สุ่ยลิ่วตกตะลึงพรึงเพริด อยู่ดีๆศิษย์พี่หญิงถังของตนก็เข้ามาประกบปากและจูบเขาอย่างดูดดื่ม ทำให้สุ่ยลิ่วแอบเคลิ้มอยู่บ้าง แต่ชั่วพริบตาสุ่ยลิ่วก็ใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่ถังถังดันนางออกจากตนแล้วจึงถามถังถัง
"ศิษย์พี่ถัง ท่านทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมกระมังท่านเป็สตรีจะมาอ้อร้อ เกี้ยวบุรุษเช่นนี้ได้เช่นไร โปรดหยุดเถิดศิษย์พี่ถัง แล้วโปรดเล่ามาเถิดท่านมีเื่อันใด ไม่ใช่มาทำเช่นนี้กับข้า พูดมาเถิด.." สุ่ยลิ่วพยายามใช้เหตุผลกับถังถัง
ถังถังที่โดนผลักไสก็มีน้ำตาโปรยปรายหยดหลงพื้นเป็สาย สุ่ยลิ่วก็ยิ่งใบุรุษมักจะแพ้น้ำตาสตรีอยู่ร่ำไป เขาพยายามเข้าไปปลอบอีกรอบแต่ก็ต้องระมัดระวังตัวพยายามไม่ให้ศิษย์พี่ถังของตนฉวยโอกาสอีกรอบ น่าแปลกนักปกติสตรีต้องระวังตัวจากบุรุษหื่นกามแต่สุ่ยลิ่วกลับต้องมาระวังถังถังแทนเสียอย่างนั้น
แต่วันนี้ศิษย์พี่ถังของตนนั้นมาแปลกนัก ดูลักษณะแล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก สุ่ยลิ่วแข็งใจเข้าไปนั่งข้างๆถังถังอีกรอบและพยายามถามนางอย่างเป็ห่วงและเป็กังวลว่าเกิดอันใดขึ้น สุ่ยลิ่วนั้นถามมาหลายรอบแล้วแต่เขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบเสียที
ไม่นานถังถังก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เพราะเหตุใดไม่มีใครทราบ สุ่ยลิ่วทำตัวไม่ถูกกับเื่ที่ถังถังร้องไห้ฟูมฟาย ปลอบใจก็ไม่ช่วย สุ่ยลิ่วส่ายหัวและกำลังจะไปหาน้ำดื่มมาให้ถังถังเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ขณะเขาลุกขึ้นไปถังถังกลับจับแขนของเขาไม่ให้เขาลุกขึ้นยืน
สุ่ยลิ่วสับสนเป็อย่างยิ่งศิษย์พี่ถังของตนนั้น้าอันใด ถามไม่ยอมตอบไปไหนก็ไม่ได้ต้องนั่งอยู่กันสองคนด้วยความเงียบสงัด
สุ่ยลิ่วก็ทำอันใดไม่ได้นอกจากนั่งเป็เพื่อนถังถังที่ยังคงร้องไห้ฟูมฟายอยู่ สุ่ยลิ่วก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกันเจอเหตุแบบนี้ สตรีนี่ช่างเข้าใจยากเสียจริงนั่งอยู่เช่นนี้จนถึงยามจื่อแล้ว(ยามจื่อคือ่ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง)
"ฮ้าวววว" สุ่ยลิ่วหาววอดใหญ่ เขาง่วงเป็อย่างยิ่งแต่ลุกไปไหนไม่ได้เพราะถูกศิษย์พี่ถังของตนจิกชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่น สุ่ยลิ่วสะลึมสะลือ ง่วงก็ง่วงแต่ไปนอนไม่ได้ช่างน่าเบื่อยิ่งนัก สุ่ยลิ่วตอนนี้ตาปรือพยายามคงสติสัมปชัญญะไว้ให้มั่นแต่ความง่วงหงาวหาวนอนกัดกินเขาจนเขาหลับไปหน้าบ้านพักของเขาไปเช่นนั้น
ถังถังเหลือบมองสุ่ยลิ่วที่หลับลึกทั้งท่านั่งแบบนั้น นางก็แอบขำแต่นางก็โทษเขาไม่ได้นางเป็คนรั้งสุ่ยลิ่วเอาไว้เอง
ถังถังนางตอนนี้เศร้าใจเป็อย่างยิ่ง เพราะตระกูลถังของนางโดนเย่เจ๋อลิ่วกดดันอย่างหนักเื่การสู่ขอนางเข้าตระกูลเย่
เย่เจ๋อลิ่วนั้นเรียกได้ว่าเมื่อพบถังถังครั้งแรกก็ตกหลุมรักนางทันที พยายามค่อยๆเกี้ยวพาราสีถังถังอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากเป็ศิษย์สำนักศึกษาเดียวกัน จึงมีโอกาสเยอะมากในการพบเจอกันในสำนักศึกษาแห่งนี้
เย่เจ๋อลิ่วผู้เก่งกาจมากพร์พยายามพิชิตใจถังถังแต่อนิจจา เมื่อพบสุ่ยลิ่วที่อยู่กับถังถังและป้านจี๋เสมอเขาก็หวาดกลัวสุ่ยลิ่วเป็อย่างยิ่ง สุ่ยลิ่วมีหน้าตาที่ดุดันดุจราชสีห์ที่ฉุนเฉียวตลอดเวลาแม้จะเป็เวลาปกติที่สุ่ยลิ่วอารมณ์ค่อนข้างดีก็ตาม เป็ที่หวาดเกรงและเล่าลือในกลุ่มศิษย์ของสำนักศึกษาทั้งปวง ถังถังจึงพยายามใช้สุ่ยลิ่วเป็ไม้กันสุนัขซึ่งได้ผลชะงัดนัก ชายหนุ่มและแม้แต่เย่เจ๋อลิ่วที่ตามเกี้ยวนางกลัวสุ่ยลิ่วกันหัวหดทุกคน เห็นหน้าที่ดุร้ายของสุ่ยลิ่วก็หลบทางให้สุ่ยลิ่วอย่างขลาดกลัว สุ่ยลิ่วนับได้ว่ามีหน้าตาเป็อาวุธของแท้
ถังถังเห็นสุ่ยลิ่วหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆนางก็ปลดระวางต่อทุกสิ่งเล่าสิ่งที่อัดอั้นตันใจมาตลอดแก่สุ่ยลิ่วที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่…
“ศิษย์น้องข้าขอโทษที่รุ่มร่ามทำตัวไม่เหมาะสมกับเ้าแต่ข้าเครียดจนไม่รู้ว่าข้าจะระบายมันออกไปเช่นไร ข้าไม่อยากไปเป็ภรรยาของเย่เจ๋อลิ่วผู้นั้น ข้าอยากเป็ภรรยาของเจ้..." ถังถังรีบหยุดปากของตนไม่ให้พูดมากไปกว่านี้
"ข้านั้นโดนกดดันอย่างหนัก ถ้าข้าไม่ยอม ตระกูลข้าคงโดนกลั่นแกล้งจนทำกิจการในเมืองแห่งนี้ไม่ได้ ตระกูลข้าที่ตามใจข้ามาั้แ่เด็กพยายามต่อต้านอย่างเต็มที่แล้ว ถึงกับยอมแหลกสลายแทนที่จะยอมจำนน แต่คนที่ต่อต้านเย่เจ๋อลิ่วในตระกูลข้านั่นทีแค่ท่านปู่กับท่านพ่อและท่านแม่ของข้าเท่านั้น แต่คนทั้งตระกูลที่เหลือกลับไปสนับสนุนการสู่ขอครั้งนี้ ตอนแรกข้าใช้เ้าเป็ไม้กันสุนัขอย่างเย่เจ๋อลิ่วแต่พออยู่กับเ้าไปเรื่อยๆ..." ถังถังหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอาย พยายามเค้นคำพูดจากลำคอ
"ข้าคงจะหลงรักเ้าเสียแล้วล่ะ..ศิษย์น้องสุ่ย" พร้อมกับที่ถังถังมองพระจันทร์สวยสง่าบนท้องฟ้าด้วยแววตาประกาย
สุ่ยลิ่วที่ฟังมาตลอดแอบะเืใจกับเื่ของถังถัง แต่ประโยคสุดท้ายก็ทำให้จิตใจเขาสับสนวุ่นวายและว้าวุ่นใจอยู่บ้าง จะให้บอกว่าไม่รู้สึกอันใดเลยกับถังถังก็คงจะเป็เื่โกหกแต่จะทำเช่นไรดีกับเื่นี้
สุ่ยลิ่วที่ "นอนหลับปุ๋ย" คิ้วเขาขมวดเป็ปมเริ่มรู้สึกตึงเครียดบ้างแล้วว่าจะช่วยถังถังเช่นไรดี
ถังถังที่เห็นสุ่ยลิ่วยังหลับสนิทอยู่ก็ยิ้มพร้อมปาดน้ำตาที่รื้นอยู่ที่ปลายดวงตา "ข้าคงไม่มีวาสนาได้อยู่กับเ้าเสียแล้วล่ะ ที่ข้ามาหาเ้าเพื่อมาลาเ้าเป็ครั้งสุดท้าย ขอให้เ้าโชคดีนะศิษย์น้องสุ่ย.." ถังถังกล่าวพร้อมเตรียมลุกออกไปจากบริเวณบ้านพักของสุ่ยลิ่วและยังไปหาผ้ามาห่มให้สุ่ยลิ่วก่อนจากไปอีกด้วย พอห่มผ้าให้สุ่ยลิ่วเรียบร้อยแล้วนางก็หันหลังเดินจากไปอย่างเหงาหงอย
"ท่านจะจากไปเช่นนี้รึ? มาจุมพิตข้าไม่บอกกล่าวอันใดตอนที่ข้าพร้อมรับฟังแต่มาระบายตอนที่ข้าไม่ได้สติ ท่านเห็นข้าเป็คนเช่นไร ที่จะยอมให้ท่านต้องทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ไม่้า ท่านเป็คนที่รักอิสระ เป็ดรุณีน้อยที่ชอบผจญภัยไปทุกที่ที่ใจท่านมุ่งมาดและปราถนา ข้าไม่อยากเห็นสตรีนางนั่นต้องอับเฉาเพียงเพราะถูกกดดันจากตระกูลที่เห็นแก่ผลประโยชน์ ข้าจะบอกคำแนะนำแก่ท่านสั้นๆ ครอบครัวที่ไม่รักท่านไม่เอาใจใส่ความรู้สึกท่านท่านก็จงออกจากตระกูลนั้นมาเถิดอย่าไปเสียเวลาเลย โน้มน้าวท่านปู่กับท่านพ่อและท่านแม่ของท่านเถิดให้ออกจากตระกูลเส็งเคร็งนั่น อีกวิธีหนึ่งท่านจะปกป้องตนเองได้ แต่วิธีนี้จะทำให้ท่านผูกติดกับข้าไปตลอดชีวิต..." สุ่ยลิ่วกล่าวทั้งที่ยังไม่ลืมตา วิธีที่สองที่สุ่ยลิ่วบอกถังถัง เขาค่อนข้างจะกระดากปากนิดหน่อยแต่ก็พูดออกมาในที่สุด
"ก็คือ ท่านป่าวประกาศว่าท่านเป็ภรรยาของข้าไปแล้วเมื่อคืน ซึ่งการประกาศนี้ค่อนข้างน่าเชื่อถือเพราะข้าเห็นหลายคนเดินผ่านบ้านพักข้า ตอนที่ท่านมาจูบข้าหลายคนก็เห็นท่านกับข้าพอดี ฉะนั้นท่านตัองกระพือข่าวลือเื่ที่เราได้เสียกันอย่างปลอมๆให้ลุกโหมดุจไฟลามทุ่งให้ได้ ท่านอาจจะลำบากที่ต้องตกเป็ขี้ปากผู้คนใน่แรก แต่เื่นี้จะทำให้ท่านรอดพ้นจากสิ่งที่พยายามจะผูกมัดท่าน ข้าจะอยู่ข้างท่านเสมอเองศิษย์พี่ถัง..."
ถังถังในยามนี้ฟังสุ่ยลิ่วที่บอกว่ามีคนมาเห็รตอนที่นางโผเข้าไปจูบสุ่ยลิ่ว นางก็หน้าแดงแจ๋หูแดงแจ๋ไปหมด นางเขินอายเป็อย่างยิ่งตอนนางโผเข้าหาสุ่ยลิ่วตอนนั้นนางไม่รู้เนื้อรู้ตัวจริงๆทำไปด้วยอารมณ์ปราถนาแท้ๆ น่าอายนัก นางชังตนเองยิ่งนักที่ไม่คิดให้ดีก่อน
"ข้า..." ถังถังก็พูดไม่ออก นางละอายใจยิ่งนัก สุ่ยลิ่วกล่าวต่อ
"ท่านเข้ามาในบ้านพักข้าเถิด เพื่อความสมจริง ยิ่งข่าวลือไปถึงหูตระกูลถังของท่านและตระกูลเย่ของเย่เจ๋อลิ่วเร็วเท่าใดก็เป็เื่ดียิ่ง ท่านพร้อมยอมรับแรงกระแทกของข่าวลือหรือยังเล่า?" ไม่ต้องรอให้ถังถังตอบกลับจับข้อมือนางแล้วลากเข้าบ้านพักของเขาพร้อมปิดประตูเสียงดัง
ถังถังใจเต้นโครมครามด้วยความใ ประหม่า และเขินอาย นางแอบเหลือบมองสุ่ยลิ่วลึกๆแอบคาดหวังเื่อย่างว่าให้เกิดขึ้น แต่นางต้องผิดหวังเพราะสุ่ยลิ่วไม่ได้คิดจะทำอันใดนางทั้งสิ้น สุ่ยลิ่วเดินไปต้มน้ำชาที่หอมกรุ่นแล้วนำมาเสิร์ฟถังถังที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวให้สงบจิตสงบใจที่ตุ้มๆต่อมๆอยู่
สุ่ยลิ่วหัวเราะกับท่าทางของถังถัง เป็แบบนี้ศิษย์พี่ของตนก็น่ารักน่าชังเหลือเกิน แต่เขานั้นไม่มีทางจะฉวยโอกาสทำตัวโสมมเช่นนั้นหรอก ต่อหน้าหญิงสาวที่ทุกข์ระทมและเ็ปเขาจะทำตัวเช่นนั้นได้เช่นไรกัน
เมื่อถังถังสงบจิตใจได้ สุ่ยลิ่วก็แนะนำการปฏิบัติตัวหลังจากนี้ เื่การแกล้งเป็สามีกับภรรยาจำเป็ของถังถังกับสุ่ยลิ่วแต่ทำเช่นนี้ก็น่าจะช่วยศิษย์พี่หญิงของตนให้รอดพ้นจากทุกขลาภที่ไม่ได้อยากรับมันมาอย่างการถูกสู่ขอให้เป็เ้าสาวของเย่เจ๋อลิ่วผู้โด่งดัง
สุ่ยลิ่วจัดแจงที่นอนของตนโดยให้ถังถังนอนบนเตียงไม้ ส่วนเขานอนพื้นที่ปูเสื่อง่ายๆ สุ่ยลิ่วเป็คนสบายๆอยู่แล้ว นอนบนพื้นแค่นี้ไม่ใช่ปัญหา
"ศิษย์พี่ถัง ก่อนนอนคืนนี้ท่านต้องเหนื่อยหน่อยก่อน พรุ่งนี้จะได้ช่วยเสริมความสมจริงเข้าไป...." สุ่ยลิ่วมองที่ขาของถังถังและมองอย่างมีเลศนัย ถังถังที่คิดว่าคืนนี้จะไม่เกิดอันใดขึ้นก็ใจเต้นเืในกายสูบฉีดและเริ่มเดือดพล่านอีกรอบ
แต่ที่สุ่ยลิ่วมองขาของถังถังก็เพราะคิดแผนที่จะทำข่าวลือนั้นสมจริงกว่าเดิมด้วยการให้ถังถังทำท่าที่เขา้า
คือการออกกำลังกายขา และให้ถังถังดันพื้นนั่นเอง ถังถังที่ได้ยินไฟราคะที่กำลังปะทุก็ดับมอดและมองสุ่ยลิ่วอย่างอึ้งๆ
"เ้าจะไม่ทำอันใดข้าเลยหรือ?" ถังถังได้แต่คิดในใจอย่างหดหู่ แอบคิดไปเองว่าสเน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามของนางไม่พอที่จะดึงดูดสุ่ยลิ่วหรือไงกัน
"นั่นแหละศิษย์พี่จุดนั้น ใช่เลย ย่อลงมาเยอะ เข่าห้ามเลยปลายเท้านะศิษย์พี่ ย่อลงมาเรื่อยๆ จนขาท่านไม่ไหวเลย ทำยี่สิบครั้งและพักชั่วครู่แล้วทำต่ออีกสองครั้ง" เสียงของสุ่ยลิ่วดังขึ้น ยามนี้เป็ยามโฉ่วแล้ว
(ยามโฉ่ว คือ ตีหนึ่ง-ตีสาม)
"อ๊า อ๊า อาาา~~~" เสียงกระเส่าของถังถังดังขึ้น เสียงกระเส่านี้สามารถพาให้ผู้คนเข้าใจผิดกันไปยกใหญ่ มีคนที่เดินผ่านบ้านพักสุ่ยลิ่วถึงกับสะดุ้งโหยง นั่นมันเสียงศิษย์พี่ถัง กับศิษย์พี่เ้าของบ้านพักนี่นา ทั้งสองทำบัดสีบัดเถลิงอันใดกัน ไม่เกรงใจผู้ใดเลย ไม่อายกันบ้างหรือไง
"ข้าไม่ไหวแล้วศิษย์น้อง ข้าหมดแรงที่ขาแล้วข้าไม่มีแรงที่ขาของข้าแล้ว แฮ่ก แฮ่ก" ถังถังกล่าวอย่างเหนื่อยหอบ แต่คนข้างนอกที่ได้ยินก็ยิ่งคิดไปไกล
(ท่าที่ถังถังออกก็คือท่าสควอชนั่นเอง)
"งั้นท่าต่อไปศิษย์พี่ ท่านก้มตัวลงมาเถิด ท่านี้ต้องใช้แขนและอาจจะตึงที่่ท้องของท่านนะ นั่นแหละๆ วางแขนไว้ตรงนั้น แล้วเกร็งตัวไว้ถ้าไม่ไหวก็บอกข้า ท่านต้องเกร็งค้างไว้ให้ได้นานที่สุด คงไว้ได้ถึงชั่วจิบชาก็เป็เื่ที่ดี" สุ่ยลิ่วพูดตามปกติแต่เนื่องจากภายนอกนั้นเงียบสงบ เสียงจากบ้านพักของสุ่ยลิ่วจึงดังก้องสะท้อนออกมาเสียงดัง แถมยังมีเสียงครวญครางของถังถังดังออกมาเป็ระลอก ระลอก เป็เสียงจากอาการเจ็บกล้ามเนื้อ ถังถังนางนั้นไม่ค่อยได้ฝึกกล้ามเนื้อจึงตึงกล้ามเนื้อเป็พิเศษ ความเ็ปแบบนี้นางไม่ค่อยได้พบเจอจึงถึงกับร้องออกมา
(ท่านี้เรียกอีกชื่อก็คือท่าแพลงค์นั้นเอง)
(ชั่วจิบชาคือห้านาที)
คนที่เดินผ่านนั้นมีทั้งอาจารย์และศิษย์ของสำนักศึกษา ทุกคนแอบตำหนิสุ่ยลิ่วในใจทุกรายว่า ทำเงียบๆไม่เป็หรือไร อาจารย์ในสำนักถอนหายใจเพราะนี่เป็เื่ธรรมชาติชายหนุ่มกลัดมัน หญิงสาวทรงสเน่ห์มาพบเจอกันก็ห้ามใจกันไม่ได้ ส่วนเหล่าศิษย์ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์ก็เขินอายม้วนต้วนกับเป็แถบ หลายคนถึงกับแอบฟังกันเป็วรรคเป็เวร
ในที่สุดถังถังก็เข้าใจแล้วว่าที่นางจะเหนื่อยเพราะอันใด ไม่ใช่เื่ระหว่างชายหญิงอย่างที่นางจินตนาการ แต่สุ่ยลิ่วบังคับนางออกกำลังกายตอนยามโฉ่วเนี่ยนะ นางจะบ้าตาย แต่เหนื่อยถึงที่สุด สุ่ยลิ่วเห็นสภาพถังถังที่แขนขาสั่นก็พอรู้แช้วว่านางทนไม่ไหวแล้ว จึงบอกให้นางพักได้ ถังถังถึงกับลงไปกองที่พื้นด้วยความเหนื่อยหอบ
สุ่ยลิ่วมานั่งยองๆที่ข้างนาง "พอศิษย์พี่รู้สึกว่าไม่เหนื่อยมากแล้วข้ายังมีการผ่อนคลายรอท่านอยู่ ท่านจะได้ไม่เจ็บตัวมากยามตื่นในตอนเช้า"
"อะ...อะไรอีกศิษย์น้อง ข้าไม่ไหวแล้วนะปล่อยข้าไปเถิด ข้าหมดแรงแล้ว..." ถังถังกล่าวอย่างเหนื่อยอ่อน
"ปล่อยข้าไปเถิด ข้าหมดแรงแล้ว.." คนที่ฟังอยู่นั้นคิดไปไกลเลยเถิด คนละเื่กับเื่จริงไปแล้ว ศิษย์ที่แอบฟังอยู่ก็ยกนิ้วให้ "ความอึด" ของสุ่ยลิ่ว แอบสงสารถังถังที่สิ้นฤทธิ์เพราะสุ่ยลิ่ว
ไม่เพียงเท่านั้นสุ่ยลิ่วยังสั่งให้ถังถังยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ถังถังโดนบังคับ คราวนี้กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป "อ๊าาาา อ๊า เจ็บเหลือเกิน!!" คนที่ฟังอยู่สะดุ้งโหยง สุ่ยลิ่วผู้นี้หน้าดุไม่พอ ลีลาบนเตียงก็ยังดุดันไม่แพ้กัน
เพียงทำท่าสควอชและแพลงค์ กับยืดกล้ามเนื้อก็ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดไปกันหมด แต่ก็เป็สิ่งที่สุ่ยลิ่ว้า ทุกอย่างก็เข้าล็อกกันพอดี
ถังถังเหนื่อยจนแทบจะหมดสติ นางปีนขึ้นเตียงอย่างยากลำบากแล้วนางก็นอนทันที ยังไม่พอยังกรนเสียงดังอีกด้วย
ส่วนสุ่ยลิ่วนอนบนเสื่ออ่านตำราทบทวนความรู้อย่างสบายใจเฉิบ นอนฟังเสียงกรนของถังถังเป็เสียงประกอบ ช่างไพเราะเสนาะหูเสียจริงนี่กระไร
เวลาผ่านไปจนถึง่สายถังถังตื่นขึ้นมาบนเตียงของสุ่ยลิ่ว นางสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความใ หันไปที่สุ่ยลิ่วนอนเมื่อคืนพบว่าเสื่อถูกเก็บไปอย่างเรียบร้อย พอมาดูห้องของสุ่ยลิ่วดีๆก็พบว่า บ้านพักนี้นั้นสะอาดสะอ้านยิ่งนัก ของถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ นางแอบชื่นชมสุ่ยลิ่วเื่นี้อยู่บ้าง
ถังถังขยับขาแล้ววางลงบนพื้นพร้อมลุกขึ้นยืน แต่ความเ็ปส่งผลทำให้ถังถังแทบจะล้มทั้งยืน นางรู้สึกปวดร้าวแขนและขาเป็อย่างยิ่ง ยิ่งขานั้นหนักกว่ายิ่งนัก ถังถังขาสั่นระริกอย่างกับอยู่ฤดูหนาว ปวดร้าวยิ่งนัก!!!
สุ่ยลิ่วเดินถือถาดอาหารหอมกรุ่นนำมาให้ถังถังที่ยืนอย่างไม่ค่อยมั่นคงอยู่ "ศิษย์พี่สายแล้วท่านเตรียมตัวกินข้าวและไปเรียนเถิด ท่านไม่ต้องห่วงอาการเ็ปของท่านวันสองวันก็หายแล้ว"
ถังถังนั่งลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน รับอาหารเช้าที่เป็โจ๊กร้อนๆจากมือสุ่ยลิ่วแล้วนำมาทานอย่างช้าๆ
"ศิษย์พี่ถังเช่นนั้นข้าขอตัวไปเรียนก่อน ท่านค่อยๆทานล่ะ" สุ่ยลิ่วรีบบึ่งไปอาคารเรียนของตน
หนึ่งเค่อหลังจากนั้นถังถังก็เดินถ่างขาออกมาเล็กน้อย นางทำได้แค่ค่อยๆเดินด้วยความเ็ปร้าวที่กล้ามเนื้อ แต่คนที่เห็นถังถังเดินออกจากบ้านพักของสุ่ยลิ่วเห็นสภาพนั้นของถังถังก็ตกตะลึงกับสภาพของถังถัง
ข่าวลือเื่ที่ถังถังเดินกระเผลกโซซัดโซเซออกจากบ้านพักสุ่ยลิ่วแพร่ไปอย่างรวดเร็ว มีทั้งข่าวที่ซุบซิบนินทา หรือกระทั่งว่าร้ายถังถังว่าไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว
แต่สำหรับสุ่ยลิ่วแล้วแผนสามีปลอมได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ!!