บทที่ 3 ต้องกลับไปทำงาน
ใน่เที่ยง ซูจงจวินก็กลับมาที่บ้านสกุลซ่งอีกครั้ง
เพื่อนบ้านในละแวกนี้ต่างรู้กันว่านายทหารที่อยู่บ้านข้าง ๆ ได้กลายเป็คู่หมั้นของซ่งเฉียวแล้ว พวกเขาต่างพากันมามุงดูหน้าบ้านตระกูลซ่ง พ่อและแม่ของซ่งเฉียวจึงชวนกันออกไปคุยนอกบ้านเพื่อให้พื้นที่กับคู่หนุ่มสาว
ซูจงจวินที่มาเยือนเป็ครั้งที่สองดูสีหน้าไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็ยังคงใจเย็นบอกว่าได้ส่งโทรเลขไปแล้ว คาดว่าพรุ่งนี้คงได้รับคำตอบ จากนั้นจึงถามเื่งานของน้องชายเขาว่าเป็อย่างไร
ตอนนี้ซ่งเฉียวถึงได้นึกถึงสิ่งที่แม่เคยเล่าให้ฟัง ว่าทำไมตระกูลซูถึงยอมรับเื่การแต่งงานนี้ เพราะพ่อของเธอได้ไปคุยโวเอาไว้
บอกว่าจะหาทางให้น้องชายตระกูลซูเข้าไปทำงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์
แต่เขาจะพาซูจงเหว่ยซึ่งเป็น้องชายไปเข้ากองทัพ ซ่งเฉียวคิดว่าเื่นี้ค่อย ๆ อธิบายได้
"หมายความว่าที่พูดไปเป็เื่โกหกงั้นเหรอ?" ซูจงจวินยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความไม่พอใจ เขาไม่ชอบคนโกหก จู่ ๆ ก็รู้สึกเสียใจที่รีบส่งโทรเลขเร็วเกินไป
"คุณก็จะพาน้องชายไปด้วยอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันคิดว่าเื่งานเดี๋ยวก็ต้องได้สักวัน" ซ่งเฉียวไม่กล้ามองสีหน้าของเขา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูจงจวินก็ใมาก เพราะเื่ที่เขาจะพาน้องชายไปด้วยนั้น เขาไม่เคยบอกใคร ในทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเื่ที่ซ่งเฉียวพูดถึงยศทหารของตัวเองได้อย่างถูกต้องเมื่อเช้านี้ สัญญาณเตือนภัยในสมองดังขึ้น เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาดุดัน
"คุณเป็ใครกันแน่?"
"ฉันไม่ใช่สายลับ!" ซ่งเฉียวที่รู้ว่าตัวเองพูดพลาด รีบโบกมือปฏิเสธ ทั้งหมดเป็เพราะตัวเธอชอบมองจากมุมมองคนนอก จึงพูดไม่ทันคิด "ถ้าคุณไม่เชื่อ ส่งคนไปตรวจสอบก็ได้ บรรพบุรุษของพวกเราเป็ชาวนา พ่อแม่เป็กรรมกร ฉันจะเป็สายลับได้ยังไง!"
เห็นเธอใจนทำตัวไม่ถูก เหมือนกระต่ายน้อยตาแดง ซูจงจวินก็ไม่ได้ติดใจเื่นี้ต่อ แต่เพื่อไม่ให้เธอโกหกอีกต่อไป ซูจงจวินจึงขู่เธอว่า "ฉันจะส่งคนไปตรวจสอบ"
ตอนนี้ปัญหาหลักคือ เพราะครอบครัวซ่งตกลงจะช่วยหางานให้ซูจงเหว่ย พ่อแม่จึงไม่ยอมให้พาซูจงเหว่ยไป และพวกท่านก็ไม่ยอมย้ายออกจากเมืองหงซิงด้วย
ทำให้เขารู้สึกลำบากใจมาก
แต่เดิมตั้งใจจะมาบอกให้ครอบครัวซ่งเลิกยุ่งเกี่ยวกับเื่ของน้องชาย ไม่คิดว่าจะเป็การหลอกลวง ั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยถูกใครหลอกมาก่อนเลย
"แล้วเื่งานจะทำยังไงต่อ?" ซูจงจวินถามอย่างจนปัญญา
ซ่งเฉียวก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ก็ไม่รับคนแล้ว ที่ทำงานของพี่ชายเธอยิ่งไม่ต้องพูดถึง พี่ชายเธอโชคดีมากที่สอบเข้าได้ ข่าวภายในบอกว่ารุ่นของซ่งเจี้ยนกั๋วเป็รุ่นสุดท้ายที่จะรับคนจากภายนอก
ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงงานบัญชีที่โรงงานอิฐขึ้นมา งานนั้นพ่อของร่างเดิมใช้เงินเก็บหลายปีนำคูปองพิเศษไปซื้อเหล้าเหมาไถในตลาดมืด เพื่อมอบให้ผู้จัดการโรงงานอิฐ
ทุกครั้งที่นึกถึงว่าต้องยกงานนี้ให้นางเอกไป ก็รู้สึกเสียดายมาก
แต่เดิมเธอตั้งใจว่าจะรอแต่งงานกับซูจงจวินก่อน แล้วค่อยของานนั้นคืนมา โดยอ้างว่าเป็ญาติทหาร แต่ตอนนี้ต้องใช้ชื่อของซูจงจวินในการเอางานกลับมาให้ซูจงเหว่ย
"ฉันเคยมีงานหนึ่ง ที่ให้คนอื่นไปแล้ว แต่งานนี้ครอบครัวฉันจ่ายเงินไป..." พูดถึงตรงนี้ เธอรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เสียงเบาลง พลางบิดนิ้วมือพึมพำไม่กล้าพูดต่อ
"แล้วยังไงต่อ? " ตอนนี้ซูจงจวินไม่มีความอดทนกับเธอเลย
"ก็คือ...ถ้าพวกเราหน้าด้านสักหน่อย ก็อาจจะเอากลับคืนมาได้ แล้วค่อยให้น้องชายของคุณ" เธอรวบรวมความกล้าพูดจนจบ เมื่อเผชิญหน้ากับซูจงจวิน เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ แอบสังเกตสีหน้าของเขาอย่างระมัดระวัง
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป ซูจงจวินถอนหายใจหนัก ๆ แล้วถามอย่างระแวง "ไม่ใช่ว่าให้หวังจื้อไปใช่ไหม"
ซ่งเฉียวพยักหน้าอย่างละอายใจ
หลังจากนั้นก็มีแต่เสียงถอนหายใจอย่างจนปัญญาของซูจงจวินเท่านั้น
พวกเขาทั้งสองคนก็พอ ๆ กัน
"ได้ เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับตระกูลหวังเอง ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็จะช่วยทวงเงินคืนมาให้"
ซูจงจวินหมุนตัวจะเดินจากไป ซ่งเฉียวรู้สึกผิดจึงเรียกเขาไว้
เขาพลันสะดุ้งทั้งตัว "เขาเอาไปให้คนอื่นอีกแล้วเหรอ? "
"เขาเอาไปให้เซี่ยหรันหรั่นจากตระกูลเซี่ย"
"......"
ซ่งเฉียวรักหวังจื้อมากกว่าที่หวังจื้อรักเธอ!
ตอนที่ซูจงจวินเดินออกจากบ้าน สมองของเขาสับสนวุ่นวาย ผู้หญิงคนนี้โง่มาก เธอยอมยกงานให้คนที่ชอบ แล้วคนที่ชอบก็ไปชอบผู้หญิงคนอื่น แต่เธอกลับยังนั่งคุยเื่แต่งงานกับเขาได้อย่างใจเย็น
แต่พอคิดอีกที ก็ไม่รู้ว่าเธอโง่ หรือตัวเขาเองที่โง่กันแน่
"ลูกเขยจะกลับแล้วเหรอ" พ่อซ่งะโทักทายเขามาจากหน้าบ้านเพื่อนบ้าน ใบหน้ายิ้มจนเกือบจะเป็รอยย่น
ซูจงจวินยิ้มจาง ๆ พยักหน้าให้เขาแล้วเดินออกจากชุมชนไป
เมื่อเห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูห่างเหิน มีคนอดถามไม่ได้ว่า "พี่ซ่ง ดูเหมือนลูกเขยที่เป็ทหารคนนี้ไม่ค่อยสนิทกับคุณเลยนะ"
"พูดเื่อะไรไร้สาระ เขาจากบ้านไปตั้งห้าปีแล้ว เจอพ่อแม่ตัวเองบนถนนยังต้องคิดก่อนถึงจะจำได้เลย"
"ฉันไม่คุยกับพวกคุณแล้ว พวกคุณแค่อิจฉาฉันเท่านั้นแหละ! "
หลังจากพูดจบ สามีภรรยาก็กลับเข้าบ้าน อยากถามลูกสาวว่าเมื่อครู่ทั้งสองคนคุยอะไรกัน
"เขาไปช่วยฉันขอตำแหน่งพนักงานบัญชีที่โรงงานอิฐคืนค่ะ"
พ่อซ่งขมวดคิ้ว ไม่พอใจและโกรธที่ลูกสาวไม่รู้จักกาลเทศะ "ทำไมแกต้องไปพูดเื่พวกนี้กับเขาด้วย เื่ไม่ดีในครอบครัวไม่ควรเอาไปพูดข้างนอก แกไม่รู้หรือไง พูดออกไปคนอื่นก็จะหาว่าแกโง่"
"หลังแต่งงาน แกก็ต้องไปอยู่กับเขาที่กองทัพ เื่ในอดีตใครจะไปรู้ ใครจะไปบอกเขา? ตอนนี้ก็ดีเลย แกดันไปสารภาพเอง แล้วต่อไปครอบครัวเล็ก ๆ ของพวกแกจะอยู่กันยังไง? "
พ่อซ่งพูดด้วยความโมโหและประชดประชัน ทั้งที่จริงก็แค่เป็ห่วงลูกสาวเท่านั้น กลัวว่าซูจงจวินจะดูถูกลูกสาวของตัวเอง
"แล้วเื่ของน้องชายเขาจะทำยังไง? บ้านเราก็รับปากบ้านเขาไปแล้วนะคะ" ซ่งเฉียวพูดจบ พ่อซ่งก็จ้องภรรยาด้วยสายตาไม่พอใจทันที ทำไมต้องพูดทุกเื่ให้ลูกสาวฟังด้วย
แต่ในเมื่อซูจงจวินรู้แล้ว เื่ของน้องชายเขาก็ต้องจัดการ เขาถอนหายใจแล้วนั่งลง ผ่านไปสักพักจึงถาม "เขามีความมั่นใจแค่ไหน? "
ซ่งเฉียวรีบส่ายหัว "เขาไม่ได้บอก"
"งั้นตามฉันไปที่บ้านตระกูลหวัง" เมื่อมีลูกเขยแล้ว พ่อซ่งก็รู้สึกมั่นใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ถึงเวลาที่ควรจะคุยกับตระกูลหวังเื่งานที่โรงงานอิฐแล้ว
พ่อหวังเมื่อเปิดประตูแล้วเห็นว่าเป็พ่อลูกตระกูลซ่ง ก็คิดจะปิดประตูทันที เขารู้ว่าสองคนนี้มาเพื่อเื่งาน แต่งานนั้นได้ให้เซี่ยหรันหรั่นไปแล้ว ตอนนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับครอบครัวของพวกเขา
ทันใดนั้น มือที่มีข้อนิ้วชัดเจนก็กดประตูเอาไว้ ซูจงจวินเงยหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่ายอย่างเ็า ความกดดันอันทรงพลังทำให้พ่อหวังชะงัก หลังจากอึ้งไปไม่นาน เขาก็เอียงหน้าถามพ่อซ่งว่านี่คือใคร
"ลูกเขยของฉัน"
พูดจบ เขาก็เดินเข้าไปข้างหน้า ยืนขวางประตูไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วให้ซ่งเฉียวกับซูจงจวินเข้าบ้านก่อน
หวังจื้อที่กำลังจัดกระเป๋าเดินทางอยู่ในห้องนอน เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในห้องโถง ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินออกมาดู
พอเปิดประตูเห็นว่าเป็ซ่งเฉียว ก็ขมวดคิ้วทันทีด้วยความรังเกียจ พลางคิดว่าเธอช่างเป็คนน่ารำคาญจริง ๆ ตามติดไม่เลิกราเสียที
"หวังจื้อ งานที่ฉันให้คุณไป คุณยังจำได้ใช่ไหม? " ซ่งเฉียวรีบพูดขึ้นก่อน
หวังจื้อพยักหน้าอย่างรำคาญ เขาไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ซ่งเฉียวสมัครใจที่จะดีกับเขาเอง เขาไม่เคยขอร้องให้เธอทำอะไรเพื่อเขาสักหน่อย
"ตอนนี้ฉันไม่อยากให้งานนั้นกับคุณแล้ว คุณรีบคืนงานให้ฉันเดี๋ยวนี้" แค่หวังจื้อยอมรับว่าเป็งานของเธอ ทุกอย่างก็จะจัดการได้ง่าย
หวังจื้อจ้องมองซ่งเฉียวด้วยสายตาเ็าตามปกติ แล้วค่อย ๆ เลื่อนสายตาไปที่ชายในชุดทหารที่ยืนอยู่ข้างเธอ นี่เธอพาคนมาช่วยด้วยหรือ?
เขาหัวเราะเยาะสองที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราวกับสั่งสอนเด็กว่า "ซ่งเฉียว พวกเราเป็ผู้ใหญ่กันแล้ว ก่อนจะทำอะไรไม่คิดให้ดีก่อนหรือ? งานที่เธอให้ฉันไปแล้ว จะมาเปลี่ยนใจตอนนี้ได้ยังไง การเป็คนต้องมีความน่าเชื่อถือด้วยนะ"
มองดูท่าทางสั่งสอนของอีกฝ่าย ซ่งเฉียวก็ไม่เข้าใจว่าร่างเดิมหลงรักผู้ชายแบบนี้ไปได้ยังไง นอกจากหน้าตาหล่อเหลาสมกับเป็พระเอกแล้ว ส่วนที่เหลือไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง
แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะปิดเทอมไปแล้ว แต่คนที่มีวุฒิมัธยมปลายก็ยังหางานชั่วคราวได้ง่ายกว่าคนทั่วไป แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่สูงไม่ต่ำเช่นนี้ จึงทำให้ต้องลงไปทำงานในชนบท
เมื่อเห็นซ่งเฉียวเงียบไป หวังจื้อคิดว่าเธอเข้าใจแล้ว กำลังจะโบกมือบอกว่าให้ลืมเื่วันนี้ไปเสีย แล้วพวกเขาก็จะแยกย้ายกันไป
ในตอนนั้น ซ่งเฉียวก็แบฝ่ามือออก