บทที่ 8
ช่างเสริมความงาม
เซี่ยหลินหลินไปหาพี่สาวในหอคณิกานางหนึ่ง มีนามว่าจงขุ่ย นางเป็สตรีใบหน้าธรรมดา ไม่โดดเด่น ค่าตัวของนางต่อคืนถือว่ารั้งสามอันดับสุดท้ายของหอเซี่ยฮวา
“หลินหลินน้อย มีอะไรกับพี่สาวหรือ?” จงขุ่ยเลิกคิ้วถาม นางเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เตรียมแต่งหน้าเพื่อรับลูกค้า ค่าตัวของจงขุ่ยคืนละยี่สิบตำลึง ถือว่าถูกมากแล้ว สำหรับหอคณิกาชั้นสูง ผู้ที่ค่าตัวแพงที่สุดของหอเซี่ย ฮวาอยู่ที่คืนละห้าร้อยตำลึง!
เซี่ยจงอี๋ท่านป้าของนางคิดค่านายหน้าต่ำกว่าทุกหอในเมืองหลวง ทำให้คณิกาของที่นี่มีฐานะดีมาก ทำงานไม่กี่ปีสามารถเก็บเงินไถ่ถอนตนเองเป็อิสระได้
“พี่สาว วันนี้ข้าไปเที่ยวตลาด เจอเครื่องประทินโฉมชิ้นนี้” เซี่ยหลินหลินยกขวดใบเล็กที่เต็มไปด้วยรองพื้นเนื้อเนียนขึ้นมาให้จงขุ่ยดู “ข้าชอบแต่งหน้ามาก เห็นว่าของชิ้นนี้เหมาะกับบรรดาพี่สาวทั้งหลาย อีกทั้งข้าอยากเปิดร้านอาหาร แต่ยังขาดเงินทุน จึงอยากลองรับจ้างแต่งหน้าเสริมความงามให้พวกพี่สาวดูเ้าค่ะ พี่จงสนใจไหมเ้าคะ? ข้าคิดไม่แพงเลย ไม่แน่หากท่านป้าเห็นพี่สาว อาจจะเพิ่มค่าเหนื่อยให้ก็ได้นะเ้าคะ” ค่าเหนื่อยของคณิกาขึ้นอยู่กับความนิยม ยิ่งแขก้าเยอะ ค่าตัวยิ่งสูงขึ้น
จงขุ่ยเห็นอีกฝ่ายมาั้แ่เด็กๆ พวกนางนับกันเป็พี่สาวน้องสาว “พี่ยินดีให้เ้าแต่งหน้าให้ เพียงแต่… พี่มีเงินไม่มากนัก” นางได้เงินวันละยี่สิบตำลึง บางวันก็ไม่มีแขก นางต้องส่งเงินให้บ้านเดิมอีกกว่าครึ่ง ทำให้จงขุ่ยเหลือเงินต่อเดือนเพียงไม่กี่สิบตำลึง ทำงานมาหลายปี ยังเก็บเงินไม่พอไถ่ตัวเอง
“พี่สาวอย่ากังวล ครั้งแรกข้าจะแต่งให้พี่โดยไม่คิดเงินสักอีแปะ เพราะข้าเองก็ไม่มีเงินซื้อเครื่องประทินโฉมราคาแพงเช่นกัน ขอใช้ของพี่ไปก่อนนะเ้าคะ”
“ได้ซิ แต่เครื่องประทินโฉมของพี่เป็ของธรรมดา ไม่รู้หลินหลินน้อยจะชอบใจหรือไม่” จงขุ่ยเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะหยิบทุกอย่างออกมา ทั้งแป้งผัดหน้า ชาดทาปากสองตลับ ดินสอเขียนคิ้วสีดำปี๋หนึ่งด้าม
เซี่ยหลินหลินเห็นแล้วเกิดความเห็นใจ พี่จงขุ่ยทำงานมาหลายปี เงินเก็บมีน้อยนิด ของที่ใช้มีแต่ของธรรมดาจนถึงถูกที่สุด หากเป็หอคณิกาอื่นคงถูกขายไปแล้ว แต่เซี่ยจงอี๋เห็นใจเด็ก ๆ เหล่านี้ จึงรับเลี้ยงจนกว่าจะไม่ไหว
“แค่นี้ก็ดีมากแล้วเ้าค่ะ ข้าจะแต่งให้ท่านงามไม่แพ้ผู้ใด ค่าตัวคืนนี้ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน!”
จงขุ่ยยิ้มน้อยๆ ไม่ได้คาดหวัง นางรู้ตัวเองอายุมากเกินจะอยู่ที่นี่แล้ว โชคดีเซี่ยจงอี๋เมตตา นางจึงยังมีที่ยืน เื่เล็กน้อยที่หลานของเถ้าแก่เนี้ยร้องขอ พวกนางยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ
เซี่ยหลินหลินเริ่มลงรองพื้นก่อน ยุคนี้ไม่มีไพรเมอร์หรือเซรั่มบำรุง นางเห็นที่ร้านขายเครื่องประทินโฉมมีครีมบำรุง แต่ราคาสูงมาก เงินไม่พอซื้อมาเลยได้แต่ตัดใจ รองพื้นนางนำมาผสมเอง ได้สีชัดตรงตามผิว เมื่อทาลงไปบนผิว จงขุ่ยไม่รู้สึกหนักหน้าแม้แต่น้อย
ริ้วรอยและฝ้ากระถูกปกปิดไว้ จากนั้นเซี่ยหลินหลินลงแป้งบาง ๆ จงขุ่ยรู้สึกว่าน้องสาวลงแป้งน้อยเกินไป ราวกับไม่ได้ทา แต่นางไม่ได้คัดค้าน หากใช้ไม่ได้นางก็แค่ล้างออกแล้วแต่งใหม่
เซี่ยหลินหลินบรรจงเขียนคิ้วอย่างพิถีพิถัน นางเขียนเส้นต่อเส้น ไม่ได้วาดหนาเตอะเช่นที่เห็นกันในหอคณิกา
จากนั้นใช้ที่ทาแก้มปัดเบาๆ ข้างละสองที ใช้ดินสอเขียนคิ้วกรีดตาแทนอายลายเนอร์ ก่อนจะทาปากเบาๆ นางใช้ทั้งสองสีผสมกัน
เมื่อแต่งเสร็จ จงขุ่ยหันไปมองใบหน้าของตัวเองในกระจก ดวงตาของนางเบิกโตขึ้นเล็กน้อย “เป็… เป็ไปได้อย่างไร?”
สตรีใบหน้าสวยหวานในกระจกผู้นี้คือตัวนางหรือ!? เหตุใดหลินหลินเพียงแต่งหน้าเล็กๆ น้อย ๆ ก็เปลี่ยนนางเป็อีกคนได้อย่างง่ายดาย
เซี่ยจงอี๋รอตรวจรายชื่อเด็กๆ วันนี้ใครขาดใครลานางจะได้แจ้งแขกได้ถูก เงาร่างบอบบางในชุดสีชาเดินมายืนตรงหน้า เถ้าแก่เนี้ยค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ก่อนจะมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย “มาหาใครเ้าคะ?”
จงขุ่ยหลุดขำออกมา “ท่านแม่ จำจงขุ่ยไม่ได้แล้วหรือเ้าคะ?”
เหล่าคณิกาเรียกเซี่ยจงอี๋ว่าท่านแม่ พวกนางรักและเคารพแม่เล้าผู้นี้มาก
เสียงที่ได้ยินทำให้เซี่ยจงอี๋จำได้ทันที นางมองสตรีตรงหน้าอย่างยากจะเชื่อ “จงขุ่ย! เ้าไปได้ยาดีอะไรมา! บอกเหล่าพี่น้องของเ้าบ้างซิ”
จงขุ่ยยกมือปิดปากหัวเราะ “มิใช่ยาดีอะไรหรอกเ้าค่ะ พอดีน้องหลินแต่งหน้าให้ข้า ท่านแม่คิดว่าข้างามขึ้นหรือไม่?”
เซี่ยจงอี๋จับใบหน้าของจงขุ่ยหันไปทางซ้ายที ทางขวาที “งามนัก! เ้าเด็กนั่นชอบแต่งหน้าแต่งตาก็ไม่บอก ต่อไปต้องให้แต่งพี่น้องทุกคนในหอแล้ว!”
“น้องหลินเก็บเงินนะเ้าคะ เห็นบอกว่าหากมีชื่อเสียงแล้วจะขึ้นราคาอีกด้วย”
เซี่ยจงอี๋และจงขุ่ยหัวเราะจนท้องแข็ง เด็กน้อยในวันวาน ตอนนี้มีความชอบและรู้จักหาเงินเข้ากระเป๋าแล้ว
“ดี! คืนนี้ค่าตัวของเ้าคือห้าสิบตำลึง ต้องมีเศรษฐียอมจ่ายแน่” ด้วยประสบการณ์ ใบหน้าอ่อนหวานดูขี้อายเช่นนี้ถูกใจเหล่าคุณชายและเศรษฐีนักล่ะ
จงขุ่ยไม่แน่ใจนักว่าห้าสิบตำลึงมากเกินไปสำหรับนางหรือไม่
ไม่น่าเชื่อ เพียงคืนเดียวจงขุ่ยรับแขกถึงสามคน! นางได้เงินหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงภายในคืนเดียว มากกว่าตอนที่นางเป็สาวน้อยแรกแย้มเสียอีก!
เื่ที่เซี่ยหลินหลินแต่งหน้าจงขุ่ยจนงามบาดตาดังไปทั้งหอ วันต่อมาบรรดาพี่สาวนับสิบคนต่อแถวให้นางแต่งหน้าให้บ้าง พวกนางล้วนอยากเพิ่มค่าตัว หาเงินได้เยอะและเร็วเท่าไร ก็สามารถชุบตัวเองออกจากหอคณิกาได้เร็วเท่านั้น
เซี่ยหลินหลินดีใจมาก นางเก็บค่าแต่งหน้าคนละสองตำลึงก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีเครื่องประทินโฉมเป็ของตัวเอง นางบรรจงแต่งหน้าให้ทุกคน เหล่าพี่น้องหอเซี่ยฮวาต่างพออกพอใจ คาดว่าคืนนี้ต้องขายดิบขายดีเหมือนจงขุ่ยแน่
วันนี้จงขุ่ยก็มาใช้บริการแต่งหน้าเช่นกัน ใต้ตาของนางดำคล้ำเล็กน้อย เซี่ยหลินหลินลงรองพื้นใต้ตาให้นางหนักกว่าจุดอื่นเล็กน้อย เห็นจงขุ่ยเอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เซี่ยหลินหลินจึงถามว่า “พี่จงขุ่ย มีเื่ดีอะไรหรือเ้าคะ?”
จงขุ่ยบีบผ้าเช็ดหน้าในมือ “เมื่อคืนมีนายทหารผู้หนึ่งบอกว่าจะไถ่ตัวพี่ออกไปเป็ภรรยาน่ะ”
สตรีเช่นพวกนาง การมีคนไถ่ตัวออกไปแต่งงานด้วยเป็เื่น่ายินดีที่สุด ต่อให้เขาเป็เพียงทหารชั้นผู้น้อยนายหนึ่งนางก็ดีใจมาก
“จริงหรือเ้าคะ แล้วพี่ชอบเขาหรือไม่” เซี่ยหลินหลินชวนคุย ในยุคที่ไม่เปิดกว้างนี้ การยอมรับหญิงคณิกาเป็ภรรยาเป็เื่ไม่ง่ายเลย
“พี่เพิ่งรู้จักกับเขาได้ไม่นาน แต่เขาเป็คนดีมากคนหนึ่ง หากเขาไม่รังเกียจ พี่ก็ยินดี” จงขุ่ยเกิดในครอบครัวยากจนมาก นางถูกขายให้นายหน้าค้าทาสหน้าเืผู้หนึ่ง โชคดีที่เถ้าแก่เนี้ยเซี่ยไปพบเข้า เกิดความสงสารจึงซื้อตัวนางกลับมา ตอนแรกนางทำงานเป็คนทำความสะอาด ทางบ้านส่งข่าวความลำบากมาให้ นางร้อนใจจึงยอมขายศักดิ์ศรีตัวเอง
“ขอให้พี่จงขุ่ยเจอคู่ครองที่ดี ข้าเชื่อว่าพี่ต้องมีความสุข”
“ขอบใจน้องหลินมาก”
เซี่ยหลินหลินหาเงินได้ถึงสี่สิบตำลึงในคืนเดียว ท่านแม่และท่านป้าให้เงินนางอีกคนละห้าสิบตำลึง นางะโโลดเต้นไปซื้อเครื่องประทินโฉมและครีมบำรุงผิว นางเลือกชิ้นที่ดีที่สุดมาใช้ เส้นทางนี้หาเงินได้ไม่น้อย มิหนำซ้ำยังช่วยท่านป้าและบรรดาพี่สาวหาเงินได้มากขึ้น
ข่าวว่าหอเซี่ยฮวาได้ช่างเสริมความงามมือดี ช่วยแต่งหน้าให้ผีกลายเป็คน แต่งคนให้เป็นางฟ้าดังออกไปยังหอคณิกาอื่นๆ แม้จะทำงานค้าบริการเหมือนกัน แต่พวกเขาก็เป็พันธมิตรต่อกันด้วย
เซี่ยหลินหลินเองก็เพิ่มค่าเหนื่อย นางได้เงินวันละกว่าหนึ่งร้อยตำลึง พี่สาวบางคนเพิ่มเงินให้นาง พวกนางเองสามารถหาเงินได้เยอะกว่าเดิมถึงวันละสองถึงสามเท่า
นางใช้เครื่องประทินโฉมอย่างดีที่สุด ทำให้ใบหน้าของคณิกาทุกคนสวยสดงดงาม เบาบางแต่ติดทนนาน
เมื่อหาเงินได้หลายร้อยตำลึง นางเริ่มมองหาร้านค้า เริ่มถามเอาจากบรรดาพี่สาวทั้งหลายก่อน เพราะพวกนางรับแขกชนชั้นสูง เพียงสามวันได้ข่าวกลับมาว่า ถนนหางโจวมีเหลาสุราติดป้ายขาย สาเหตุที่ขายเพราะเ้าของเป็ผู้เฒ่าสองคน ้าขายร้านเพื่อหนีภัยา สองผู้เฒ่าแก่ชรา แข้งขาก็ไม่ดี พวกเขาฝากร้านให้หลานชายขายให้ ส่วนทั้งสองคนลอบหนีออกจากเมืองหลวงแล้ว
ผู้คนในเมืองหลวงอกสั่นขวัญแขวนกับาที่กำลังบีบเข้ามาใกล้ทั้งสามทิศทาง แต่จนใจที่ฝ่าาไม่อนุญาตให้อพยพหนีออกจากเมืองหลวง บางคนมีเส้นสายพอจะเจรจากับทหารชั้นสูงได้ก็ได้หลบหนี ส่วนคนที่ไม่มีทั้งเงินและเส้นสายใหญ่โต ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป
เซี่ยหลินหลินไปดูร้านนั้นทันที ทุกอย่างดีหมด ยกเว้นราคา… เหลาสุรานี้ราคาสองหมื่นตำลึง!
เซื่ยหลินหลินกำเงินสองพันตำลึงด้วยความเจ็บช้ำใจ! ขนาดแต่งหน้าให้บรรดาพี่น้องจนปวดแขนยังได้เงินมาเพียงหนึ่งส่วนสิบ!
มีคนจ้องซื้อร้านนี้ตาเป็มัน นางได้แต่เก็บความเสียใจนี้ แล้วกลับทำงานหาเงินต่อ
สรุปแล้วชีวิตนี้ นางก็ยังต้องทำงานหาเงินเหมือนชาติที่แล้ว ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าที่ไหน มนุษย์เราก็ยัง้าเงิน เมืองหลวงแม้จะกว้างใหญ่ แต่เที่ยวเล่นเพียงเดือนกว่าๆ นางก็ไปจนทั่ว ตอนนี้มีราชโองการห้ามออกจากเมืองหลวง นางรู้สึกเหงาและเบื่ออยู่บ้าง
ตั้งใจเปิดร้านหม้อไฟแก้เบื่อ เงินในกระเป๋าไม่เป็ใจ ตั้งใจเที่ยวเล่น ประตูเมืองหลวงก็ดันมาปิดตายเอาเวลานี้อีก!
________________________________
มี e-book แล้วนะคะ
http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6MjY4MjkzO30