ตอนที่ 30 ช่วยชีวิตคน
มีกลุ่มชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นตามติดมาด้วย
ส่วนหนึ่งเป็ห่วงอาการซุนเสี่ยวเป่า อีกส่วนมาเพื่ออยากรู้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะมีความสามารถจริงหรือไม่
บ้านตระกูลเซี่ย
ไป๋เพ่ยเพ่ยพาเซี่ยต้ายาออกมานั่งรับลมใต้ร่มไม้ในบ้าน เด็กสาวช่วยพลิกสมุนไพรในกระจาดใกล้มือเป็ระยะ
เซี่ยเหมียวเหมียวกำลังซักผ้า ในขณะที่เซี่ยเสี่ยวหย่าไม่รู้ไปเล่นอยู่ที่ไหน
ส่วนไป๋เพ่ยเพ่ยหยิบไปหยิบถ้วยเตรียมทำยา
ในจังหวะนี้เองที่กลุ่มคนพรวดพราดเข้ามาในบ้าน ทำให้พวกนางทั้งสามคนพากันใ
ไป๋เพ่ยเพ่ยกำค้อนในมือแน่นโดยสัญชาตญาณ ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ได้ยินเสียง
ตุบ! ดังขึ้นขณะคนคุ้นเคยคุกเข่าตรงหน้า
“ข้าคุกเข่าวิงวอนต่อเ้า เมียเซี่ยเหล่าเอ้อร์ ได้โปรดช่วยลูกชายข้าด้วย...”
หา! ช่วยคนหรือ! ไป๋เพ่ยเพ่ยถึงได้สังเกตเห็นว่าหญิงตรงหน้าอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขน ไม่ทันถามอาการ นางก็รีบคว้าตัวเด็กไปนอนบนพื้น
“เกิดอะไรขึ้น เขาเป็อะไรไป?”
“เขาถูกงูกัด” มารดาเสี่ยวเป่าตาแดงขณะมองการเคลื่อนขยับของไป๋เพ่ยเพ่ย
“งูอะไร”
“ข้าไม่รู้ ตัวมันไม่ใหญ่มาก สีเขียว น่าสยองพองเกล้านัก ตัวหนากว่านิ้วเพียงเล็กน้อย แถมยังเลื้อยเร็วมาก.. พริบตาเดียวก็หายลับไป ข้าจึงมองเห็นไม่ชัดเจน”
เสียง ‘ปิ๊ง’ ดังในใจไป๋เพ่ยเพ่ย นั่นมันงูเขียวหางไหม้ไม่ใช่หรือ!
งูเขียวหางไหม้เป็งูพิษ
เอาเถิด ต่อให้ไม่ใช่งูเขียวหางไหม้ แม้แต่เป็งูเขียวธรรมดาก็ยังมีพิษ ยิ่งลายสวยก็ยิ่งมีพิษมาก
“เหมียวเหมียว ไปเอาเข็มมา”
เซี่ยเหมียวเหมียวใจเต้นแรง รีบขานรับ ‘อื้ม’ ก่อนรีบเข้าไปเอาเข็มในบ้าน
ไป๋เพ่ยเพ่ยจับชีพจรของซุนเสี่ยวเป่า แล้วรู้สึกว่าท่าไม่ดีแล้ว “เขาถูกกัดเมื่อไหร่ผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว?”
“ไม่นาน เมื่อครู่นี้เอง ลูกชายข้า… ยังรักษาได้ใช่ไหม เขาจะไม่เป็อะไรใช่ไหม? ข้าขอร้องเ้า...เขาคือลูกชายเพียงคนเดียว หากเกิดอะไรขึ้นกับเขาแล้วข้าจะอยู่อย่างไร... ตระกูลซุนได้ฆ่าข้าแน่”
“ท่านมาจากตระกูลซุนหรือ” ไป๋เพ่ยเพ่ยมองหน้ามารดาเสี่ยวเป่าด้วยความแปลกใจ มิน่าเล่าถึงได้คุ้นเคยนัก ที่แท้เมื่อครั้งป้าซุนลิ่วมาหาเื่วันก่อน อีกฝ่ายก็พาพี่สะใภ้มาด้วย ซึ่งก็คือคนตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่หรือ?
มารดาเสี่ยวเป่าคิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยไม่้าช่วยลูกชาย จึงคำนับขณะเอ่ย
“ข้าขอโทษ ขอโทษเ้าจริง ๆ ข้ามันไม่ใช่คน ไม่สมควรตามน้องสะใภ้มาระรานเ้า.. ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดช่วยเขาด้วย เขาไม่ได้ผิดอะไร ขอเพียงเ้ายอมช่วยต่อไปจะให้ข้าทำอะไรก็ย่อมได้ทั้งนั้น...”
นางโขกหัวโดยไม่แยแสหินบนพื้นเสียจนเลือกออก
ไป๋เพ่ยเพ่ยห้ามอย่างลำบากใจ “เลิกโขกหัวเถิด ลูกชายท่านตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว หากท่านโขกหัวอีก ใครกันจะดูแลเขา รอจนกว่าเ้าตัวจะฟื้นเถิด”
ระหว่างนี้เซี่ยเหมียวเหมียวก็เอาเข็มออกมาให้แล้ว
เพราะมีคนป่วยในบ้านหลายคน ไป๋เพ่ยเพ่ยเลยวานให้เซี่ยเหล่าซานช่วยหาเข็ม ก่อนเก็บแยกเอาไว้ในห่อผ้าเล็ก ๆ
นางให้เซี่ยเหมียวเหมียวไปต้มน้ำเดือดใส่อ่าง พร้อมนำมีดมาด้วย ก่อนบอกชื่อสมุนไพรหลายตัวให้เซี่ยเหมียวเหมียวไปต้มทันที
เด็กสาวรู้ว่าเป็สถานการณ์เร่งด่วน จึงไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบขยับมือเท้าอย่างว่องไว
ด้านไป๋เพ่ยเพ่ย เมื่อจับชีพจรของซุนเสี่ยวเป่าให้แน่ใจอีกครั้งก็เลิกเสื้อขึ้น วางเขานอนลงบนโต๊ะ แล้วเริ่มกดจุดฝังเข็มให้
การกดจุดฝังเข็มเป็เคล็ดวิชาพิเศษ ต้องกดจุดตามจุดสำคัญก่อนแทงเข็มลงไปทีละเล่ม
ไม่นานเข็มมากกว่าสิบเล่ม ก็ถูกแทงลงไปบนร่างซุนเสี่ยวเป่า
ไป๋เพ่ยเพ่ยกดจุดต่อไป ซุนเสี่ยวเป่าที่ถูกกดจุดมีรอยจ้ำบนตัว แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ถึงกับเกรงว่าลมหายใจแ่เบาของตนจะรบกวนไป๋เพ่ยเพ่ยจนกระทบถึงชีวิตคน
ทันใดนั้นไป๋เพ่ยเพ่ยก็หยิบมีดทำครัวมากรีดเปิดแผลบริเวณที่เขาถูกงูกัด ลูบจากบริเวณโดยรอบเข้าไปยังปากแผล
การทำเช่นนี้ช่วยรีดเืสีดำไหลหยดลงในอ่างน้ำเดือดพอดี
ผู้คนรอบข้างเบิกตากว้าง จ้องเขม็ง
บิดาเสี่ยวเป่าลนลานเข้ามาในจังหวะนี้ เมื่อตั้งท่าจะพูดก็ถูกคนข้างตัวรั้งเอาไว้
“ชู่ว์... ไป๋เพ่ยเพ่ยช่วยคนอยู่!”
บิดาเสี่ยวเป่ามองตามนิ้วอีกฝ่ายแล้วเห็นซุนเสี่ยวเป่านอนอยู่บนโต๊ะ ดวงตาพลันแดงก่ำ หวังจะกระโจนไปหาเสียเดี๋ยวนั้น
ไป๋เพ่ยเพ่ยอดทนมาก นางค่อย ๆ ลูบและกดจุด ทำซ้ำ ๆ จนมั่นใจว่าขับพิษออกจากบริเวณนั้นเกลี้ยงแล้ว
เมื่อเืสีดำไหลออกมาหมดแล้ว จากเืดำก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็สีแดงขึ้นเรื่อย ๆ
นางไม่หยุดมือจนกระทั่งเืกลับมาเป็สีปกติ
เวลานั้นริมฝีปากซุนเสี่ยวเป่าซีดขาวราวกระดาษ รอบข้างเย็นเยียบ ดูน่าหวาดหวั่นไม่น้อย
นางคว้าเข็มปักใกล้ปากแผลเพื่อห้ามเื ก่อนกดจุดให้ร่างกายเขากลับมาทำงานเป็ปกติ
“เหมียวเหมียว ต้มยาได้ที่หรือยัง?”
“เกือบแล้ว ท่านแม่ ข้ากำลังไป กำลังรอยาให้คลายร้อนเสียก่อน”
“เทยาใส่ถ้วยแล้ววางในน้ำเย็นให้คลายร้อนลงหน่อย ทางนี้ข้าใกล้เสร็จแล้ว”
“ข้าจะจัดการให้”
……
สีหน้าของซุนเสี่ยวเป่ายังคงซีดเผือด ลมหายใจแ่เบา แต่เห็นได้ชัดว่าอาการเขาดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มาก
ผู้คนรอบข้างพลอยลุ้นระทึก หวังให้เซี่ยเหมียวเหมียวรีบยกยามาให้โดยเร็ว
แม่แต่เซี่ยต้ายายังอดชะโงกหน้ามองไม่ได้ ภาวนาต่อ์ให้อาสะใภ้ช่วยได้สำเร็จ มีคนมามุงมากมายเพียงนี้ หากทำไม่สำเร็จ ต่อไปคงไม่อาจมีที่ยืนในหมู่บ้านได้อีก...”
“มาแล้ว ๆ!”
เซี่ยเหมียวเหมียวรีบเดินถือถ้วยยาเข้ามา
ไป๋เพ่ยเพ่ยผละจากกดจุด ก่อนแตะถ้วยยาและกวาดช้อนตักขึ้นแตะปากเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ
“ได้แล้ว ข้าจะประคองเขาขึ้น เ้าเข้ามาป้อนเขา”
“ได้เ้าค่ะ”
เด็กชายยังไม่ได้สติ ย่อมป้อนยาไม่ง่าย หลังไป๋เพ่ยเพ่ยพยุงเขาขึ้นจึงต้องจับคางเขาพร้อมกดจุดเพื่อช่วยให้เขากลืนยาได้โดยไม่ให้สำลัก
“ได้แล้ว ๆ ป้อนทีละครึ่งช้อน”
“รับทราบ”
เซี่ยเหมียวเหมียวยังประหม่ากับสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา ทว่ามือยังมั่นคงไม่สั่นไหวแต่อย่างใด
หลังกินยาไปไม่กี่ช้อน ไป๋เพ่ยเพ่ยก็กดจุดบนหลังให้เขาอีกครั้ง สีหน้าจึงพลันมีสีเืฝาดขึ้นมาบ้าง
หลังดื่มยาหมดถ้วย ในที่สุดเขาก็ฟื้นคืนพร้อมอาการอ่อนแรง
“ท่านแม่...”
ทันทีที่ซุนเสี่ยวเป่าเห็นมารดาก็ร้องไห้โฮแล้วเอื้อมแขนจะโผกอด
มารดาเสี่ยวเป่าอยากจะกอดเขาแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ทำได้หรือไม่ นางหันไปมองไป๋เพ่ยเพ่ยอย่างไม่มั่นใจนัก
ใช่ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยไม่อยากส่งตัวเขาให้นางในทันที “กอดสิ ทำแบบนี้ เพียงแต่เขายังกินยาไม่ครบ...”
นางกล่าวอย่างตื้นตันใจ “ขอบคุณเ้ามาก เ้าเสมือนพระโพธิสัตว์โดยแท้!ขอบคุณเ้าเหลือเกิน!”
นางหันไปปลอบลูกชาย บอกว่าแม่อยู่ตรงนี้ ไม่เป็ไรแล้ว...
บิดาเสี่ยวเป่าเองก็แหวกฝูงชนออกมาแล้ว ใจอยากจะกอดลูกแต่ทำอะไรไม่ถูก เขาถามพลางมองหน้าไป๋เพ่ยเพ่ย “ตอนนี้เสี่ยวเป่าอาการเป็อย่างไรบ้าง?”
ไป๋เพ่ยเพ่ยมองเขาแล้วรู้สึกว่าพี่น้องสกุลซุนหน้าตาคล้ายกันนัก ทว่าชายตรงหน้าผู้นี้กลับดูสัตย์ซื่อและเป็คนดีกว่าซุนเหล่าลิ่ว อีกทั้งยังค่อนข้างภูมิฐาน มองแวบแรกก็ดูราวกับว่าคงผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก