางที่เคยตั้งแง่กับพ่อแม่ตอนนั้นพวกท่านไม่ใช่ไม่เห็นใจเขา ไม่ใช่ไม่รักเขาแต่ว่าต้องทำเพื่อตะกูลจ้าวเช่นเดียวกันนี้
วิกตอเรียเห็นสามีเครียดก็อดยอมลงให้ไม่ได้
“ฉันก็ไม่อยากให้พวกเขาเลิกกัน เอาแบบนี้ เราค่อย ๆ หาวิธีดีไหมคะถ้าไม่บังคับและมีเหตุผลเพียงพอ จิงถิงอาจจะเชื่อฟังก็ได้ เขาไม่ใช่เด็กพูดยากไม่งั้นคงไม่ยอมแต่งแต่แรก”
จ้าวมิ่งป๋ายยิ้มเอื้อมมือไปจับแขนภรรยาที่รัก “เรื่องนี้ต้องฝากคุณแล้วนะ”
วิกตอเรียยิ้มรับปากแต่ในใจก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก เธอขบคิดสักพักก็บอกสามีอย่างมีความหวัง “หรือเราจะบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อคุณแม่ให้พวกท่านช่วยหาวิธีดีคะ”
“เป็นความคิดที่ไม่เลว วันนี้ผมก็ไม่มีงานสำคัญ งั้นเราไปหาพวกท่านกันเถอะ”
ทางเรือนผู้เฒ่าเหรินซวงอิ๋นมาถึงก็สั่งให้คนรับใช้ชุดสีฟ้าทะเล ตามเขาไปยังทางลับหลบภัยยามนี้ตระกูลจ้าวสงบสุขดี ทางลับนี้ชั้นนอกเป็นถ้ำจำลอง มีน้ำตกงดงามเป็นจุดพักผ่อนคลายร้อนให้ผู้เฒ่าทั้งสอง
เขาเดินตรวจไหสุราด้วยตัวเองตันหยงหัวหน้าคนรับใช้ในเรือนผู้เฒ่า ก้าวตามคุณนายเล็กไม่ห่างคอยบอกทางว่าแถวไหนเป็นสุราอะไร
“ตรงนี้สุราดอกท้อค่ะ หลังหมักใช้ดินใต้น้ำตกโป๊ะแล้วตากแดดสามวัน จากนั้นก็เอามาเก็บไว้ในนี้ตามที่คุณนายเล็กสั่งทุกขั้นตอน ดิฉันคุมเองไม่ผิดพลาดแน่นอนค่ะ”
“ทำไมมีแค่นี้” จำได้ว่าเขาสั่งให้หมักเกือบสิบไหแต่ตอนนี้มีแค่ห้า
“เรื่องนี้ คือ..” ถึงตันหยงไม่กล้าพูด เขาก็รู้จนได้
“คุณปู่ใช่ไหม”
สาวใช้ตอบเสียงเบา“ค่ะ”
จ้าวเถียนอ้ายใช้โอกาสที่หลานสะใภ้ไม่อยู่ขโมยสุราไปดื่มกับเพื่อน จ้าวหลันหรูก็รู้แต่ไม่ใคร่สนใจสามีเธอว่าเรื่องนี้จะให้หลานสะใภ้จัดการเอง
“แล้วอย่างอื่นคุณปู่ได้เอาไปด้วยไหม”
“ดูเหมือน” ตันหยงนับนิ้วตอบ “เฝินจิ่วสองไหนารีแดงสามไห บ่อไร้ทางลงหนึ่งไห และจ้าวเมรัยหายไปสองค่ะ”
“ชิมไปหมดแล้ว”
เธอยิ้มแหยๆ “ค่ะ”
เหรินซวงอิ๋นไม่รู้จะพูดอย่างไรดีกับคุณปู่สามีขี้เหล้าคนนี้การร่ำสุราเป็นเรื่องธรรมดาก็จริง สุราเล็กน้อยทำให้เลือดในกายอุ่น หลับสบายตัวสมุนไพรที่ใช้หมักก็เป็นยา แต่ว่าดื่มมากไปจะตับแข็งตายได้นะ
แต่จะห้ามปู่สามียังไงท่านอายุปูนนี้ เรื่องคุณหรือโทษคงต้องรู้แก่ใจดีแล้ว เรื่องบางเรื่องรู้หมดแต่มันอดไม่ได้เป็นเช่นนี้เองคิดจบก็กลับมาสั่งสาวใช้ต่อ
“หาอะไรมากั้นแสงตรงนั้น ปิดทึบไปเลยยิ่งดี นารีแดงจะโดนแสงไม่ได้รสจะเปลี่ยนไม่อร่อย แล้วก็ ยกบ่อไร้ทางลงทุกไหไว้หน้าสุดให้โดนน้ำตกหน่อยความเย็นจะทำให้รสชาติชุ่มคอกว่าเดิม ส่วนเฝินจิ่วเก็บไว้ที่เดิมดีแล้ว”
ตันหยงถาม“จ้าวเมรัยล่ะคะ ให้วางบนชั้นไม้ต่อไปหรือเปล่า”
“เหลือแค่สองไห จะหมักอะไรอีก ยกตามผมมา”
คนรับใช้ชายสองคนยกไหสุราที่ทำจากดินเผาเคลือบอย่างดี ตามคุณนายเล็กเข้าไปในเรือนผู้เฒ่าเหรินซวงอิ๋นตั้งใจจะเอามาสั่งสอนท่านปู่หน่อย แต่กลับพบว่าตรงนั้นกำลังรับแขกอยู่
แขกที่ว่าไม่ใช่ใครอื่นประมุขจ้าวกับเมีย และสองพี่น้องจ้าว คุณชายเล็กจ้าวจ๋ายอิง นั่งข้างจ้าวจิงถิง ส่วนอีกคนไม่คุ้นหน้าคนหัวโล้นมองมาทางเหรินซวงอิ๋นก่อนใคร
“นี่คงเป็นคุณนายเล็กจ้าวของนายใช่ไหมจิงถิง สวัสดีครับผมลิ้วเซ่อเป็นเพื่อนเขา”
เหรินซวงอิ๋นยิ้มตอบแขกอย่างวางท่าแต่ไม่ถึงขั้นเย่อหยิ่ง คำนับผู้ใหญ่แล้วอ้อมไปนั่งข้างจ้าวจูหลั่นคุณนายผู้เฒ่าจ้าวรีบแนะนำแขก
“ซวงอิ๋นนี่คือคุณชายลิ้วเซ่อ เป็นเพื่อนของจิงถิง สามีเราน่ะเพื่อนน้อยที่เคยพามาบ้านเห็นจะมีแค่คุณชายลิ้วนี่แหละ”
“สวัสดีครับคุณชายลิ้ว เรียกผมว่าซวงอิ๋นเหมือนถิงถิงก็ได้”
ถิงถิง?
อูลาเซ่อเหยี่ยนมองจ้าวจิงถิงด้วยสายตาล้อเลียนไหนว่าไม่ไยดีภรรยา เรียกกันสนิทสนมเชียวนาคุณชายใหญ่จ้าวเมินสายตาน่ารำคาญนั้นแล้วบอกกับภรรยา ตามมารยาทที่ควรกระทำ
“ลิ้วเซ่อเขามาคุยเรื่องจ๋ายอิง”
คุณชายเล็กจ้าวหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา แต่ก็ยังก้มหัวทักทายพี่สะใภ้ ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังบังคับเขาให้ทำอะไรบางอย่างแต่เขาไม่ยินยอม เหรินซวงอิ๋นถามขึ้นกลางวง
“นี่มันเรื่องอะไรกันเหรอครับ”
จ้าวมิ่งป๋ายสั่งลูกชาย“เล่าให้น้องฟัง” จ้าวจิงถิงจำต้องเล่าเรื่องเดิมอีกรอบเป็นรอบที่สาม รอบแรกเล่าให้ปู่ย่า รอบสองพ่อแม่ และคราวนี้...เมีย
นอกจากมองจ้าวจ๋ายอิงสายตาของอูลาเซ่อเหยี่ยนก็อยู่ที่สองผัวเมียคู่นี้ จ้าวจิงถิงเล่าเหรินซวงอิ๋นก็ตั้งใจฟังไม่ถามแทรก แต่ว่าท่าทีห่างเหินเป็นทางการนี้ชวนให้อยากรู้อยากเห็นเสียจริง สรุปว่ารักใคร่ดีหรือมีแยกเตียง
“นายได้ยินข่าวกริชโบราณบ้างหรือไม่”
เหรินซวงอิ๋นยุ่งกับเรื่องตัวเองจะเอาเวลาไหนไปรู้ข่าวคนอื่น เขาส่ายหน้า คุณชายใหญ่จ้าวว่าเขาหูตาคับแคบเลยโดนคุณนายจ้าวกับคุณนายผู้เฒ่าจ้าวมองตาเขียว
“น้องดูแลบ้านไม่ได้ว่างเลยสักวัน เห็นสวนหน้าบ้านหรือเปล่าเห็นน้ำตกใหม่ตรงข้างเรือนย่าไหม ทุกอย่างเปลี่ยนได้ขนาดนี้แกไม่เคยกลับบ้านกลับช่องจะรู้อะไร ที่บ้านจ้าวเป็นระเบียนขึ้นมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะมีซวงอิ๋น”
จ้าวเถียนอ้ายดึงภรรยาไว้ยังไงก็มีคนนอก อย่าเพิ่งว่าหลานมันเลย ให้มีแค่พวกเราค่อยจัดการ จ้าวหลันหรูจิ๊จ๊ะแล้วสะบัดหน้าหนียิ่งมองหลานชายก็ยิ่งไม่ได้ดั่งใจ เธอเลยลุกขึ้น
“ย่าจะไปดูของว่าง ซวงอิ๋นช่วยพี่เขาตัดสินใจไปนะลูก”
“ให้ผมไปช่วยคุณย่าดีกว่าครับ ผมหูตาคับแคบคงไม่กล้ามีความคิดเห็นอีกอย่างถ้าเป็นเรื่องน้องจ๋ายอิงผมไม่ควรก้าวก่าย”
วิกตอเรียห้ามทันที“ลูกอยู่ถูกต้องแล้ว แม่จะไปช่วยคุณย่าเอง" แล้วน้ำเสียงของเธอก็เย็นชาขึ้นเมื่อกล่าวกับลูกชาย
"จิงถิงเป็นสามีภรรยากันลูกต้องฟังซวงอิ๋นเขาด้วย เข้าใจไหม”
คุณชายใหญ่จ้าวตอบรับอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่“ครับแม่”
อูลาเซ่อเหยี่ยนถึงกับเห็นใจจ้าวจิงถิงบ้านอื่นลูกสะใภ้อยู่ยาก แต่บ้านจ้าวกลับตรงกันข้าม
“พ่อเล่าให้เองก็แล้วกัน เรื่องมันมีอยู่ว่า.."ประมุขจ้าวเห็นว่าให้ลูกชายเล่า อาจจะมีมวยกันก่อนเล่าจบ จึงอาสาพูดแทน
"ที่เมืองก่วงเล้งค้นพบกริชด้ามหนึ่งเป็นของโบราณเดิมตระกูลซูจะยึดไว้ แต่เกิดเรื่องไม่เป็นมงคล พวกเขาอ้างหมอดูทัก เลยต้องขายออกสมบัติชิ้นนี้จึงเปลี่ยนมือไปหาเจ้าของใหม่ ตามที่รู้มาคือใครสักคนบนเกาะของเรา รับซื้อเอาไว้แต่ไม่คิดว่าตอนส่งของจะส่งผิดมาที่จ๋ายอิง ยังไม่ถูกส่งให้เจ้าของตัวจริงของก็หายไปเสียแล้ว ตอนนี้มีคนตามล่าเพื่อทวงของคืนให้ได้”
จ้าวเถียนอ้ายช่วยลูกชายเล่าปิดท้าย“คุณชายลิ้วได้ยินมาว่า กระทั่งกลุ่มตะขาบพิษก็เคยถูกจ้างให้มาจับตัวจ๋ายอิงก่อนหน้านี้ก็มีเรื่อง ปู่ว่าคงไม่จบง่าย ๆ ถ้าใครคนนั้นยังไม่ได้กริชคืน”
เหรินซวงอิ๋นหันมาถามน้องสามี“ของนั่นเคยเห็นหรือเปล่า”
จ้าวจ๋ายอิงพยักหน้า“เคยครับ”
แล้วน้องเล็กก็ทำหน้าสลดลง“ผมจะไปรู้ได้ไงว่าส่งมาผิด กล่องไม้ธรรมดา ไม่มีชื่อผู้รับ วางไว้หน้าบ้านผมเลยคิดว่าพี่รองส่งของขวัญวันเกิดมาให้ล่วงหน้า ผมวางไว้บนหัวเตียงออกไปนอกบ้านไม่ถึงชั่วโมง กลับมามันก็หายไปแล้ว”
พี่สะใภ้ถามอีก“ร่องรอยขโมยล่ะ”
“ไม่มีเลยครับ ทุกอย่างในห้องไม่มีอะไรย้ายที่”
"ออกไปทำอะไรหรือมีใครเรียก"
จ้าวจ๋ายอิงคิดไม่นานก็จำได้"เพื่อนผมชวนกินข้าว แต่ไม่น่าเกี่ยวกับเขา เพราะคนนี้สนิทกันมานานแล้วไว้ใจได้ครับ เวลานั้นปรกติเขาก็จะชวนผมออกไปอยู่แล้ว"
“งั้นให้ไปดูที่ห้องหน่อยได้ไหม”
“ได้ครับ แต่มันหลายวันมาแล้ว เกรงว่าพี่สะใภ้จะไปเสียเที่ยว”
“ให้พี่เขาไปดูหน่อย” ประมุขของบ้านสั่งแล้วกล่าวกับลูกสะใภ้
“ที่พวกเรากำลังคุยกันคือ ให้จ๋ายอิงไปหลบในที่ปลอดภัยก่อนคุณชายลิ้วเสนอว่าให้ไปเกาะอู๋เฌิ๋นบ้านเขา พ่อกับปู่คิดว่าทางนั้นก็ห่างไกลดีน่าจะพอได้ ลูกคิดว่าไง”
เหรินซวงอิ๋นมองคนชื่อลิ้วเซ่อเต็มตาเป็นครั้งแรกเป็นคนที่มีนัยน์ตาสีเขียว น้อยคนนักจะมีดวงตาสีนี้ โดยรวมเป็นมิตรดีแต่มากกว่านี้เขามองไม่ออก
“บ้านคุณชายลิ้วอยู่ที่เกาะอู๋เณิ๋นอย่างนั้นเหรอครับ”
อูลาเซ่อเหยี่ยนไม่ได้โกหกบ้านเขาอยู่ที่เกาะอู๋เณิ๋นจริง
“ครับ เกาะทางตะวันออกของเรา น้ำใส หาดสวย ผู้คนเป็นมิตรรับรองว่าคุณชายเล็กจะอยู่ดีมีสุข อาจจะไม่อยากกลับยูจินอีกก็ได้”
เป็นอย่างที่เขาว่ามหาสมุทรฝั่งตะวันออกสวยกว่าทางตะวันตกของพวกเขา เพียงแต่ที่ไม่มีใครรู้คือ หลุมหลบภัยของจ้าวจ๋ายอิงจะเป็นเกาะโจรอย่างเจียวเมิ่งต่างหาก
จ้าวจ๋ายอิงไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจึงไปมาขอร้องพี่สะใภ้ “แต่ผมไม่อยากไป”
เหรินซวงอิ๋นขบคิดถ้ายืนยันให้เขาไปตามเสียงส่วนใหญ่ก็จะดูเหมือนไสส่งน้องชายที่ไม่เข้าข้างสามีตนไปไกล ๆถ้าเรื่องนี้คุณชายรองรู้เข้าคงไม่พอใจแน่ ลิ้วเซ่อเป็นเพื่อนของจ้าวจิงถิงไม่ว่ามองจากมุมไหน ก็ยากที่จ้าวจูหลั่นจะเห็นด้วย
ผู้ใหญ่ของบ้านไม่สนใจความเห็นของจ้าวจูหลั่นก็ช่างเถอะแต่เขาจำต้องสน ถ้าอนาคตยังต้องการใช้งานคุณชายรองจ้าวอยู่ ไม่จำเป็นก็ไม่อยากมีเรื่องผิดใจกับเขา
“แบบนี้ดีไหมครับ ผมขอเวลาสามวัน จะสืบหากริชนั่นให้พบ แต่ถ้าหาไม่ได้จริง ๆเรื่องนี้ก็เอาตามที่ทุกคนว่า แต่ระหว่างนี้ขอไปค้างที่บ้านจ๋ายอิงแล้วให้น้องมาค้างที่บ้านนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด”
จ้าวจ๋ายอิงมีความหวังก็ยิ้มแป้นรีบเกาะแขนพี่สะใภ้คนเก่งของตนอย่างไว “พี่ต้องช่วยผมนะ”
ยังไม่ทันได้รับปากคุณชายเล็กคุณชายใหญ่ก็ขัดขึ้นเสียก่อน “คิดว่ามันง่ายรึไง พวกนั้นไม่โง่หรอกนะ”สายตาสบประมาทกันมาก ผู้ใหญ่สองคนเห็นท่าไม่ดีรีบห้าม
“ถ้าหลานจะปลอมเป็นจ๋ายอิง ใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ ปู่ไม่เห็นด้วย”
“พ่อก็ไม่เห็นด้วย ซวงอิ๋นมันอันตรายเกินไป”
แต่สะใภ้ใหญ่ไม่ยอมฟัง“ทุกคนวางใจ ผมรับประกันจะไม่เสี่ยงทำอะไรที่อันตราย”
“งั้นผมจะอยู่กับเขาเอง”
พ่อกับปู่หันมามอง“มันก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว จะต้องให้บอกอีกรึไง”
จ้าวจิงถิงรู้สึกไม่มีใครเข้าข้างเขาเลยหันไปทางเจ้าโล้น หมอนั่นสีหน้าไม่ได้ดีไปกว่าเขาเลยคงกลัวไม่ได้ตัวจ๋ายอิงกลับไปด้วยล่ะสิท่า
จ้าวเถียนอ้ายเหลือบไปเห็นคนรับใช้ยกไหสุรามาวางก็ตาโต
“ซวงอิ๋นยกมาให้ปู่เหรอ รู้ใจจริงๆ อา..ไหนๆ เพื่อนจิงถิงก็มาเยี่ยมปู่แล้วเราดื่มกันสักหน่อย จ๋ายอิงด้วย ไม่ได้ดื่มกับปู่นานแล้วนะเรา แกด้วยนะ” คนสุดท้ายที่นายผู้เฒ่าชวนคือลูกชายตัวเอง
คุณนายผู้เฒ่ามาทันได้ยินพอดีก่อนปาร์ตี้เมรัยจะเริ่มเธอสั่งคนใช้ให้ยกของวางขึ้นโต๊ะ แล้วมองแรงไปทางสามี
ตาแก่นี่เห็นใครก็จะชวนเมา ขายขี้หน้าไปหมดแล้ว เธอรีบเดินมาสะกิดหลานสะใภ้ แล้วกระซิบ
“จัดการให้ย่าที”
เหรินซวงอิ๋นยิ้มให้ย่าแล้วกล่าว “เดิมผมจะเอาสุราที่เราหมักเองมาให้คุณปู่ช่วยชิม จะได้พัฒนาสูตร พอดีเลยมีทุกคนอยู่งั้นรบกวนความเห็นของทุกท่านด้วย ไม่ทราบจะได้หรือเปล่า”
อูลาเซ่อเหยี่ยนเต็มอกเต็มใจอย่างมาก“ได้เลยครับ ได้เลย ผมล้างคอรอชิม ผมเนี่ยชำนาญมากเรื่องสูตรเหล้าเห็นแบบนี้ เมื่อก่อนผมเป็นเจ้าของบาร์นะพวกโจร...เอ่อ..หมายถึงสุราโจรก็เคยหมักเอง”
สุราโจรที่เขาอ้างถึงคือสุราชนิดหนึ่งสูตรไม่แน่นอน เรียกว่ามีอะไรก็ใส่ไป บางคนไม่นับสุราโจรว่าเป็นสุรามีชื่อเพราะแต่ละไหรสมันไม่เหมือนกัน บางไหรสดี บางไหก็ดื่มไม่ไหวต้องเททิ้ง ว่าแต่ของแบบนี้ก็ยังกล้าเอามาอวดนะเจ้าโล้น
เหรินซวงอิ๋นให้คนรับใช้เอาไหมาวางใกล้ตนเขาถกแขนเสื้อขึ้น แขนขาวเนียนกับมือไม้น่ามองก็ถูกทุกสายตาจับจ้องเขาไม่ได้เก้อเขิน กลับลงมือว่องไวขึ้น ดูชำนาญมาก
“ถ้วยสุรานี้เป็นหินดินดำ ที่ผมสั่งทำเป็นพิเศษมันจะช่วยกลบกลิ่นและรสของสุราให้อ่อนและละมุนลิ้นขึ้น ดินดำไม่ชอบความร้อนก่อนเทเหล้าเราจะลวกมันด้วยน้ำร้อนก่อน พอโดนร้อนแล้วมีสุรามาเติมมันจะทำให้เกิดความเย็นจัดอย่างน่าประหลาด นี่คือสุราตระกูลจ้าวที่ผมคิดค้นเองชื่อจ้าวเมรัย"
พูดจบก็วางจอกสุราให้ทุกคนคนละจอก จ้าวจิงถิงใจลอยคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ พอรู้ตัวว่าตนเอาแต่จ้องภรรยาตัวเองเลยรีบย้ายสายตาไปทางอื่น
จ้าวเถียนอ้ายเผลอบอก“มิน่าตอนปู่แอบดื่มคราวก่อนมันไม่เย็น เหมือนที่หลานว่าเลย”
คุณย่าบ่นให้หลานสะใภ้ฟัง“ถ้าหลานมาช้ากว่านี้อีกสองสามวัน เหล้าในถ้ำคงหมดเกลี้ยงแล้ว”
จ้าวเถียนอ้ายหัวเราะ“คุณก็ ไม่ขนาดนั้น”
ทุกคนยิ้มให้กับสองผู้เฒ่าของบ้านแม้จะตีกันบ้าง แต่ว่าพวกท่านก็รักกันมาก แถมรักกันมานานใครหลายคนในห้องนี้ก็อยากมีความรักแบบนี้ อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ร่วมกันเล่าเรื่องอดีตให้ลูกหลานฟัง
อูลาเซ่อเหยี่ยนมองจ้าวจ๋ายอิงแววตาล้ำลึก คนถูกมองขนลุกเกรียวทันที ต้องรีบขยับตัวเข้าหาพี่สะใภ้อาศัยช่วงทุกคนกำลังชิมเหล้า เหรินซวงอิ๋นถาม “คุณชายเล็กเอาอีกเหรอครับ”
“ไม่เอาแล้ว พี่สะใภ้ช่วยผมด้วยนะ ผมไม่อยากไปกับไอ้โล้นนั่น”
“รู้จักเขาหรือเปล่า”
“ไม่รู้จัก แต่เห็นหน้าก็รู้ว่าโรคจิต”
เหรินซวงอิ๋นเองก็รู้สึกว่าคุณชายใหญ่ไม่ปรกติเช่นนี้แหละคนแบบไหนก็มีเพื่อนแบบนั้น เขาตบบ่าน้องสามี “ผมจะพยายาม”
จ้าวจิงถิงพยามฟังที่น้องชายกับภรรยาคุยกันแต่ฟังไม่ถนัด จึงเอนตัวไปอีกนิด...อีกนิด โต๊ะที่เขาใช้ค้ำแขน เดิมมีจ้าวจ๋ายอิงนั่งถ่วงให้อยู่พอน้องชายลุกกะทันหัน ผลคือคุณชายใหญ่จ้าวล้มลงจากโต๊ะไปนั่งอยู่ที่พื้นแทบเท้าเหรินซวงอิ๋น
ทุกคนถือจอกสุราค้าง“......”
เหรินซวงอิ๋นมีสติก่อนใครยื่นมือให้เขาจับฉุดเขาขึ้นนั่งที่เดิม
“เมาแล้วก็ไปนอนเถอะคุณ” พร้อมหันมาบอกคนอื่น “เขาคออ่อนน่ะครับ”
คุณชายใหญ่จ้าวโดนหยามเสียแล้วลุกยืนแล้วยื่นแก้วให้ภรรยา “แค่นั่งไม่ระวังเลยล้ม ไม่ได้เมาเอามาอีกจอก”
ไม่อยากจะบอกหรอกนะแต่นี่มันพวกไม่ยอมแพ้ แกล้งกันไปหยอกกันมาเดี๋ยวก็ตกหลุมรักกันเองผู้ใหญ่แต่ละคนมองแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
จ้าวจ๋ายอิงยิ้มแห้งให้พี่ชายแล้วขยับย้ายเก้าอี้ไปใกล้พี่สะใภ้อีกหน่อย
แต่ละคนผลัดกันออกความเห็นเรื่องรสสุราจนหมดไปครึ่งไห เหรินซวงอิ๋นอ้างมีเรื่องสำคัญต้องทำทุกคนจึงแยกย้ายจากเรือนผู้เฒ่า จ้าวจ๋ายอิงอยู่กับปู่ย่าต่อปู่ดื่มไม่หนำใจจะลากหลานไปดื่มอีกครึ่งไหที่เหลือ แต่ถูกย่าดุไปสองยกการร่ำสุรานี้จึงต้องล้มเลิก
ประมุขจ้าวกับคุณนายลงเขาไปในเมืองบอกว่าจะไปดินเนอร์ เหรินซวงอิ๋นให้หยาหยาดูแลที่พักให้แขกแล้วก็แยกไปดูข้าวของที่ซื้อมาจากเมืองหลงโต้ว ว่าเก็บไว้เรียบร้อยแล้วหรือไม่
จ้าวจิงถิงนั่งอยู่กับเพื่อนที่สวนข้างคฤหาสน์ อูลาเซ่อเหยี่ยนเอ่ยชม “บ้านจ้าวบรรยากาศดีจริงๆรสนิยมคุณนายเล็กไม่เลวเลยนะ”
“อืม”
“ทำมาเป็น ที่จริงก็ชอบเขาใช่ไหมล่ะ”
“ชอบใคร” จ้าวจิงถิงเตรียมเถียงแต่อูลาเซ่อเหยี่ยนกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาเถียง
“สายตาของนายที่มองเมียอ่ะ เหมือนฉันที่มองน้องนายเมื่อตอนรู้จักกันแรก ๆมันเป็นความสับสน ความไม่รู้ใจตัวเอง ว่าชอบเขาขนาดไหน”
จ้าวจิงถิงฟังแล้วรู้สึกเลี่ยนไปหมด“ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น..”
“อะ..อย่าเถียง ๆ ไม่ต้องพูดให้ฉันฟัง บอกตัวเองดัง ๆ ให้เข้าใจดีกว่าว่า..อย่า..ไป..ชอบ..เขา”
“....”
“จะถามว่าทำไมใช่ไหม”
“.....”
“ก็เพราะเขาไม่ชอบนาย ดูยังไงนายก็แห้วให้เดาแต่งครั้งนี้คงมีการเมืองไม่น้อย เขาไม่เต็มใจแต่ง?”
“.....”
“ขมวดคิ้วแปลว่าใช่ เฮ้อ..น่าเห็นใจ เอางี้ในฐานะที่นายเป็นพี่เขยของฉัน”
“ฉันไม่ใช่พี่เขยของนาย คำว่าพี่เขยที่นายพูด ๆ มาเนี่ยมันหมายความว่าฉันต้องไปแต่งกับพี่สาวนาย เลยเป็นพี่เขย แต่ถ้านายแต่งกับจ๋ายอิงต้องฉันว่าเรียกพี่ภรรยาจำไว้”
อูลาเซ่อเหยี่ยนเกาหัวทบทวนความสัมพันธ์ กว่าจะรู้ตัวจ้าวจิงถิงก็ทิ้งเขาไว้ตรงนั้นคนเดียวเสียแล้ว
“อ้าว..ไปไหนแล้ววะ โธ่เอ๊ย เถียงไม่ทันก็หนีไอ้จิงถิงคิดว่าตัวเองเป็นเทพบุตรมาจุติสิท่า มีเมียแบบนั้นยังไม่สนใจเป็นพ่อหน่อยไม่ได้ จะแซ่บให้ช้ำไปเลย”
เหรินซวงอิ๋นกำลังจะก้าวขาตั้งใจมาบอกว่าที่พักเสร็จแล้ว เชิญแขกไปพักผ่อนได้ แต่พอได้ยินแบบนี้ ก็ทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่ที่เก่าคิดถึงคำพูดของจ้าวจ๋ายอิง
เจ้าคนหัวโล้นนี่ดูท่าจะโรคจิตจริงด้วย เห็นทีต้องรีบหากริชเจ้าปัญหาให้พบจ้าวจ๋ายอิงจะได้รอดจากปากเสือปากจระเข้
ไหนจะมีเชี่ยหร่านที่ต้องคอยต้อนรับอีกกำลังคิดเรื่องที่ต้องทำอยู่นั้น คนใช้ชุดดำก็วิ่งมาหา
"คุณนายเล็กครับคนครัวบอกว่า หม้อใหม่ที่เราส่งไป พวกเขาใช้ไม่เป็น"
ทำไมเขาเหนื่อยไม่ต่างจากตอนเป็นพ่อบ้านใหญ่เลยล่ะ