ถึงแม้เอกภพที่เคยคบหากับนับนทีจะถูกเปลี่ยนสถานะมาเป็เพื่อนสนิทแล้วในตอนนี้ไม่ได้หมายความว่านับนทีจะไม่มีคนเข้ามาขายขนมจีบอีกเลยลูกค้าที่เข้ามาตัดสูทที่ร้านหรือซื้อเสื้อผ้าในร้านต่างรู้กันดีว่าเ้าของร้านเป็คนน่ารักและอัธยาศรัยดีมากแค่ไหนมีเสน่ห์เป็อย่างยิ่งโดยเฉพาะรอยยิ้มสดใสที่มอบให้ลูกค้าทุกครั้งและแม้จะทราบว่านับนทีคือคุณแม่ลูกหนึ่งแล้วหากหลายๆคนก็ไม่หยุดที่จะขายขนมจีบอย่างเช่นนักธุรกิจหนุ่มนามว่าธีร์ที่เป็ลูกค้าที่แวะเวียนมาที่ร้านบ่อยมากที่สุดคนหนึ่ง
นับนทีจำได้ว่าเมื่อหนึ่งปีก่อนธีร์เดินเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในมือกำลังถือสายคุยกับใครคนหนึ่งขณะที่เดินดูสูทและชุดในร้านของนับนทีเป็นานกว่าบทสนทนาทางโทรศัพท์จะจบลงและนับนทีได้เดินเข้าไปต้อนรับซึ่งธีร์จ้องนับนทีอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาโดยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนหน้าอันตรธานหายไปจนหมดสิ้นและหลังจากนั้นธีร์ก็กลายเป็ลูกค้าประจำของนับนธีที่แวะมาที่ร้านบ่อยครั้งเท่าที่เวลาว่างจะอำนวยอย่างเช่นวันนี้ที่ธีร์เข้ามาในร้านพร้อมดอกไม้ช่อโตยื่นให้นับนทีนับนทียื่นมือไปรับอย่างไม่ให้เสียมารยาท
“สำหรับโอกาสอะไรครับเนี่ย” นับนทีถามด้วยสีหน้างงงวย
“แค่อยากให้เฉยๆครับเดินผ่านร้านดอกไม้เห็นว่าสวยดีเลยนึกถึงคุณนับ” ธีร์ตอบสุภาพ
นับนทีรู้ดีว่าอีกฝ่ายขายขนมจีบแต่ด้วยท่าทีสุภาพของชายหนุ่มนับนทีจึงไม่ได้เอ่ยปฏิเสธออกไปตรงๆธีร์ไม่เคยแสดงท่าทีน่ารังเกียจ สุภาพกับนับนทีเสมอ
“ขอบคุณนะครับ แต่คราวหน้าไม่ต้องแล้วนะครับ ผมเกรงใจ"
ธีร์ไม่ตอบหากแต่ยิ้มใจดีให้นับนทีเท่านั้น
คุณธีร์เชิญนั่งก่อนครับเดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้”นับนทีเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มขอบคุณให้อีกฝ่ายและเชื้อเชิญให้นั่ง
“ไม่เป็ไรครับ ผมแวะเอาของฝากมาให้เฉยๆแล้วก็จะไปแล้ว”
“สูทที่สั่งไว้….”
“เดี๋ยวแวะมาเอาครั้งหน้าครับ”ตอบปฏิเสธทั้งรอยยิ้มสุภาพ นับนทีไม่เซ้าซี้เข้าใจเจตนาว่าคงอยากแวะมาบ่อยๆ
“ได้ครับ เดี๋ยวผมเตรียมไว้ให้”
“มีช็อคโกแล็ตแล้วก็ตุ๊กตาฝากให้ตัวเล็กด้วยครับ”ธีร์ล้วงกล่องสีแดงสลักตัวหนังสือภาษาอังกฤษสีทองสวยงามบนหน้ากล่องออกมาจากถุงส่งให้นับนที
“โห ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับเนี่ย เกรงใจคุณธีร์จัง”นับนทีทำสีหน้าลำบากใจ ดูจากแพ็คเกจคงไม่ใช่ราคาน้อยๆ แถมกล่องก็ค่อนข้างใหญ่ด้วย
“งั้นต้องรับไว้นะครับ ผมตั้งใจซื้อมาให้ตัวเล็กเลยแว๊บแรกที่เห็นก็คิดถึงแกทันที”
“ขอบคุณมากนะครับ เกรงใจคุณธีร์จัง คราวหลังไม่ต้องแล้วนะครับแค่แวะมาทักทายกันที่ร้านก็ดีใจแล้ว”
“ไม่รับปากนะครับพอเห็นดอกไม้สวยๆก็อดคิดถึงคุณนับไม่ได้พอเห็นตุ๊กตาน่ารักๆก็อดคิดถึงตัวเล็กไม่ได้เหมือนกัน”ธีร์หยอดคำหวานและนับนทีรู้ดีแต่ทำได้เพียงส่งยิ้มให้อีกฝ่ายนับนทียังไม่คิดที่จะเปิดรับใครเข้ามาในหัวใจเท่าที่ต้องเผชิญปัญหาอยู่ทุกวันนี้ก็ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันแล้ว
“งั้นคราวหน้าจะเชิญไปทานอาหารด้วยกันสักมื้อนะครับคุณธีร์หิ้วของฝากมาฝากบ่อยๆผมเกรงใจมาก”
“ยินดีครับ” ธีร์รับคำก่อนจะขอตัวกลับเพราะมีประชุมนับนทีมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปจากร้านประเมินจากสายตาธีร์ตัวสูงกว่าอัศดินทร์และดูจะตัวหนามากกว่าเล็กน้อยสีผิวของธีร์คมเข้มแบบฉบับชายไทยแท้ตรงข้ามกับอัศดินทร์ที่ผิวขาวจัดตามเชื้อสายชาวจีนทางฝ่ายแม่ผู้ชายสองคนนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในด้านรูปลักษณ์
“แล้วจะเอามาเปรียบกันทำไมเนี่ยนับ บ้าไปแล้วเหรอ”นับนทีเคาะหัวตัวเองเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองชักคิดบ้าๆไปกันใหญ่ตบหน้าผากเสียงดังเรียกสติตัวเองอีกครั้งแล้วสลัดเื่ที่เปรียบเทียบผู้ชายสองคนนั้นทิ้งไปจากหัว
อัศดินทร์ที่แวะมาที่ร้านของนับนทีใน่เย็นสังเกตเห็นช่อดอกไม้ก็ขมวดคิ้วฉับขณะเดินไปยกขึ้นมาดูก่อนจะเอี้ยวตัวหันมาถามนับนที
“่ช่อดอกไม้ใครเหรอครับ”
“ของพี่เอง…เพื่อนซื้อมาฝาก”
อัศดินทร์หรี่ตามองอย่างไม่เชื่อในขณะที่นับนทีทำทีง่วนอยู่กับงานตรงหน้าและไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องกลัวสายตาราวกับจับผิดของอัศดินทร์ด้วย
“เพื่อนแน่เหรอ ไม่น่าใช่มั้งเพื่อนอะไรซื้อกุหลาบแดงช่อโตมาให้ ราคาก็คงไม่ต่ำกว่าหลักพัน”อัศดินทร์ถามเสียงเรียบปลายประโยคติดจะเสียงสะบัดเล็กน้อย
“เพื่อนจริงๆ พี่จะโกหกนายทำไม” นับนทียืนกรานหน้าซื่อ
“เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย” อัศดินทร์ซักต่อ
“ผู้ชาย”นับนทีตอบเสียงเบาหวิวโดยไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องทำแบบนี้
“งั้นก็คงเป็เพื่อนที่พิเศษมากเพราะซื้อกุหลาบแดงช่อโตขนาดนี้มาให้”อัศดินทร์ตั้งข้อสงสัยต่อพร้อมคิ้วที่ขมวดมุ่นสีหน้าด้านข้างติดจะบึ้งตึงแต่นับนทีไม่ตอบคิดว่าการเงียบเท่านั้นที่จะหยุดความสงสัยของอัศดินทร์ลงได้และก็จริงเมื่อนับนทีไม่ตอบอัศดินทร์ก็วางช่อดอกไม้ลงเดินไปยืนกอดอกอยู่มุมหนึ่งไม่พูดไม่จา นับนทีคิดว่าอัศดินทร์อาจจะโกรธโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโกรธอะไรจะเอ่ยง้อสักหน่อยก็พอดีว่าลูกสาวผลักประตูร้านเข้ามาพร้อมไอศครีมในมือหนึ่งถ้วยอัศดินทร์ถลาไปหาแกทันทีและทั้งสองก็ทักทายกันเสียงสดใสราวกับลืมเื่ขุ่นมัวเมื่อสักครู่จนหมดสิ้น
“โอ้โห วันนี้อุ้มตุ๊กตามาด้วย สวยซะด้วยนะเนี่ยน้าอัศไม่เคยเห็นเลยใครซื้อให้เหรอคะ”
“ลุงธีร์ค่ะ”เด็กหญิงตอบฉะฉานหากแต่ทำเอานับนทีเสียวสันหลังวาบโดยไม่รู้สาเหตุ
“เอ ลุงธีร์นี่ใครเหรอคะ ใช่เพื่อนคุณแม่หนูหรือเปล่า”อัศดินทร์หลอกล่อถามต่อ
“ค่ะ ลุงธีร์ซื้อดอกไม้มาให้คุณแม่ด้วยลุงธีร์ใจดีที่หนึ่ง”
“ลุงธีร์เป็ไงคะ หล่อหรือเปล่า”
“หล่อมากค่ะแล้วก็ตัวสู๊งสูง”
อัศดินทร์ถอนหายใจพรืดเพื่อข่มอารมณ์ตัวเองก่อนจะถามต่อ“แล้วลุงธีร์เขามาจีบคุณแม่ของขวัญมั้ยคะ”
“หนูไม่รู้ เดี๋ยวถามคุณแม่ก่อนได้มั้ยคะ”เด็กหญิงตอบซื่อๆหากแต่ทำเอานับนทีแอบเหงื่อตก อัศดินทร์ช่างร้ายกาจจริงๆไม่ถามเขาตรงๆแต่ใช้ลูกเป็เครื่องมือ
“คุณแม่ ลุงธีร์จีบคุณแม่มั้ยคะ น้าอัศอยากรู้แต่หนูตอบไม่ได้”
“อัศ ไปถามอะไรแกแบบนั้น” นับนทีแสร้งดุหากแต่อีกคนไม่กลัวสักนิดนอกจากเลิกคิ้วใส่นับนทีพลางถามเสียงยียวน
“แล้วจริงมั้ยล่ะครับ”
“ไม่ได้จงไม่ได้จีบอะไรทั้งนั้นแหละ” นับนทีตอบปัด
“ถ้าโกหกผมจะเสียใจมากนะครับที่พี่เห็นผมเป็คนอื่นจนไม่อยากเล่าอะไรให้ฟังแล้ว”อัศดินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่คนสนิทกันมานานอย่างนับนทีรู้ว่าเ้าเด็กกำลังตัดพ้อเขา
“โอเค จีบก็จีบ แต่พี่ไม่ได้อะไรด้วยหรอกพี่เห็นคุณธีร์เป็แค่เพื่อน” นับนทียอมแพ้และบอกความจริงในที่สุดทำไมเขาถึงนึกกลัวที่จะโกหกอัศดินทร์อีกครั้งก็ไม่รู้รู้เพียงแต่ว่าแค่เสียงเรียบๆของอัศดินทร์ก็ทำเอาเขาร้อนๆหนาวๆแล้วและไหนจะรีบปฏิเสธว่าไม่คิดอะไรกับธีร์อีก
“รู้สึกว่าตำแหน่งคนสนิทอันดับหนึ่งของผมถูกสั่นคลอนยังไงไม่รู้”อัศดินทร์เอ่ยด้วยท่าทีเซ็งๆแล้วเดินไปทรุดลงนั่งที่ชุดโซฟาโดยอุ้มลูกสาวไปนั่งตักด้วยสีหน้าบูดบึ้งขึ้นมาในทันที ก่อนจะร้องถามมา “พี่อยากได้อะไรมั้ย ผมจะซื้อให้”
“อยู่ๆจะมาซื้อของให้ทำไมเล่า” นับนทีถามพลางหัวเราะ
“ก็ผมอยากรักษาตำแหน่งคนที่สนิทกับพี่อันดับหนึ่งไว้ไงนอกจากพี่เอกแล้วผมก็ไม่อยากให้ใครมาแซงอันดับผมสำหรับพี่นะ”ตอบมาทั้งหน้าบูดๆเหมือนเด็กชอบเอาชนะ นับนทีต้องส่ายหน้าพร้อมหัวเราะขำ
“ก็เลยจะเอาของมาล่อพี่เหรอ”
“ได้มั้ยล่ะ ถ้าพี่สัญญาว่าจะไม่สนิทกับใครมากกว่าผมผมจะซื้อให้ทุกอย่างที่พี่อยากได้เลย” และก็เอาของมาล่อนับนทีจริงๆ
“นายนี่นะเป็เด็กหรือไงจะได้เอาขนมมาล่อเพื่อนให้เล่นด้วย”
“ก็ผมไม่อยากให้พี่ไปสนิทกับคนอื่นมากกว่าผมอ่ะ”อัศดินทร์งอแงเหมือนเด็กขณะที่กอดร่างเล็กของเด็กหญิงไว้บนตักแล้วกระซิบถามไม่เบานักให้นับนทีได้ยินด้วย“ของขวัญรักใครมากกว่ากันคะ น้าอัศหรือลุงธีร์นั่น”
“ดูซิไปเรียกเขาลุงธีร์นั่น” นับนทีหัวเราะคนพาล
“ทำไม ผมเรียกไม่ได้เหรอ หรือต้องเรียกคุณธีร์”และคนพาลก็พาลมาทำหน้าบูดบึ้งใส่นับนที นับนทีหันหน้าหนีเพราะขำคนเอาแต่ใจไม่ไหว
“ว่าไงคะ ของขวัญรักใครมากกว่ากันคะ”
“รักเท่ากันค่ะ เพราะน้าอัศกับลุงธีร์ใจดีเท่ากันน้าอัศพาไปซื้อไอศครีม ลุงธีร์ซื้อตุ๊กตามาให้พร้อมช็อคโกแล็ตด้วย”
“แม้แต่ของขวัญก็ให้คะแนนลุงธีร์นั่นเท่ากับน้าอัศเหรอ”อัศดินทร์ทำเสียงงอนเด็กหญิงอีกคนให้นับนทีะเิเสียงหัวเราะอีก
ดังนั้นก่อนปิดร้านอัศดินทร์จึงใช้่เวลานั้นอยู่กับเด็กหญิงตัวน้อยพร้อมออดอ้อนขอความรักจากแกนับนทีที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กำลังอมยิ้มขณะที่ฟังทั้งสองคุยกันกระหนุงกระหนิงจนถึง่เวลาปิดร้านเตรียมตัวกลับบ้านนับนทีแกะดอกไม้ออกมาจากช่อเพื่อปักลงในแจกันที่ใส่น้ำไว้ไม่ให้ดอกไม้เหี่ยวตัดสินใจว่าจะไม่เอาไปปักแจกันขึ้นโต๊ะอาหารที่บ้านเพราะคงมีเด็กบางคนไม่ชอบใจนัก
“ก็ยังดีนะที่รู้ว่าไม่ควรเอากลับไปที่บ้านด้วย”ไม่วายเดินมาหยุดยืนตรงหน้านับนทีที่กำลังปักดอกไม้ลงในแจกันเพื่อเอ่ยประชดใส่
“นายนี่นะ เด็กจริงๆ”นับนทีตีลงที่ไหล่กว้างของคนหน้าตาบึ้งตึงที่อุ้มเด็กหญิงเดินนำออกไปจากร้านก่อนคนโดนตีหันกลับมาทำหน้างอแงใส่นับนทีมองอย่างอ่อนใจเพราะอัศดินทร์ปีนี้อายุจะยี่สิบห้าเข้าแล้วแต่ไม่ต่างกับเด็กขี้อ้อนเมื่อสี่ปีก่อนนั่นสักนิด
“ไม่รู้ล่ะพี่ต้องทำของโปรดผมง้อด้วย”ทำเสียงงอนขึ้นจมูก
“โอเค งั้นแวะซื้อของสดก่อนแล้วกัน ของที่บ้านไม่น่าพอ”
“ได้ครับ” อัศดินทร์รับคำด้วยเสียงแช่มชื่นขึ้นวางลูกสาวลงบนคาร์ซีทในรถของนับนทีแล้วเดินไปขึ้นรถตัวเองขับตามนับนทีไปซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างไม่อิดออด
อัศดินทร์เป็คนจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินตามนับนทีที่กำลังเข็นรถเข็นเลือกของสดต่างๆโดยคนทั้งสามไม่รู้เลยว่าถูกคนรอบข้างจับจ้องและลงความเห็นไปแล้วว่าช่างเป็ครอบครัวที่น่ารักคุณพ่อหล่อ คุณแม่น่ารักและส่งต่อความน่ารักไปยังลูกสาวตัวน้อยผู้มีดวงตาโตและผิวขาวจัด
“นายจะกินกุ้งอบวุ้นเส้นใช่มั้ย” นับนทีหันมาถาม
อัศดินทร์ยิ้มเมื่อเห็นว่านับนทียังจำอาหารจานโปรดของเขาได้พยักหน้าหงึกหงักทั้งยิ้มพอใจทันที “ของโปรดผมเลย เอากุ้งตัวใหญ่ๆนะครับ”
“โอเค ไปเลือกกัน”นับนทีเอ่ยชวนเมื่อหยิบวุ้นเส้นมาใส่รถเข็นแล้ว
“น้าอัศอุ้มหน่อยได้ไหมคะ ของขวัญเดินเมื่อยแล้ว”เด็กหญิงร้องขอ
“ได้สิคะ”อัศดินทร์อุ้มเด็กหญิงขึ้นมาไว้ในวงแขนแล้วเดินนำหน้านับนทีไปยังแผนกอาหารทะเลเพื่อซื้อกุ้งนับนทีมองทั้งสองคุยกันกระหนุงกระหนิงจากด้านหลังก็พลอยยิ้มออกมาด้วย
ไม่นานก็ได้ของที่จะทำอาหารครบโดยอาหารมื้อนี้อัศดินทร์เป็คนจ่ายเงินค่าของสดทุกอย่างซึ่งนับนทีไม่สามารถโต้แย้งได้เพราะอัศดินทร์ยึดบัตรเครดิตนับนทีที่ยื่นไปให้พนักงานไว้และยื่นบัตรเครดิตของตัวเองไปให้พนักงานแทนแถมยังเป็คนขนของทั้งหมดไปใส่รถตัวเองอย่างแข็งขันไม่ยอมให้นับนทีได้ถือช่วยแม้แต่ถุงเดียว นับนทีมีหน้าที่แค่จูงมือลูกเดินตามหลังอัศดินทร์ไปที่รถเท่านั้น
วันนี้เป็อีกวันที่นับนทีมีลูกมือจอมป่วนมาช่วยในครัวอัศดินทร์ช่างแหย่และทำให้นับนทีหัวเราะได้มากจริงๆลูกล่อลูกชนแพรวพราวไปหมดไม่แปลกใจเลยที่ใครๆก็ต่างอยากเข้ามารู้จักอัศดินทร์กันทั้งนั้นถึงขนาดเขาที่เจออัศดินทร์ในโหมดน้องรักยังอมยิ้มนับครั้งไม่ถ้วนส่วนคนที่เข้ามาหวังจะเป็แฟนคงยิ่งจะละลายไปกันใหญ่
“เป็ไง กุ้งอบวุ้นเส้นพี่พอจะง้อนายได้มั้ย”นับนทีกอดอกถามคนที่กำลังตักกุ้งอบวุ้นเส้นของโปรดขึ้นชิมคำโตก่อนจะได้รับนิ้วโป้งพร้อมดวงตาพราวระยับแสดงความพอใจกลับมาเป็คำตอบ
“ฝีมือขั้นเทพเหมือนเดิม เก่งจริงๆเลยน้าคนนี้”นอกจากให้นิ้วโป้งมาแล้วยังยื่นมือมาบู้บี้แก้มทั้งสองของนับนทีนับนทีทั้งหัวเราะเ้าเด็กปากหวานทั้งปัดมือซุกซนนั้นออกเป็พัลวัน
“อย่าเล่นเป็ด็กน่า ตักใส่จานออกไปเสิร์ฟได้แล้วลูกหิว…ของขวัญหิวจนไส้กิ่วแล้วมั้ง น้าอัศมัวแต่มาป่วนในครัวไม่เสร็จซะทีแบบนี้”นับนทีหลุดคำว่าลูกออกมาอีกครั้งจนรีบแก้คำพูดใหม่แทบไม่ทันไม่กล้ามองหน้าอัศดินทร์ตรงๆเพราะกลัวเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามเข้าข้างในอกซ้ายหัวใจเต้นโครมครามราวกับจะโลดออกมานอกอก ทว่าอัศดินทร์กลับไม่ได้ติดใจสงสัยเลยสักนิดฮัมเพลงขึ้นอย่างมีความสุขขณะที่ตักกุ้งอบวุ้นเส้นใส่จานออกไปเสิร์ฟนับนทีตบอกตัวเองปุๆเป่าปากออกมาอย่างโล่งใจรู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นอีกปีอย่างไม่มีสาเหตุ
มื้ออาหารที่มีแขกคุ้นตามาร่วมโต๊ะอีกวันเริ่มขึ้นคุณป้าที่เคยคุ้นกับอัศดินทร์ดีแล้วเอ่ยถามถึงการทำงานเพราะอัศดินทร์เคยบ่นเื่ต้องไปทำงานกับพ่อบนโต๊ะอาหารครั้งก่อนซึ่งท่านจำได้อัศดินทร์เองก็เล่าให้ท่านฟังอย่างสุภาพบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและนับนทีค้นพบอย่างหนึ่งว่าพ่อกับลูกค่อนข้างชอบอาหารเหมือนๆกันจนน่าใ
“ขับรถดีๆนะ”
“อื้ม พี่เข้าไปก่อนสิผมถึงจะไป”อัศดินทร์เอ่ยไล่และนับนทีก็พยักหน้ารับล็อคประตูเหล็กหน้าบ้านแล้วเดินกลับเข้าไปด้านในก่อนปิดประตูบ้านก็หันมาโบกมือให้อัศดินทร์ที่โบกมือไล่ว่าให้เข้าไปในบ้านได้แล้วนับนทีพยักหน้าแล้วทำตามอย่างว่าง่ายท้ายรถสีแดงจึงเคลื่อนพ้นแนวรั้วบ้านหายลับออกไป
นับนทีละหน้าออกจากม่านที่แหวกออกดูรถของอัศดินทร์แล้วเดินมาทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาด้วยความเหนื่อยอ่อนถามตัวเองว่าเขาจะสามารถซ่อนความลับต่ออัศดินทร์ไปได้ตลอดรอดฝั่งไหมในเมื่อหัวใจเขาอ่อนยวบให้กับความอ่อนโยนของอัศดินทร์มากขนาดนี้ ความใกล้ชิดทำให้นับนทีสนิทสนมกับอัศดินทร์มากขึ้นและตอนนี้ไม่ใช่เพียงนับนทีเท่านั้นลูกสาวและแม้แต่คุณป้าก็กำลังคุ้นเคยกับอัศดินทร์จนแทบไม่ใช่คนแปลกหน้าของบ้านหลังนี้นับนทีไม่กล้าจินตนาการเลยว่าหากวันหนึ่งอัศดินทร์เกิดล่วงรู้เข้าจะโกรธเกลียดเขามากขนาดไหนแค่วันนี้ที่เขาจะโกหกเื่ธีร์มาจีบอัศดินทร์ก็หน้าตึงทันทีและไม่ลังเลที่จะบอกให้เขาไม่โกหก
นับนทีถอนหายใจยาวขณะที่กอดตัวเองไว้แน่นอย่างคนคิดไม่ตก…
100%
#ซ่อนรักอัศดินทร์
……………………………………………………
โปรดติดตามตอนต่อไป^^