เื่ ฉันนั้นหรือ คือ ฮีโร่
เค้กใบเตยหน้ามะพร้าวหวาน
ผู้แต่ง Cydrag
-------------------
"หลานตื่นหรือยังไปอาบน้ำได้แล้วนะจ๊ะ"
ครั้งนี้คุณยายเปิดประตู ก้าวเท้าเข้ามาในห้องของรุ้ง เดินตรงไปที่หน้าต่างปลดกลอนหน้าต่างขึ้น ผลักเปิดบานหน้าต่าง รับแสงอาทิตย์ยามเช้า แล้วหันไปทางซ้ายมือ มองไปทางรุ้ง
"ค่ะยาย"
รุ้งที่ยังนอนเล่นอยู่บนเตียงทำตาปริบๆ ส่งยิ้มยามเช้าให้คุณยาย และขานรับคุณยายด้วยเสียงสดใส
"รุ้งจ๊ะสุขสันต์วันเกิดนะหลาน"
คุณยายส่งยิ้มที่แสดงถึงความรักให้หลานเช่นกันพร้อมเอ่ยอวยพรวันเกิดให้เธอั้แ่เช้า
"ขอบคุณค่ะยาย"
รุ้งลุกขึ้นจากที่นอนเข้าไปกอดเอวคุณยายที่กำลังยืนอยู่ข้างเตียงอย่างมีความสุข
"เดี๋ยวเรามาทำขนมเค้กวันเกิดกันดีไหมหลาน"
คุณยายโอบกอดหลานเช่นกันแล้วยกมือขวาขึ้น ลูบศีรษะของหลานเบาๆ อย่างเอ็นดู พลางชวนเธอมาฝึกทำเค้กด้วยกันคุณยายรู้ดีว่า วันเกิดถือเป็วันที่สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับเด็กทุกคนแม้จะไม่ได้รับของขวัญวันเกิดใดแต่การได้ทานเค้กสักก้อนหนึ่งหรืออย่างน้อยสักชิ้นหนึ่งในวันเกิดล้วนเป็สิ่งที่เด็กทุกคนใฝ่ฝัน
คุณตาและคุณยายของเธอเป็เพียงชาวประมงบนเกาะเล็กที่แสนห่างไกลและไม่ค่อยมีใครรู้จักรายได้น้อยนิด คงไม่สามารถหาซื้อเค้กวันเกิดแสนสวยราคาแพงที่ไหนได้ ดังนั้นการทำเค้กด้วยตนเองจึงเป็สิ่งที่เป็ไปได้มากที่สุด และอีกอย่างรุ้งหลานคนเดียวของคุณตาคุณยายจะได้ฝึกทำขนมเค้กเป็ ต่อไปจะได้ทำไว้ทานเองหรืออาจใช้ประกอบอาชีพได้ในอนาคต
"ดีค่ะยาย งั้นเดี๋ยวหนูรีบไปอาบน้ำเลยนะคะ"
รุ้งรีบพยักหน้าทำตาใสแป๋วมองคุณยาย ขานรับคุณยายด้วยเสียงใสอย่างสดชื่น
คุณยายเดินออกจากห้องของเธอไปทำกับข้าวในครัว โดยมีรุ้งเดินโอบเอวคุณยายไปส่งในครัวแล้วกลับเข้ามาในห้อง หาผ้าขนหนูเตรียมตัวไปอาบน้ำ
คุณยายชวนเธอทำขนมเค้กเพราะวันนี้เป็วันเกิดของเธอ แต่น่าจะเรียกว่าเป็วันที่คุณตาและคุณยายพบเธอและเก็บเธอมาเลี้ยงดูมากกว่า แม้เธอจะเสียใจที่ไม่ทราบว่าพ่อแม่แท้ๆของเธอเป็ใครกันแน่ แต่อย่างน้อย ตอนนี้เธอมีกุ๊งกิ๊ง สักวันหนึ่งเขาคงพาเธอไปพบกับพ่อแม่แท้ๆ ได้แน่
เธอไม่คิดจะถามคุณตาคุณยายเหมือนแต่ก่อนแล้วว่าพ่อแม่ของเธอเป็คนอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือเธอต้องทำหน้าที่ดูแลคุณตาและคุณยายให้ดีที่สุด ให้สมกับที่พวกท่านรักเธอห่วงใยเธอ และดูแลเธออย่างดีเสมอมา
... ... ...
หลังอาหารเช้า...
บรรยากาศการทำขนมเค้กเป็ไปอย่างสนุกสนานหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่างมีความสุขพวกเขาตั้งใจทำให้เสร็จก่อนเที่ยง จะได้ทานหลังข้าวเที่ยงส่วนที่เหลือเก็บไว้ทานยามว่าง พวกเขาตกลงทำเค้กสูตรโบราณสูตรที่สามารถหาวัตถุดิบในการทำได้บนเกาะที่พวกเขาอาศัยอยู่ นั่นคือ เค้กใบเตยหน้ามะพร้าวหวาน
คุณยายสอนรุ้งผสมแป้งขนมเค้กใบเตยสีเขียวเนื้อละเอียดหวานอ่อนกับน้ำใบเตยที่ปลูกไว้หลังบ้านสอนวิธีการตีไข่ขาวให้เป็ครีมหอมเนื้อนุ่มสีขาวคุณตาของเธอกับกุ๊งกิ๊งหมาน้อยช่วยกันเลือกลูกมะพร้าวคุณภาพดีที่ปลูกไว้ในสวนช่วยกันปอกเปลือกมะพร้าวคุณตานำเนื้อมะพร้าวน้ำหอมสีขาวนวลที่ขูดเป็เส้นยาวเรียบร้อยแล้วหนึ่งถ้วยใหญ่มาให้พวกเธอในห้องครัวพอดีกับจังหวะที่คุณยายสอนรุ้งแต่งครีมสีขาวทาคลุมเค้กใบเตยสีเขียวเสร็จเรียบร้อย
"มะพร้าวขูดมาแล้วจ้ะยายหลาน! ตากับกุ๊งกิ๊งเลือกลูกมะพร้าวน้ำหอมเนื้อดีนานไปหน่อย รอนานไหมเอ่ย?"
คุณตาเดินเข้ามาในครัวมือถือถ้วยใส่มะพร้าวขูดเส้นยาวสีขาวเนื้อหวานหอมเข้ามา โดยมีกุ๊งกิ๊งเดินตามหลัง
"ไม่นานจ้ะตายายเพิ่งสอนหนูทาหน้าครีมบนเค้กเสร็จเองค่ะ"
รุ้งตอบคุณตาอย่างมีความสุขนี่จะเป็เค้กก้อนแรกที่ทำด้วยฝีมือของเธอ และเป็เค้กวันเกิดก้อนแรกของเธอเช่นกัน
คุณยายลูบศีรษะหลานอย่างเอ็นดูเบาๆแล้วเดินไปรับถ้วยใส่มะพร้าวขูดจากมือของคุณตาที่ยืนถืออยู่
"มีอะไรให้ตาช่วยอีกไหม?"
คุณตาถามคุณยายอย่างกระตือรือร้น
"ไม่มีแล้วจ้ะตา!ไปนั่งพักดูทีวีหน้าบ้านได้แล้วจ้ะ!"
คุณยายพูดตอบคุณตาพร้อมส่งยิ้มขอบคุณคุณตาจึงชวนกุ๊งกิ๊งไปนั่งดูทีวีที่ห้องหน้าบ้านกุ๊งกิ๊งเดินตามไปอย่างกับเข้าใจภาษามนุษย์ดิบดี
'ท่านรุ้ง! กุ๊งกิ๊งไปนั่งดูทีวีกับท่านตานะ!ตั้งใจทำขนมเค้กให้อร่อยด้วยล่ะ! กุ๊งกิ๊งอยากทานขนมเค้กมาตั้งนานแล้วเคยได้ยินแต่ชื่อมาเสียนาน ยังไม่เคยทานของจริงเลย!'
หมาน้อยกุ๊งกิ๊งส่งกระแสจิตพูดบอกให้รุ้งทำเค้กให้อร่อยเขารอคอยการได้ทานขนมเค้กมานานหลายปีแล้ว โดยเฉพาะนี่จะเป็เค้กฝีมือของ ท่านรุ้งผู้สูงศักดิ์ อีกด้วย นึกแล้วเขาอดดีใจไม่ได้
'ทราบแล้วเ้าค่ะท่านปู่กุ๊งกิ๊ง!สั่งเก่งจริง! เดี๋ยวต้องทานให้หมดนะ! ถึงไม่อร่อยก็ต้องทานให้หมด! ไม่งั้น!รุ้งโกรธจริงๆ ด้วย!'
รุ้งตอบกวนๆใส่หมาน้อยช่างกิน แกล้งขู่เขาว่าต้องทานให้หมดแม้จะไม่อร่อย เธอนึกในใจกุ๊งกิ๊งพูดแซวเก่งมาก เธอเพิ่งรู้นะเนี่ย
พวกเขาพูดคุยผ่านทางกระแสจิตด้วยพลังจิตสื่อสารกันอย่างคล่องแคล่วซึ่งถือว่ารุ้งมีพัฒนาการที่รวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนและเหมือนพลังจิตของเธอจะแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน กุ๊งกิ๊งหมาน้อยััได้อย่างชัดเจนนี่คงพร้อมแล้วสำหรับการฝึกพลังขั้นต่อไป เขานึกในใจระหว่างนั่งดูทีวีคุณตาดูทีวีไปคอยหยิบขนมป้อนให้กุ๊งกิ๊งทานไปด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย
'ท่านรุ้ง! ท่านรุ้ง!เื่ผลึกคริสทัลเพอร์เพิลกับเื่ของพวกเราทั้งหมด! ต้องเก็บไว้เป็ความลับ!ห้ามบอกใครเด็ดขาดนะท่าน! สำคัญมากที่สุดเลย!'
กุ๊งกิ๊งย้ำเตือนเธออย่าบอกใครเื่พลังผลึกคริสทัลเพอร์เพิล พลังจิตสื่อสาร และทุกเื่ที่เกิดขึ้นขอให้เก็บไว้เป็ความลับสุดยอด เพราะถ้าเกิดแพร่งพรายออกไปรุ้งจะเป็อันตรายถึงชีวิตได้
'รับทราบจ้ะ! รุ้งรู้อยู่ก่อนแล้วว่าไม่ควรบอกเื่ของเราให้ใครรับรู้ รุ้งไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะรุ้งรุ้งเองก็ไม่อยากให้ตากับยายต้องมาเป็ห่วงรุ้งมากขึ้นอีก พวกท่านก็อายุมากแล้วรุ้งเป็ห่วงพวกท่านที่สุด! รักพวกท่านที่สุด!อ้อ...แล้วก็รักกุ๊งกิ๊งมากที่สุดเหมือนกันจ้ะ!'
รุ้งตอบรับทราบการเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับสูงสุดและทราบว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้เหมาะสม เธอส่งกระแสจิตคุยกับกุ๊งกิ๊งไปพลางใช้ช้อนซ้อมตักเนื้อมะพร้าวที่ผ่านการอบกับน้ำตาลทรายเรียบร้อยแล้วโรยบนเค้กใบเตยสีเขียวที่มีครีมสีขาวทาคลุมไว้ เธอตั้งใจโรยเส้นมะพร้าวน้ำหอมที่คุณตาได้ขูดเป็ฝอยยาวๆสีขาวนวล ขนาดหนากำลังดี จนทั่วทั้งบนหน้าเค้กและรอบตัวขนมเค้กจนดูคล้ายกับถูกห่อหุ้มด้วยปุยเมฆสีขาวสะอาด รุ้งและกุ๊งกิ๊งพูดคุยกันทางกระแสจิตเรื่อยจนทำขนมเค้กเสร็จ
"เก่งมากเลยหลาน! เค้กสวยมากจ้ะ!เดี๋ยวยายจะเอาไปแช่ในตู้เย็นสักพักนะ!รอให้เนื้อขนมเค้กกับเนื้อครีมแน่นขึ้นหน่อย แล้วหลังทานข้าวเที่ยงเสร็จเราค่อยยกมาทานกันนะจ๊ะ! ตอนนี้ไปดูทีวีหน้าบ้านกับตาได้แล้วจ้ะ!"
คุณยายส่งยิ้มพร้อมเอ่ยชมรุ้งเพราะเหมือนเธอจะสามารถเรียนรู้ จดจำ เข้าใจง่าย และทำตามที่คุณยายสอนได้คล่องแคล่วขึ้นรวดเร็วขึ้น เหมือนเธอจะฉลาดขึ้นด้วย ซึ่งผิดกับเมื่อก่อนที่ต้องสอนซ้ำ
คุณยายยกถาดขนมเค้กไปแช่ในตู้เย็นรุ้งช่วยคุณยายล้างอุปกรณ์ต่างๆ ในครัว จัดเก็บให้เรียบร้อย ล้างมือตนเองให้สะอาดแล้วเดินอย่างมีความสุขมาที่ห้องหน้าบ้าน นั่งดูทีวีข้างกุ๊งกิ๊งบนโซฟาไม้สีเทาซีดโดยมีคุณตานั่งอยู่ที่โซฟาไม้อีกตัวหนึ่งข้างๆ
'กุ๊งกิ๊ง! กุ๊งกิ๊ง!รุ้งนึกขึ้นได้!คือเมื่อคืน...ตอนที่แสงสีม่วงจากผลึกคริสทัลเพอร์เพิลได้ห่อหุ้มตัวรุ้งแล้วรุ้งได้กลิ่นอากาศด้วยล่ะ! นั่นคือกลิ่นอะไรหรือ? เหมือนกับเมื่อสองปีก่อน...ตอนที่รุ้งได้รับผลึกใช่ไหม?'
เหมือนเธอจะเตรียมคำถามมาแล้วเมื่อหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟา เธอส่งกระแสจิตถามหมาน้อยทันที
'อ๋อ... ใช่! ใช่!ท่านรุ้งช่างสังเกตมากเลย!'
'ถูกต้องดังที่ท่านว่ามากลิ่นที่ท่านพูด คือวิวัฒนาการขั้นสูงอย่างหนึ่งของพวกเรา เป็ระบบอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์ขั้นสูงนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีทางเคมีและชีวภาพ กลั่นจากออกซิเจนบนโลกรวมกับสารอากาศที่ใช้ในการหายใจของแหล่งกำเนิดต่างๆ ร่วมกับสารชนิดพิเศษชนิดหนึ่งซึ่งสารชนิดนี้มีกลิ่นหอมอ่อนคล้ายกับกลิ่นมิ้นท์ มาเป็ตัวทำปฏิกิริยาผสมกับเทคโนโลยีอนุภาคที่ละเอียดที่สุดในการสร้างสารเสริมประสิทธิภาพแก่ร่างกายปรับให้เหมาะกับการหายใจในทุกบรรยากาศและทุกสภาพถิ่นกำเนิด ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นบรรยากาศโลกหรือนอกโลกหรือสถานที่ใดก็ตามระบบอากาศบริสุทธิ์นี้จึงถือเป็เกราะเสริมกาย ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ายังสามารถปล่อยประจุพิเศษมาสลายสารพิษหรือมลพิษทุกชนิดรวมทั้งยังสามารถทำลายไวรัสหรือเชื้อโรคทุกชนิดไม่ให้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจหรือร่างกายภายในรัศมีที่กำหนด จนกลายเป็ โอโซนบริสุทธิ์ล้านเท่า!'
'หากเป็มนุษย์ทั่วไปจะไม่สามารถรับรู้ได้ ยกเว้นพวกเราจากถิ่นกำเนิดเดียวกันเท่านั้นเมื่อหายใจรับเอาโอโซนบริสุทธิ์ล้านเท่าเข้าไป จะรู้สึกหายใจโล่ง ไม่ติดขัดจนเหมือนรู้สึกหายใจรับออกซิเจนอิ่มไปถึงปอดผลักดันระบบทางเดินหายใจให้ไหลเวียนสะดวก ออกซิเจนพิเศษนี้ยังช่วยฟื้นฟูร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยแก้อาการภูมิแพ้หรือหอบหืดได้ หากมนุษย์ผู้มีอาการของโรคหอบหืดได้หายใจรับโอโซนบริสุทธิ์ล้านเท่าของพวกเราเข้าไปจะทำให้สามารถหายใจได้อย่างเป็ปกติและฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจของเขาได้อย่างรวดเร็ว!'
หมาน้อยกุ๊งกิ๊งอธิบายข้อมูลยืดยาวอย่างตั้งใจแต่นี่ล้วนเป็ข้อมูลที่ไม่น่าจะเป็ไปได้บนโลกใบนี้ทั้งสิ้นไม่รู้ว่ารุ้งจะเชื่อหรือไม่
'โอ้โห... วิเศษจังเลย!อะไรจะวิเศษได้ขนาดนั้น!'
แต่เธอกลับอุทานเสียงแจ๋วส่งทางกระแสจิตตอบหมาน้อย พลางทำตาโต อ้าปากหวอ มองไปที่หมาน้อย
'นี่พูดจริงนะ! ไม่ได้โม้!วิวัฒนาการจากถิ่นกำเนิดของพวกเราเจริญกว่าที่นี่หลายล้านเท่านักแต่ด้วยปัญหาบางอย่าง พวกเราจึงต้องส่งท่านมาทำภารกิจแทนพวกเราที่นี่!'
หมาน้อยส่งกระแสจิตพูดเสียงจริงจังเงยหน้าขึ้นมองเธอ ปลายคิ้วชี้ขึ้นบนเล็กน้อย
'ฟังดูน่ากลัวจังเลย ทำไมต้องเป็รุ้งด้วย? ให้คนอื่นรับหน้าที่แทนไม่ได้หรือ?'
เธอเริ่มมีอาการหวาดกลัวอีกแล้วเพราะยิ่งฟัง ยิ่งรู้สีกว่าเป็เื่ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
'ไม่ได้หรอกท่านรุ้งอย่ากังวลไปเลย ท่านทำได้สำเร็จแน่นอน อีกหน่อยท่านจะเข้าใจเอง!'
หมาน้อยปลอบใจเธอด้วยการพยักหน้ากับกระดิกหางไปมา
... ... ...
หลังมื้อเที่ยง...
"มาแล้วจ้ะ!...เค้กใบเตยสีเขียวทาครีมกับหน้ามะพร้าวหวาน!... เป็ไงบ้าง?! ฝีมือหลานเรา น่าทานไหม?"
หลังทานอาหารเที่ยงเสร็จจึงเป็เวลาที่ทุกคนรอคอย คุณยายเดินไปเปิดตู้เย็นในครัว และยกมาวางบนโต๊ะทานข้าว
"น่าทานมาก!เก่งมากเลยหลาน!"
คุณตารีบตอบกลับคุณยายทันทีพลางหันหน้าไปหารุ้งที่นั่งอยู่ด้านข้าง มือขวายกนิ้วโป้งแสดงความหมายว่า เก่งและเอ่ยปากชมหลาน
"ขอบคุณค่ะตา งั้นหนูตัดเค้กใส่จานเลยนะคะ!"
รุ้งยิ้มอย่างมีความสุขเตรียมยื่นมือจับมีดตัดขนมเค้กใส่จาน
"บ๊อกๆ บ๊อกๆ"
ดูท่าหมาน้อยกุ๊งกิ๊งจะรอเวลานี้มานานแสนนานเขารีบขานรับ เหมือนบอกว่าให้ตัดเค้กเร็วๆ
รุ้งใช้มีดตัดเค้กอย่างพิถีพิถันตัดด้านซ้ายที ด้านขวาที ค่อยๆ เลื่อนเค้กชิ้นที่หนึ่งออกมาอย่างตื่นเต้นแล้ววางใส่จาน ชิ้นแรกส่งให้คุณตา ชิ้นที่สองส่งให้คุณยายชิ้นที่สามวางให้กุ๊งกิ๊ง และชิ้นที่สี่ของเธอเอง
นี่คือเค้กวันเกิดที่วิเศษที่สุดของเธอด้านในคือตัวเค้กสีเขียวใบเตย เนื้อแน่น แต่นุ่ม เนียน ละเอียดฟองอากาศในตัวเค้กแทบไม่มี รสหวานเล็กน้อย กับกลิ่นใบเตยลอยขึ้นแตะจมูกั้แ่เมื่อตัดชิ้นเค้กแยกออกมา ครีมสีขาวรสหวานนิดหน่อยที่ทาบางๆ รองพื้นขนมเค้กมีกลิ่นวานิลลาอ่อนๆและห่อหุ้มด้วยเนื้อมะพร้าวน้ำหอมขูดเป็เส้นยาวอบน้ำตาลหวานน้อยเป็รสชาติที่อร่อยมาก มากที่สุดที่เธอเคยทานมาและแน่นอนอร่อยที่สุดเท่าที่กุ๊งกิ๊งเคยทานมาเช่นกัน
'เป็ไงบ้างกุ๊งกิ๊ง? อร่อยไหม?'
รุ้งอยากรู้ว่ากุ๊งกิ๊งชอบทานไหมอร่อยหรือไม่ จึงส่งกระแสจิตถามเขา
'อร่อยมากเลย!น่าจะทำเค้กหลายก้อนหน่อยนะ! อยากทานอีก!'
กุ๊งกิ๊งไม่รอช้ารีบส่งกระแสจิตตอบกลับ ส่วนปากยังคงเคี้ยวขนมเค้กไม่หยุด
... ... ...
กลางคืน...
ก่อนเข้านอน...
'สวัสดี! ได้ยินเสียงเราไหม?'
'สวัสดี! ได้ยินเสียงเราไหม?'
'สวัสดี! ได้ยินเสียงเราไหม?'
พอตกดึกก่อนที่เธอจะหลับ รุ้งเหมือนได้ยินเสียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งทักทายเธอ
'กุ๊งกิ๊ง! กุ๊งกิ๊ง!ได้ยินเสียงใครพูดไหม?ใช่เพื่อนของกุ๊งกิ๊งหรือเปล่า?'
เธอถามหมาน้อยอย่างสงสัยและมีอาการกลัวหน่อยๆ เพราะมีเสียงบุคคลใหม่เพิ่มเข้ามาในสมองของเธอ
'เสียงอะไรหรือ?'
กุ๊งกิ๊งพยายามฟังด้วยแต่ไม่ได้ยินเสียงใด
'หูฝาดหรือเปล่าท่านรุ้ง?! ไม่เห็นได้ยินเสียงใครเลย!'
กุ๊งกิ๊งตอบเธอบอกเธอว่าเธอคงคิดไปเอง
รุ้งพยายามตั้งจิตฟังอีกครั้งแต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว นอกจากเสียงของกุ๊งกิ๊ง เธอจึงคิดว่าน่าจะเพราะเธอคิดไปเอง
'ท่านรุ้ง!พรุ่งนี้เราจะเริ่มฝึกพลังขั้นที่สองกันนะ!แล้วมีสถานที่แห่งหนึ่งอยากให้ท่านรู้จักด้วย!'
เขาไม่อยากให้เธอต้องกังวลมากไปจึงเปลี่ยนเื่พูด บอกว่าวันพรุ่งนี้จะเริ่มฝึกพลังพื้นฐานที่สองแล้วจะแนะนำสถานที่แห่งหนึ่งให้รู้จัก
'โอเค!คืนนี้คงไม่ต้องฝึกแล้วใช่ไหม?รุ้งง่วงนอนจังเลย!ฝันดีนะกุ๊งกิ๊ง!'
รุ้งง่วงนอนมากสังเกตได้จากเสียงพูดที่งัวเงียเต็มที แล้วผล็อยหลับไป
'ฝันดีนะท่านรุ้ง! ท่านไม่ต้องกลัวนะ!พวกเราจะคอยคุ้มครองท่านตลอดเวลา!'
กุ๊งกิ๊งส่งกระแสจิตเอ่ยราตรีสวัสดิ์เธอเช่นกันแต่เหมือนเธอจะไม่ได้ยิน
เมื่อรุ้งหลับสนิทกุ๊งกิ๊งนอนหลับอยู่ทางด้านซ้ายมือของเธอ แต่ขณะที่เขาหลับตาอยู่นั้นเขาได้ส่งพลังจิตสื่อสารติดต่อกับใครบางคนในถิ่นกำเนิดที่แสนไกลของพวกเขาเพื่อรายงานให้เขาทราบถึงเหตุการณ์ผิดปกติเมื่อครู่ เพราะดูเหมือนว่า จะมีใครบางคนพยายามจะติดต่อกับท่านรุ้งทางกระแสจิตเช่นกันหรือว่าพวกเขาจะทราบแล้ว...ว่าท่านรุ้งอยู่ที่นี่
... ... ...
ณมุมหนึ่งของโลก คนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งรวมตัวกัน ล้อมเป็วงกลมห่างๆลักษณะคล้ายกับกำลังประชุมอะไรสักอย่าง ดูช่างลึกลับ ภายใต้แสงไฟสลัวในห้องสี่เหลี่ยมสีทึบประหลาดไร้ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ มีเพียงเก้าอี้นั่งทรงเหลี่ยมคล้ายแท่งเหล็กสีดำมันขลับจับใจความสั้นๆ ได้เพียงว่า พวกเขาจะส่งใครคนหนึ่งมายังเมืองที่รุ้งอาศัยอยู่เพื่อวางแผนการบางอย่าง ที่ไม่อาจคาดเดาได้ โดยไม่มีใครล่วงรู้อย่างลับๆ