ทหารกลุ่มใหญ่ล้อมรอบทุกด้านจะถอยก็ไม่ได้จะหนีก็ไม่พ้น หลัวเจิ้งเหยียนกวาดตามองรอบทิศประเมินคู่ต่อสู้ทั้งหาทางหนีทีไล่ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไร้ซึ่งหนทางฝ่าออกไปได้
หรือพวกเขาจะมาได้แค่นี้?
ประเดี๋ยวสิ คนกลุ่มนี้ต่างไปจากก่อนหน้า
“ข้าคุ้มกันเสบียงนำส่งแก่กองทัพ”หลัวเจิ้งเหยียนลองเสี่ยงดวงดู หากเป็เช่นที่เขาคิดการบอกถึงจุดประสงค์ย่อมเป็การดีกว่า หรือถึงเขาจะคิดผิดก็ไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว
“พวกเ้าเองหรือ”หนึ่งในกลุ่มคนะโถามก่อนทะยานกายลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าขบวนเดินทาง ร่างกายสูงใหญ่ใบหน้าทมึงทึงมองตรงมาด้วยดวงตาดุดัน เพียงเท่านั้นก็สามารถข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามได้แม้ยังไม่ลงมือ
“เป็เช่นนั้น”หลัวเจิ้งเหยียนส่งสัญญาณมือให้ทุกคนระวังตัวเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่ออกมาจากอีกฝ่าย จากนั้นไม่นานอาวุธมีคมจากอีกหนึ่งทิศทางพลันตรงมายังคนบนหลังม้าทั้งสอง
อันจื่อเทาเบี่ยงกายหลบไปด้านหน้าหลัวเจิ้งเหยียนเอนกายไปด้านหลังหลบได้หวุดหวิด มีดบินอาบย้อมไปด้วยยาพิษจึงปักคายังภูผาใกล้ๆแทน
“โอ้ ไม่เลวๆ”ชายร่างใหญ่คนเดิมหัวเราะร่าแรงกดดันจากคราแรกสลายหายไปในพริบตา ก่อนร่างสูงโปร่งในอาภรณ์ขาวทั้งตัวจะร่อนลงมายืนข้างกัน
“ท่านแม่ทัพส่งข้ามารอรับพวกเ้า”ชายร่างโปร่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มเป็มิตร ทว่าคนที่เพิ่งโดนมีดอาบยาพิษโจมตีต่างมีสีหน้าเขียวคล้ำไปตามๆกัน
“นี่คือการต้อนรับของกองทัพพิทักษ์แผ่นดินหรือ”อันจื่อเทาหรี่ตาประเมิน แค่เจอหน้าก็ปามีดใส่กันซะแล้ว นี่น่ะหรือกำลังของชาติ
“คุณชายท่านนี้อย่าได้เข้าใจพวกข้าผิด เพียงอยากทดสอบเล็กๆน้อยๆก็เท่านั้น”
ทดสอบบ้านป้าแกสิไอ้หมีั์! ถ้าเมื่อกี้หลบไม่ทันไม่ถึงตายเลยหรือ อันจื่อเทาก่นด่าในใจใบหน้าฉาบไว้ซึ่งสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาคู่งามกลับทวีความเ็าจิตสังหารก่อเกิดเงียบๆ
“ช่างเถิด หากพวกท่านคือกองกำลังพิทักษ์แผ่นดินโปรดแสดงหลักฐานก่อนส่งมอบของด้วย”หลัวเจิ้งเหยียนวางมือบนเอวคนรักปรามไม่ให้วู่วามจิตสังหารที่เริ่มก่อตัวถึงได้หายไป เขาเองก็เดือดดาลไม่แพ้กันหากเมื่อครู่หลบไม่ทันผลจะเป็อย่างไรไม่อยากคิดเลยจริงๆ ตนไม่เท่าไหร่แต่ห่วงคนตัวเล็กตรงหน้ามากกว่า หากอีกคนเป็อะไรไปเขาคงไม่ให้อภัยตัวเองตลอดชีวิตที่เหลือ
“หึหึ เป็คนหนุ่มที่เืร้อนเสียจริง”ชายชุดขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มน่าฟังพัดขนนกในมือบังใบหน้าไว้กว่าครึ่ง ยกแผ่นหยกสลักอักษรสีทองแสดงถึงตำแหน่งผู้เป็เ้าของขึ้นตรงหน้า
ตะวันลาลับพอดีกับขบวนเดินทางถูกพามาถึงฐานที่มั่นชั่วคราวของกองทัพพิทักษ์แผ่นดิน ลานกว้างหน้าค่ายถูกจับจองไปด้วยคนกลุ่มใหญ่เรียงแถวอย่างเป็ระเบียบ ชายวัยกลางคนร่างสูงสง่าแต่งกายด้วยชุดแม่ทัพเต็มยศกำลังยืนสั่งการทหารกลุ่มใหญ่ ท่าทีน่าเกรงขามน้ำเสียงดุดันทว่าไม่ถึงกับกรรโชกทำให้คนผู้นั้นน่ายำเกรงสมกับตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินผู้ระบือรือนามไปกว่าเก่าแคว้น
“ขอรับท่านแม่ทัพ!”ทหารทั้งกองขานรับด้วยความฮึกเหิม จากนั้นจึงตั้งกองออกไปทำคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย ทหารกลุ่มเดิมออกไปสองบุรุษชุดขาวดำจึงนำขบวนเดินทางแลทหารที่คิดตามไปด้วยเข้าไปรายงานตัวเมื่อมาถึง
"ท่านแม่ทัพ"กองทหารประสานมือคำนับ ผู้ถูกเรียกแม่ทัพโบกมือสองสามครั้งผู้ใต้บังคับบัญชาที่เหลือก็สลายหายไปทำหน้าที่ของตนอย่างรวดเร็วเหลือเพียงบุรุษชุดขาวที่ยังยืนทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อไม่ไปไหน
“คุณชายหลัวเป็เ้าจริงๆด้วย”ใบหน้าเคร่งขรึมผุดยิ้มบางเบาหยุดฝีเท้าตรงหน้าเ้าของชื่อ
“ท่านลุงเยี่ย?”หลัวเจิ้งเหยียนมีสีหน้าใเล็กน้อยไม่คิดว่าคนที่ตนเคยให้ความช่วยเหลือจะเป็ถึงแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินผู้เื่ชื่อลือนามถึงคุณงามความดีมากมาย กระนั้นก็ยังไม่ลืมมารยาทที่พึงมีประสานมือก้มศีรษะคำนับ คนที่เหลือก็ทำเช่นกันแม้จะมึนงงอยู่บ้างแต่ไม่เท่าความชื่นชมที่มีต่อหัวหน้าหน่วยผู้เก่งกาจของพวกเขา
หัวหน้าหลัวช่างกว้างขวางรู้จักแม้กระทั่งคนใหญ่คนโตระดับนี้
“คำนับท่านแม่ทัพขอรับ”
“อย่าได้มากพิธี มากันเหนื่อยๆเข้าไปพักด้านในก่อนเถิด”แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินปรายตามองผู้ใต้บังคับบัญชา คนผู้นั้นประสานมือก่อนนำทางขบวนเดินทางเข้าไปด้านใน
“รบกวนท่านแม่ทัพแล้วขอรับ”หลัวเจิ้งเหยียนประสานมือคำนับอีกรอบ เยี่ยเจิ้งสิงพยักหน้าส่งยิ้มบางๆก่อนหันหลังตรงไปยังกระโจมใหญ่
ภายในค่ายทหารกระโจมใหญ่น้อยถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ บุรุษชุดขาวนำทางขบวนเดินทางมาหยุดยังท้ายสุดของค่าย เป็อันแน่ชัดว่าที่ตรงนี้คือจุดพักแรมของพวกเขาในคืนนี้
"ขาดเหลือสิ่งใดให้คนไปแจ้งข้าได้"บุรุษชุดขาวกล่าวเพียงเท่านั้นก็หันหลังเดินออกไปทิ้งทหารไว้สองนายหาก้าสิ่งใดเพิ่มสามารถบอกกล่าวได้
หลังจากตกลงแบ่งกระโจมกันได้แล้วคณะเดินทางจึงแยกย้ายไปพักผ่อนเพื่อเอาแรง พอหัวถึงหมอนก็พากันหลับไปได้โดยง่ายดาย
อันจื่อเทาตื่นขึ้นมากลางดึกเนื่องจากทนความหิวไม่ไหว ร่างกายก็เหนอะหนะเต็มทนจนไม่สามารถข่มตานอนต่อได้ ดวงตาคู่งามฝืนลืมในความมืด รอจนสายตาเริ่มคุ้นชินใบหน้าคมคายของหลัวเจิ้งเหยียนคือสิ่งแรกที่ปรากฏ คิดจะออกไปเงียบๆ ทว่าเมื่อขยับกายวงแขนแกร่งที่วางทับเอวไว้พลันกระชับแน่นพร้อมกับเ้าของมันลืมตาตื่น
"อ้ะ ข้าทำเ้าตื่นรึ"หลัวเจิ้งเหยียนส่ายหน้า พลิกกายนอนหงายใช้ร่างตนเองต่างที่นอน แขนแกร่งกระชับเอวบางที่ทาบทับอยู่้ากอดไว้หลวมๆถามกลับแทนคำตอบ
"เ้านอนไม่หลับหรือ"
"ข้าหิว"ปากว่าท้องก็ร้องยืนยัน หลัวเจิ้งเหยียนยิ้มขำก่อนหยัดกายลุกนั่งพร้อมกับคนบนร่าง "ประเดี๋ยวก็โดนแผล"
กระทุ้งศอกไปทีกับความไม่รู้จักระวัง คนถูกประทุษร้ายหัวเราะชอบใจจับคนตัวเล็กพาดบ่าพาเดินออกไป "ฟูเหรินของข้าโมโหหิวเสียแล้ว หึหึ"
จะไม่หิวได้ไงข้าวปลายังไม่ได้กิน คนพวกนี้พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็ตายทางกองทัพเรียกไปเอาหารก็ไม่มีใครตื่นมากิน สุดท้ายเลยต้องนอนไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ นอนไม่เต็มอิ่มร่วมสัปดาห์ถึงที่หมายแล้วจะผ่อนคลายก็ไม่แปลก แต่เล่นชัตดาวน์กันทั้งคณะแบบนี้ช่างไว้ใจกองทัพเหลือเกินนะ เกิดคนพวกนี้เล่นแผลงๆขึ้นมาอีกจะทำยังไง อันจื่อเทายังจำนาทีที่มีดบินเฉียดร่างเขาไปได้อยู่เลย
"พวกเ้าวางใจกองทัพเกินไปหรือไม่"คิดแล้วก็อดกังวลไม่ได้ เ้าขาวดำไม่น่าไว้ใจสักนิด ส่วนแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินถึงจะเคยได้รับความช่วยเหลือจากหลัวเจิ้งเหยียน แต่มีอะไรรับประกันได้ล่ะว่าเขาจะไม่มีแผนการซ่อนไว้? จะว่าอันจื่อเทาคิดมากก็ได้แต่ประสบการณ์ตลอดชีวิตสามสิบกว่าปีสอนให้รู้ว่าใจมนุษย์นั้นยากแท้ยั่งถึงแค่ไหน เห็นหน้ายิ้มๆแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ซ่อนมีดไว้ด้านหลังรอเล่นงานเมื่อสบโอกาส
คิ้วคมของคนฟังเลิกขึ้นเหลือบมองร่างเล็กบนบ่ากำลังท้าวคางแขนตั้งฉากกับหลังของตน สองขาก็ก้าวเดินตามทางเรื่อยๆกล่าวตอบ "เหตุใดคิดเช่นนั้น กองทัพพิทักษ์แผ่นดินอยู่ข้างเดียวกับราษฎรมิใช่รึ?"
"ใจคนยากแท้ยั่งถึง"เสียงเรียบเรื่อยแฝงด้วยความเบื่อหน่าย หลัวเจิ้งเหยียนพอเข้าใจ เสี่ยวจื่อของเขาคงติดใจเื่ก่อนหน้าจนพานระแวงกองทัพไปด้วย จะว่ายังไงดีล่ะ เขาก็ไม่ได้ไว้ใจกองทัพทั้งหมด แต่พอเป็ท่านลุงเยี่ยคนนั้นหลัวเจิ้งเหยียนกลับไว้ใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เพราะเหตุใดกันหนอ?
เงาสองร่างลัดเลาะไปตามทางทะลุผ่านไปยังท้ายค่าย กระทั่งถึงแม่น้ำสายใหญ่หลัวเจิ้งเหยียนวางภรรยาลงนั่งยังท่อนซุงขนาดกลางที่ล้มอยู่ข้างๆแม่น้ำ จากนั้นจึงนำเสบียงกรังที่เอาติดตัวมาด้วยออกมายื่นให้คนหิวไป
"เ้ากินเนื้อแห้งรองท้องก่อนนะ"
มือขาวยื่นไปรับแต่ถูกอีกคนคว้าจับยกขึ้นจรดริมฝีปากตนเองแทน อันจื่อเทายกมืออีกข้างดีดไปยังผากคนมือไวเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าหิว"
หลัวเจิ้งเหยียนอมยิ้มยอมปล่อยมือก่อนจะยื่นเนื้อแห้งที่ห่ออย่างดีให้อีกรอบกล่าวยิ้มๆ "ป้อนข้าด้วยสิ"
"ไม่มีมือหรือ"ดวงตาคู่งามปรายมองคล้ายเห็นหูกับหางลู่ลง หลัวเจิ้งเหยียนหน้ามุ่ยโถมกายเข้ากอดเอวบางศีรษะซุกไหลเล็ก
"ไม่มี"เอ่ยอย่างเอาแต่ใจดวงตาคู่คมช้อนมองกระพริบปริบๆราวกับเด็กน้อยขอของเล่น
"เด็กหนอ...."บีบจมูกคนงอแงไปทีด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะยัดเนื้อแห้งที่ฉีกพอดีคำป้อนให้คนที่อ้าปากรอรับไป
"ที่รัก เ้าช่างดีกับข้านัก"จมูกซุกซนถูไถเข้ากับซอกคอขาวเนียนสูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัวของคนรักให้ชื้นปอด หอมหวานไปทั้งตัวจริงๆ
"หากยังไม่เลิกแทะโลมข้าจะไม่ป้อนเ้าแล้วนะ"คนงามว่าเสียงนิ่งเหลือบมองหูที่ลู่ลงอีกครั้งอย่างปลดปลง ถ้าไม่ติดว่าแผลยังไม่หายสนิทคงได้กระทุ้งศอกกลับไปนานแล้ว ตัวใหญ่ซะเปล่าดูทำหน้าเข้า มันไม่ได้น่ารักเลยสักนิดไม่รู้เลยรึไง "กินเสร็จข้าจะเช็ดตัวให้"
แต่ก็น่ามองแหละนะ
"รับทราบขอรับภรรยา สามีจะนั่งนิ่งๆเป็เด็กดีให้เ้าป้อน"ร่างใหญ่ผละออกมานั่งตัวตรงแหน่วอ้าปากรอราวกับลูกนกรอมารดาป้อนอาหาร
อันจื่อเทาทั้งขำทั้งเอ็นดู แต่ภายนอกก็ยังคงไว้ซึ่งใบหน้าเรียบเฉย ฉีกเนื้อเข้าปากตนเองสลับป้อนคนข้างๆไปเรื่อยๆจนหมด
"แน่นท้องนัก ออกกำลังให้อาหารย่อยหน่อยไหม"วาจาสองแง่สองง่ามกับรอยยิ้มกรุ่มกริ่มทำคนฟังเผยใบหน้าระอาออกมา
"ข้าจะอาบน้ำ"อันจื่อเทาหันหลังเมินต่อสายตาวิบวับที่ส่งมา มือค่อยๆปลดเปลื้องอาภรณ์ออกทีละชิ้นไม่ลืมดักทางคนที่จ้องตาเป็มันด้านหลัง "อย่าแม้แต่จะคิด อาบน้ำเสร็จจะได้กลับไปนอน"
"โธ่ที่รัก ขอสักนิดพอให้หลับฝันดีมิได้หรือ"
"หากยังพูดมากอีกก็ชำระร่างกายเอง"อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดร่วงก่อนเรียวขาขาวภายใต้อาภรณ์ผืนบางจะก้าวเดินลงไปยังแม่น้ำตรงหน้า อันจื่อเทาหยุดเท้าลงเมื่อระดับน้ำถึง่ต้นขา มือขาวกวักหยาดใสชโลมกายทำความสะอาดผิวเนื้อที่เหนอะหนะมาหลายวัน สายน้ำเย็นพาให้รู้สึกสบายตัวขึ้นจิตใจก็พลอยเบิกบานไปด้วย ร่างขาวผ่องสะท้อนแสงจากกองเพลิงกอปรกับรอยยิ้มงดงามแม้จะเห็นเพียงด้านข้างแต่กลับสะกดใจคนมองจนไม่สามารถละสายตาได้
หลัวเจิ้งเหยียนมองภาพนั้นด้วยความเผลอไผลก้าวเข้าหาร่างขาวกลางสายธารหลังจากปลดเปลื้องอาภรณ์เหลือเพียงกางเกงตัวใน เมื่อถึงตัวแขนแกร่งคว้าเอวบางเข้าหาก่อนจรดริมฝีปากทาบทับอวัยวะเดียวกันดูดกลืนด้วยความเสน่หา
อันจื่อเทาปล่อยให้อีกคนทำตามใจยกสองแขนโอบรอบลำคอแกร่งไว้ตอบสนองรสจูบแสนเอาแต่ใจทว่าเจือความอ่อนหวานไว้ทุกัั เนิ่นนานเมื่อจูบจนพอใจทั้งสองจึงผละออกมองสบตากันลึกซึ้ง
"อาบน้ำก่อนประเดี๋ยวโดนแผล"มือขาวยกปิดทับริมฝีปากที่เชื่อมไปด้วยน้ำลาย เห็นคิ้วคมขมวด อันจื่อเทาจึงจรดริมฝีปากลงยังหลังมือตนเองที่ใช้ปิดปากอีกคน "อย่าดื้อ"
น้ำเสียงกึ่งดุแต่แฝงไปด้วยประกายความห่วงใยจากดวงตาคู่งาม หลัวเจิ้งเหยียนพยักหน้ายอมหยุดก่อนผละออกยังไม่วายแลบลิ้นเลียมือที่ปิดปากตนเอาไว้ ทว่าก็โดนมือนั้นตบเข้าที่ปากในเวลาต่อมา
"เ้าชอบทำร้ายร่างกายข้านัก"ใบหน้าคมคายเชิดขึ้นน้อยๆขณะยกสองแขนกอดอกราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจ อันจื่อเทาใบหน้าเป็เส้นตรงคว้าผ้าผืนเล็กออกมาจากหัวกางเกงชุบน้ำก่อนนำไปเช็ดตัวให้คนที่แกล้งงอนให้เขาเอาใจ หลัวเจิ้งเหยียนแย้มยิ้มพริ้มพรายโอบเอวบางเข้าแนบชิดกาย
"แค่อาบน้ำไม่จำเป็ต้องเอาส่วนนั้นมาถู"อันจื่อเทาทักท้วงเมื่อรับรู้ถึงสิ่งแข็งขืนดุนดันหน้าท้อง
"หากไม่แนบชิดเกรงว่าเ้าจะเช็ดตัวให้ข้าไม่สะดวก"
เป็เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นแต่อันจื่อเทาก็ไม่คิดจะต่อความเร่งมือเช็ดไปตามกล้ามเนื้อโดยระวังไม่ให้ถูกแผล ใช้เวลาไม่ถึงนาทีทุกอย่างเป็อันเสร็จ ก่อนร่างเล็กจะหันหลังเดินขึ้นจากน้ำ หากปล่อยไว้นานไม่พ้นซ้ำรอยเดิมเจิ้งเหยียนน้อยที่ทิ่มพุงเขาอยู่บอกแบบนั้น
"ที่รัก?"หลัวเจิ้งเหยียนประหนึ่งถูกทิ้งไว้บนยอดไม้ มองตามหลังบางไปกระทั่งอีกคนสวมใส่เสื้อผ้าถึงเดินคอตกตามขึ้นไป
ท้องอิ่มสบายตัวแล้วแต่อันจื่อเทาไม่รู้สึกอยากกลับไปนอนต่อ กระโจมใหญ่แต่บรรจุบุรุษตัวโตกว่าสิบคนทั้งแคบทั้งเสียงกรนทำให้หลับไม่ได้ง่ายๆ จึงตั้งใจจะเดินเล่นแถวนี้จนกว่าจะง่วงค่อยกลับไปนอน
เสี่ยวจื่อว่าไงหลัวเจิ้งเหยียนก็ว่าตาม แต่เขาไม่คิดจะเดินเล่นอยู่แล้วมือยื่นไปคว้าเอวภรรยาอย่างรวดเร็วแล้วสะกิดปลายเท้าพาขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ เลือกกิ่งก้านที่สามารถเอนตัวนอนได้พร้อมกับจับร่างเล็กทาบทับบนกายตน
"ไม่ระวังแผลเอาเสียเลย"อันจื่อเทาขยับกายหลีกเลี่ยงแผลบนหน้าท้อง แม้จะใกล้หายแล้วแต่หากกระทบก็ไม่พ้นฉีกขาดและได้เือีก
"อย่าได้กังวล ข้าไม่รู้สึกเจ็บนานแล้ว"ไม่เจ็บแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เป็อะไร อันจื่อเทาได้แต่บ่นในใจคร้านจะกล่าวออกไป เปลี่ยนเป็นอนหงายจับจ้องไปบนท้องฟ้าแทน
คืนนี้เป็คืนเดือนมืดไม่มีแม้แต่แสงดารา ทว่ากลับสบายตามองได้ไม่รู้เบื่อ หลัวเจิ้งเหยียนมองตามสายตาภรรยา ทว่านอกจากความมืดแล้วก็ไม่เห็นมีสิ่งใดน่าสนใจไปกว่าคนข้างกาย
"ท้องฟ้ามืดมิดน่ามองกว่าสามีเ้าอีกหรือ"
อันจื่อเทาละสายตาจากท่องนภาหันมาสนใจหลัวเจิ้งเหยียนอีกครั้ง คิ้วคมขมวดหมุนแม้ในความมืดก็ยังเห็นชัดเจน มองแล้วได้แต่ขบขันในใจนิ้วเรียวยื่นไปคลึงหว่างคิ้วให้คลายออกแล้วพลิกกายกลับไปทาบทับร่างอีกคนไว้ตามเดิม
"แน่นอนว่าเ้าย่อมน่ามองกว่า"วาจาตรงไปตรงมาทำใจคนฟังเต้นไม่เป็ส่ำ หลัวเจิ้งเหยียนจับมือที่วางบนหน้ามากดจุมพิต
"ขอสามีลิ้มรสปากหวานๆของเ้าได้หรือไม่"
"ปกติไม่เห็นขอ"หลัวเจิ้งเหยียนอมยิ้มจุมพิตไปยังหลังมือขาวอีกครั้งก่อนไล่ไปตามแขนเรียวจนถึงลาดไหล่เนียนใต้ร่มผ้า อันจื่อเทาเม้มปากขยับกายตามแรงชักนำของคนใต้ร่างส่งเสียงเครือหวานออกมายามริมฝีปากชื้นัักับซอกคอ
"อื้ออ ไหนว่าจะจูบ?"
"ที่รักเ้าช่างหอมหวานไปทั้งตัว"เสียงแหบพร่ากระซิบชิดใบหูพร้อมกับลิ้นชื้นตวัดเลีย อันจื่อเทาสั่นสะท้านจับไหล่แกร่งไว้แน่น
"อ้ะ เจิ้งเหยียนพอก่อน"
"ชู่ว หากเ้าไม่ยินยอมข้าจะไม่ทำจนสุด"แต่ก็ยังจะทำอยู่ใช่มั้ย? เมื่อเห็นว่าอีกคนจุดติดแล้วหากจะห้ามคงไม่ทันอันจื่อเทาจึงยอมโอนอ่อนให้ชื่นชมร่างกายของตนได้ตามใจ
ทว่ายามััวาบหวามเข้ารุกรานสายตาของอันจื่อเทาเห็นถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างห่างออกไปไม่ไกล พอลองเพ่งมองดีๆปรากฏเป็เงาร่างคล้ายมนุษย์หลายคนท่าทางลับๆล่อๆ ลางสังหรของอันจื่อเทาร้องเตือนว่าไม่ใช่เื่ดีหากปล่อยผ่าน
แต่ว่าพวกเขาในตอนนี้.......
***********