จิติญญาของแพทย์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้งพริมพยุงเฟรดเดอริกเดินกลับเข้าไปในห้องของเขาด้วยความทุลักทุเลเนื่องจากคนตัวโตแทบจะทรงตัวเองไม่ไหวแล้ว
“เดี๋ยวฉันมา”เธอบอกชายหนุ่มหลังจากจัดแจงให้เขานอนอยู่บนเตียงทางด้านเฟรดเดอริกเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไร
พริมกุลีกุจอกลับเข้าไปในห้องของตนเองเพื่อไปหยิบอุปกรณ์การตรวจและยาสามัญประจำบ้านแล้วเดินกลับไปยังห้องชายหนุ่มอีกครั้งหญิงสาวเริ่มต้นจากการซักถามอาการกับชายหนุ่มก่อนจะทำการตรวจร่างกายให้ซึ่งพบว่า เขามีไข้สูงคอแดงนิดหน่อย อย่างอื่นปกติดี
“นายอาจจะเป็ไข้หวัดใหญ่”เธอวินิจฉัยโรคที่เป็ไปได้มากที่สุด ก่อนจะป้อนยาลดไข้ให้เขา
“ขออนุญาตถอดเสื้อนายออกก่อนนะนายมีไข้สูงอยู่ กินยาไม่พอ ต้องเช็ดตัวด้วย” พริมเอ่ยกับเขาเสียงเรียบสายตาของเธอดูแน่วแน่จริงจังไร้ซึ่งความเขินอายใดๆ
“เอ่อ...อืม” เฟรดเดอริกตอบเสียงแ่เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกำลังประมวลผลอยู่แต่ก็ยอมโอนอ่อนให้เธอช่วยเหลืออย่างว่าง่าย
เมื่อเขาอนุญาตเรียบร้อยหญิงสาวจึงทำการหาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้เขา เรียกได้ว่า ทุกซอกทุกมุมเมื่อไข้ลงแล้วจึงปล่อยให้เขานอนพักผ่อน พริมกลับไปยังห้องตนเองทำงานที่ค้างไว้ต่อจนแล้วเสร็จก่อนจะกลับไปหาเขาที่ห้องอีกครั้ง่พลบค่ำพร้อมกับถ้วยอาหารในมือ
“ฉันทำข้าวต้มหมูมาให้” พริมวางถ้วยข้าวต้มไว้บนโต๊ะอาหารของเขาแสงไฟนีออนที่ถูกเปิดขึ้นโดยหญิงสาวได้ปลุกให้คนป่วยตื่นขึ้นด้วยอาการสะลึมสะลือ
“ผมไม่ค่อยหิว” ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงแหบแห้งหลังจากเอาชนะความงัวเงียสำเร็จ
“นายต้องกิน จะได้กินยา” เธอยืนกรานด้วยสีหน้าเรียบนิ่งรอบกายหญิงสาวเต็มไปด้วยรังสีแห่งความน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมา
“ผมเจ็บคอ”แต่ผู้ป่วยเองก็ยังคงดื้อรั้นเช่นเดิม ทำให้อดีตหมอสาวต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ยานี้ช่วยลดไข้และรักษาอาการเจ็บคอได้ด้วยอย่าปล่อยให้ตัวเองไข้สูง มันอันตราย นายอาจจะชักหมดสติได้นะ”ตามประสบการณ์ของพริม วิธีรับมือกับคนไข้ดื้ออันดับแรกคือต้องอธิบายเหตุผลให้ทราบก่อนเพราะส่วนใหญ่ที่พวกเขาไม่เชื่อฟังเกิดจากความไม่เข้าใจจากการได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน
“...” ชายหนุ่มนิ่งเงียบริมฝีปากบางกระจับของเขาเม้มตรง ดวงตาสีเทาเสมองไปทางอื่นไม่ยอมหันมาสบตาเธอให้อารมณ์เหมือนเด็กน้อยกำลังงอแงเพราะไม่ถูกตามใจ
ภาพของชายฉกรรจ์ร่างใหญ่มีรอยสักเต็มตัวกำลังทำหน้ามู่ทู่นั้นดูขัดแย้งในตัวแต่กลับให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูไม่น้อยเลยทีเดียวพริมยกยิ้มบางๆ มุมปากพร้อมกับยื่นชามข้าวต้มต่อหน้าเขา ในเมื่อเขาดื้อมา เธอก็จะดื้อกลับเช่นกันหญิงสาวจ้องหน้าเขาเขม็ง ริมฝีปากเธอยังคงยกยิ้มอยู่อย่างนั้น ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆออกมา รังสีแห่งความกดดันจากเธอเริ่มแทรกซึมรอบกายคนป่วยช้าๆ
สุดท้ายชายหนุ่มก็ยอมยกธงขาว เฟรดเดอริกตักข้าวต้มเข้าปากก่อนจะยื่นถ้วยคืนให้เธอหลังจากทานหมดไปครึ่งชาม
“นายจะยังมีไข้อยู่เรื่อยๆ ่นี้ แต่หลัง72 ชั่วโมงไข้จะลงและทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ตอนนี้ก็รักษาตามอาการ” พริมพูดไปพลางยื่นยาลดไข้ให้เขาตามมาด้วยแก้วน้ำเปล่าทุกการเคลื่อนไหวของหญิงสาวมีแต่ความสงบเยือกเย็น
“...ขอบคุณ” เสียงทุ้มแหบแห้งเอ่ยขึ้นดวงตาสีเทาหันกลับมาสบตาเธอแม้เขาจะพูดออกมาอย่างนั้นแต่สีหน้าซีดเซียวของชายหนุ่มกลับดูเรียบเฉยไร้อารมณ์
“ไม่เป็ไร พักผ่อนเถอะ” พริมเอ่ยบอกเขาหลังหยิบปรอทวัดไข้ขึ้นมาดูไข้ไม่สูงเหมือนตอนกลางวันแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลอีก
หญิงสาวกวาดสายตามองไปทั่วห้องของเขาพลางถอนหายใจออกมาเห็นสภาพภายในห้องแล้วมันอดคันไม้คันมือขึ้นมาไม่ได้เสื้อผ้าชิ้นน้อยใหญ่วางกระจัดกระจายไปทั่วห้องราวกับว่าถอดเสร็จก็ทิ้งไว้ตรงนั้นเลย นอกจากเสื้อผ้าก็ยังมีเศษขยะและก้นบุหรี่ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดจนส่งกลิ่นคละคลุ้งไม่แพ้กันผ้าม่านสีทึบยิ่งพาให้บรรยากาศภายในห้องดูอึมครึมและเหม็นอับชวนให้เธอหงุดหงิด นี่คือเป็ประสบการณ์ครั้งแรกของพริมกับการได้มาััห้องสไตล์ผู้ชายอกสามศอกแบบนี้ไม่ไหวแล้วเว้ย!
“ขอโทษที่ก้าวก่ายแต่สภาพห้องนายมันทำให้ฉันอารมณ์เสียน่ะ ขออนุญาตแล้วกันนะ”หญิงสาวบอกเขาไปตามมารยาทก่อนจะถือวิสาสะเก็บขยะใส่ถุง ต่อด้วยด้วยการหยิบเสื้อผ้าเน่าทั้งหลายโยนใส่ตะกร้าอารมณ์หงุดหงิดของเธอเบาลงได้บ้างเมื่อภาพในห้องดูสะอาดตามากขึ้นเสียดายที่ตอนนี้ดึกมากแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอจะมาจัดการเก็บกวาดห้องนี้ต่อยอมรับว่า เป็การรุกล้ำความเป็ส่วนตัว แต่คนเ้าระเบียบอย่างเธอทนไม่ไหวจริงๆ
พริมมาหาเขาอีกครั้งในเช้าวันถัดมาพร้อมกับถ้วยโจ๊กวันนี้ดวงหน้าของเขาเริ่มดูมีสีสันมากขึ้นแล้ว อาการอ่อนเพลียทุเลาลงแต่ก็ยังคงมีไข้ต่ำๆ อยู่
“ยังเจ็บคออยู่หรือเปล่า?”หญิงสาวเอ่ยถามพลางยื่นยาและน้ำให้เขา
“ดีขึ้นนิดหน่อย”น้ำเสียงของเขายังคงแหบแห้งแ่เบาอยู่ แต่ก็น่าจะดีขึ้นอย่างที่เ้าตัวว่าเพราะวันนี้เขาทานโจ๊กจนหมดชาม
“จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ จะช่วยได้แต่สิ่งสำคัญสุดคือการพักผ่อนอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทฉันขออนุญาตทำความสะอาดห้องนายหน่อยนะ” พริมเปลี่ยนเื่กะทันหันพร้อมกับหันหน้ามาสบตาชายหนุ่มเชิงขออนุญาตเฟรดเดอริกชะงักงันไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้เธอเป็คำตอบ
“ทำไมเธอดูเชี่ยวชาญเื่พวกนี้” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามขึ้นดวงตาสีเทาลึกล้ำคู่นั้นจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอไม่วางตา
“หมายถึงเื่รักษานี้เหรอ?ฉันเคยเป็หมอมาก่อนน่ะ”พริมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยพลางเปิดผ้าม่านและหน้าต่างทุกบานรวมไปถึงประตูระเบียงด้านหลังเพื่อถ่ายเทอากาศเหม็นอับในห้องอุดอู้นี้ออกไป
“หมอ? ที่แปลว่า ฟิซิเชียน (physician) เหรอ?”เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งพร้อมกับถามย้ำอีกครั้งด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
“ใช่ เป็หมอทั่วไปน่ะ” พริมตอบโดยที่ยังคงยุ่งง่วนกับการเก็บกวาดห้องอย่างขะมักเขม้นเื่ราวปูมหลังของเธอไม่ใช่สิ่งสลักสำคัญอะไรจึงไม่มีเหตุจำเป็ใดที่จะต้องปกปิด
“แล้วทำไมถึงเลิกเป็ล่ะ?”ชายหนุ่มยังคงถามไม่หยุด พอเธอเหลือบไปมองก็พบว่าดวงตาสีเทาคู่นั้นกำลังเป็ประกายบางๆ จ้องเขม็งมายังเธอตาไม่กะพริบเขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็ภาพที่ดูมีเสน่ห์ไม่เบา
“มันหนักเกินไปน่ะ ฉันไม่ชอบ”น้ำเสียงของหญิงสาวดูอ่อนลง เมื่อนึกไปถึงเส้นทางการเป็แพทย์ในอดีตที่ผ่านมาความสุขและอิ่มเอมใจนั้นใช่ว่าจะไม่มี เพียงแต่ความทุกข์และความเหน็ดเหนื่อยกลับมีมากกว่ามาก
“นั่นสินะ” ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงเนือยๆเขาเลื่อนตัวลงนอนราบบนเตียงพลางหยิบหนังสือข้างเตียงขึ้นมาอ่าน
“แล้วนายล่ะ ทำงานอะไรอยู่? เฟรดเดอริก”ถึงตาพริมถามบ้าง
“เรียกว่า เฟรด เฉยๆ ก็ได้...ฉันเป็ช่างสักน่ะ”ชายหนุ่มหันหน้ามองมายังเธอด้วยสายตาที่ดูลึกล้ำยากที่จะคาดเดา
“สุดยอดไปเลย ฉันว่าเป็งานที่ไม่ง่ายนะ”ตามที่เธอเข้าใจคือ งานสักเป็งานที่ต้องใช้ฝีมือและความเป็ศิลปินสูง มือต้องนิ่งและมีความใจเย็นมากพอเพราะถ้าหากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวก็คือเื่ใหญ่รอยสักนั้นไม่ต่างจากรอยแผลเป็ชนิดหนึ่งที่จะคงอยู่กับคนคนนั้นตลอดไปจนตายแม้จะพยายามลบหรือรักษาก็ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้ 100%
“ใช่...ไม่ง่ายเลย” เฟรดตอบเสียงแ่ เขาวางหนังสือในมือลงก่อนจะละสายตามองไปทางอื่นอย่างเหม่อลอยสีหน้าของชายหนุ่มดูเรียบเฉยไร้อารมณ์ยิ่งกว่าเดิม
“ขออยู่คนเดียวได้ไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยความ้าของตนท่ามกลางบรรยากาศความเงียบที่น่าอึดอัด
พริมพยักหน้าให้เขาก่อนจะเดินออกจากห้องไปปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปกะทันหันของเฟรดเดอริกทำเอาหญิงสาวถึงกับขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าทำไมเธอรู้สึกได้ถึงความเ็ปบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นนะ...
++++++++++++++++++++++++++++++
อ้าวๆ พ่อหนุ่มคนนี้ดูแปลกๆ นะ เจอกันอีกทีวันจันทร์หน้าจ้า
ส่วนใครสายอ่าน e-bookหรือทนไม่ไหวี้เีรอในเว็บแล้ว ตอนนี้สามารถเข้าไปอุดหนุนเื่เต็มกันได้ที่ meb market แล้วนะคะ ราคาเพียง 99 บาทเท่านั้น!