“คลิปบันทึกการประชุมจบแล้วค่ะพี่เจน”ส้มเอื้อมมือไปปิดระบบ
“ในคืนวันที่พ่อผิดนัดครั้งสุดท้ายกับกู...พ่อออกมาช่วยคุณสัญญา...พ่อช่วยพนักงานทุกคนของโฟร์อัสไม่ให้ล้มละลายแต่กูกลับทำตัวทั้งชั่วร้าย ทั้งเลวทรามกับพ่อกู”เจนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “กูเป็นลูกที่ไม่เอาไหนจริงๆ”
พลอยเดินเข้ามาโอบกอดเจนด้านหลังด้วยความห่วงใย“มึงไม่ต้องคิดมาก กูเข้าใจมึง...พรุ่งนี้มึงมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้งในห้องประชุม”
“พี่เจนหนูเชื่อมั่นในตัวพี่นะคะ”ส้มพูดไปพลางน้ำตาซึม
“ถ้าอย่างนั้นหนูขอเริ่มประเด็นที่2 ต่อเลยนะคะ เมื่อช่วงต้นคุณเกรียงไกรบอกกับหนูว่าเป็นทนายความตัวแทนของกลุ่มเจ้าหนี้รายใหญ่ของโฟร์อัส ไม่ทราบว่าพอจะพูดได้ไหมคะ?หรือว่าต้องนัดคุยกันอีกที...”
“สวัสดีครับคุณเจนจิรา”
“สวัสดีค่ะคุณเกรียงไกร...เชิญค่ะ”
“ทางกลุ่มเจ้าหนี้รายใหญ่อยากนัดหมายคุณเจนจิราคุยเรื่องนี้แยกต่างหากดีกว่าครับเพราะว่ามีบางส่วนอยู่ในกระบวนการประนอมหนี้นอกศาลครับแล้วก็มีบางส่วนอยู่ระหว่างเจรจาก็มีครับเข้าใจว่าคุณเจนอาจจะไม่ทราบรายละเอียดครับ”
“โอเคค่ะถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณเกรียงไกรประสานเลขานุ่นตอนนี้ได้ค่ะ”
“ขอบคุณครับคุณเจนจิรา”
“หนูขอต่อประเด็นที่3 นะคะ เป็นกลุ่มของคุณพี่รัตนาเกี่ยวกับคูปอง อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นหนูไม่ทราบเรื่องนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีปัญหานี้ด้วย…พลอยพอจะรู้เรื่องนี้ไหม?”
“รู้ค่ะแต่ว่าไม่เคลียร์เรื่องยอดหนี้ พี่ดนัยบอกว่ามีตัวเลขบางตัวที่ยืนยันยอดไม่ได้ค่ะ”
“คุณรัตนาพูดแทนกลุ่มได้ไหมคะ? ...เชิญค่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณเจนพี่ขอเป็นตัวแทนกลุ่มของพ่อค้าแม่ค้าคนกลางที่ซื้อคูปองจากโฟร์อัสนะคะ…พี่ขอเริ่มเรื่องแบบนี้ค่ะเวลาที่โฟร์อัสจัดโปรโมชันไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารอย่างเดียว หรือว่ามีแพ็กเกจท่องเที่ยวที่พักในโรงแรมหรือรีสอร์ตโฟร์อัสจะเปิดขายคูปองล่วงหน้าเหมือนกับร้านอาหารในเครือของซีคอร์ปค่ะ...พวกกลุ่มพี่ก็จะไปซื้อมาเพื่อขายต่อซื้อตามช่องทางเว็บก็มี ทางแอปก็มีค่ะ แต่ละคนก็จะมียอดซื้อตามทุนไม่เท่ากัน”
“ในช่วงก่อนที่โฟร์อัสจะประการขายกิจการให้กับซีคอร์ปมีการจัดจำหน่ายคูปองล๊อตใหญ่ค่ะ พวกพี่ก็ไปซื้อตามปกติ แต่ปัญหารอบนี้มาจากพวกเราระบายคูปองไม่ทันเพราะว่าไม่ทราบล่วงหน้าอะไรกันเลยค่ะ บางร้านก็ประกาศว่าไม่รับคูปองจากโฟร์อัสนี่ยังไม่รวมคูปองก่อนหน้านี้ที่ยังค้างอยู่อีกเยอะค่ะ...พวกเราหลายคนเงินจมในคูปองหมดค่ะ”
“ตอนนี้พี่มีหนี้9 แสนกว่าบาท เสียหายไปอีก 3.9 ล้าน ถูกแจ้งความดำเนินดคีฉ้อโกง 8 คดี ไกล่เกลี่ยหนี้อีกล้านกว่าบาทมีทั้งบัตรเครดิตกับบัตรเงินสด....พี่สมพงษ์ 6 ล้านกว่าบาทค่ะ, พี่วุฒิ 4.4 ล้านทุกคนที่มาที่นี่โดนกันหมดค่ะ...ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พี่ต้องขายบ้าน ขายรถเพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายกับไปใช้หนี้พี่หมดตัวแล้ว หมดหนทางแล้วจริงๆ พี่มีลูก 4 คน ต้องไปเช่าบ้านอยู่ ต้องทำทุกอย่างหาของมาขายหาเงินให้ลูกๆ ไปเรียนหนังสือ” น้ำเสียงของรัตนาสั่นเครือจนเสียงแทบจะหายไปเธอยกมือไหว้เจนจิราตลอดเวลาด้วยความท้อแท้ชีวิต
“พี่รัตนาอย่ายกมือไหว้หนูตลอดเวลานะคะหนูอยากให้พี่รัตนามองหนูเป็นน้องคนหนึ่งก็พอค่ะ...อย่าทำแบบนี้เลยนะคะหนูขอความกรุณาด้วยเถอะค่ะ วันนี้เรามาคุยแก้ปัญหากัน”เจนจิรามีท่าทีวางตัวไม่ถูกเช่นกัน ทำได้แต่ไหว้ตอบรับ “หนูมาวันนี้เพื่อแก้ปัญหาจริงๆหนูอยากให้ทุกคนรับรู้ความจริงใจของหนูค่ะ”
“ค่ะพี่ขอโทษที่ทำให้คุณเจนต้องลำบากใจ...ตอนนี้เจ้าหนี้ก็ทวงทุกวันจนไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วค่ะพวกเราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้คุยกับคุณเจนโดยตรงแบบวันนี้อีกไหม คุณเจนโปรดเห็นใจพวกเราด้วยเถอะค่ะ...ถ้าคูปองตรงนี้เป็นความรับผิดชอบของซีคอร์ปคุณเจนสามารถตัดสินใจและสั่งการได้อยู่แล้ว อย่าให้เรื่องต้องไปถึงศาลตัดสินเลยนะคะกว่าจะถึงเวลานั้นพวกเราตายกันก่อนแน่ค่ะ...อยากให้คุณเจนช่วยเร่งรัดเคลียร์เรื่องนี้ได้ไหมคะ? 1ปีที่ผ่านมาพวกพวกเราทุกคนไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็น หลายคนกู้เงินมาซื้อคูปองหมดเนื้อหมดตัวกัน กำไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก เห็นใจพวกหนูด้วยเถอะ”รัตนาพูดไปพลางก็ยกมือไหว้อีกครั้งทั้งน้ำตา พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พ..พะ...พี่...พี่..ขอ.ความ...เมตตา..จาก.คุณเจน.....ด้วยค่ะ”
“หนูยอมรับกับพี่รัตนานะคะว่าตัวหนูเองไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ เพิ่งทราบจากปากพี่รัตนาเนียค่ะ พลอยเรื่องนี้ติดปัญหาอะไรเหรอ ทำไมจ่ายเงินไม่ได้?เป็นความรับผิดชอบของทางบริษัทใช่ไหม?ขอรายละเอียดหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของซีคอร์ปค่ะแต่ติดปัญหาเรื่องยอดไม่ตรง...พี่ดนัยบอกว่าไปเช็กยอดคูปองคงเหลือค้างจ่ายตามบัญชี80 ล้านบาทเศษ แต่กลับมียอดภาระหนี้ที่เกิดจากกิจกรรมพิเศษรูปแบบคูปอง 92ล้านบาทเศษ ตรงนี้มีเอกสารยืนยันจากโฟรอัสแน่นอนแล้วค่ะ...ยอดต่างกัน 12 ล้านบาทนี่เป็นที่มาว่าทำไมยอดนี้ทางบริษัทถึงจ่ายไม่ได้ค่ะ”ในขณะที่พลอยกำลังอธิบายข้อมูล เจนรีบเช็คข้อมูลจากโน๊ตบุ๊คเช่นกัน
เจนจิรายังคงนั่งดูข้อมูลที่ปรากฎหน้าจอเธอพยายามมองหาข้อมูลตามที่พลอยอธิบายจนกระทั่งเห็นยอดผลต่างที่หาข้อมูลเอกสารยืนยันไม่ได้12,856,001.73 บาทติดตัวแดง มีชื่อดนัยเซ็นกำกับท้ายรายการไว้ด้วยว่า รอยืนยันยอดสายตาเธอมองกวาดข้อมูลที่ปรากฎขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง
“พลอย!!...พี่ดนัยอยู่สายไหน?”
“สาย A10718 ค่ะ”
เจนลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ด้านหน้าเธอหันหลังเอื้อมมือไปเปิดกระเป๋าหยิบอุปกรณ์ออกมา 3 ชิ้นเธอยื่นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งให้กับพลอยติดบริเวณหน้าอก อุปกรณ์ชิ้นแรกมีลักษณะเป็นแท่นขนาดพอดีมือประกบแนบสนิทกับมือถือราวกับว่าเป็นชิ้นเดียวกันมีจอขนาดเล็กแสดงผลการทำงาน...ส่วนอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งเหน็บไว้ที่เข็มขัดของชุดนักศึกษาเธอกดสั่งการในมือถือเพื่อให้อุปกรณ์ชิ้นแรกทำงาน
“Access Authorizeตึ๊ดดดดๆ....สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่ซีคอร์ปค่ะคุณเจนจิรา” เสียงตอบรับคำสั่งจากอุปกรณ์ชิ้นแรกดังลอดผ่านไมโครไฟนในขณะที่พลอยก็นำอุปกรณ์เหน็บไว้ที่เข็มขัดตัวเองเช่นกัน พร้อมกับกดคำสั่งในมือถือ
“ขออภัยค่ะ...หนูขอเวลาเช็คข้อมูลสักครู่ค่ะ” เจนเดินถอยห่างจากโต๊ะหน้าเวทีพอสมควรยืนหันหลังคุยโทรศัพท์ หน้าจอแสดงให้เห็นว่าปลายสายคือคุณดนัยแผนกบัญชี
เสียงฮือฮาดังออกมาจากทุกทิศทางของห้องประชุมสื่อมวลชนที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่ด้านหลังหันซ้าย-ขวามองหน้ากันด้วยความงุนงงจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่กำลังจับภาพไปที่เวที ภาพที่ปรากฎขึ้นมาทำให้ทุกคนทั้งแปลกใจทั้งตกใจกันทั่วหน้า
“เฮ้ยๆๆพวกเราดูที่จอสิ ทำไมถ่ายคุณเจนกับคุณพลอยไม่ติด ภาพเป็นเส้นๆ ส่วนพวกโต๊ะ,เก้าอี้และฉากหลังเห็นตามปกติ”
“ใช้มือถือถ่ายรูปกับถ่ายคลิปก็ไม่ติดเหมือนกันมี noise (คลื่นรบกวน)บังคุณเจนกับคุณพลอยจนมองไม่เห็น ถ่ายไม่ได้ไม่เชื่อลองถ่ายกันดูสิ เห็นแค่จุดๆๆ กับเส้นๆ มีคลื่นรบกวนตลอดเวลาด้วยอ่ะ!!!!!”
“มาจากอุปกรณ์ที่ติดอยู่ที่เข็มขัดแน่ๆ...”
“พวกเราเห็นกันใช่ป่ะว่าคุณเจนติดอะไรบางอย่างที่มือถือกับที่เอว…กล่องสีเงินๆดำๆ อ่ะ เห็นกันป่ะ ลองซูมกันดูสิ”
“คุณส้มนั่งอยู่ด้านล่างก็ถ่ายติดตามปกติ...แต่คุณเจนกับคุณพลอยบนเวทีถ่ายไม่ติด!!!”
“ลองสังเกตดูดีๆสิ! ที่ตุ้งติ้งของคุณพลอยมีไฟติดด้วยดูดีๆ...เห็นป่ะ มีแสงสีฟ้าๆ ลอดออกมานิดหนึ่งตุ้งติ้งของมหาวิทยาลัยนี้มีแสงด้วยเหรอ?”
“ปกติตุ้งติ้งไม่มีไฟนี่? ทำจากโลหะเงินธรรมดาทั่วไป”นักศึกษาหญิงหลายคนในห้องประชุมแย้งขึ้นมาทันที หลายคนต้องหันไปขอดูตุ้งติ้งจากนักศึกษาหญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ไม่มีไฟนี่น่า....”
“เอ่อใช่ๆๆๆ ใช่จริงด้วย มีแสงลอดออกมานิดหนึ่ง ต้องสังเกตดูดีๆ ถึงจะเห็น”
“ของคุณส้มไฟเพิ่งติดเมื่อกี้!...เห็นป่ะมีแสงลอดออกมาจากตุ้งติ้งเหมือนกัน ไม่ทันสังเกต แสงนิดเดียวเองตอนนี้ถ่ายคุณส้มไม่ได้แล้วเหมือนกัน”
“คงต้องสั่งทำพิเศษด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของข้อมูลนั่นแหละน่าจะใช้ประโยชน์อะไรสักอย่างแต่เราไม่รู้ว่าคืออะไรต่างหาก...แต่เห็นแล้วเจ๋งจริง!!!!”
“ซีคอร์ปเขาทำพวกนี้ขายด้วยเหรอ?”
“จำได้ว่าปีที่แล้วมั๊งเคยมีรายการทีวีสัมภาษณ์คุณวรวิทย์เกี่ยวกับอุปกรณ์แบบนี้ ไม่ได้ทำขายทั่วไปใช้กับผู้บริหารระดับสูงของซีคอร์ปเท่านั้น...อุปกรณ์ติดมือถือคุณเจน, เหน็บที่เอวแล้วก็มีตุ้งติ้ง น่าจะเป็นอุปกรณ์ป้องกันข้อมูลนั่นแหละ”
บางจังหวะเจนเผลอหันมาทางด้านหน้าเวทีทำให้หลายคนต้องสังเกตไม่ละสายตา...ตุ้งติ้งของเจนก็มีแสงไฟลอดออกมาเล็กน้อยเช่นกัน“เห็นป่ะ!!ตุ้งติ้งของคุณเจนก็มีแสงไฟออกมาเหมือนกัน...ชัวร์แล้วล่ะว่า ไม่ใช่ตุ้งติ้งทั่วไป”
เจนใช้เวลาคุยโทรศัพท์อยู่พักหนึ่งจนได้ข้อมูลอะไรบางอย่างเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนักจนคิ้วแทบจะผูกโบว์เป็นเลขแปดอยู่แล้วทุกสายตาในห้องประชุมต่างจับจ้องมาที่เจนทันที
“พี่รัตนาคะ!!...หนี้ก้อนนี้หนูจ่ายให้พี่ตอนนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ เราพิสูจน์ตัวเลขหนี้ตรงนี้ไม่ได้ ตัวเลขมันต่างกันอยู่ 12 กว่าล้านฝ่ายบัญชีพยายามตรวจดูข้อมูล เอกสารต่างๆ แล้วตัวเลขนี้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงค่ะ...จริงอยู่ค่ะว่า หนูสามารถตัดสินใจสามารถสั่งการได้หนูรับรู้และเข้าใจความเดือดร้อนของพี่ๆ ทุกคนนะคะ แต่หนูก็ทำโดยพลการไม่ได้ค่ะทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีข้อมูล ต้องมีที่มาค่ะ”
คำพูดของเจนทำให้รัตนาและเพื่อนๆในกลุ่มหน้าเสียกันอย่างมาก “ขอให้พยายามตรวจสอบอีกครั้งได้ไหมคะ?อยากให้เข้าใจพวกเราด้วยค่ะพวกเราทุกคนยังคงยินดีที่จะขายคูปองชุดนี้ต่อไป หรือส่งคืนบางส่วนก็ได้ค่ะอย่างน้อยได้เงินมาหมุนก่อน...พวกเราทุกคนรับรู้ความจริงใจของคุณเจนมีต่อพวกเราค่ะ”
“คือตอนนี้หนูเคลียร์ยอด12 ล้านเศษไม่ได้จริงๆ”
“พี่เจนคะ...หนูขออนุญาตเสนอความเห็นได้ไหมคะ?”ส้มเอ่ยปาก
“มีอะไรเหรอส้ม?ว่ามาเลย”
“พี่เจนลองถามดูว่าพนักงานที่นั่งอยู่ในนี้ ใครเป็นคนทำเรื่องนี้ตอนอยู่ที่โฟร์อัสเราจะได้เคลียร์ยอดตรงนี้ได้ค่ะ”
“เอ่อใช่ๆๆพี่ลืมไปเลย ลืมสนิทจริงๆ...ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหมคะ? หนูสอบถามนิดหนึ่งใครเป็นคนทำบัญชีหรือทำเรื่องนี้ตอนอยู่โฟร์อัส นั่งอยู่ในห้องนี้หรือเปล่าคะ?”
สิ้นเสียงคำถามเจนไม่นานนักมีพนักงานคนหนึ่งชูมือขึ้นมากลางห้องประชุม ทำให้ทุกคนหันไปมองแทบจะทันที “พี่เองค่ะพี่เองๆๆ พี่เป็นคนทำค่ะ”
“พี่นิด!!!...พี่นิดเป็นคนทำบัญชีเรื่องนี้เหรอคะ?ดีเลยค่ะถ้างั้นหนูขอรายละเอียดหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับการจัดจำหน่ายคูปองของโฟร์อัสค่ะ”
“ค่ะคุณเจน!!!...พี่คิดว่าให้คำตอบยอด12 ล้านเศษตรงนี้ได้ค่ะ”
“พี่นิด...เชิญมาบนเวทีนิดหนึ่งค่ะหนูมีข้อสงสัยหลายเรื่องค่ะ”
นิดเดินตรงขึ้นมาบริเวณด้านหลังเก้าอี้ของเจนกับพลอยเจนรีบเดินตรงเข้าไปคุยกันตามลำพังเพียง 2 คน “พี่นิดพูดกับหนูได้เลยคนอื่นไม่ได้ยิน อัดเสียงถ่ายคลิปก็ไม่ได้ค่ะ”
เจนกับพลอยกดปุ่มสั่งการเพิ่มเติมที่นาฬิกาข้อมือตัวเองไม่นานนักมีแสงสีฟ้า-น้ำเงินออกมาจากหน้าปัดนาฬิกา “พร้อมแล้วค่ะพี่นิด...พูดได้เลยค่ะ”
“ยอดเดิมจริงๆของคูปองและส่งเสริมการขายไม่ใช่ 92 ล้านบาทเศษ แต่เป็นยอด 133 ล้านบาทเศษเป็นยอดตกค้างมาจากปีก่อนหน้าด้วยค่ะ...41ล้านบาทเป็นยอดที่เราเคลียร์กับบริษัทต่างๆรวมถึงพวกทริปเที่ยวและโปรที่จัดร่วมกัน ยอดที่คุณเจนเห็นจึงเป็น 92 ล้านบาทเป็นยอดที่ยังเหลือตกค้างจนถึงกระทั่งถึงปิดกิจการค่ะ”
“ในช่วงเวลานั้นโฟอัสขาดเงินสดในมือเป็นอย่างมากค่าแรงและเงินเดือนต้องแบ่งจ่ายหลายงวด แม้กระทั่งวัตถุดิบต่างๆที่ส่งไปตามสาขาเริ่มขาดมือบ้างบางสาขาต้องปิด...ในช่วงเวลานั้นคณะผู้บริหารตัดสินใจนำที่ดินแปลงหนึ่งที่เชียงใหม่ไปจำนองไว้กับธนาคารเพื่อเอาเงินมาหมุนค่ะ”
เจนจิรากดดูข้อมูลทุกอย่างที่ออกมาจากคำพูดของพี่นิดจนกระทั่งเห็นข้อมูลของที่ดินแปลงหนึ่ง “เดี๋ยวก่อนนะคะพี่นิดที่ดินแปลงนี้กรรมสิทธิ์ยังเป็นของโฟอัสนี่คะ?ไม่มีภาระจำนองด้วยค่ะ”
“ตรงจุดนี้แหละค่ะที่เป็นปัญหา...1วันก่อนประกาศปิดกิจการ ผู้บริหารแจ้งว่าทางธนาคารอนุมัติเงินกู้ 127 ล้านบาทเศษแล้วโดยใช้ที่ดินแปลงนี้ค้ำประกันไว้ค่ะ”
“ฝ่ายบัญชีจำเป็นต้องบันทึกภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้นี้ทั้งก้อนไว้เป็นค่าใช้จ่ายของการส่งเสริมการขายประมาณ 8 ล้านกว่าบาทค่ะ ตรงนี้ถ้ารวมค่าดำเนินการอื่นๆ และวัตถุดิบต่างๆ อีก 4ล้าน...นี่คือที่มาของยอด 12 ล้านที่ไม่มีเอกสารค่ะ”
“ในเมื่อพี่นิดบอกว่าธนาคารอนุมัติเงินกู้ แล้วทำไมที่ดินแปลงนี้ถึงไม่ติดจำนอง...หนูงงตรงนี้ค่ะ”
“เช้าวันรุ่งขึ้นคุณสัญญาตัดสินใจยกเลิกกู้เงิน ไม่มียอดเงินกู้ 127 ล้านบาทจริงเข้ามาค่ะ คุณสัญญาเลือกที่จะประกาศล้มละลายปิดกิจการแทนกะทันหันโดยที่ไม่มีใครทราบล่วงหน้าแม้แต่คนเดียวนี่เป็นที่มาค่ะว่า ทำไมที่ดินแปลงนี้จึงยังเป็นกรรมสิทธิ์ของโฟร์อัสในขณะที่ยอดภาระค่าใช้จ่ายยังค้างอยู่ในบัญชีประมาณ 12 ล้านเศษในบัญชี...ฝ่ายบัญชีมาทราบภายหลังปิดกิจการว่าไม่มีการกู้เงินจริงแต่ทำอะไรไม่ได้แล้วค่ะ”
“หนูเข้าใจแล้ว...แสดงว่าบัญชีตรงนี้ทำค้างไว้และไม่ตรงกับความเป็นจริงในวันที่ปิดกิจการ”
“ใช่ค่ะคุณเจน”
เจนจิราไม่รอช้าเข้าไปดูข้อมูลในระบบอีกครั้งพร้อมกับลุกขึ้นไปโทรคุยกับดนัยอีกรอบโดยใช้ศีรษะเหน็บมือถือกับหัวไหล่ไว้ เธอใช้มือข้างซ้ายถือโน๊ตบุ๊คและใช้มือขวาเพียงข้างเดียวกดแป้นคีย์บอร์ดป้อนคำสั่งด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่วเป็นอย่างมาก
เธอค้นหาบันทึกการประชุมบริษัทโฟร์อัสครั้งสุดท้ายมีการขอกู้เงิน127 ล้านโดยใช้ที่ดินค้ำประกัน มีเอกสารอนุมัติกู้เงินจากธนาคารจริงแต่ไม่มียอดเงินเข้ามาแต่อย่างใด ส่วนเอกสารทางบัญชีมีการบันทึกดอกเบี้ยเงินกู้กับค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายรวม12 ล้านบาทเศษไปแล้ว
แม้ว่าคนที่อยู่ในห้องประชุมจะเห็นการสั่งการของเจนจิราในลักษณะยืนหันหลังให้กับทุกคนแต่ท่าทางภาษากายที่เธอแสดงออกมาอย่างคล่องแคล่ว ทำให้แต่ละคนต้องตกตะลึงเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่ปรากฎตรงหน้า
“โอเคค่ะหนูอนุมัติจ่ายหนี้ยอด 92 ล้านบาทเศษนี้แล้วนะคะ หลังจากประชุมเสร็จ พี่นุ่นช่วยประสานงานกับพี่รัตนาได้เลยค่ะ”
“รับทราบค่ะคุณเจน”
สิ้นเสียงของเจนจิราทำให้กลุ่มของรัตนาโห่ร้องดีใจสุดเสียงจนดังลั่นปนกับเสียงสะอื้นร้องไห้จนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของใคร“ขอบคุณมากค่ะ คุณเจน...ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”
“ขอบคุณจริงๆครับคุณเจน!!!”
“เรื่องคูปองเคลียร์นะคะ...โอเคค่ะ”