หากข้างกายไม่มีสตรีดูแลต่อให้หาเงินได้มากเพียงใด บุรุษย่อมอยู่แบบสกปรกเลอะเทอะอยู่ดี
แต่เมื่อมีสตรี มีคนให้เป็นห่วงมีคนห่วงใยเจ้า ครอบครัวถึงจะอบอุ่น ถึงจะเหมือนบ้าน
“โอย…” ขณะที่กำลังคุยอย่างมีความสุขจู่ๆ เจียงหงป๋อก็เอามือกุมท้อง ความรู้สึกนี้มาอีกแล้ว เหมือนกับคราวที่แล้ว
แต่หลังจากได้ถ่ายท้องเมื่อคราวก่อนร่างกายเขาเหมือนจะดีขึ้น ครั้งนี้…เจียงหงป๋อแอบตั้งความคาดหวังเล็กๆ ในใจ
เขาค่อยๆ เดินไปห้องสุขาเข้าไปอยู่นานก็ยังไม่ออกมา
“โอย…ข้าปวดท้อง เอ้อร์เกอท่านจะเสร็จหรือยัง? ช่างเถิดๆ ข้าไปเข้าข้างนอก...” เจียงหงหนิงวิ่งออกไปราวกับสายลม
จากนั้นก็ถึงตาเจียงหงหย่วน
เขามองหลินหวั่นชิวแวบหนึ่งยังไม่ทันพูดสิ่งใดกับนางก็กุมท้องออกจากบ้านไป
หลินหวั่นชิวคำนวณเวลาแล้วเตรียมน้ำสำหรับอาบให้เด็กทั้งสองเจียงหงหนิงกลับมาแล้ว เขาไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้นวิ่งไปดูเจียงหงป๋อที่ห้องสุขาและพยุงเขาออกมา
แต่เจียงหงหย่วนยังไม่กลับมา
“หงหนิงเหตุใดต้าเกอเจ้ายังไม่กลับมาอีก?” หลินหวั่นชิวอุดจมูก อดถามไม่ได้
“ข้าเห็นต้าเกอไปทางริมแม่น้ำคิดว่าน่าจะไปอาบน้ำที่นั่นขอรับ” เจียงหงหนิงตอบอย่างอายๆเจียงหงป๋อหน้าแดงไม่กล้าเงยหน้าเช่นกัน ตัวเขาเหม็นขนาดนี้…ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าหลินหวั่นชิว
สองพี่น้องรีบกลับเข้าห้องพบว่ามีน้ำสำหรับอาบจัดเตรียมไว้แล้ว ในใจทั้งตื้นตันทั้งเขินอายและกังวลไม่รู้ว่าพี่สะใภ้เตรียมน้ำให้เพราะรังเกียจพวกเขาหรือไม่…
หลินหวั่นชิวไม่มีเวลาไปคาดเดาความคิดพวกเขากลับไปหยิบเสื้อผ้าที่เตรียมให้เจียงหงหย่วนจากในห้องแล้วออกจากบ้านไป
หลังจากกินโอสถชำระไขกระดูกร่างกายจะขับเหงื่อสีดำเหม็นออกมา หากเปื้อนโดนเสื้อผ้าแล้วจะใส่ไม่ได้อีกมิเช่นนั้นอาบน้ำไปก็ไม่ต่างกระไรกับไม่อาบ
หลินหวั่นชิวสาบานว่านางแค่ไม่อยากทนดมกลิ่นเหม็นจากเจียงหงหย่วนเท่านั้นไม่ได้เป็นห่วงเขาแต่อย่างใด
ท้องฟ้าคืนนี้ไร้เมฆพระจันทร์เต็มดวงลอยสูงตระหง่าน แสงจันทร์นุ่มนวลดุจผ้าโปร่งปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้านจนทั้งหมู่บ้านราวกับถูกปกคลุมด้วยแสงพร่ามัว
แม่น้ำสายเล็กอยู่ห่างจากบ้านตระกูลเจียงไม่ไกลหลินหวั่นชิวเดินมาถึงอย่างรวดเร็ว
แต่เหตุใดในแม่น้ำกลับไม่มีผู้ใด?
“หย่วนเกอ…” หลินหวั่นชิวมองหาไปด้วยร้องตะโกนไปด้วยตามหลักแล้วเจียงหงหย่วนน่าจะอาบน้ำในแม่น้ำที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดสายนี้ไม่มีเหตุผลให้ต้องไปอาบไกลๆ
หรือว่า…
น้ำช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเย็นเกินไปจนขาเขาเป็นตะคริวก็เลย…
หลินหวั่นชิวไม่กล้าคิดต่อแต่นางรู้ดีว่าคนที่จมน้ำตายส่วนใหญ่ต่างว่ายน้ำเป็น
เหตุผลง่ายมากถ้าว่ายน้ำไม่เป็นจะลงแม่น้ำเพราะเหตุใด!
“หย่วนเกอ…ท่านอย่าทำข้ากลัวสิ!”
หลินหวั่นชิวร้อนใจขึ้นมาแล้วเสียงตะโกนมีความสะอื้น
ไม่ว่าอย่างไรตั้งแต่ที่นางมาถึงโลกนี้…บุรุษหยาบเถื่อนผู้นี้เป็นผู้ช่วยนางครั้งแล้วครั้งเล่าเห็นนางโดนรังแกก็จับคนโยนลงบ่อมูลโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ขึ้นเขาลึกไปล่าเสือเพื่อให้นางได้กินอิ่มได้ใส่เสื้อผ้าอุ่นๆ
เสือล่ากันง่ายๆ ที่ใด?
หากล่าง่ายจริงเมื่อก่อนครอบครัวยากจนเสียขนาดนั้น เหตุใดเขาไม่ล่าเสือมาขายบ้างล่ะ?
นี่ก็จะเข้าหน้าหนาวแล้วลมยามค่ำคืนพัดใส่หลินหวั่นชิว เย็นสะท้านไปทั่วกาย
กระทั่งแสงจันทร์ที่ตกกระทบลงบนผิวยังให้ความรู้เย็นยะเยียบเช่นกัน
มองผิวน้ำแน่นิ่งไร้รอยกระเพื่อมความกลัวแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจหลินหวั่นชิว
ควรทำอย่างไรดี?
ตอนนี้ในหัวหลินหวั่นชิวคิดถึงแต่ข้อดีของเจียงหงหย่วนเสียก็แต่ปากที่ชอบพูดจาไม่ดีของเขาเท่านั้นแม้แต่นิสัยที่ชอบวางมาดกับรอยแผลเป็นน่ากลัวบนใบหน้าล้วนถูกเพิ่มฟิลเตอร์ลงไปห้าชั้นกลายเป็นบุคลิกเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนผู้ใด
นี่คือเจียงหงหย่วนที่มีเพียงผู้เดียว
เจียงหงหย่วนข้ายินดีใช้ชีวิตร่วมกันกับเจ้า เจ้าอย่าตายได้หรือไม่…
ขอร้องล่ะ อย่าตายนะ…
“เจียงหงหย่วน ท่านห้ามตายนะหากท่านตายละก็ ข้าจะเอาเงินของท่านไปแต่งบุรุษอื่นเข้าบ้าน ผลาญเงินเจ้าอยู่บ้านเจ้า ทุบตีน้องชายเจ้าเสีย!”
หลินหวั่นชิวตกใจลนลานจนเลือกใช้คำพูดไม่ถูกแล้วน่าเสียดายที่นางว่ายน้ำไม่เป็น ไม่เช่นนั้นคงลงไปตามหาในน้ำเสียแล้ว
“เจ้ากล้าหรือ!”
ผิวน้ำแตกออกอย่างฉับพลันเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโหแต่คุ้นหูดังขึ้น หลินหวั่นชิวเข่าอ่อนทันที
จังหวะที่นางจะล้มลงพื้น จู่ๆที่เอวก็ถูกมือหนามีกำลังจับนางขึ้น หลินหวั่นชิวชนเข้ากับอกเจียงหงหย่วน
หน้าอกเปลือยเปล่ามีน้ำหยด
หยดน้ำไหลลงจากเส้นผมมาที่ใบหน้าผ่านลำคอมายังหน้าอก ขณะที่ไหลผ่านเม็ดฮวาเจียวบนอกหยดน้ำถูกขัดขวางเล็กน้อยก่อนที่จะหยดลงมาต่อ
หน้าอกเขากำยำมาก เป็นสีน้ำผึ้ง
“เจ้ามันนังงูพิษข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นสามีของเจ้า!” คางหลินหวั่นชิวถูกเจียงหงหย่วนจับด้วยมือข้างหนึ่งเขาจับนางเชยคางขึ้นสบตากับตัวเอง
น่าโมโหชะมัด
เขาแค่จะแกล้งนางเล่นแต่นางกลับกล้าบอกว่าจะแต่งบุรุษอื่นเข้าบ้าน!
หากไม่สั่งสอนให้นางรู้ถึงความแข็งแกร่งนางคงไม่ตระหนักว่าเขาเก่งกาจเพียงใด!
เจียงหงหย่วนปิดปากหลินหวั่นชิวด้วยปากของเขาอย่างโมโหแต่เขายังทำไม่ค่อยเป็นนัก รู้เพียงกัดไปมั่วๆ ทั้งยังออกแรงเยอะ
ปากภรรยาตัวน้อยนุ่มมากเสียจริง
นุ่มกว่าตอนที่ป้อนยาให้นางคราวก่อนทั้งยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย
หลินหวั่นชิวเริ่มตอบสนองกับการกระทำของเขาที่ดวงตามีน้ำตาคลอน้ำตาไหลลงมาอย่างคุมไม่ได้
เจียงหงหย่วนรู้สึกถึงรสเค็มรีบปล่อยนางทันที
หลินหวั่นชิวยกขาขึ้นเตะหลังจากได้รับอิสรภาพ “ท่านกล้าหลอกข้าหรือเจียงหงหย่วน! จะให้ข้าตกใจตายหรือไร!”
เจียงหงหย่วนรีบเอามือกุมเป้ากางเกงปล่อยให้หลินหวั่นชิวเตะเขา “เจ้าจะตัดทายาทสืบสกุลหรือเกิดเป็นกระไรขึ้นมาเจ้าจะเป็นคนร้องไห้เสียเอง! เจ้าจะไปหาคนบึกบึนกำยำเช่นข้าจากที่ใดได้อีก!”
หลินหวั่นชิวกัดริมฝีปากจ้องเจียงหงหย่วนตาเขม็งนางไม่พูดสิ่งใดสักคำ ขว้างเสื้อผ้าในมือให้เขาแล้ววิ่งกลับไป
ถึงเหตุการณ์นี้จะช่วยให้นางมองเห็นหัวใจตัวเองแต่นางไม่อยากสนใจเขาอยู่ดี
เรื่องนี้จะให้อภัยง่ายๆ ไม่ได้ต้องมอบบทเรียนให้เขาเสีย…เมื่อครู่นางเกือบตกใจตายแล้วจริงๆ นะ!
ความโมโหของเจียงหงหย่วนสลายหายไปตั้งแต่ตอนที่ได้จูบปากหลินหวั่นชิวแล้วเห็นภรรยาตัวน้อยวิ่งหน้าดำจากไปก็สำนึกได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองแกล้งนางไม่เบาเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา
ภรรยาตัวน้อยคงตกใจน่าดูเลยใช่หรือไม่?
ความจริงเขาเพียงอยากพิสูจน์ว่าในใจภรรยาตัวน้อยมีเขาหรือไม่เพราะเขาหน้าตาน่ากลัวเสียขนาดนี้…รวมกับได้เห็นอักษรที่นางเขียน เขาเป็นคนที่อยู่มาแล้วสองชาติย่อมรู้ว่าลำพังแค่อักษรตัวบรรจงขนาดเล็กยิ่งกว่าหัวแมลงวันของนางสามารถใช้หาเงินได้ไม่น้อยมีชีวิตที่สุขสบาย
บุรุษที่ขนาดตัวเท่าเนินเขากลัวขึ้นมาทันทีรีบใส่เสื้อผ้าและคว้าเสื้อผ้าสกปรกในน้ำมาวิ่งตามหลินหวั่นชิวไป
แต่ถึงเขาจะวิ่งเร็วอย่างไรย่อมเสียเวลาส่วนหนึ่งไปกับการใส่เสื้อผ้าหลินหวั่นชิวเองก็วิ่งไม่ช้า กว่าเจียงหงหย่วนจะกลับถึงบ้านประตูห้องก็ปิดลงเสียแล้ว
เจียงหงหย่วน “…”
รู้สึกว่าโดนเข้าให้แล้ว!
“ต้าเกอ ท่านเป็นกระไรไป? ทำพี่สะใภ้โมโหหรือขอรับ?” เจียงหงหนิงชะโงกหัวออกมาจากห้องเห็นเจียงหงหย่วนยืนอยู่นอกประตูเพียงลำพังแต่ไม่เข้าไปก็ถามขึ้น