ตอนที่ 21
“ทำไมไม่เจอสักทีนะ ไม่มีประวัติคนไข้คนไหนใกล้เคียงจะเป็นฮิคาริได้เลย” ดนัยพูดพลางเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วหลังจากเขาถูกให้หยุดพักงานหนึ่งสัปดาห์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการโดนยากุซ่าใช้กรรไกรฟัน
ช่วงเวลาที่หยุดงานนั้นเขาไม่ได้นอนเล่นไปวันๆเพราะเขานั้นคัดลอกเอาประวัติคนไข้จากที่โรงพยาบาลกลับมาดูที่ห้องด้วยเพื่อช่วยตามหาว่าฮิคาริเป็นใครดนัยนั้นไม่ได้ตามหาตัวตนของฮิคาริเพราะว่าเธอมาขอให้ช่วยเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าเธอเป็นใครทำไมถึงมีความสามารถทางด้านการแพทย์มากมายขนาดนี้
ตอนนั้นเองที่ประตูห้องของเขาก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! ดนัยมองไปยังประตูอย่างแปลกใจเพราะที่นี่เขาไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่จะมีใครมาหาเขาเวลานี้กันนะ
“สักครู่นะครับ !!” ดนัยตะโกนพลางรีบลุกขึ้นไปเปิดประตู
“อ้าวหมอยูมิเองเหรอครับวันนี้หยุดงานเหรอครับ” เมื่อดนัยเดินมาเปิดประตูก็เห็นว่าผู้ที่มาเคาะประตูห้องเขาก็คือหมอยูมินั่นเอง
“ค่ะวันนี้เป็นวันหยุดฉันเองว่าแต่ขอเข้าไปหน่อยได้หรือเปล่าคะ” หมอยูมิพูด
“จะเข้ามาในห้องผมเหรอครับ !!” ดนัยอุทานออกมาเบาๆ
“ใช่ค่ะก็หมอดนัยบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอคะแถมเป็นที่แขนด้วยฉันเลยว่าจะเข้ามาทำอาหารและทำความสะอาดห้องให้ เอ่อ...ฉันยุ่งมากไปหรือเปล่าคะ” หมอยูมิพูด
“มะ มะ ไม่เลยครับแต่ขอเวลาหนึ่งนาทีนะครับ” ดนัยพูดก่อนจะปิดประตูและรีบวิ่งไปเก็บข้าวของในห้องให้เรียบร้อยเพราะเขานั้นวางของระเกะระกะเต็มห้องไปหมดไม่ว่าจะกางเกงในหรือเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเขาก็โยนๆไว้
แกร๊ก !! ไม่ถึงหนึ่งนาทีดนัยก็กลับมาเปิดประตูให้หมอยูมิให้เข้าไปในห้อง
“นี่น่ะเหรอคะห้องของหมอดนัย” หมอยูมิเดินเข้ามาพลางมองไปรอบๆห้อง
“ห้องผมรกหน่อยนะครับ” ดนัยยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ
“ไม่เลยค่ะห้องฉันรกกว่านี้อีก” หมอยูมิพูด
เหอะๆก็ผมเก็บของที่มันรกๆไปก่อนที่จะให้คุณเข้ามาแล้วนี่นามันจะไปรกได้ยังไง ดนัยคิดในใจ
“ว่าแต่นั่นหมอดนัยเอาประวัติคนไข้มาทำที่บ้านด้วยเหรอคะ” หมอยูมิเห็นหน้าจอโน๊ตบุคที่เปิดค้างเอาไว้อยู่
“เอ่อ...ครับพอดีหยุดตั้งสัปดาห์เลยเอากลับมาทำที่บ้านด้วย” ดนัยพยักหน้าเบาๆก่อนจะเปิดไปกดจอโน๊ตบุคให้ปิดลงมา
“แล้วนี่หมอดนัยกินข้าวเช้าหรือยังคะ” หมอยูมิถาม
“ยังเลยครับ” ดนัยส่ายหน้าเบาๆ
“ถ้าอย่างนั้นขอยืมใช้ครัวหน่อยนะคะ ของในตู้เย็นกับผักที่ระเบียงนั่นฉันใช้ได้หรือเปล่าคะ” หมอยูมิมองไปยังผักที่ดนัยปลูกเอาไว้ที่ระเบียง
“เชิญเลยครับ” ดนัยพนักหน้าจากนั้นหมอยูมิก็เดินไปเปิดตู้เย็นของดนัยเพื่อหาวัตถุดิบเอามาทำข้าวเช้าให้ดนัยได้กินเธอเริ่มจากการหุงข้าวและเอาไก่ที่ถูกแช่อยู่ในช่องแช่แข็งออกมาละลายก่อนจะถือมีดออกไปข้างนอกระเบียงตัดต้นหอมที่โตได้ที่แล้วออกมาหลายต้นซึ่งเธอตัดมันให้เหลือตรงส่วนโคนเอาไว้เพื่อให้มันสามารถงอกต่อได้
ไม่นานหมอยูมิก็ทำกับข้าวเสร็จเธอให้ดนัยจัดการกางโต๊ะและมานั่งกินกับดนัย
“หมอยูมิเองก็ไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกันเหรอครับเนี่ย” ดนัยถาม
“ค่ะฉันเองก็ยังไม่ได้กินเลยฉันถือวิสาสะทำเผื่อส่วนของตัวเองด้วยไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ” หมอยูมิตอบ
“ไม่ครับคุณจะทำกลับไปกินเป็นมื้อเย็นมื้อกลางวันด้วยผมก็ไม่ว่าหรอก” ดนัยพูด
“ถ้าอย่างนั้นฉันมาทำโดยใช้วัตถุดิบห้องหมอดนัยทุกวันเลยดีมั้ยคะมันจะได้ประหยัดเงินของฉัน อิอิ !!” หมอยูมิพูดพลางยิ้มออกมา
“เอ่อ.....” ดนัยที่ได้ยินดังนั้นถึงกับพูดไม่ออก
“ล้อเล่นหรอกค่ะเอาล่ะกินกันเถอะ อร่อยไม่อร่อยหมอดนัยช่วยบอกด้วยนะคะ” หมอยูมิพูด
“ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะใช้ตะเกียบคีบกับข้าวที่หมอยูมิทำไว้ขึ้นมาชิมก่อนซึ่งมันก็คือไก่ผัดโชยุใส่ต้นหอมนั่นเอง
“อร่อยมากเลยครับ” ดนัยพูดหลังจากลองชิมดูแล้ว
“ค่อยโล่งอกหน่อยที่ถูกปากหมอดนัย” หมอยูมิถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะเริ่มลงมือกินบ้างทั้งคู่นั่งกินกันไปคุยกันไป
“ว้าวหมอดนัยเคยฝึกมวยไทยตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มอปลายงั้นเหรอคะเนี่ย” หมอยูมิพูดอย่างตื่นเต้น
“ก็แค่ฝึกท่าพื้นฐานน่ะครับ นึกไม่ถึงว่าจะได้เอามาใช้จริงกับพวกยากุซ่าถ้าอย่างนั้นจานพวกนี้ผมจะเอาไปล้างเองครับ” ดนัยพูดพลางหยิบจานที่กินหมดแล้วเตรียมไปล้างเอง
“ไม่ได้ค่ะหมอดนัยยังบาดเจ็บอยู่อย่าเคลื่อนไหวมากสิคะ” หมอยูมิรีบห้าม
“แต่...”
“วางลงเถอะค่ะฉันจะจัดการเอง มือของหมอดนัยน่ะต้องดูแลรักษาดีๆนะคะ เพราะมันเป็นมือที่ใช้ในการผ่าตัดถ้าดูแลรักษาไม่ดีล่ะก็เสียใจทีหลังจะมาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้นะคะ” หมอยูมิบอก
“เข้าใจแล้วครับ” ดนัยยิ้มออกมาพลางพยักหน้าเบาๆจากนั้นหมอยูมิก็เอาจานทั้งหมดไปล้างก่อนจะหยิบเครื่องดูดฝุ่นออกมาทำความสะอาดห้องให้ดนัยอีก
หมอยูมินี่ดีจังเลยน้าถ้าใครได้ไปเป็นแฟนนี่โชคดีชะมัด ดนัยมองดูหมอยูมิที่ทำความสะอาดห้องให้เขาอยู่เอาจริงๆเขาเองก็ปลื้มหมอยูมินะเธอสวย ทำอาหารก็เก่ง แถมเอาใจใส่คนรอบตัวเสียด้วย
“จริงสิหมอยูมิทำงานที่โรงพยาบาลทาเคนากะมานานแล้วใช่มั้ยครับ” ดนัยถาม
“ก็ตั้งแต่โรงพยาบาลเปิดนั่นแหละค่ะตอนนั้นยังมีหมอไม่กี่คนอยู่เลยคนไข้เองก็ยังไม่เยอะเหมือนตอนนี้” หมอยูมิพูด
“ถ้าอย่างนั้นหมอยูมิพอจะรู้จักคนไข้ชื่อฮิคาริที่เข้ามารักษาตัวตั้งแต่โรงพยาบาลเปิดแรกๆหรือเปล่าครับ อายุเธอน่าจะราวๆพวกเราส่วนหน้าตาก็ประมาณ...........” ดนัยเริ่มบรรยายถึงหน้าตาของฮิคาริ
“อืม...ฉันเองก็ไม่มั่นใจนะคะหมอดนัยไม่รู้นามสกุลของคนไข้คนนั้นเหรอคะ” หมอยูมิถาม
“ไม่รู้เลยครับ” ดนัยส่ายหน้า
“ถ้าอย่างนั้นฉันคงตอบไม่ได้ค่ะแต่ฉันมั่นใจนะคะว่าคนไข้ที่ชื่อฮิคาริหน้าตาประมาณที่หมอดนัยบอกแถมอายุพอๆกับพวกเรานั้นไม่มีเข้ามาในช่วงที่โรงพยาบาลเปิดแน่ๆค่ะ แต่ถ้าเป็นช่วงหลังก่อนที่หมอดนัยจะมาทำงานสองสามเดือนฉันเองก็ไม่รู้เพราะคนไข้เริ่มเยอะขึ้นจึงอยู่ในความดูแลของหมอหลายๆคน” หมอยูมิพูด
“อย่างนั้นเหรอครับ” ดนัยพยักหน้าเบาๆ
“ว่าแต่หมอดนัยถามไปทำไมเหรอคะ” หมอยูมิสงสัยว่าดนัยตามหาคนไข้คนนี้ทำไม
“อ๋อ..ไม่มีอะไรหรอกครับอย่าสนใจเลย” ดนัยตอบปัดๆไปก่อนจะชวนหมอยูมิคุยเรื่องอื่นจนเธอลืมเรื่องที่คุยกันก่อนหน้าไปไม่นานหมอยูมิก็ทำความสะอาดห้องของดนัยเสร็จก่อนเธอจะขอตัวเพื่อกลับไปพักผ่อนที่ห้องของเธอ
“ขอบคุณหมอยูมิมากนะครับ” ดนัยพูดพลางเดินไปส่งเธอที่ลิฟท์
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” หมอยูมิพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าลิฟท์ไประหว่างที่หมอยูมิอยู่ในลิฟท์จู่ๆเธอก็นึกถึงคนไข้ที่ชื่อฮิคาริขึ้นมา
“หมอดนัยจะถามถึงคนไข้ชื่อนั้นไปทำไมกันนะ แต่จะว่าไปหน้าตาของคนไข้ที่หมอดนัยอธิบายทำให้เรานึกถึง ยัยฮิคาริแฮะป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะเห็นผู้อำนวยการบอกว่าเธอไปเป็นแพทย์อาสาอยู่ที่แอฟริกานี่นา ยัยนั่นเมื่อไหร่จะกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลสักทีเนี่ยทั้งๆที่สัญญาว่าจะกลับมาทำงานหลังจากโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวเปิดแท้ๆ ยัยเพื่อนคนนี้นี่เธอเป็นหลานท่านประทานนะยะกลับมาดูแลโรงพยาบาลของบ้านเธอได้แล้วจะบ้าเป็นแพทย์อาสาก็ให้มันน้อยๆหน่อยโทรไปก็ไม่เคยติดส่งอีเมลไปก็ไม่ตอบ” หมอยูมิพูดเธอนั้นมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นหลานของประทานทาเคนากะเธอนั้นเป็นหมอเช่นกันแถมยังเป็นหมออัจฉริยะด้วยเพราะเธอนั้นเชี่ยวชาญในทุกสาขาตั้งแต่อายุยังน้อย
ใช่แล้วฮิคารินั้นเธอเป็นเพื่อนกับหมอยูมิแต่ทว่าฮิคารินั้นไม่มีความทรงจำอยู่เลยทำให้เธอจำไม่ได้ว่าตัวเองนั้นเป็นเพื่อนกับหมอยูมิ ส่วนหมอยูมิที่เข้าใจผิดว่าฮิคารินั้นเป็นแพทย์อาสาอยู่ที่แอฟริกาก็เพราะคนอื่นๆบอกเธอมาแบบนั้นซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าฮิคาริเพื่อนของเธอในตอนนี้นั้นเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ในโรงพยาบาล
สัปดาห์ต่อมา
“โทษทีนะฮิคาริฉันไม่เจออะไรที่จะบ่งบอกได้เลยว่าเธอเป็นผู้ป่วยของที่นี่” ดนัยพูดพลางขอโทษฮิคาริ
“ไม่เป็นไรหรอกดนัยนายทำเต็มที่แล้ว” ฮิคาริไม่ได้โกรธอะไร
“เฮ้อ...สงสัยหาทางทำให้เธอจำเรื่องของเธอได้จะมีโอกาสรู้มากกว่ามั้ยเนี่ยว่าเธอเคยเป็นใครมาก่อน” ดนัยพูด
“ถ้ามันง่ายขนาดนั้นฉันจะมาให้นายช่วยไหมล่ะ ระหว่างที่นายหยุดฉันก็ลองพยายามนึกหรือไปตามสถานที่ต่างๆในโรงพยาบาลหมดแล้วแต่ก็ยังจำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม” ฮิคาริพูดตอนนั้นเองหมอสุกิยามะก็เดินเข้ามาในห้อง
“หมอดนัยผู้อำนวยการเรียกพบคุณแน่ะ !!” หมอสุกิยามะแจ้งแก่ดนัย
“ผู้อำนวยการงั้นเหรอครับ” ดนัยชี้มาที่หน้าตัวเอง
“ใช่แล้วล่ะผู้อำนวยการเรียกว่าแต่แผลเป็นไงบ้างหมอดนัย” หมอสุกิยามะมองแขนของดนัยที่ถูกผ้าพันเอาไว้อยู่
“ก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่นิดหน่อยครับแต่ไม่เป็นอะไรมากแล้วสัปดาห์หน้าแผลคงแห้งจนใกล้หายแล้วว่าแต่หมอสุกิยามะเถอะเป็นไงบ้างครับ” ดนัยถามกลับ
“ก็แค่ปากแตกน่ะแต่ผมเองก็นึกไม่ถึงว่าตัวเองโดนแค่หมัดเดียวจะสลบไปเลย” หมอสุกิยามะพูดอย่างเคืองๆเพราะเขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์เหมือนกันนะแต่ข่าวดันไม่พูดถึงตัวเขาเลยสักนิดมีแต่ดนัยเท่านั้นที่ถูกพูดถึง
“เหอะๆหมัดมันไปโดนปลายคางพอดีน่ะสิครับถ้าอย่างนั้นยังไงผมไปหาผู้อำนวยการก่อนนะครับ” ดนัยพูดก่อนจะขอตัวไปหาผู้อำนวยการ
ที่ห้องผู้อำนวยการ
“นี่คงเป็นครั้งแรกที่เราได้เจอกันสินะขอโทษทีนะหมอดนัยทั้งๆที่ฉันควรจะไปพบเธอสักหน่อยแท้ๆ แต่พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยต้องเดินทางไปประชุมหลายที่แล้วแผลเธอเป็นอย่างไรบ้างทำงานไหวหรือเปล่า” ผู้อำนวยการพูด
“ไม่เป็นไรครับแผลผมไม่เจ็บมากแล้วสัปดาห์หน้าคงใกล้หายแล้วล่ะครับว่าแต่ผู้อวยการอยากพบผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ดนัยถาม
“ก็แค่อยากจะขอบคุณเธอเป็นการส่วนตัวในฐานะที่เธอสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้โรงพยาบาล” ผู้อำนวยการตอบจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันอีกนิดหน่อยก่อนผู้อำนวยการจะเดินมาส่งดนัยที่ด้านนอก
“หือนี่ห้องอะไรเหรอครับ” ระหว่างที่กำลังเดินออกมาดนัยก็เหลือบไปเห็นห้องๆหนึ่งซึ่งมันอยู่ห้องข้างๆกันนี่เอง
“อ้อนั่นห้องเก็บยาราคาแพงน่ะ หมอดนัยก็รู้ใช่มั้ยล่ะยาบางตัวมีราคาแพงหลายล้านแถมยังต้องเก็บในห้องควบคุมอุณหภูมิอีก” ผู้อำนวยการพูดดนัยได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเบาๆ
ต้องเก็บยาไว้ในห้องที่มีล็อกดิจิตอลเลยเหรอเนี่ยแถมดูเหมือนจะเปิดแอร์อยู่ตลอดด้วยห้องนั้น ดนัยคิดในใจพลางมองความชื้นที่เกาะอยู่บนกระจกจนทำให้ไม่สามารถมองเห็นด้านในได้
“ไปกันเถอะหมอดนัยห้องนั้นไม่มีอะไรให้สนใจหรอก” ผู้อำนวยการพูดพลางรีบเร่งให้หมอดนัยเดินไป
จบ...