บทที่ 12 ใครทำเธอเจ็บคนนั้นต้องเจ็บกว่า
“ไอไตร ไอราฟ” เสียง เมธา วุฒิบรมฉัตร นักธุรกิจชาวไทยสัญชาติอเมริกาที่นำเข้าสินค้าจากประเทศไทยไปยังประเทศอเมริกา เรียกเพื่อนสองคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่ดังลั่น จนแขกเหรื่อภายในงานต้องหันมามอง“ไอเมธ เวลาแกไปไหนเคยมีที่ไหนสงบบ้างมั้ยวะ” ไตรภพเอ่ยทันทีที่เมธาเดินเข้ามาตบบ่าเพื่อนรักทั้งสอง“ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้สนใจเท่าไหร่” เมธายักไหล่อย่างไม่สนใจ“แล้วไออรรถละ” ราฟถามถึงเพื่อนรักอีกคนทันที เพราะปกติไอเสือสองตัวนี่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกัน“ฉันเพิ่งไปส่งมันที่สนามบินเมื่อกี้นี้เอง เห็นว่าตอนนี้เรือที่จะขนของออกถูกการท่าเรือดักไว้ น่าจะปัญหาใหญ่ด้วย” เมธาเห็นพนักงานเสิร์ฟเดินถือถาดแชมเปญมา เขาก็รีบคว้าแก้วแชมเปญอย่างไว“ใครกล้าแหยมไออรรถวะ” ไตรภพถามเมธาด้วยความอยากรู้จับใจ ใครที่กล้าแหยมนักธุรกิจชาวเอเชียที่รู้จักทั่วอเมริกาว่าเป็นนักส่งออกรายใหญ่ แถมเส้นสายเพื่อนเขาคนนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย“ฉันก็ยังไม่รู้วะ เดี๋ยวรอมันถึงอเมริกา ฉันค่อยโทรไปถาม เฮ้ย... ว่าแต่แกเถอะวันนี้ฉายเดี่ยวหรือไง” เมธาแซวหนุ่มเสน่ห์แรงอย่างไตรภพทันที เมื่อไม่เห็นสาวๆ มาพันแข้งพันขาเพื่อน“ตอนแรกก็ไม่มีหรอก แต่เพิ่งมีเมื่อกี้นี้เอง ตอนนี้เธอไปเข้าห้องน้ำอยู่” ไตรภพยักคิ้วราฟที่กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม จนคนยกแก้วแทบจะสำลักกับความกวนบาทาของเพื่อน“จริงเหรอวะ ทั้งที่ครอบครัวแกอยู่ในงานนี้หมดเนี่ยนะ ฉันชักจะสนใจแล้วสิ ว่าแกกล้าพาใครมา” เมธายังคงเย้าแหย่เพื่อนต่ออย่างไม่สนใจสายตาอาฆาตของเพื่อนอีกคน“อัญไม่ใช่คู่ควงแก” ราฟพูดเสียงดังดักคอไตรภพที่ตั้งท่าจะอ้าปากพูดต่อ“เดี๋ยว ไอราฟเกี่ยวอะไรด้วยวะ หรือแกสองคิดจะทำอะไรแปลกๆ” เมธาทำท่าไม่พอใจเพื่อนรักทั้งสองทำเหมือนเขาเป็นคนนอก เพราะเถียงกันเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ“นั่นมันเลขาฉัน แล้วฉันก็ไม่แบ่งใครทั้งนั้น เข้าใจตรงกันนะ” ราฟยกนิ้วขึ้นจิ้มอกเพื่อนรักอย่างไตรภพ จนเรียกเสียงหัวเราะร่วนของคนถูกกกระทำ ส่วนเมธาที่เพิ่งมาใหม่ได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจไตรภพ‘ไอไตรภพมันหาอะไรเล่นไม่บอกเพื่อนนี่เอง’ เมธานึกในใจ“ฉันชักอยากจะเห็นหน้าแล้วสิ” เมธาพูดลอยๆ เสียงดังลั่น ราฟมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนพร้อมกับชี้นิ้วอย่างคาดโทษ แต่จะว่าไปนี่ก็ผ่านมาสักพักแล้ว ทำไมอัญณิกาถึงไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติแบบนี้“นานไปแล้วนะ” ไตรภพหันมามองหน้าเพื่อนอย่างราฟเพราะรู้ทัน จริงๆ เขาก็คิดเหมือนกันว่ามันนานเกินไปแล้ว สำหรับการเข้าห้องน้ำของคนหนึ่งคนแม้จะเป็นผู้หญิงก็เถอะ“นั่นนะสิ” ราฟขมวดคิ้วเข้มจนเป็นปม สีหน้าห่วงใยหญิงสาวที่พูดถึงอย่างเห็นได้ชัด“ตกลงใคร...” เมธามองเพื่อนทั้งสองคนอย่างสงสัย ผู้ชายไร้หัวใจอย่างราฟกลับทำหน้าเป็นห่วงหญิงสาวที่พูดถึงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งขัดกับความเย็นชาที่มีต่อผู้หญิงของเพื่อน ส่วนเพื่อนอีกคนก็มีสีหน้ากังวลไม่แพ้กัน แม้มันจะมีความเชี่ยวชาญพิเศษเรื่องผู้หญิงแต่มันไม่เคยห่วงใคร ตกลงเธอคนนี้เป็นเลขาจริงเปล่าวะ เมธายังไม่ทันได้ไถ่ถามก็ดูเหมือนจะมีหายนะของเพื่อนเขาคนใดคนหนึ่งขัดคอเสียก่อน “ไปอยู่ไหนมาคะราฟ เอลเลนมองหาทั่วงานเลยนะคะ” เธอไม่ได้พูดเปล่าแต่ถือวิสาสะมาเกาะแขนเพื่อนผู้เย็นของเขาอย่างถือสิทธิ์ จนใบหน้าห่วงใยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขุ่นเคืองและรำคาญทันที“เอลเลน ผมจะพูดอีกเป็นครั้งสุดท้าย ว่าเรื่องระหว่างเรามันวินวินกันทั้งสองฝ่าย ผมได้คุณส่วนคุณได้งาน ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับผมเหมือนที่เราตกลงกันตั้งแต่ครั้งแรก คุณได้รู้จักตัวจริงผมแน่ แต่เชื่อเถอะอย่าทำให้มันยุ่งยากเลย” ราฟมองหน้าหญิงสาวที่เกาะแขนนิ่งบ่งบอกได้ว่าเขาเอาจริง“ฉันขอโทษคะ ฉันก็แค่คิดถึงคุณเท่านั้นเอง” เอลเลนแกล้งตีหน้าเศร้าและเอามือที่คล้องแขนเขาอยู่ออกทันที พลันสายตาก็เหลือบไปเพื่อนหล่อรวยอีกสองคนของเขามองมาที่เธอแบบไม่พอใจเช่นกัน เธอจึงหน้าเสียและตั้งท่าจะเดินออกไป แต่ถูกราฟเรียกไว้อีกครั้ง จนเจ้าตัวดีใจนึกว่าเขาคงจะเห็นใจเพราะหน้าเศร้าๆ ของเธอเมื่อครู่ แต่เปล่าเลย“ผมมีเรื่องให้คุณช่วย” “เรื่องอะไรคะ” เอลเลนทำหน้าสงสัย“ตามผมมา ส่วนพวกแกสองคนไม่ต้องยุ่ง”“เฮ้ย... ไม่ได้ฉันเป็นเจ้าของงาน ไม่ยุ่งไม่ได้” ไตรภพขัดเพื่อนรักทันที เขารู้หรอกนะ ว่าเจ้าเพื่อนตัวดีกำลังคิดจะทำอะไร“ใช่... ฉันก็เป็นเพื่อนแกทั้งสองคน ไม่ยุ่งไม่ได้เด็ดขาด”ราฟถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตกลงไอสองคนนี้มันเป็นเพื่อนหรือมันเป็นก้างกันแน่ ถึงได้รู้สึกรำคาญพวกมันเหลือเกิน “มา... มาที่นี่ทำไมคะ” เอลเลนตอนอยู่ในงานพูดจาฉะฉานดีอยู่หรอก แต่อยู่ๆ เขาก็พาเธอมายังที่ที่เธอไม่อยากจะกลับมาสักเท่าไหร่ มันคือห้องน้ำข้างห้องแต่งตัวซึ่งไม่มีใครมาใช้บริการมากนัก ทำเอาเธอรู้สึกกลัวจนต้องหันไปมองประตูอีกบานข้างห้องน้ำที่มีไม้กวาดทั้งด้ามขัดบานประตูอยู่“คุณเข้าไปในห้องน้ำหญิงแล้วดูเลขาผมให้หน่อย เธอหายไปเกือบชั่วโมงแล้ว” ราฟชี้ไปทางห้องน้ำหญิง ซึ่งเป็นที่ที่เขาไม่สามารถเข้าไปได้เอลเลนที่แม้รู้ดีว่าบุคคลที่ชายหนุ่มกำลังตามหาอยู่ ไปอยู่ที่ไหน เธอก็ไม่มีทางปริปากอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคราวซวยได้เดินทางมาหาเธอแน่ แต่ก็น่าแปลกที่เสียงคนพูดกันเสียงดังลั่นหน้าห้องขนาดนี้ทำไมนางเลขาสู่รู้ในห้องกลับเงียบสงัด สงสัยว่าแม่บ้านที่เข้ามาเอาของคงช่วยเธอไปแล้วแน่ๆ และด้วยความกลัวเกรงอำนาจของเธอ นางเลขาคงไม่กล้ากลับเข้าไปในงานอีกเพราะความกลัว“คะ” เอลเลนรับปากจบก็เดินเข้าไปภายในห้องน้ำ แต่เธอแค่ไปยืนส่องกระจกสวยๆ อยู่พักใหญ่ จากนั้นเธอก็เดินออกมา“ไม่มีนิคะ” เอลเลนแสร้งทำหน้าสีตกใจ และท่าทางเหนื่อยราวกับคนวิ่งร้อยเมตรมา ถึงแม้เธอรู้ว่ามันจะดูเกินจริงไปหน่อยแต่เพื่อให้ชายตรงหน้าเชื่อ เธอจึงจำเป็นต้องเสแสร้งแสดงละคร แม้เธอจะมีอาชีพเป็นนางแบบก็ตาม“คุณแน่ใจนะ” ราฟถามกำชับอีกครั้ง“คะ”“หรือแม่เลขาแกจะกลับบ้านไปแล้ววะ” เมธาเสนอความคิดเห็น“ไม่มีทาง ยัยตัวแสบนั่นไม่มีทางกลับก่อนแน่” ราฟไม่พูดเปล่าเขาล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วยกมาให้เพื่อนดูทันที“โทรศัพท์เธอยังอยู่ที่ฉันเลย รวมถึงเงินบางส่วน” ราฟหันด้านหลังโทรศัพท์ให้ดูว่าหญิงสาวที่เขาหาอยู่ใส่บัตรประชาชนและเงินจำนวนหนึ่งไว้ ซึ่งข้าวของส่วนตัวเธออยู่ที่เขา ดังนั้นเธอไม่มีทางกลับก่อนอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้เขาบอกได้อย่างเดียวว่าเขารู้สึกว่าหญิงสาวที่เขากำลังตามหาอยู่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีแน่ๆ“แล้วคุณอัญไปไหน” ไตรภพยืนนิ่วหน้าใช้ความคิด เช่นเดียวกับราฟที่คิ้วเริ่มขมวดเป็นปม สมองเริ่มทำงานอย่างฉับพลัน“อะไรของพวกแกสองคนนักหนาวะ ก็แค่เลขาคนเดียวจะเดือนร้อนอะไรนัก” เมธาเห็นเพื่อนทั้งสองหน้านิ่วอย่างเคร่งเครียดจึงบ่นขึ้นลอยๆ“นั่นนะสิคะ” เอลเลนพลอยสำทับกับคำพูดของเมธาด้วย“นี่แกพูดแบบนี้ได้ไงไอเมธ เลขาไม่ใช่คนหรือไง” ราฟดึงข้อคอเสื้อเมธาเข้ามาประชิดตัวด้วยความโมโหที่เพื่อนเขาพูดถึงอัญณิกาแบบนั้น“ใจเย็นๆ นะราฟ ไอเมธมันแค่พูดเฉย” ไตรภพรีบห้ามเพื่อน กลัวคนใจร้อนและร้อนใจจะทำอะไรวู่วาม“นั่นสิ” เมธายังไม่ยอมหยุดจนไตรภพต้องส่ายหัวเป็นสัญญาณให้หยุดพูดเรื่องนี้ซะ“เอ่อ... ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เอลเลนขอตัวนะคะ” เอลเลนหน้าซีดลงทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของชายหนุ่มที่เธอหมายปอง ตอนนี้ที่เธอทำได้คือต้องหลบไปตั้งหลักก่อน แม้ภายในใจจะเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่คิดว่าเขาจะโมโหขนาดนี้กับแค่เลขาคนเดียวหายตัวไป“อืม” ราฟโบกมือไล่เธอไปแบบไม่สนใจนัก“แล้วทีนี้เราเอาไงกันต่อวะ” ไตรภพหันไปหาราฟ“เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปสั่งพวกการ์ดที่คุมอยู่ด้านนอกให้ช่วยตามหาอีกแรง” เมธาบอกเพื่อนที่ใจร้อน และยังไม่ยอมปล่อยคอเสื้อเขาง่ายๆ“อืม ฝากด้วยวะ” ราฟได้ยินแบบนั้นก็รีบปล่อยคอเสื้อของเพื่อนทันที“ส่วนทางนี้พวกแกก็จัดการกันเองนะ” เมธาตั้งท่าจะเดินไป“ได้ แกรีบไปเถอะ” ราฟรีบไล่เพื่อน จนไตรภพและเมธาต้องส่ายหัวให้กับไอเพื่อนไร้น้ำใจคนนี้ คำขอบคุณสักคำก็ไม่มี ทีเมื่อกี้ยังประกาศอยู่เลยว่าแม่เลขานั่นสำคัญนักหนาเมื่อเมธาเดินออกไปแล้ว ราฟยืนทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ สายตาก็พาลสอดส่ายไปมา จนเหลือบไปเห็นบานประตูข้างห้องน้ำที่มีป้ายติดอยู่ว่า ‘ห้องเก็บของแม่บ้าน’ พร้อมด้วยไม้กวาดด้ามหนึ่งซึ่งถูกยกขึ้นมาตั้งขัดบานประตูไว้ แต่เขาก็มองเลยไป และตัดสินใจเดินออกมา พร้อมด้วยไตรภพที่เดินตามเพื่อนมาติดๆ เขาเดินมาจนถึงแผนกต้อนรับด้านหน้าของโรงแรมและหันหน้าไปบอกกับพนักงานต้อนรับด้วยน้ำเสียงกระชากอย่างหงุดหงิด“ผมขอพบผู้จัดการหน่อย” ราฟพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและสายตาที่เด็ดเดี่ยว“ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะคุณลูกค้า” พนักงานต้อนรับถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่อยู่ๆ รอยยิ้มก็ต้องหุบลงทันที เมื่อลูกค้าใบหน้าหล่อเหลาทุบเคาน์เตอร์ต้อนรับเสียงดังปัง...“ฉันบอกให้ตามผู้จัดการมาก็ไปตามมาสิ”“เฮ้ย ราฟใจเย็นๆ สิวะ” ไตรภพที่ยืนอยู่ข้างๆ ตบบ่าเพื่อนเพื่อเตือนสติ และหันไปขอโทษพนักงานต้อนรับแล้วกำชับว่าขอให้ตามผู้จัดมาด่วน พร้อมบอกชื่อตัวเองเสร็จสรรพ จนพนักงานรู้ว่าทั้งคู่เป็นใครจึงรีบทำตามคำขอทันที “สวัสดีครับ คุณไตรภพ คุณราฟาเอล” ผู้จัดการโรงแรมเอ่ยทักทายแขกคนสำคัญด้วยความนอบน้อม“ไม่ต้องมากเรื่อง ผมขอดูกล้องวงจรปิดหน่อย” ราฟเอ่ยสิ่งที่ต้องการทันที“ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดทางเราไม่สามารถให้ดูได้ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นนะครับ” ผู้จัดการถามด้วยความสงสัย เพราะแม้จะเป็นลูกค้าคนสำคัญก็จริง แต่กล้องวงจรปิดทุกมุมของที่นี่ก็มีลูกค้าหลายคนและบางคนก็ไม่ยินยอมให้เปิดเผยความเป็นส่วนตัวของเขา“นี่...” ราฟตั้งท่าจะตะคอกใส่ผู้จัดการที่กล้าขัดใจเขา“เฮ้ย ใจเย็นๆ สิวะ เดี๋ยวฉันพูดเอง” ไตรภพรู้สึกรำคาญเพื่อนใจร้อนเสียจริงๆ แทนที่จะพูดดีๆ จะได้จบเรื่องจบราวไป“คือตอนนี้คนของเราหายไปตอนไปเข้าห้องน้ำข้างห้องแต่งตัวในโรงแรม และหายตัวไปร่วมชั่วโมงแล้ว พวกผมเป็นห่วงเธอมาก ทางเดียวที่จะรู้ได้คือต้องดูกล้องวงจรปิด หรือต้องให้ผมตามท่านนายพลพร้อมด้วยหมายค้นบุกมาที่นี่” ไตรภพเอ่ยเสียงเรียบ จนเพื่อรักอย่างราฟต้องหันไปมอง ‘ไหนมันบอกว่าจะพูดดีๆ ก็ข่มขู่เหมือนกันแหละวะ’“ได้ครับ งั้นตามผมมาทางนี้เลยครับ” ผู้จัดการโรงแรมเดินนำทั้งคู่ไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยด้านหลังโรงแรม คิ้วขมวดบนใบหน้าหล่อเหลาของราฟกระตุกขึ้นทันทีที่เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดว่า เอลเลนเดินตามอัญณิกาเข้าไปภายในห้องน้ำ ทั้งสามคนมองดูเหตุการณ์อยู่พักใหญ่ จนกระทั่งในภาพที่บันทึกไว้ปรากฏภาพอัญณิกาเดินกระเผลกออกมาจากห้องน้ำอีกครั้ง พร้อมด้วยเอลเลนที่ตามออกมาและยืนดักหน้าอัญณิกาไว้ แม้ในกล้องวิดีโอจะมีเพียงภาพแต่ไม่ได้ยินเสียง แต่ท่าทางของทั้งคู่ก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังมีปากเสียงกันอยู่“ฉันว่าทั้งคู่มีปัญหากันแน่เลยวะ” ไตรภพพึมพำ สายตาหันไปดูเพื่อนที่ยืนมองหน้าจอด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือทั้งสองกำแน่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพื่อนเขาไม่พอใจแค่ไหน จนเขาหันมามองหน้าจออีกครั้ง“เฮ้ย!” ภาพที่เอลเลนผลักอัญณิกาเข้าไปในห้องเก็บของแม่บ้านปรากฏขึ้นพอดีราฟไม่รอจนภาพเล่นจนจบ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าน่าจะเกิดอะไรต่อ เขาออกตัววิ่งไปยังที่หมายตามที่เห็นภาพในวีดีโอทันที จนไตรภพต้องรีบวิ่งตามไป“อัญ อัญ คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า อัญตอบฉันหน่อย อัญ...” ราฟพยายามทุบประตูดังลั่น เรียกเลขาคู่ใจแต่ก็ไร้เสียงตอบรับจากภายใน นั่นยิ่งเพิ่มความร้อนรุ่มให้กับใจที่ด้านชาค่อยๆ กลับมาเต้นอีกครั้ง“เฮ้ย ใจเย็นเพื่อน ฉันว่าเราพยายามเปิดประตูออกก่อนดีกว่า” ไตรภพรีบเตือนสติเพื่อนราฟจึงพยายามใช้มือดึงด้ามไม้กวาดที่ขัดประตูห้องออก แต่มันยากเกินไปเพราะมันลงมุมกับขอบประตูพอดี จนเขาไม่อาจรอไหวอีกแล้ว จึงยกฝ่าเท้าขึ้นถีบด้ามไม้กวาดเต็มแรงด้วยความใจร้อนรุ่ม จนด้ามไม้กวาดหัก จากนั้นเขาจึงเอาตัวกระแทกประตูเข้าไปอีกครั้ง จนประตูห้องที่ล๊อคอยู่ถูกเปิดออก ภายในมืดสนิท มีเพียงแสงจากดวงไฟด้านนอกเท่านั้นที่สาดส่องเข้ามายามเขาเปิดประตู กลิ่นอับชื้นโชยคละคลุ้ง แค่คิดเขาเองก็ยังรู้สึกหวั่น แต่นี่ยายตัวเล็กต้องอยู่ในห้องนี้มานานเท่าไหร่กัน แค่คิดหัวใจก็รู้สึกโดนเสียดแทง จนแววตาสีเทาหันไปเห็นเงาตะคุ่มตรงมุมห้องอีกฟากภาพที่เขาเห็นตอนนี้มันทำให้หัวใจเขากระตุก อย่างเจ็บปวด เขาสาบานได้เลยว่าใครก็ตามที่กล้าทำร้ายอัญณิกาไม่ว่าจะตอนนี้หรือต่อไปข้างหน้า มันจะต้องชดใช้กับสิ่งที่ตัวเองทำเป็นร้อยเท่าพันเท่าราฟรีบวิ่งเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งขดตัวอยู่มุมห้องอีกฟาก เขารีบถอดเสื้อสูทราคาแพงออกจากตัวและคลุมไปบนตัวหญิงสาวที่กำลังสั่นเทา เธอดูเหม่อลอยคล้ายคนที่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก แม้กระทั่งประตูที่เขาพังเข้ามาเมื่อครู่ ตัวเธอสั่นสะท้านราวกับลูกนกที่ตกน้ำ ใบหน้าที่ตกแต่งมาอย่างดีจนสวยหวานก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาซึ่งบ่งบอกได้ดีว่าเธอกลัวเพียงใด“อัญ อัญ อัญณิกา” ราฟนั่งลงด้านหน้าหญิงสาวพยายามเรียกเธอหลายต่อหลายครั้ง แต่สายตาเธอก็ยังคงเหม่อลอยเหมือนไม่เห็นเขา ราฟบอกไม่ถูกเลยว่าตอนนี้เขากังวลเพียงใด“ราฟพาคุณอัญไปโรงพยาบาลเถอะ” เสียงไตรภพที่เห็นอัญณิกาอาการน่าเป็นห่วงรีบเตือนเพื่อนรักอีกครั้งราฟลุกขึ้นยืน แล้วก้มตัวลงอุ้มอัญณิกาขึ้นมาไว้ในอ้อมอกด้วยความทะนุถนอม จากนั้นก็พาตัวเธอออกมาจากที่นั่น ส่วนไตรภพก็โทรเรียกคนขับรถให้เอารถเขามาจอดเตรียมไว้ด้านหน้าโรงแรมทันที“เดี๋ยวฉันขับเอง” ไตรภพหันไปพูดกับคนขับรถ และเดินมาเปิดประตูรถให้ราฟ พาอัญณิกาเข้าไปนั่งด้านหลัง พร้อมด้วยเพื่อนเขาที่นั่งไปกับเธอด้วย ส่วนเขาก็ประจำตำแหน่งคนขับรถและรีบขับออกไปเร็วอย่างรวดเร็วราฟที่บัดนี้ประคองใบหน้าหญิงสาวที่ค่อยๆ เริ่มปิดตาไว้ในอ้อมอก นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เกลี่ยผมที่ปรกหน้าเธอออก เพื่อให้เธอหลับสบายขึ้น จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ค่อยๆ บรรจงเช็ดเม็ดเหงื่อบนขมับบางและแก้มขาวใส ใบหน้าที่เคยมีเลือดฝาดกลับซีดเซียวราวแผ่นกระดาษ“อัญ... โธ่เว้ย ฉันไม่น่าปล่อยเธอไปคนเดียวเลย” ราฟสบถว่าตัวเอง หญิงสาวที่เคยแจ่มใสราวกับพระอาทิตย์สำหรับเขา บัดนี้ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้“ใจเย็นๆ ยังไงคุณอัญไปถึงมือหมอแล้วเราค่อยมาว่ากัน” ไตรภพบอกเพื่อน แค่เห็นสภาพเพื่อนที่ไปเจออัญณิกาเขาก็รู้แล้วว่า เพื่อนเขาเป็นห่วงหญิงสาวคนนี้แค่ไหน แต่ที่เขาห่วงกว่าตอนนี้คือหลังจากราฟหายกังวลเรื่องอัญณิกาแล้ว หญิงสาวอีกคนที่เป็นตัวต้นเรื่องจะน่าห่วงกว่านี้อีกหลายร้อยเท่าเพราะราฟคงไม่ปล่อยเธอไปแน่ โรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่ง“เธอเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ” ราฟเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน“ร่างกายเธอไม่ได้มีรอยบอบช้ำใดๆ เลยครับ แต่ปัญหาอยู่ที่สภาวะจิตใจ เธออาจจะมีโรคกลัวอะไรบางอย่าง หรือบางเหตุการณ์ที่ไปกระตุ้นจิตสำนึกส่วนที่ตื่นกลัวขึ้นมา ร่างกายจึงเกิดการต่อต้านจนกระทั่งเธอสั่งร่างกายให้ปิดการทำงานของตัวเองลง เพื่อระงับความกลัวที่เกิดขึ้น ซึ่งจากที่คุณเล่ามา หมอเดาได้แค่ว่าเป็นที่แคบและความมืด”“แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างครับ”“ตอนนี้ร่างกายคนป่วยไม่ตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นที่หมอทำได้อย่างเดียวคือให้ยาและรอให้ร่างกายเธอกลับสู่สภาวะเดิมอีกครั้ง แล้วค่อยทำการรักษา”“ต้องใช้ระยะเวลานานมั้ยครับ”“อันนี้หมอตอบไม่ได้จริงๆ ครับ มันแล้วแต่ตัวคนไข้ด้วย” ราฟเดินกลับมาห้องคนป่วยที่อัญณิกาพักอยู่อย่างวิตกกังวล จนไตรภพที่นั่งเฝ้าหญิงสาวอยู่ในทีแรกต้องรีบถามขึ้นเพราะเขาก็เป็นห่วงเธอเช่นเดียวกัน ราฟมองหน้าเพื่อนแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเล่าสิ่งที่เขาคุยกับหมอเมื่อสักครู่ให้เพื่อนฟัง“ทำใจดีๆ ไว้เพื่อน อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าคุณอัญเป็นอะไร เราจะได้ช่วยเธอได้ถูกต้อง” ไตรภพตบบ่าเพื่อนเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ“ก็จริงของแก แต่ตอนนี้ที่ฉันกังวลอีกเรื่องคือ ยายของอัญ ฉันจะไปบอกท่านว่าอย่างไรดี เพราะอัญณิกาต้องรักษาตัวที่นี่หลายวันแน่ๆ และนั่นจะทำให้ท่านเป็นห่วง”ไตรภพมองหน้าเพื่อนอย่างตกใจในคำพูด เขาไม่คิดว่าคนแบบราฟจะสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ด้วย ลำพังแค่สนใจอัญณิกาจนออกหน้าออกตาก็ว่าแปลก นี่สนใจไปถึงครอบครัวของหญิงสาว เห็นทีงานนี้คงจะมีเฮยกใหญ่“ฉันว่าแกอย่าเพิ่งคิดมากเลย เอาไว้คุณอัญฟื้นแล้วเรารอดูอาการเธออีกที อ่อ เดี๋ยวฉันออกไปโทรหาไอเมธก่อน ไม่รู้ว่ามันรู้เรื่องที่เราเจอคุณอัญหรือยัง”ราฟพยักหน้าเป็นการรับรู้ ไตรภพจึงเดินออกไปราฟก้มหน้าลงมองหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาเป็นห่วงและรู้สึกผิด เขาค่อยๆ เอามือหนาลูบใบหน้าหญิงสาวที่บัดนี้เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นบ้างแล้ว เธอหลับตาพริ้มแต่มีเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผาก และขมับจนชื้น แม้ชายที่ยืนดูอยู่ข้างๆ จะสัมผัสได้ว่าอากาศภายในห้องเย็นกำลังดีจากเครื่องปรับอากาศ“เธอกำลังฝันร้ายอยู่เหรอ...” ราฟก้มลงจูบหน้าที่ผากที่ชุ่มชื้นด้วยเหงื่อ เขาหวังแค่ว่าเธอจะฝันดีขึ้นจากรอยจูบนั้นจากนั้นราฟจึงเดินไปนั่งที่โซฟาภายในห้อง และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งงานอะไรบางอย่างกับแมรี่ แต่อยู่ๆ เขาก็ต้องเด้งตัวขึ้นและทิ้งโทรศัพท์ลงบนโซฟาโดยไม่สนใจว่าอาจจะทำให้มันพังได้ เพราะหญิงสาวที่ยังคงหลับตาอยู่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว“แม่ แม่คะ พ่อคะ ไม่เอา พ่อแม่ไม่ ไม่นะ อย่าจากอัญไป ไม่...”“อัญ อัญ ตื่นสิ คุณไม่เป็นไรแล้ว อัญ... เธอยังมีฉันไง ตื่นขึ้นมาสิอัญ...” ราฟดึงเธอมากอดอย่างแนบแน่น ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาซบอยู่กับอกแกร่งที่บัดนี้เริ่มมีน้ำตาไหลอาบแก้มนวล “เกิดอะไรขึ้นราฟ” ไตรภพได้ยินเสียงร้องโวยวายจึงเปิดประตูเข้ามาดู“ไปตามหมอให้หน่อย เร็วๆ” ราฟที่กอดอัญณิกาแน่นตะโกนสั่งเพื่อน ไตรภพจึงรีบวิ่งออกไปทันที“แม่... แม่คะ อัญคิดถึง อัญไปอยู่กับพ่อกับแม่ได้มั้ยคะ” หญิงสาวในอ้อมกอดยังคงพร่ำเพ้อ จนกายแกร่งของคนที่โอบกอดเธออยู่เริ่มสั่นเทา เขารู้สึกเจ็บแน่นในอกอย่างบอกไม่ถูก“อัญ ตื่นมาคุยกับฉันก่อน อัญ...” ชายหนุ่มได้แต่เฝ้าเรียกหญิงสาวที่นอนเพ้ออยู่แบบนั้นมาถึงจุดนี้ราฟยอมรับว่าเขาทั้งกลัว ทั้งกังวลอย่างบอกไม่ถูก แต่เอาไว้เขาจัดการเรื่องหญิงสาวในอ้อมกอดเรียบร้อย คนต่อไปที่เขาจะจัดการคือ ตัวต้นเรื่องที่ทำให้หญิงสาวที่สดใสมานอนเพ้ออยู่แบบนี้ ต่างคนต่างอยู่ไม่ชอบอยากจะมีเรื่องนัก เดี๋ยวเขาจะจัดให้ชุดใหญ่ ผ่านมาครู่ใหญ่กว่าอัญณิกาจะยอมสงบลงด้วยฤทธิ์ยาที่หมอฉีดเข้าไป ไตรภพได้แต่มองเพื่อนรักที่ไม่ยอมห่างจากหญิงสาวบนเตียงไปไหนเลย แม้ตอนนี้จะมีแมรี่และแดนตามมาสมทบด้วยแล้วก็ตาม แต่ไม่ว่าใครพูดยังไงราฟยืนยันคำเดียวว่าเขาจะอยู่เฝ้าเธอด้วยตัวเอง จนแดนและแมรี่ต้องออกไปจัดการธุระส่วนตัวของผู้เป็นเจ้านายแทน ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือจัดหาเสื้อผ้ามาให้“คุณราฟแล้วเอกสารที่บริษัท...” แมรี่จำเป็นต้องเอ่ยถามเนื่องด้วยตอนนี้ที่บริษัทก็ยังมีปัญหาค้างคาที่ยังคงต้องได้รับการตัดสินใจเพื่อจะสะสางให้เรียบร้อยอยู่“เอามาที่นี่ แล้วเดี๋ยวผมจะจัดดูให้” คนพูดยังคงไม่ละสายตาจากหญิงสาวที่นอนนิ่ง“แต่ว่า...”“ผมสั่งยังไงก็ทำตามนั้นได้มั้ย ไปได้แล้ว ผมอยากอยากอยู่คนเดียว”แดนต้องหันไปพยักหน้าให้แมรี่เพื่อบอกเป็นนัยว่าให้เลิกเซ้าซี้เจ้านายก่อน แดนรู้ดีว่าถ้าราฟตัดสินใจไปแล้วก็ไม่ควรจะขัดใจ แม้เรื่องนั้นจะสำคัญแค่ไหนก็ตาม แมรี่จึงได้แต่ส่ายหัวให้เจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ แม้ครั้งนี้เธอจะเห็นใจเขาก็ตาม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในบริษัทตอนนี้ก็หนักหนาเอาการอยู่ เธอจึงไม่อยากให้เขาละเลย แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเจ้านายตัดสินใจแล้ว เธอคงต้องยอมทำตามและทำหน้าที่ในส่วนของเธอให้ดีที่สุด ส่วนไตรภพก็ตบไหล่เพื่อนเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง ราฟจึงหันไปพยักหน้าให้เพื่อนวางใจ จากนั้นไตรภพ แดน และแมรี่ ก็เปิดประตูออก ทิ้งให้ชายหนุ่มที่ไม่ยอมละสายตาจากหญิงสาวบนเตียงเลยให้อยู่เพียงลำพังสำหรับราฟ สิ่งที่เขาทำให้เธอได้ดีที่สุดตอนนี้คือ อยู่เป็นเพื่อนเธอและไม่ให้เธออยู่คนเดียวอีก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่วางใจเรื่องอะไรทั้งสิ้น ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้สึกดีกว่าที่จะทิ้งให้เธออยู่คนเดียว “น้ำ น้ำ...” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวได้เมื่อเวลาร่วงเลยมาจนเกือบเข้าวันใหม่ราฟนอนหลับอยู่บนเตียงสำหรับเฝ้าคนไข้ได้ยินเสียงหญิงสาวตัวเล็กบนเตียงร้องขอสิ่งที่ต้องการ เขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที“คุณอยากดื่มน้ำเหรอ” ราฟถามย้ำอีกครั้ง“น้ำ...” หญิงสาวที่นอนอิดโรยบนเตียงก็ได้แต่บอกสิ่งที่ตัวเองต้องการสั้นๆ เนื่องจากความอ่อนเพลียยังคงทำให้เธอไม่อยากลืมตาราฟรีบเทน้ำใส่แก้วแล้วใช้ลำแขนแกร่งแทรกเข้าไประหว่างแผ่นหลังบางเพื่อให้ตัวเธอสูงขึ้นเล็กน้อย เขายื่นแก้วเข้าไปใกล้ริมฝีปากที่แห้งกรังเพื่อจะได้ป้อนน้ำเธอได้อย่างถนัด และเพื่อไม่ให้หญิงสาวที่กำลังกระหายน้ำอยู่เกิดอาการสำลัก หลังจากที่เธอค่อยๆ ดื่มน้ำจนเกือบหมดแก้วและส่ายหน้าปฏิเสธ ราฟจึงค่อยๆ บรรจงวางตัวเธอลงนอนอีกครั้ง และถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “อัญเอาอะไรอีกมั้ย เดี๋ยวฉันทำให้”หญิงสาวที่นอนแน่นิ่งบนเตียงไม่ได้ส่งเสียงตอบ เธอเพียงแต่ส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ จากนั้นเธอก็เงียบไปอีกครั้ง ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอเข้าที่ ชายหนุ่มที่เฝ้าดูอยู่จึงดึงผ้าห่มขึ้นมาจนถึงคอ เพราะเกรงว่คนตัวเล็กที่นอนอยู่จะเกิดอาการหนาวจากเครื่องปรับอากาศภายในห้อง จากนั้นเขาก็หยิบรีโมทแอร์ที่อยู่ตรงหัวเตียงขึ้นมาเพื่อปรับให้อยู่ในโหมดกลางคืนเพื่อที่เธอจะได้หลับสบายขึ้น จากนั้นเขาก็หย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้ง เพราะเวลาตอนนี้ก็ใกล้รุ่งสางแล้ว เขาคงปิดตาไม่ลงอีกแล้ว แต่สองมือที่กำแน่นบ่งบอกให้รู้ว่าเขาคงกำลังคิดอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาแน่ๆ‘เอลเลน เธอต้องชดใช้เรื่องนี้อย่างสาสม’ ............................................... พระเอกเรานั้นบทจะน่ารักใจหาย บทจะร้ายก็น่า .......ขอบคุณสำหรับการติดตาม อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือกัน และกดlove เพื่อรออัพเดตนะจ้า มาพูดกับไรท์ได้นะจ๊ะ ด่าได้ถ้าไรท์ทำร้ายตัวละครเกิน แต่อย่าแรงเดี๋ยวไรท์เจ็บนะจ๊ะ รีดที่รัก ....ฝากติดตามเพจในลิิ๊งค์ด้านล่าง หรือ คลิ๊กที่นี่https://www.facebook.com/ainkfanamtalay/ อย่าลืมแวะไปดูหนังสือแจกฟรีสงกรานต์ซีรีย์กันนะจ๊ะ คลิ๊กเลย