บทที่ 79: องเมียวจิหญิงแห่งศาสตร์มืด (The Dark Onmyoji Maiden)
ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิ กลับไม่ได้มีความรู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอจึงค่อยๆ ยื่นมือเรียวงามข้างขวาออกมาลูบไล้เข้าที่ใบหน้าของคุชิซาเกะ องยูเรียวทางด้านซ้ายมือ พลางยื่นใบหน้างามเข้าไปจูบที่กลางหน้าผากของนางด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล“ยิ่งเจ้ามีใบหน้าเช่นนั้น เจ้าก็ยิ่งงดงามเหลือเกิน”สายตาที่เจ้าหญิงฮิเมรากิมองไปที่ใบหน้าของคุชิซาเกะ องยูเรียวนั้น เต็มไปด้วยความรู้สึกเห็นใจ และความรู้สึกสงสารที่มีต่อนาง“แล้วเจ้าไม่กลัวข้าหรือ”“ข้ามีเหตุผลอันใดที่ข้าจะต้องกลัวเจ้า”เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุชิซาเกะ องยูเรียวก็เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบเข้าไปสวมกอดร่างของนางอย่างแนบชิดและนุ่มนวล พลางปลอบประโลมด้วยความอ่อนโยนที่มีต่อตัวนาง ทางด้านคุชิซาเกะ องยูเรียว เมื่อได้รับรู้ถึงความจริงใจที่เจ้าหญิงฮิเมรากิมีให้กับนาง จึงรีบกอดตอบอย่างแนบแน่นพลางร้องไห้โฮออกมา ในระหว่างนั้นเอง เจ้าหญิงฮิเมรากิก็พลางนึกถึงในสิ่งที่อาเบะ โนะ เซย์เมย์ ผู้เป็นราชครูเคยสอนเอาไว้ตั้งแต่เด็ก‘องยูเรียวบางตน...อาจจะเคยประสบกับอดีตที่เลวร้าย จงยึดมั่นในความอ่อนโยน และความมีเมตตาเป็นสิ่งสำคัญ อย่าได้แสดงความหวาดกลัวใส่นางเหล่านั้น’สักพัก ร่างคุชิซาเกะ-องยูเรียวก็ได้เรือนแสงออกมาก่อนที่ร่างของนางจะเลือนหายไป พร้อมกับกลายเป็นกลีบซากุระอันงดงามนับล้านกว่ากลีบแผ่กระจายออกมา และถูกสายลมโชยพัดไปทั่วบริเวณในวงกว้าง“หึ ไอที่เจ้าทำเป็นเมตตาอ่อนโยนเมื่อตะกี้นั่น มันน่าสะอิดสะเอี้ยนชะมัด”ทันใดนั้น ก็ได้มีเงาของหญิงสาวนางหนึ่งค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาจากทางด้านหลังทีละน้อย“เห็นแล้วอยากจะอ้วก”องเมียวจิหญิงปริศนานางนี้มีสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก ใบหน้างามของเธอนั้นนิ่วด้วยความรู้สึกที่คล้ายกับโกรธเคืองก็ไม่ปาน คิ้วบางทั้งสองข้างพลางขมวดเข้าหากันเพียงเล็กน้อยเธอมีใบหน้างามที่เรียวคมสวย ดวงตาคู่งามกลมโตสีน้ำตาล ผมสั้นสีน้ำเงินเข้มไว้หน้าม้าแบบซอยที่เผ้ารุงรัง แต่งกายด้วยชุดเสื้อกิโมโนสีม่วงเข้มอมดำ กางเกงฮากามะสีแดงขา 5 ส่วน ทับด้วยเสื้อคลุมฮาโอริสีดำยาวประมาณเข่า ผูกโบว์ไว้ที่ด้านหลังด้วยสายผ้าโอบิสีขาวที่ผูกทับไว้รอบเอว ผูกทับอีกชั้นด้วยเชือกโอบิจิเมะ สวมใส่ถุงเท้าสีขาว ตามด้วยรองเท้าบู๊ทจิคาทาบิสีดำ“เจ้าเป็นใครกันมิทราบ” เจ้าหญิงฮิเมรากิเอ่ยถามองเมียวจิหญิงปริศนาที่อยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่เรียบ เธอมีสีหน้าที่เย็นชาแบบสุดๆ ดวงตาสีน้ำเงินไพลินนั้นพลางหรี่ลง พร้อมกับขมวดคิ้วบางเข้าหากันเพียงเล็กน้อย“ข้ามีนามว่าทาคิยาฉะ-ฮิเมะ เจ้าจงเตรียมใจไว้เสีย เพราะที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อจะสังหารเจ้าโดยเฉพาะ องค์หญิงฮิเมรากิ”ทาคิยาฉะ-ฮิเมะพลางดันกระบังดาบขึ้นมาด้วยนิ้วโป้งบนมือเรียวงามข้างที่กำลังถือดาบคาตานะเอาไว้ คมดาบสีเงินมันเงานั้นได้โผล่ออกมาจากฝักดาบเพียงเล็กน้อย“ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าเจ้าผูกใจเจ็บกับข้าเรื่องอะไร แต่ถ้าหากคิดว่าเจ้าจะสังหารข้าได้ก็ลองดู”ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิในชุดองเมียวจิหญิงก็พลางชักดาบพลังแสงคุซานางิออกมา เธอไม่รู้สึกหวั่นเกรงต่อองเมียวจิหญิงคู่ปรับที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย จากนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิก็พุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างทาคิยาฉะ-ฮิเมะด้วยความเร็วสูง แต่ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็สามารถหลบไปอยู่ทางด้านหลังของเจ้าหญิงฮิเมรากิได้ทัน ก่อนที่เธอจะชักดาบคุโรมาโฮกาตานะออกมาด้วยมือเรียวงามอีกข้าง แล้วฟันเข้าไปที่ร่างของอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง แต่เจ้าหญิงฮิเมรากินั้นเหมือนว่าจะรู้ทัน จึงรีบป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็วจากนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบกระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลัก ก่อนที่จะเริ่มพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด เสียงกระทบกระทั่งกันระหว่างคมดาบพลังแสงกับคมดาบคาตานะนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณอย่างต่อเนื่องสักพัก เจ้าหญิงฮิเมรากิก็เปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นดาบยาว ก่อนที่เธอจะร่ายเวทย์ธาตุสายฟ้าลงบนคมดาบยาว จนกลายเป็นคมดาบยาวอัสนีสีเหลืองอ่อนที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั่วคมดาบ จากนั้น เธอก็พุ่งเข้าไปฟันใส่ด้วยความรวดเร็ว แต่ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็หลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่เธอจะรีบกระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลักด้วยความรวดเร็ว“ฝีมือไม่เบาเลยนี่ ทาคิยาฉะ-ฮิเมะ ข้าคงจะประเมินเจ้าต่ำไป”“เจ้าอย่ามาทำเป็นชื่นชมข้าไปหน่อยเลยน่า”ทาคิยาฉะ-ฮิเมะรีบเก็บดาบคุโรมาโฮกาตานะเข้าไปในฝัก ก่อนที่เธอจะร่ายมนต์ดำเพื่อทำการเสกคมดาบมายาเรือนแสงอ่อนๆ สีดำทมิฬให้ปรากฏขึ้นที่ด้ามจับของดาบ ซึ่งมีรูปทรงและขนาดความยาวที่เหมือนกับคมของดาบยาวโอดาจิในทุกประการ และมีกลุ่มควันดำที่มีอยู่เพียงน้อยนิดปกคลุมไปทั่วทั้งคมดาบยาวจากนั้น เธอก็ร่ายมนต์ดำธาตุสายฟ้าลงบนคมดาบมายาเรือนแสงที่มีขนาดยาว จนมีกระแสไฟฟ้าสีม่วงเข้มไหลเวียนไปทั่วคมดาบ และทั้งสองฝ่ายต่างก็พุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด เสียงกระทบกระทั่งกันระหว่างคมดาบยาวพลังแสง กับคมดาบมายาเรือนแสงสีดำทมิฬนั้นยังคงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างนั้นเอง ก็ได้มีกระแสไฟฟ้าสีดำทมิฬกับสีเหลืองอ่อนไหลเวียนปะปนกันไปมา ซึ่งเกิดจากการกระทบกระทั่งกันระหว่างคมดาบยาวพลังแสงสายฟ้าสีเหลืองอ่อน กับคมดาบมายาเรือนแสงสีดำทมิฬที่มีขนาดยาวพร้อมกับกระแสไฟฟ้าสีม่วงเข้มหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันมาได้สักพัก ทาคิยาฉะ-ฮิเมะก็ได้ยิงเก็นเอย์กาตานะ หรือดาบมายาเรือนแสงสีม่วงอ่อนออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดาบมายาเรือนแสงที่ถูกยิงออกมาทั้งหมดนั้นล้วนถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันที่มีอยู่เพียงน้อยนิด แต่เจ้าหญิงฮิเมรากิก็สามารถปัดดาบมายาเรือนแสงเหล่านั้นไปได้ทั้งหมดจากนั้น เธอก็รีบโปรยแผ่นยันต์ขึ้นที่กลางอากาศประมาณ 7 แผ่น ก่อนที่เธอจะทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกแผ่นยันต์ที่อยู่กลางอากาศทั้งหมดให้กลายเป็นพายุสายฟ้าขึ้นโจมตีใส่ทาคิยาฉะ-ฮิเมะด้วยความรวดเร็ว แต่อีกฝ่ายก็สามารถร่ายมนต์ดำสร้างแผงอาคมป้องกันขึ้นได้ทัน จึงทำให้เธอรอดพ้นไปจากลูกพายุสายฟ้าเหล่านั้นได้อย่างหวุดหวิดนังองค์หญิงนั่น...ร้ายกาจไม่เบาเลยแฮะด้วยความที่ทาคิยาฉะ-ฮิเมะนั้นเป็นคนที่ไม่ยอดถอดใจง่ายๆ เธอจึงเสกดาบมายาเรือนแสงสีม่วงอ่อนออกมา 12 เล่ม ข้างละ 6 เล่ม จากนั้นก็ยิงออกมาเป็นคู่ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหญิงฮิเมรากิก็สามารถหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทั้งหมด ก่อนที่เธอจะร่ายเวทย์สร้างเปลวไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดใหญ่ขึ้นโจมตีใส่ทาคิยาฉะ-ฮิเมะ แต่เธอก็สามารถหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทันทันใดนั้น ก็ได้มีฝูงดาบมายาเรือนแสงสีม่วงอ่อนนับพันเล่มปรากฏขึ้นที่บนท้องฟ้า โดยที่ปลายดาบทุกเล่มนั้นจะชี้ลงไปยังเบื่องล่าง ตรงบริเวณที่เจ้าหญิงฮิเมรากินั้นกำลังยืนอยู่ สักพัก ดาบมายาเรือนแสงเหล่านั้นก็ได้พากันดิ่งลงมาราวกับสายฝน แต่เธอก็สามารถร่ายเวทย์สร้างแผงอาคมป้องกันที่มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมไว้ได้ทัน จนทำให้เธอรอดพ้นไปจากฝูงคมดาบมายาเหล่านั้นได้อย่างหวุดหวิด จากนั้น แผงอาคมป้องกันก็ค่อยๆ เลือนหายไปจนหมดสิ้น