รอยมองทีม Exile ที่ยังคงลอยตัวอยู่เหนือตึกสูงขึ้นไปด้วยความระแวดระวัง เพราะถ้ามองจากมุมบนนั้นที่พวกเขาลอยตัวอยู่ก็สามารถมองเห็นทุกจุดข้างล่างได้ทั่วบริเวณแถบนี้เลย ถึงจะมีบางจุดที่มีตึกบังคั่นไว้อยู่ก็ตาม
“เดี๋ยวนะ!! ทำไมเหลืออยู่แค่ 2 คนเองล่ะแล้วอีกคนหนึ่งหายไปไหนแล้ว?” รอยรู้สึกผิดสังเกตที่เห็นว่าทีม Exile ลอยอยู่บนฟ้าเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นแล้วอีกคนหนึ่งหายไปไหนกัน ในระหว่างที่รอยกำลังสงสัยและมองบนท้องฟ้าไปรอบ ๆเพื่อหาอีกคนที่หายไปอยู่นั้น ก็มีเสียงแหลมสูงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“พวกนายแอบทำอะไรกันอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ?”
รอยที่ได้ยินเสียงใครก็ไม่รู้ซึ่งไม่ใช่คนในสมาชิกทีมของตัวเองแน่ ๆ รอยเลยรีบคว้าดาบคาตานะออกมาจากความว่างเปล่าและฟันไปทางด้านหลังด้วยความตกใจ
หวืด!
สิ่งที่รอยฟันไปนั้นเป็นเพียงอากาศที่ว่างเปล่าเท่านั้นสัมผัสไม่ได้ถึงแรงกระทบใด ๆจากดาบได้เลยและตรงหน้าของรอยก็คือชายที่มีพลังพิเศษในการบินนั่นเอง เขาสามารถหลบดาบของรอยไปได้อย่างหวุดหวิดด้วยการลอยตัวออกมา
“ฮู้!! เกือบไป ๆ” ชายบินได้รู้สึกได้ถึงความอันตรายจากรอยทันทีเมื่อเข้ามาอยู่ในระยะประชิดแบบนี้ ถ้าหลบช้าไปกว่านี้เพียงนิดเดียวหัวคงได้หลุดออกจากบ่าเป็นแน่ ชายบินได้เองก็ไม่ได้นิ่งเฉยเมื่อหลบดาบของรอยได้แล้วก็ยิงปืนพกสวนใส่รอยทันทีพร้อมกับลอยตัวออกมาเว้นระยะห่างกับรอยอีกด้วย
ปัง ๆ ปัง ๆ
รอยมองเห็นวิถีกระสุนที่พุ่งเข้าใส่หัวของเขาทั้ง 4 นัดได้อย่างชัดเจนราวกับภาพสโลโมชั่น รอยเลยเลือกใช้ใบดาบฟาดปัดป้องเอาไว้จนหยุดลูกกระสุนปืนไว้ได้ทั้งหมด จากนั้นรอยก็เปิดประตูผู้ใช้คำสาปและใช้มือซ้ายหยิบไม้เท้ากระดูกต้องสาปออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับใช้ทักษะกะโหลกวิญญาณใส่ชายบินได้ตรงหน้าทันทีที่เห็นว่าเขากำลังลอยหนีออกไปไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทันทีที่เขาเห็นหัวกะโหลกอะไรก็ไม่รู้พุ่งเข้ามาหาราวกับวิญญาณตามติด เขาจึงเลือกที่จะบินหนีออกมาให้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ว่าจะบินถอยออกมาเท่าไหร่กะโหลกพวกนี้มันก็ยังคงไล่ตามเขามาอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะมีสิ่งกีดขวางอะไรขวางทางไว้อยู่หัวกะโหลกพวกนี้มันก็ทะลุผ่านไปได้ทั้งหมด เขาจึงเลือกใช้ปืนพกที่มียิงใส่ด้วยความตื่นตระหนก
ปังๆๆๆๆ
เขายิงใส่หัวกะโหลกไม่ยั้งจนลูกกระสุนหมดแม็ก แต่กระสุนปืนของเขาเป็นการโจมตีกายภาพเลยไม่สามารถทำอะไรกับกะโหลกวิญญาณพวกนี้ได้ เขาเลยเลือกที่จะบินสูงขึ้นไปบนฟ้าเพื่อที่จะหนีมันให้ได้
ในจังหวะนั้นเองรอยเห็นว่ากะโหลกวิญญาณคงเข้าใกล้ชายที่บินได้ไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว รอยเลยใช้ทักษะกะโหลกวิญญาณอีกครั้งเพื่อให้กะโหลกวิญญาณทั้ง 3 หัวมันระเบิด
ตู้มม!!
หัวกะโหลกวิญญาณทั้ง 3 ระเบิด สร้างความเสียหายรุนแรงจนทำให้ชายบินที่อยู่ในรัศมีของระเบิด จึงทำให้เขาได้รับผลกระทบของมันเข้าเต็ม ๆเลยทำให้เขาไม่สามารถคงสภาพการลอยตัวอยู่บนฟ้าได้อีกและตกลงมาอย่างช่วยไม่ได้
“แม้งเอ้ย! มันระเบิดได้ด้วยเหรอเนี่ย? เจสเปอร์ช่วยฉันด้วย!!” ชายบินได้บ่นอย่างหัวเสียและตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีมของเขาอย่างสุดเสียง เขาเองก็พยายามใช้พลังเพื่อลอยตัวขึ้นมาให้ได้อีกครั้ง เพราะถ้าตกจากความสูงระดับนี้คงได้ตายเป็นแน่
ชายมีปีกพอได้ยินเสียงของเพื่อนร่วมทีมก็รีบบินเข้ามาช่วยทันที แต่รอยก็ไม่รอช้ากระโดดขึ้นไปฟันร่างของชายที่บินได้จนกลายสภาพไปเป็นก้อนผลึก จากนั้นรอยก็ใช้พลังจิตบังคับให้ก้อนผลึกของเขาลอยเข้ามาหาตัวเพื่อที่จะชกทำลายมันให้แตกไป แต่เพียงชั่วอึดใจเท่านั้นรอยรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างจึงเลือกที่จะหยุดหมัดของเขาที่กำลังจะชกออกไปเอาไว้
ฉับ!
กลายเป็นคลื่นดาบสีเงินฟันเข้ามาตรงหน้าของรอย ถ้ารอยเผลอต่อยออกไปเมื่อครู่นี้แขนของเขาคงได้ขาดเป็นแน่
“เกือบไปแล้วไง!!” รอยไม่คิดเลยว่าชายมีปีกจะบินเข้ามาโจมตีได้รวดเร็วขนาดนี้
จากนั้นชายมีปีกก็บินเข้ามาหยิบผลึกของเพื่อนร่วมทีมไปดื้อ ๆโดยที่รอยไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะรอยไม่สามารถบินได้เหมือนกับเขา แถมตอนนี้รอยยังอยู่กลางอากาศไม่สามารถหลบหนีออกไปไหนได้อีกด้วย ถ้าชายมีปีกเลือกที่จะโจมตีรอยมาโดยตรงคงยากที่จะหลบไปได้เป็นแน่
ชายมีปีกพอเก็บผลึกของเพื่อนร่วมทีมไปแล้วก็พุ่งเข้ามาโจมตีรอยด้วยดาบคาตานะที่อยู่ในมือ รอยทำได้เพียงแค่ยกดาบขึ้นมาป้องกันไว้เท่านั้น แต่ด้วยแรงกระแทกที่หนักหน่วงในการฟันของขายมีปีกมันเลยทำให้รอยพุ่งตกลงมาเร็วขึ้นมากกว่าเดิม
ก่อนที่รอยจะตกลงพื้นก็รีบใช้พลังโซ่ปล่อยออกไปแบบมั่ว ๆ โซ่หลาย 10 เส้นพุ่งออกมาจากร่างของรอยไปทุกทิศทุกทาง เพราะรอยไม่อยากจะเสียเลือดโดยที่ไม่จำเป็นจากการตกจากที่สูง เลยพยายามให้โซ่หาที่ยึดเกาะตามตึกต่าง ๆที่อยู่บริเวณโดยรอบ
โซ่ที่พุ่งออกมาสร้างความแปลกใจให้กับชายมีปีกเป็นอย่างมาก มันไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้รอยหยุดการตกจากที่สูงไปได้เพียงเท่านั้น แต่มันยังมีีโซ่เส้นหนึ่งพุ่งโค้งเข้ามาหาตัวเขาราวกับว่ามันมีดวงตาของตัวมันเอง เท่าที่เขาสังเกตเห็นโซ่เส้นอื่นมันพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงได้เพียงเท่านั้น แต่เส้นที่พุ่งมาหาเขามันกลับไม่เหมือนเส้นอื่นเลย ชายมีปีกเลยเลือกที่จะฟันมันขาดไปเพราะคิดว่ายังไงมันก็เป็นเพียงแค่โซ่ธรรมดาเส้นหนึ่งเท่านั้น
แก๊ง!!
“หืม...”
แรงที่ฟันไปนั้นมันมากพอที่จะตัดคนให้ขาดเป็นสองท่อนได้เลย แต่กับโซ่เหล็กนี่มันยังไงกันชายมีปีกสงสัยมากที่โซ่ไม่เพียงแต่ไม่ขาดเท่านั้น แต่มันยังทำให้มือของเขาชาจากแรงสะท้อนกลับจากการโจมตีที่รุนแรงของเขาเมื่อครู่นี้อีกด้วย จนมันทำให้มือของเขาแทบจะกำดาบเอาไว้ไม่อยู่แล้วตอนนี้
ตัวโซ่ที่ถูกโจมตีมันพุ่งเข้าไปรัดตัวดาบคาตานะของชายมีปีก จนเขาต้องรีบปล่อยมือจากดาบคาตานะของเขาทิ้งไป
อามาลรีบทำพื้นดินโดยรอบให้กลายสภาพไปเป็นหินไปทั้งหมด เพราะต้องรีบหลอมรวมตัวเองเข้าไปเป็นเนื้อเดียวกันกับหินจนสร้างเป็นโกเลมหินขนาดยักษ์ขึ้นมา ฟรอสเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยเพราะรู้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปก็ช่วยอะไรรอยไม่ได้
อามาลรับหน้าที่เป็นตัวเปิดบุกเข้าไปหาชายที่ใช้พลังฟองสบู่ที่ยังคงลอยตัวอยู่ในฟองสบู่สีฟ้าที่เดิมด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แต่พอเขาเห็นว่าโกเลมหินกำลังวิ่งเข้ามาหาก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าไปแต่อย่างใด เขาทำเพียงแค่ปล่อยฟองสบู่สีแดงนับไม่ถ้วนลอยออกมาอยู่รอบบริเวณไว้เท่านั้นและด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ของโกเลมจึงทำให้ฟองสบู่ที่ลอยอยู่กลางอากาศแตกออกไปทั้งหมดทันทีที่ร่างโกเลมเดินผ่าน ด้วยแรงโน้มที่ไม่ได้มากมายเพราะด้วยขนาดของฟองสบู่ที่เล็กจนพลังของมันไม่ได้มีผลอะไรกับร่างโกเลมหินเลย อามาลยังเดินหน้าเข้าหาด้วยความเร็วที่เชื่องช้า
ชายพลังฟองสบู่เห็นว่าฟองสบู่เหล่านั้นทำอะไรโกเลมยักษ์นี่ไม่ได้ เขาจึงเลือกใช้ฟองสบู่สีน้ำเงินที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้รวบรวมมันเข้าด้วยกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้นมา ฟองสบู่สีน้ำเงินลูกใหญ่พุ่งเข้าหาโกเลมหินแต่ก่อนที่มันจะเข้ามาถึงตัวของโกเลมหิน
จากนั้นฟรอสก็กระโดดเข้ามาพร้อมกับปล่อยออร่าหมอกควันสีขาวที่กระจายตัวออกไปทั่วร่าง พร้อมกับมีมงกุฎน้ำแข็งที่แปลกประหลาดถูกสร้างขึ้นมาสวมทับไว้กับหมวกป้องกันอีกชั้นหนึ่ง แต่มันเป็นเพียงมงกุฎแค่ครึ่งหัวเท่านั้นที่ฟรอสสวมใส่อยู่
ฟรอสเพียงแค่เข้ามาใกล้ก็ทำให้ฟองสบู่สีน้ำเงินถูกแช่แข็งไปในทันที บรรยากาศโดยรอบเองก็หนาวเย็นขึ้นจนพื้นที่ที่ฟรอสยืนอยู่เริ่มที่จะกลายสภาพไปเป็นพื้นน้ำแข็งและมันก็กำลังจะขยายตัวออกไปรอบ ๆพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ฟรอสก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกันเพราะศัตรูอยู่ที่สูงจนยากที่จะขึ้นไปหาได้ ในระหว่างที่ฟรอสกำลังคิดหาวิธีอยู่นั้นเอง อามาลก็ใช้มือโกเลมจับไปที่ร่างของฟรอสและขว้างฟรอสออกไปอย่างกับลูกบอล
“เดี๋ยว!!...ซิ จะทำอะไรหน่ะ?”
ฟรอสได้แต่นึกในใจว่าทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อนเลย
ร่างของฟรอสพุ่งเข้าไปหาชายที่ใช้พลังฟองสบู่จนทำให้เขาต้องผงะเมื่ออยู่ดี ๆฟรอสก็ถูกขว้างขึ้นมาหาแบบนี้ เพราะปกติใครก็ตามที่เห็นฟองสบู่ของเขาก็มักที่จะไม่กล้าเข้ามาใกล้จนเกิดเป็นความเคยชินไปแล้ว
แต่มันไม่ใช่กับฟรอสเพราะเขาเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าอามาลจะขว้างเขาออกมาแบบนี้ แต่ยังดีที่พลังของเขาสามารถแช่แข็งทุกอย่างได้ แม้แต่มือของอามาลที่อยู่ในสภาพของโกเลมก็ยังถูกแช่แข็งไปจนถึงใหล่ ถ้าเขาขว้างฟรอสช้าไปกว่านี้มีหวังร่างของเขาคงได้ถูกแช่แข็งไปด้วยอีกคนเป็นแน่ อามาลจึงรีบออกมาจากร่างโกเลมทันทีเพราะมันไม่สามารถควบคุมร่างกายได้เป็นปกติอีกต่อไปแล้ว เพราะครึ่งร่างของมันถูกแช่แข็งไปเป็นที่เรียบร้อย
ฟรอสพุ่งขึ้นไปผ่านตัวฟองสบู่กลางอากาศมากมายโดยที่ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย เพราะทันทีที่ฟรอสเข้าใกล้มันถูกแช่แข็งจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งร่วงลงพื้นไปก่อนแล้ว
ชายพลังฟองสบู่ไม่คิดเลยว่าพลังของเขาจะไร้ความหมายเมื่อมันถูกแช่แข็งไป แถมเขายังไม่สามารถทำให้ฟองสบู่ของตัวเองแตกได้เองตามใจชอบอีกด้วย เพราะส่วนใหญ่ศัตรูมักจะทำมันแตกด้วยความสงสัยก่อนเสมอหรือไม่ก็บังคับฟองสบู่ของเขาให้มันพุงชนกับศัตรูจนมันแตกไปเอง
ด้วยความเร็วที่ถูกขว้างมานั้นทำให้ชายพลังฟองสบู่ไม่สามารถหนีออกไปได้ทัน ไม่รู้ว่าความแม่นของอามาลที่ขว้างไปหรือดวงที่ซวยของชายพลังฟองสบู่กันแน่ ร่างของฟรอสพุ่งชนเข้าอย่างจังจนทำให้ร่างของเขากลายสภาพไปเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไปโดยไม่มีทางเลือก ร่างที่กลายสภาพไปเป็นน้ำแข็งของชายพลังฟองสบู่เมื่อตกลงพื้นก็แตกตายกลายไปเป็นก้อนผลึกอีกราย
สิ่งที่ทำให้ฟรอสเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้เป็นเพราะวิธีการฝึกพลังใหม่นั่นเอง ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เขาควบคุมพลังของตัวเองได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่มันยังทำให้เขาสามารถสร้างออร่าเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้อีกด้วย หลายคนในโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sถ้าไม่มีสังกัดหรือเป็นตระกูลนักสู้อยู่แล้ว พวกเขาก็จะใช้วิธีการฝึกพลังของโรงเรียนมาใช้ฝึกพลังพิเศษของตัวเอง ซึ่งความเข้ากันได้ของพลังนั้นก็แล้วแต่ดวงของแต่ล่ะคนเลย เพราะแบบนี้เองมันเลยทำให้โรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sไม่เป็นที่ยอมรับมากนักเรื่องการฝึกผู้มีพลังพิเศษ
ฟรอสใช้วิธีการฝึกพลังของโรงเรียนมาโดยตลอดซึ่งมันไม่มีความเข้ากันได้กับพลังที่เขามีเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้เขามักจะควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sนั้นเรื่องแบบนี้มักจะเป็นเรื่องปกติที่เหล่าอาจารย์มักจะไม่ค่อยใส่ใจเท่าที่ควรเหมือนกับนักเรียนชาวยุทธที่ถูกฝึกโดยตรงกับเหล่าปรมาจารย์ที่ชำนาญของแต่ละสำนัก
ถ้าจะให้เปรียบเทียบเรื่องผู้มีพลังพิเศษกับสถาบันสกายเรื่องวิธีการฝึกพลังนั้นมันคนล่ะเรื่องเลย เพราะสถาบันสกายมีวิธีการฝึกพลังมากมายหลายรูปแบบของผู้มีพลังพิเศษหลากหลายประเภทให้เลือกฝึก ยิ่งนักเรียนที่เข้าสังกัดของผู้มีพลังพิเศษได้ก็จะมีวิธีการฝึกพลังพิเศษระดับสูงขึ้นไปอีก ซึ่งมันก็ไม่ต่างกับการได้เข้าไปเป็นศิษย์สายตรงของแต่ละสำนักฝึกยุทธนั่นเอง
ยกตัวอย่างเช่นผู้มีพลังพิเศษธาตุไฟที่มีระดับพลังที่เท่ากันแต่วิธีการฝึกพลังที่แตกต่างกันก็สร้างความแตกต่างให้กับคนทั้ง 2 ได้ เช่นคนที่ 1 ได้รับวิธีการฝึกควบคุมพลังไฟด้วยการควบคุมมันด้วยพลังจิต เขาก็จะทำได้เพียงแค่ควบคุมพลังไฟด้วยการใช้พลังจิตได้เพียงแค่นั้น เขาอาจจะสร้างลูกไฟหรือคลื่นพลังไฟได้ด้วยการควบคุมหรือจินตนาการเป็นรูปแบบของเขาได้เองซึ่งนั้นอาจจะเป็นกรณีพิเศษของบางคน ซึ่งพลังทำลายของมันไม่ได้ถูกเพิ่มขึ้นมาด้วยวิธีการฝึกพลังนี้มากเท่าไหร่นัก แต่มันแค่จะช่วยทำให้เขาควบคุมพลังไฟทีมีได้ดีมากขึ้นด้วยพลังจิตก็เท่านั้นเอง
ส่วนคนที่ 2 ที่ได้รับวิธีการฝึกพลังระดับที่สูงและมีความเข้ากันได้เกี่ยวกับพลังไฟ ซึ่งเมื่อเขาได้ฝึกก็จะทำให้เขาสามารถเปลี่ยนร่างกายของตัวเองให้กลายเป็นไฟได้ซึ่งมันยังช่วยเพิ่มความต้านทานเกี่ยวกับธาตุไฟให้กับเขามากขึ้นจนไฟธรรมดาไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเขาได้ แถมออร่าและพลังทำลายพลังไฟของเขานั้นก็จะมีพลังมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเขามีพลังเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้รอยก็เพิ่งจะมารู้ได้ไม่นานก็ตอนที่ฟรอสกับอามาลได้มาฝึกพลังพิเศษร่วมกันกับเขานั่นเองและการแข่งขันนี้ก็ทำให้นักเรียนของโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sสามารถแสดงฝีมือให้กับสังกัดเหล่านั้นมาทาบทามพวกเขาเข้าไปเป็นเด็กฝึกหัดในสังกัดได้ ซึ่งมันก็ผลดีกับตัวนักเรียนไม่ใช่น้อยที่สามารถเข้าร่วมกับสังกัดที่มีชื่อเสียงของผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้ได้ ถึงโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sจะไม่มีวิธีการฝึกพลังพิเศษระดับสูงก็ตาม แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับอนาคตของนักเรียนของเขา ที่เปิดโอกาสให้กับนักเรียนศิลปะการต่อสู้Sมาเข้าร่วมการแข่งขันแบบนี้เป็นครั้งแรกทันทีที่เขาเข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ
ฟรอสที่ยังคงลอยตัวพุ่งขึ้นไปก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเองได้เลย
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไปล่ะทีนี้” ในระหว่างที่ฟรอสกำลังคิดหาทางออกจากสถานการณ์นี้อยู่ว่าจะใช้วิธีไหนลงไปดี ร่างของเขาก็ชนเข้ากับตึกข้างหน้าอย่างแรงจนร่างเละกลายสภาพไปเป็นก้อนผลึกไปอีกคน
“เห้ย!.... ระว” อามาลที่กำลังจะตะโกนเตือนฟรอสว่าข้างหน้ามีตึกอยู่ก็ไม่ทันการแล้ว
อามาลได้แต่พูดกับตัวเองในใจ “โทษทีเพื่อน ตอนนั้นมันกะแรงไม่ถูกจริง ๆ”
จากนั้นอามาลก็รีบวิ่งเข้าไปทำลายผลึกของชายพลังฟองสบู่และรีบเข้าไปเก็บก้อนผลึกของฟรอสเพื่อที่จะนำมันไปคืนชีพต่อไป
รอยตอนนี้กำลังยืนหลับตาอยู่บนดาดฟ้าตึกเพราะพยายามควบคุมพลังของโซ่หลาย 10 เส้นให้พุ่งเข้าใส่ชายมีปีกเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่สถานการณ์ของรอยแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะโซ่ของรอยมันกลายเป็นคู่ต่อสู้ของชายปีกนกแทนรอยไปแล้ว
ที่รอยปล่อยให้โซ่พวกนี้ทำอะไรตามใจชอบเองนั้นไม่ใช่เพราะว่าเขาควบคุมไม่ได้ รอยเพียงแค่ปล่อยให้มันดูดกลืนพลังของศัตรูเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวมันเองก็เท่านั้น เป็นเพราะต้นกำเนิดของพลังของรอยคือต้นกล้าเหล็กที่ต้องการสารอาหารที่นำมาหล่อเลี้ยงให้มันเติบโต และสารอาหารเหล่านั้นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกซะจากพลังงานของผู้ใช้พลังพิเศษคนอื่นนั่นเอง
การเคลื่อนไหวที่อิสระของโซ่มันก็ทำให้ศัตรูคาดเดาการโจมตีได้ยากมากยิ่งขึ้น ว่ามันจะโจมตีมาจากไหนและรูปแบบไหนบ้างอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ หลังจากโซ่แย่งดาบมาจากศัตรูได้แล้วมันก็จับดาบดาบคาตานะราวกับว่าเป็นมือของมันเอง มันถือดาบไล่ฟันจนชายมีปีกทำได้เพียงแค่หลบเท่านั้นแม้แต่จะบินหนีก็ยังทำไม่ได้เลยตอนนี้ เพราะตัวโซ่มันล้อมเขาเอาไว้รอบทิศทางไปหมด
ตัวโซ่ที่ดาบยังฟันมันไม่ขาดไม่ต้องพูดถึงการใช้มือเปล่าทำลายมันได้เลย ในการต่อสู้นี้เพียงแค่ต่อยมันก็แทบจะทำให้มือของเขาแทบจะแหลกละเอียดเพราะความแข็งที่น่าเหลือเชื่อของมัน
“โซ่บ้านี่ทำไมมันถึงได้แข็งอย่างนี้นะ?”
แก๊ง!!
อ๊ากก!!
ชายมีปีกต่อยทีก็ร้องทีด้วยความเจ็บปวด
ชายมีปีกพยายามใช้หมัดกับขาเตะปัดตัวโซ่ที่พุ่งเข้ามาอย่างยากลำบากเพราะถูกมันโจมตีเข้ามารอบทิศทาง แถมเมื่อปัดป้องตัวโซ่ไปได้แล้วยังต้องขยับตัวออกไปอีกเพราะตัวโซ่มันพยายามจะจับตัวเขาอยู่ตลอดเวลาที่โจมตีมาเลย ตัวโซ่หลาย 10 เส้นพุ่งโจมตีเข้ามาไม่หยุดแถมยังมีโซ่เส้นหนึ่งที่มีดาบคาตานะของเขาโจมตีเข้ามาอีกด้วย มันเลยทำให้เขาต้องระวังโซ่เส้นนี้เป็นพิเศษไม่ให้ถูกมันฟันเข้า
อั๊ก! อ๊ากก!
จนชายมีปีกพลาดท่าถูกโซ่เส้นหนึ่งฟาดเข้าที่หลังอย่างจัง จนทำให้เขารู้สึกว่าตรงที่ถูกฟาดไปนั้นจะทำให้กระดูกที่หลังของเขาแตกได้เลย จากนั้นก็ถูกโซ่เส้นอื่นฟาดส่วนต่าง ๆเข้ามาอีกนับไม่ถ้วน ไม่นานหลังจากที่ถูกโซ่ฟาดจนร่างพังยับเยินเขาก็ถูกโซ่พันธนาการไว้จนขยับตัวไปไหนไม่ได้อีก ทันทีที่โซ่พันธนาการชายมีปีกไว้ได้แล้วมันก็ดูดกลืนพลังจากร่างของเขาไปจนหมด จนทำให้ชายมีปีกถูกบังคับให้ออกจากระบบทันที เพราะระบบแคปซูลตรวจพบว่าเขาใช้พลังจนเกินขีดจำกัด เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ใช้ระบบแคปซูลจึงทำให้เขาไม่มีทางเลือกจนต้องถูกบังคับให้ออกจากระบบไปแบบนี้ ร่างที่ถูกบังคับให้ออกจากระบบก็กลายสภาพไปเป็นผลึกตามกติกาที่ระบบตั้งเอาไว้ ว่าห้ามออกจากระบบแคปซูลในระหว่างทำการต่อสู้ทุกกรณี
หลังจากจัดการชายมีปีกไปแล้ว รอยก็รีบเก็บโซ่เข้าร่างของตัวเองทันที เพราะยิ่งปล่อยไว้นานร่างกายของรอยก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น ทันทีที่โซ่กลับเข้ามาอยู่ในร่างแล้วรอยก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยเพราะพลังที่ดูดกลืนจากชายมีปีกมานั้นมันสามารถช่วยฟื้นฟูพลังของรอยให้กลับมาได้ส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน
ผู้ชมที่เฝ้าดูทีม Exile มาโดยตลอดต่างก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทีมของรอยจะชนะทีม Exile ไปได้ เพราะทีม Exile เป็นทีมที่ฆ่าผู้เข้าแข่งขันสาย B ไปได้มากที่สุด พวกเขาใช้วิธีที่ได้เปรียบด้วยการบินได้ของทีมเข้าโจมตีผู้เข้าแข่งคนอื่นไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ส่วนใหญ่เป็นเพราะชายที่บินได้ใช้ความเร็วและความคล่องตัวของเขาลอบเข้าไปโจมตีทีมอื่นก่อนเสมอ เพื่อดูว่าคนที่เขาลอบโจมตีไปนั้นมีพลังพิเศษแบบไหน แต่ทีมส่วนใหญ่ก็มักจะถูกเขาฆ่าตายไปก่อนเมื่อเขาใช้ปืนพกยิงใส่ในระยะประชิดตัว
อาลมาลวิ่งเข้ามาใกล้หลังจากที่การต่อสู้ของรอยจบลง พร้อมกับผลึกของฟรอสที่อยู่ในมือก็ได้แต่กล่าวขอโทษที่ทำฟรอสตายไปแบบนี้ รอยเองก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรเพราะจะโทษอามาลตอนนี้ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา รอยที่อยู่บนดาดฟ้าอยู่แล้วก็มองไปรอบ ๆเพื่อดูว่าใกล้ ๆแถวนี้ยังมีจุดคืนชีพเหลืออยู่ไหม ปรากฏว่าทางด้านหน้าไม่ไกลนี้เองมีจุดคืนชีพหนึ่งอยู่ ซึ่งมันอยู่ข้าง ๆสนามกีฬาเทนนิสในร่มแห่งหนึ่ง แต่รอยก็เห็นผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งกำลังวิ่งไปตรงจุดนั้นพอดีด้วยผลึก 2 ก้อนที่ถืออยู่ในมือ
“รีบไปกันเถอะ” รอยตะโกนบอกอามาลที่อยู่ด้านล่างตึกให้รีบวิ่งตามเขามา เพราะโอกาสแบบนี้มันไม่ได้มีบ่อย ๆ
รอยวิ่งมาได้ไม่ไกลก็เห็นผู้เข้าแข่งขันที่รอยติดตามมากำลังนำผลึกของเพื่อนร่วมทีมก้อนหนึ่งใส่ไว้ที่แท่นคืนชีพ ที่มีรูปร่างเหมือนกับถ้วยรางวัล ผู้เข้าแข่งขันรายนี้นำผลึกไปใส่ไว้ภายในถ้วยและนำมือไปจับไว้ที่ตัวรูปถ้วยพร้อมกับส่งพลังเข้าไปจากนั้นตัวผลึกก็ลอยขึ้นมาเหนือถ้วยรางวัลไม่มากนัก พร้อมกับสร้างร่างกายของเพื่อนร่วมทีมของเขาขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างที่เลือนราง
รอยไม่รอช้าเพราะในระหว่างที่คืนชีพเพื่อนร่วมทีม คนที่คืนชีพจะไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เป็นเวลา 10 วินาที ซึ่งรอยก็ใช้จังหวะนี้เองพุ่งเข้าไปหาผู้เข้าแข่งขันรายนี้ด้วยความเร็วสูง รอยฟันดาบคาตานะเข้าไปที่หัวของผู้เข้าแข่งขันรายนี้ตกตายไปโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองถูกฆ่าไปแล้ว จากนั้นรอยก็ให้อามาลมาทำการคืนชีพฟรอสต่อไป ส่วนรอยก็คอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่างจากอามาลเพราะกลัวว่าจะมีคนมาซุ่มโจมตีอย่างที่เขาเพิ่งทำไปเมื่อครู่นี้
การต่อสู้หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากนักสำหรับทีมของรอย เพราะทีมส่วนใหญ่ไม่ได้เก่งกาจเท่ากับทีมที่รอยสู้มาเลย จนการต่อสู้ของสาย B จบลงโดยทีมของรอยเป็นผู้ชนะอันดับ 1 ของสายนี้
แต่เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอยู่ดี ๆระบบเตือนภัยของแคปซูลก็ดังขึ้นมาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุและไม่ใช่มีเพียงแค่รอยคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับการแจ้งเตือนนี้ คนที่อยู่ในสนามแข่งขันแห่งนี้ทั้งหมดก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นแปลว่าจะต้องมีเรื่องที่ี่ร้ายแรงเกิดขึ้นกับโลกภายนอกเป็นแน่ เมื่อทุกคนได้เห็นการแจ้งเตือนแล้วก็รีบออกจากระบบแคปซูลทันทีเพื่อไปดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่โลกภายนอกกันแน่
รอยมองดูคนที่ออกจากระบบไปเรื่อย ๆจนแทบจะกลายเป็นสนามที่ไม่มีคนอยู่แล้วก็ได้แต่นึกอยู่ในใจ
“แล้วการแข่งขันล่ะจะทำยังไงต่อไป?”