นาฬิกาบอกเวลา 18:00 น. ตรงเป๊ะ
น้ำขิงยืนอยู่หน้าประตูไม้โอ๊กสีเข้มของห้องพักอาจารย์แพทย์
ป้ายหน้าห้องสลักชื่อ นพ. อคิน – ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจ ตัวอักษรสีทองนั้นดูขลังจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะเคาะ
หลังจากยืนทำใจอยู่นาน เธอก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วยกมือขึ้นเคาะเบาๆ
ก๊อก... ก๊อก...
“เข้ามา” เสียงอนุญาตดังลอดออกมาแทบจะทันที ราวกับเขารออยู่แล้ว
น้ำขิงผลักประตูเข้าไป ภายในห้องกว้างขวาง เย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศ และเงียบสงัด กลิ่นกาแฟจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยแตะจมูก
อคินนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาถอดเสื้อกาวน์ตัวนอกออกแล้ว พาดไว้ที่พนักเก้าอี้ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่พับแขนขึ้นจนถึงศอก เผยให้เห็นเส้นเืที่ท่อนแขนแกร่งขณะกำลังตวัดปากกาเซ็นเอกสาร แว่นสายตากรอบเงินยังคงอยู่บนใบหน้า ขับเน้นความเคร่งขรึมให้ดูดุดันยิ่งขึ้น
“ล็อคประตูด้วย” เขาออกคำสั่งโดยไม่เงยหน้ามอง
“คะ?” น้ำขิงชะงัก
“ผมบอกให้ล็อคประตู ผม้าสมาธิในการตรวจงาน” เขาเน้นคำท้ายเสียงหนักแน่น
น้ำขิงกลืนน้ำลายลงคอ มือสั่นเทาเอื้อมไปกดล็อคลูกบิดประตู แกร๊ก... เสียงนั้นฟังดูเหมือนเสียงปิดตายทางหนีของตัวเอง
เธอเดินตัวลีบเข้าไปวางปึกรายงานที่เขาให้คัดลายมือแก้โทษบนโต๊ะ “ระ... รายงานที่อาจารย์สั่งค่ะ”
อคินวางปากกาลง เขาหยิบรายงานของเธอขึ้นมาเปิดผ่านๆ สายตาไล่อ่านเนื้อหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดแฟ้มเสียงดัง ปึก! แล้วเงยหน้ามองเธอเต็มตา
“ลายมือแย่ เนื้อหาก็ลอกตำรามาทั้งดุ้น... คุณไม่ได้ใช้ความเข้าใจเขียนเลยสักนิด”
“ขอโทษค่ะ... หนูรีบ...”
“รีบ? หรือเพราะสติแตกจนทำอะไรไม่ถูก?”
อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ค่อยๆ เดินอ้อมโต๊ะทำงานมายืนตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจนเกิดเงาทาบทับร่างเล็กของน้ำขิง เธอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังไปชนกับขอบเตียงตรวจคนไข้
“อ๊ะ...” น้ำขิงสะดุ้ง หมดทางหนี
“ดูคุณสิ... เหงื่อแตก หน้าซีด มือสั่น” อคินก้มหน้าลงมาใกล้จนััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน “อาการแบบนี้ทางการแพทย์เขาเรียกว่าอะไรครับนักศึกษา?”
“หนู... หนูแค่ตื่นเต้น...”
“ผมว่าไม่ใช่แค่นั้นมั้ง”
มือหนาเอื้อมไปหยิบหูฟังแพทย์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เขาคล้องมันไว้ที่คอก่อนจะสวมส่วนหูฟังเข้ากับหูตัวเองด้วยท่าทางเชื่องช้าแต่น่ามองอย่างประหลาด
“ขึ้นไปนั่งบนเตียง” เขาพยักหน้าไปที่เตียงตรวจ “ผมจะตรวจร่างกายคุณ”
“ต... ตรวจทำไมคะอาจารย์ หนูสบายดี” น้ำขิงเบิกตากว้าง ปฏิเสธเสียงหลง
“ผมเป็อาจารย์ของคุณ ถ้าผมบอกว่าคุณป่วย คุณก็ต้องป่วย” น้ำเสียงของเขาเผด็จการจนปฏิเสธไม่ได้ “ขึ้นไป... หรือจะให้ผมอุ้ม?”
น้ำขิงรีบะโขึ้นไปนั่งบนเตียงตรวจด้วยความรวดเร็ว ขาสั้นๆ ของเธอลอยเหนือพื้นเล็กน้อย อคินขยับมายืนแทรกตรงหว่างขาของเธอทันที ระยะห่างที่ลดลงทำให้หัวใจของเธอเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก
“ขออนุญาตนะครับ”
คำพูดสุภาพขัดกับการกระทำ เมื่อมือแกร่งเอื้อมมาปลดกระดุมเม็ดบนของเสื้อนักศึกษาออกอย่างชำนาญ
“อาจารย์! จะทำอะไรคะ!” น้ำขิงตะครุบมือเขาไว้ หน้าแดงก่ำ
“ฟังเสียงหัวใจ” อคินตอบหน้านิ่ง “ถ้าไม่เปิดเสื้อ จะฟังชัดได้ยังไง... อยู่นิ่งๆ”
เขาปัดมือเธอออกเบาๆ ก่อนจะปลดกระดุมเม็ดที่สองและสาม เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามแรงหายใจ
อคินหยิบส่วนแป้นฟังของหูฟังขึ้นมา เขาไม่ได้วอร์มมันให้อุ่นเหมือนที่ทำให้คนไข้ แต่กลับแนบโลหะเย็นเฉียบลงไปที่เนินอกด้านซ้ายของเธอโดยตรง
“อื๊อ!” น้ำขิงสะดุ้งเฮือก ความเย็นของโลหะตัดกับความร้อนผ่าวของร่างกายทำให้เธอเผลอครางออกมา
“ชู่ว... หายใจเข้าลึกๆ”
เขาออกคำสั่งเสียงพร่า ขณะค่อยๆ ไล้แป้นหูฟังวนไปรอบๆ เนินอก ราวกับจงใจกลั่นแกล้ง ดวงตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของเธอผ่านเลนส์แว่นอย่างไม่วางตา
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจของเธอดังรัวเร็วผ่านหูฟังเข้าสู่โสตประสาทของเขา
“Tachycardia (หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ) ...” เขาพึมพำ “เร็วกว่า 120 ครั้งต่อนาที... นี่คุณเป็โรคหัวใจ หรือกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่?”
น้ำขิงนั่งหอบหายใจอยู่บนขอบเตียงตรวจคนไข้ที่ปูด้วยหนังสีเขียวเข้ม เสื้อนักศึกษาหลุดลุ่ยเผยให้เห็นไหล่เนียนและเนินอกขาวผ่องที่กระเพื่อมไหวรุนแรง
แทนที่จะหวาดกลัวเหมือนตอนแรก แววตาภายใต้กรอบแว่นของเธอกลับฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า เธอจ้องมองอาจารย์หมออคินที่ยืนอยู่หว่างขา สายตาของเธอไม่ได้ร้องขอความเมตตา... แต่กำลังท้าทาย
“อาจารย์บอกว่าหนูหัวใจเต้นเร็ว...” น้ำขิงเอ่ยเสียงพร่า มือเล็กเอื้อมไปแตะที่หน้าอกเสื้อกาวน์ของเขาเบาๆ ปลายนิ้วลากผ่านป้ายชื่อลงมาหยุดที่หัวเข็มขัด “...แล้วอาจารย์ไม่คิดจะรักษาอาการหนูหน่อยเหรอคะ?”
อคินชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าลูกศิษย์ที่ดูหัวอ่อนจะกล้าเล่นกับไฟขนาดนี้ แต่นั่นกลับทำให้มุมปากของเขายกยิ้มร้ายกาจขึ้นมา
“ปากเก่ง...” เขาแค่นเสียงในลำคอ “ในเมื่อคนไข้ร้องขอ... หมอก็คงปฏิเสธไม่ได้”
เขาค่อยๆ ลากแป้นหูฟังต่ำลง... ผ่านร่องอก ลากวนรอบฐานอก แล้วเลื่อนต่ำลงไปที่หน้าท้องแบนราบ
“หนาวเหรอ?” เขาแกล้งถามเมื่อเห็นหน้าท้องเธอหดเกร็ง
“มะ... ไม่ค่ะ... เสียว...” น้ำขิงตอบตามตรง สองขาเรียวแยกกว้างออกโดยไม่รู้ตัว ราวกับเชิญชวนให้เขาััลึกซึ้งกว่านี้
อคินวางหูฟังลงบนอกเสื้อ แต่ไม่ได้ถอดออกจากหู สายตาคมกริบจ้องมองร่างที่นอนระทดระทวยอยู่บนเตียงตรวจ เขาใช้มือข้างซ้ายรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะ แล้วกดตรึงไว้กับเบาะหนังอย่างแ่าจนขยับหนีไปไหนไม่ได้ เป็พันธนาการที่แสดงอำนาจเหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ
อคินไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาใช้มือหนาหยาบกร้านเลื่อนต่ำลงไปกอบกุมชายกระโปรงทรงเอสีดำที่รัดรูปของเธอ ออกแรงถลกมันรวดเดียวขึ้นไปกองไว้เหนือเอวคอดกิ่ว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนเสลาราวกับลำเทียนที่สั่นระริก
“สวย...”
เขาพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะใช้นิ้วเกี่ยวขอบกางเกงชั้นในลูกไม้สีหวานให้รั้งลงไปจนพ้นทาง ปรากฏความงดงามที่ซ่อนเร้นสู่สายตาคมกริบ
กลีบเนื้อสาวอวบอูมสีชมพูระเรื่อปรากฏแก่สายตา มันปิดสนิทแนบชิดกันแต่กลับชุ่มโชกไปด้วยน้ำหล่อลื่นใสๆ ที่ไหลซึมออกมาจนเปียกแฉะไปถึงขาหนีบ ยิ่งเธอหายใจแรง ร่องสวาทสีสดนั้นก็ยิ่งขมิบตอดอากาศตุบๆ ราวกับดอกไม้ที่กำลังบานฉ่ำรอคอยภมรมาดอมดม ภาพความยั่วยวนตรงหน้าทำให้อคินแทบคลั่ง เส้นความอดทนขาดสะบั้นลงทันที
มือขวาที่ว่างอยู่เอื้อมลงไปปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงสแล็คของตัวเองลงอย่างรวดเร็ว งัดเอาความเป็ชายขนาดมหึมาที่แข็งขึงจนปวดหนึบออกมาสู่สายตา ท่อนเนื้อร้อนผ่าวสีเข้มที่มีเส้นเืปูดโปนพาดผ่านดูน่าเกรงขามและอันตรายจนน้ำขิงต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดเสียว
“งั้นลองดูซิว่า... การฉีดยาเข็มนี้ จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจหรือทำให้มันพุ่งทะลุปรอทกันแน่”
เขาก้มลงกระซิบเสียงต่ำ พลางจับแก่นกายที่ผงาดง้ำถูไถไปตามร่องสวาทฉ่ำน้ำ ส่วนหัวบานหยักสีสดบดคลึงเข้ากับปุ่มกระสันที่ไวต่อความรู้สึก ลากผ่านน้ำหวานสีใสที่ไหลเยิ้มออกมาต้อนรับ ความร้อนระอุจากกายแกร่งแนบชิดเสียดสีกับความอ่อนนุ่มจนน้ำขิงสะท้านเฮือก ร่างกายบิดเร่าด้วยความทรมานปนสุขสม
ความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วท้องน้อย น้ำขิงกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเื บิดสะโพกเข้าหาความใหญ่โตนั้นด้วยความกระสันอยากที่ไม่อาจเก็บกลั้น สติสัมปชัญญะกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว
“เข้ามาเลยค่ะ... อาจารย์... รักษาหนูที”
สิ้นคำเชิญชวนที่สั่นเครือ อคินก็แสยะยิ้มร้าย เขาจับท่อนเนื้อจ่อที่ปากทางคับแคบ แล้วกระแทกสะโพกสอบสอดใส่ตัวตนเข้าไปรวดเดียวจนมิดด้าม!
ปึก!
“อ๊าาาา!”
น้ำขิงหวีดร้องเสียงหลง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นระบายความจุกเสียด ร่างกายกระตุกเกร็งรับความใหญ่โตที่แหวกว่ายเข้ามาจนคับแน่น ช่องทางนุ่มขยายตัวออกจนตึงเปรี๊ยะ โอบรัดสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้ามาในกายจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน
“อืม... แน่น... แน่นชิบหาย...”
อคินคำรามลอดไรฟัน กรามแกร่งขบกันแน่นด้วยความเสียวซ่าน ผนังเนื้อนุ่มหยุ่นตอดรัดตัวตนของเขาตุบๆ ราวกับจะรีดเร้นิญญา เขาแช่ค้างไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้เธอปรับตัว รับรู้ถึงแรงบีบรัดมหาศาล
ทั้งที่ส่วนล่างเชื่อมต่อกันลึกซึ้ง แต่อคินยังคงสวมหูฟังอยู่ เขาโน้มตัวลงไปทาบทับเธอ ใช้แป้นหูฟังที่เย็นเฉียบแนบลงที่อกข้างซ้ายของเธออีกครั้ง ตัดกับความเร่าร้อนที่จุดเชื่อมต่อเบื้องล่าง ขณะที่สะโพกเริ่มขยับถอนออกเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่
“ฟังนะ...” เขากระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูที่แดงก่ำ “ฟังเสียงหัวใจตัวเองตอนโดนผมกระแทก... ว่ามันเต้นแรงแค่ไหน”
เขาขยับสะโพกเนิบนาบแต่หนักหน่วง ทุกครั้งที่กระแทกกระทั้นเข้าไปจนสุดทาง แป้นหูฟังก็จะถูกกดลงบนอกเธอเน้นๆ ตามจังหวะรัก ราวกับจะตอกย้ำให้เธอจดจำัันี้
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามรัวเร็วดังก้องชัดเจนในหูของอคิน ผสมผสานไปกับเสียง ตับ... ตับ... ของเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องห้องเงียบ และเสียงน้ำรักที่เฉอะแฉะจากการเสียดสี มันเป็ซิมโฟนีแห่งราคะที่ปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนของหมอหนุ่มให้ตื่นเพริด
เขาเริ่มเร่งจังหวะจากเนิบนาบเป็รัวเร็ว ความเสียดสีร้อนแรงจุดไฟราคะให้ลุกโชน อคินจงใจบดคลึงจุดกระสันภายในซ้ำๆ จนคนใต้ร่างบิดเร่า
“อ๊ะ... อ๊า... อาจารย์... ลึก... มันลึก...”
น้ำขิงครางไม่เป็ภาษา ร่างกายโยกคลอนไปตามแรงกระแทกอันดุดัน ความจุกเสียดแปรเปลี่ยนเป็ความซาบซ่านจนสมองขาวโพลน มือที่ถูกตรึงไว้กำแน่นจนเล็บจิกเบาะ
“เรียกหมอคิน...” เขาคำรามสั่งเสียงดุ สวนสะโพกเข้าใส่จุดกระสันถี่รัวไม่ยั้งแรง “Vital Signs (สัญญาณชีพ) ของคุณกำลังปั่นป่วนไปหมดแล้วน้ำขิง... ยอมรับมาสิว่าคุณชอบมัน”
น้ำขิงไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป ความเสียวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายใช้ขาเรียวเกี่ยวรัดเอวสอบของเขาไว้แน่น เด้งสะโพกสวนรับแรงกระแทกอย่างถึงใจ เพื่อให้เขาเข้ามาได้ลึกที่สุด... แแ่ที่สุด
“หมอคิน... อื้อ... ขิงไม่ไหว... ขิงจะเสร็จ...”
“ปล่อยออกมา...” อคินเร่งจังหวะสุดท้าย ตอกอัดความแข็งแกร่งเข้าไปเน้นๆ ถี่รัว “ผมไม่อนุญาตให้หยุดหายใจ แต่ผมอนุญาตให้คุณเสร็จคาเตียงตรวจนี้ได้!”
วินาทีที่ทั้งคู่แตะขอบ์ น้ำขิงหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งรุนแรง ภายในบีบรัดตัวตนของเขาแน่นจนปวดหนึบ อคินคำรามต่ำ ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนฉีดพ่นเข้าไปในกายเธอทุกหยาดหยด
ทั้งคู่นอนหอบหายใจกอดก่ายกันบนเตียงตรวจที่ยับยู่ยี่ เสียงเครื่องปรับอากาศยังคงทำงาน แต่ความเย็นนั้นไม่อาจดับไฟราคะที่เพิ่งมอดลงได้เลย
อคินค่อยๆ ถอดหูฟังออกจากหู แล้วก้มลงจูบที่หน้าผากชื้นเหงื่อของลูกศิษย์สาว
“อาการคุณยังไม่คงที่...” เขากระซิบด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่มุมปาก “เห็นทีคืนนี้ผมคงต้องแอดมิดคุณที่ห้องนี้ทั้งคืนซะแล้วมั้ง”