ตอนนั้นผมคิดว่าเธอน่าจะโกรธอยู่ เลยไม่ได้ตามไป เป็ความผิดของผมเองครับ ถ้าผมไม่ทำให้เธอโกรธ เธอคงไม่เกิดเื่" ฉินห้ายเริ่มป้ายสีให้เธอแล้ว
"ผมควรจะอดทนกับเธอแต่เมื่อผมพบความรักที่แท้จริง มันทำให้ผมไม่สามารถหมั้นกับเธอได้อีกต่อไป
ที่ผ่านมาผมยอมให้เธอทุกอย่าง แต่ความสัมพันธ์ของเราเป็เหมือนพี่ชายน้องสาวมากกว่า" ฉินห้ายไม่วายวางหมากเื่ความรักกับหญิงสาวไว้ให้ดูเหมือนเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้
"เป็ผมที่ไม่ระวังใจ ก่อนหน้าที่เธอจะมาเราไม่ได้ติดต่ออะไรกัน ผมจึงคิดว่าความห่างไกลอาจทำให้เธอปล่อยวางผมได้ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอจึงมาหาผมที่นี่ทั้งที่เราไม่ได้ติดต่อกันมาเป็ปี" ฉินห้ายยังคงแสดงบทบาทชายหนุ่มผู้ซื่อตรง
'ตอแหล' จ้าวเหม่ยอิงอยากจะะโสวนออกไป แต่เดี๋ยวก่อน อยากเล่นบทคู่หมั้นที่แสนดีเหรอ ได้
"คุณเป็ใครคะ" จ้าวเหม่ยอิงมองหน้าฉินห้ายด้วยสายตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์
"อะไรนะ"ฉินห้ายประหลาดใจ
"คุณเป็ใครคะ ฉันรู้จักคุณด้วยเหรอคะ" จ้าวเหม่ยอิงยังคงทำสีหน้าคนแปลกหน้าอยู่
"เธอจำเขาไม่ได้เหรอ เขาบอกว่าเขาเป็คู่หมั้นคุณ" ผู้ใหญ่จางถาม
"คู่หมั้นของฉัน โอ๊ยทำไมถึงปวดหัวอย่างนี้" จ้าวเหม่ยอิงทรุดตัวลงไปที่เตียงมีท่าทีที่เ็ป
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย"หมอเข้าไปดูอาการ ดูเหมือนรอยช้ำที่หลังหูจะสีคล้ำลงไป
"หรือว่าเืคั่งกันแน่นะ" หมอเริ่มกังวล ถ้าเืคั่งต้องถ่ายเืออก คลินิกชุมชนที่นี่มีอุปกรณ์ไม่พอและเขาเป็แค่หมอรักษาโรคทั่วไปไม่ใช่ศัลยแพทย์
เขาตรวจดวงตาเธออีกรอบรูม่านตาตอบสนองต่อแสงช้าลงเล็กน้อย ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่นี่นา หรือต้องไปเอกซเรย์ การแพทย์ตอนนี้เครื่องเอกซเรย์มีแค่โรงพยายาลมณฑลเท่านั้น
"ดูเธอไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นอกจากเื่คู่หมั้นแล้วเธอจำเื่ของเธอได้หรือไม่" หมอสอบถาม
"ได้ค่ะ ฉันชื่อจ้าวเหม่ยอิง มาจากปักกิ่งอายุ15 ปี คุณพ่อชื่อจ้าวหยาง คุณแม่ชื่อโจวเจียวหลันแต่เสียชีวิตไปแล้ว
คุณพ่อแต่งงานใหม่ กับภรรยาคนที่สองตอนนี้กำลังตั้งท้องอยู่ ฉันเรียนจบมัธยมต้นแล้ว และกำลังจะจบมัธยมปลาย แต่ถูกส่งมาที่นี่เสียก่อนค่ะ" จ้าวเหม่ยอิงตอบอย่างฉะฉาน
"เธอจำกัปตันทีมของเธอได้หรือไม่" ผู้ใหญ่บ้านถาม
"จำได้ค่ะ กัปตันหยางลี่เจิน เป็คนที่มีความเข้มแข็งและน่าเอาเป็แบบอย่างค่ะ"จ้าวเหม่ยอิงตอบ
ตอนนี้ผู้ใหญ่พยายามตรวจสอบความจำของเธอ และเธอจำได้ทุกอย่าง ยกเว้นว่าคู่หมั้นเธอเป็ใคร และเพื่อนสนิทของเธอเป็ใคร
"ผมว่าสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่อาจจะมาจากจิตใจ"หมอสันนิษฐาน
"เพราะเธอรักผมมากเกินไปนั่นเอง จึงทำให้เธอเสียใจจนเลอะเลือนไป"ฉินห้ายกล่าวด้วยน้ำเสียสำนึกผิด
"ถ้ารักคงไม่ลืม สิ่งที่ทำให้ไม่อยากจดจำมักเป็สิ่งที่น่าขยะแขยงมากกว่า" ในที่สุดดอกพิกุลก็ร่วงจากปากของไป๋หลง
จะว่าไปฉินห้ายอาจจะไม่ใช่นักแสดงที่ดีนักเพราะไป๋หลงรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่มีความจริงใจอยู่เลย
แต่ภาพลักษณ์ปัญญาชนผู้อ่อนโยนและเป็มิตรของฉินห้ายมันสามารถหลอกตาคนหลายคนได้ โดยเฉพาะสาวๆ ที่เต็มใจให้เขาหลอก
'ไอ้หมอนี่' ฉินห้ายสบถในใจ
"นั่นสิ" คำพูดของไป๋หลงสะกิดใจผู้ใหญ่บ้านและหมอ
ในขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น เสียงของอดัมส์ก็ดังขึ้น
"เ้าเหม่ยอิง ภารกิจของคุณไป๋หลง และคุณต้องแต่งงานกับเขา"
'ห๊ะ แต่งงาน จะบ้าเหรอแล้วใครคือไป๋หลง' จ้าวเหม่ยอิงอยากจะบ้าตาย
ไหนบอกว่ามาช่วยเปลี่ยนชีวิตคนไง ทำไมกลายเป็ว่าต้องมาแต่งงาน อะไรเนี่ย