เคราะห์กรรม
คฤหาสน์ตระกูลหวัง หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของปักกิ่งในปัจจุบัน เบื้องหน้าประตูรั้วคฤหาสน์ที่ถูกสร้างอย่างประณีตด้วยวัสดุไม้ชั้นดี มีชายหนุ่มคนหนึ่งอายุยี่สิบกว่าปี กำลังพยุงหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าซีดขาว ไม่ได้สติไว้
สีหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความร้อนใจ ท่ามกลางหิมะที่หนาวเย็นกำลังตกโปรยลงมา ความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของชายหนุ่มและหญิงวัยกลางคนนานแล้ว เพราะพวกเขาไม่ได้พึ่งมาถึง แต่ยืนอยู่ที่นี่นายพักหนึ่งแล้ว
แม้ว่าฤดูนี้จะไม่ใช่ฤดูหนาว แต่มันก็มีหิมะตกลงมา เป็นหิมะหลงฤดูที่จะมานานๆ ครั้ง
“เถียนหนู ลุงใหญ่ยังไม่ให้ฉันเข้าพบอีกเหรอ?” ชายหนุ่มที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจพูดกับยามวัยกลางคนตรงหน้าประตูรั้วที่ยืนขวางไม่เปิดประตูให้เขาเข้าไปในเขตคฤหาสน์
เขามีชื่อว่าหวังเฉิน เป็นลูกชายคนโตของอดีตหัวหน้าตระกูลหวัง พ่อของเขาหวังเฉิงเทียนเสียชีวิตเมื่อปีก่อน จึงทำให้สถานะในตระกูลหวังของเขาตกต่ำลงอย่างมาก
ในตอนที่พ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ ด้วยที่คิดว่าพ่อตัวเองเป็นหัวหน้าตระกูลใหญ่หนึ่งในสี่ของปักกิ่ง เขาจึงมีนิสัยที่เย่อหยิ่ง อวดดีทุกอย่าง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาทั้งนั้น ใช้ชีวิตอย่างกับเจ้าชาย วางอำนาจ เสเพลสารพัด จนนับไม่หวาดไม่ไหว
พอร่มไม้ใหญ่อย่างพ่อของเขาหวังเฉิงเทียนที่คอยปกป้องเอาใจเสียชีวิตลง จึงถูกคนในตระกูลกดดันให้สถานะตกต่ำลง สุดท้ายคนเหล่านี้หาเรื่องใส่ร้ายเขาและแม่ของเขา เฉดหัวเขาสองแม่ลูกออกจากตระกูลหวัง นับจากเวลานี่ก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลหวัง หวังเฉินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เมื่อได้เผชิญกับความยากลำบากที่ถาโถมเข้ามา เขากลายเป็นคนขยันขันแข็ง สู้ชีวิต ทำงานที่ไซต์งานก่อสร้างเพื่อหาเงินมารักษาแม่ที่ล้มป่วยลง
แม่ของเขาดีกับเขาทุกอย่าง ไม่เคยดุด่าว่าร้ายเขาเลยสักครั้ง ไม่ว่าเขาจะทำตัวเลวเหลวแหลกแค่ไหนนับตั้งแต่ที่เขาเกิดมา เรื่องนี้ทำให้หวังเฉินซาบซึ้งใจ รักแม่อย่างสุดซึ้ง
ในขณะเดียวกันเขาก็เอาแต่โทษตัวเองที่ทำให้แม่ต้องมาตกระกำลำบาก ถ้าแต่ก่อนตัวเองไม่มีนิสัยเหล่านั้น คงไม่เกิดเหตุการณ์ถูกคนในตระกูลรวมหัวกันใส่ร้ายและขับไล่ออกจากตระกูลมาเช่นนี้
ที่หวังเฉินแบกหน้ากลับมายังคฤหาสน์ตระกูลหวังวันนี้ เป็นเพราะว่าแม่ของเขาป่วยหนัก ต้องใช้เงินจำนวนมากในการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง เขาจึงอยากที่จะมาขอยืมเงินลุงใหญ่ของเขาหวังเฉียน ซึ่งเป็นหัวหน้าตระกูลหวังในตอนนี้
ถ้าไม่ได้เงินก้อนนี้ แม่ของเขาคงไม่อาจที่จะมีชีวิตรอดอาทิตย์นี้ไปได้!
“ขอโทษด้วยหวังเฉิน นายท่านไม่ให้แกเข้าพบและอย่าเสนอหน้ามาเรียกชื่อฉันเฉยๆ เติมคุณด้วย!” ยามวัยกลางคนยิ้มเยาะเย้ยหวังเฉิน ในขณะที่มือควงกระบองสั้นสีดำในมือไปมา
หวังเฉินขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงที่ไม่ให้เข้าพบ ฉันโทรคุยกับลุงใหญ่แล้ว เขาบอกให้ฉันพาแม่มาที่คฤหาสน์ตระกูล”
ถ้าไม่ใช่ว่าหวังเฉียนบอกให้เขาพาแม่มาที่คฤหาสน์ตระกูลหวัง หลังจากที่เขาโทรขอยืมเงินแล้วล่ะก็ เขาคงไม่กล้าพาแม่ออกมาในสภาพอากาศที่หนาวเย็น มีหิมะตกโปรยปรายลงมาแบบนี้
เถียนหนูหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่าฮ่า หวังเฉินแกนี่มันโง่จริงๆ ไม่รู้รึไงว่านายท่านหลอกแกให้แกพาแม่แกมาที่นี่ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“แกหมายความว่ายังไง?!” ใบหน้าของหวังเฉินเปลี่ยนไปอย่างมาก ถึงกับสลดซีดขาวลงไป ถ้าเถียนหนูพูดเป็นความจริง นี่ไม่ใช่ว่าหวังเฉียนวางแผนให้เขาทำร้ายแม่ของเขาหรือ?
ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ แม่ของเขาที่ป่วยมีร่างกายอ่อนแอ ไหนเลยจะไม่ได้รับผลกระทบอันรุนแรง
“เปิดประตูให้ฉัน ฉันจะเข้าไปถามลุงใหญ่เอง!” หวังเฉินร้อนรนมากยิ่งกว่าเดิม เขาอยากที่จะไปถามหวังเฉียนเอง ไม่คิดฟังความข้างเดียวจากเถียนหนู
“แกคิดว่าฉันจะเปิดประตูให้แกรึไง? รีบไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว!” เถียนหนูสีหน้ากลายเป็นดุร้าย ชี้กระบองสั้นสีดำในมือมาที่หวังเฉิน
“เฉินเอ๋อร์...พอแล้ว พาแม่กลับเถอะ...” ในตอนนี้ ไม่คาดฝันว่าแม่ของหวังเฉินจะรู้สึกตัวขึ้นมา แม่ของเขามีชื่อว่าหยางชีหยู ปีนี้อายุ 40 กว่าปีแล้ว ใบหน้าซูบผอม เส้นผมหลายเส้นกลายเป็นสีเทาและสีขาวไปแล้ว
แต่ถึงแม้จะมีสภาพเช่นนี้ แต่ก็สามารถมองเห็นความสวยงามจากเธอได้เล็กน้อย คาดว่าตอนสมัยที่เธอยังสาว เธอคงเป็นหญิงสาวที่สวยมากคนหนึ่ง
“แม่...” หวังเฉินเม้มริมฝีปาก ในใจรู้สึกปวดร้าว
“แม่ไม่เป็นไร...พวกเรากลับกันเถอะนะ” หยางชีหยูปลอบลูกชายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและอ่อนแรง
หวังเฉินลังเล แต่เพียงแค่ครู่เดียว เขาก็พยักหน้า “ครับแม่”
เขารีบพยุงแม่เขาเดินออกจากหน้ารั้วคฤหาสน์ของตระกูลหวัง โดยที่ไม่สนใจเถียนหนูอีกต่อไป
เถียนหนูเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงมองอย่างเย้ยหยันตามหลังสองแม่ลูกไป ในขณะนั้นมือถือของเขาก็ดังขึ้น
เถียนหนูรีบหยิบเอามือถือออกมากดรับอย่างรวดเร็ว เนื่องจากว่าคนที่โทรมาหาเขาเป็น ‘นายท่าน’ ที่เขาเรียกหาหวังเฉียน
“เถียนหนู แกไล่พวกมันสองแม่ลูกไปรึยัง?”
“เรียบร้อยแล้วครับนายท่าน ผมไล่พวกมันไปแล้ว” เถียนหนูรีบตอบด้วยความกระตือรือร้น
“แกทำได้ดีมาก ไว้ฉันจะตบรางวัลให้แก” ปลายสายว่าเช่นนี้ ก่อนวางไป
ส่วนเถียนหนูก็ยิ้มจนแก้มแทบจะปริออก รู้สึกคาดหวังอย่างมากกับรางวัลที่หวังเฉียนจะมอบให้
...............................................
ข้างๆ ริมถนน บนฟุตบาทที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่เย็นเยียบ ลมหนาวพัดโหมกระหน่ำ หวังเฉินในชุดเสื้อกันหนาวตัวหนากับหยางชีหยูแม่ของเขาในชุดแบบเดียวกันก้าวเดินย่ำเหยียบหิมะเพื่อไปหาที่หลบหิมะที่กำลังตกลงมา จากนั้นค่อยจะได้มองหาแท็กซี่สักคัน เพื่อกลับไปยังห้องเช่าที่เช่าอยู่
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงทุกขณะ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายามค่ำคืนใกล้มาถึงแล้ว และสิ่งที่มาพร้อมกันคือลมหนาวที่หนาวเย็นมากขึ้น
ในขณะที่ได้การพยุงช่วยของลูกชายเดิน สติของหยางชีหยูก็เริ่มพร่ามัว ก่อนที่จะหมดสิ้นลงไปพร้อมๆ กับลมหายใจของเธอ ล้มฟุบเข้าสู่อ้อมกอดของลูกชาย
“แม่!” หวังเฉินตกใจ รีบตรวจดูอาการของแม่ พอได้เห็นว่าแม่ของตัวเองไม่มีลมหายใจแล้ว ใบหน้าของเขาก็ซีดขาวลงราวกับใบหน้าของคนตาย ดวงตากลายเป็นว่างเปล่า หัวใจของเขาเจ็บปวด ทั่วร่างรู้สึกเย็นยะเยือกไปหมด น้ำตาหยดใสไหลรินลงมา
“ทำไม? ทำไม? ทำไม!” ริมฝีปากของเขาขยับ มีแต่คำว่า ‘ทำไม’ ออกมา ราวกับว่าเขากำลังถามหาเหตุผลว่าทำไมแม่ของเขาถึงได้ต้องมาตายจากไปด้วยสภาพเช่นนี้ หรือว่ามันเป็นเคราะห์กรรมที่ตัวเขาได้กระทำไว้กันแน่!
แต่ในไม่ช้า ดวงตาของหวังเฉินก็เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เมื่อเขานึกถึงเรื่องที่หวังเฉียนบอกให้พาแม่ของเขาไปที่คฤหาสน์ตระกูลหวัง ถ้าเขาไม่ได้พาแม่ของเขาออกมาตามคำพูดของหวังเฉียน แม่ของเขาอาจจะไม่ต้องมาตายก็ได้
“หวังเฉียน ฉันจะฆ่าแก! ฉันจะฆ่าแกแน่!”
เสียงคำรามของหวังเฉินดังสะท้อนในอากาศ ฟังได้ชัดว่ามันเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
ทันใดนั้นเหนือท้องฟ้าพลันปรากฏสายฟ้าสีแดงสายหนึ่งฟาดผ่าลงมายังร่างกายของหวังเฉิน!
ความคิดสุดท้ายที่เขาคิดคือ แม้แต่สวรรค์ก็ปรารถนาที่จะทำลายเขาหรือ? ถึงได้ส่งสายฟ้าสีแดงลงมาเอาชีวิตของเขา!
จบบทที่ 1