บทที่ 7
“เอ่อ เราเข้าไปคุยกันดี ๆ กว่าเนอะ ยืนคุยอย่างนี้ถ้าคนผ่านมาเห็นจะไม่เหมาะ” ผู้หญิงในตอนแรกเอ่ยหลังจากที่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ ฉันคิดอย่างลังเล
“เราไม่ได้จะมาทำอะไร แค่มาคุยน่ะ” ถึงยังไงก็คงหนีไม่พ้น เลือกคุยให้จบ ๆ ไปเลยดีกว่า ฉันปลดสายโซ่ออก แล้วเปิดประตูให้ทั้งสองคนเดินเข้ามาในห้อง
“ขอบคุณที่ยอมให้เข้าห้องนะ”
“ไปคุยที่โซฟาก็ได้ค่ะ” ฉันบอกโดยไม่ได้มองร่างสูงที่เดินตามเข้ามา เมื่อนั่งเรียบร้อยฉันก็เป็ฝ่ายถามขึ้นมาก่อน
“พวกคุณ้าอะไร”
“รับผิดชอบ” ผู้ชายคนนั้นตอบมาโดยที่สายตายังสำรวจฉันอยู่
“ฉันไม่้า” ตอบปฏิเสธแทบจะทันที
“ใจเย็น ๆ กันก่อนนะ มาแนะนำตัวก่อนดีกว่า พี่ชื่อเพลง เป็ผู้ช่วยของธาม” ฉันมองผู้หญิงที่ส่งยิ้มอย่างผูกมิตรมาให้
“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือขึ้นไหว้คนที่ดูท่าจะมีอายุมากกว่า
“จ้ะ ไม่ต้องไหว้พี่ก็ได้ ส่วนนี่ก็ธาม...พวกเราเพิ่งรู้เื่ที่เกิดขึ้น” พี่เพลงพูดอย่างอึกอัก
“เื่คลิปหมายความว่ายังไงคะ” ฉันเข้าเื่อย่างไม่อ้อมค้อม พี่เพลงส่งสายตาไปให้ธามเป็คนอธิบาย
“ผู้จัดการผมแอบตั้งกล้องแอบถ่ายเอาไว้ มันเอามาขู่ ผมเพิ่งรู้เื่ของคุณ”
“ผู้จัดการงั้นเหรอ” ฉันพึมพำเสียงแ่
“แล้วตอนนี้คลิป...” ฉันถามออกไป
“ตอนนี้คลิปอยู่ที่ผม”
“ทำไมคุณไม่ลบมันทิ้งไปซะ” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ
“ผมอยากจะมาตกลงกับคุณก่อน” ฉันฟังที่ธามพูดแล้วเผยยิ้มออกมา
“ฉันไม่มีอะไรจะตกลงทั้งนั้น พวกเราต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกัน ฉัน้าแค่นี้” บอกความ้าออกไป
“เห็นจะไม่ได้” ธามเอนหลังพิงเบาะโซฟาพร้อมกอดอกกล่าวปฏิเสธออกมา
“ทำไมไม่ได้ คุณก็แค่ลืม ๆ มันไปแค่นั้นเอง” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ
“คุณคงลืมอีกเื่ที่สำคัญไปนะ” ใจหายวาบเมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงเื่อะไร แล้วเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ถึงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“เื่ลูกของเรายังไงล่ะ” ฉันจ้องตาคนตรงหน้าอย่างหวาดกลัว เขาจะมาเอายัยหนูไปหรือเปล่า
“คุณจะทำอะไร” ฉันถามเสียงสั่นอย่างอดกลั้นไม่อยู่
“เราไม่ได้จะทำอะไร นีนใจเย็น ๆ ก่อนนะ ธามแค่จะมาคุยเื่ลูก เค้าอยากจะรับผิดชอบ ไม่ได้จะมาเอาลูกไปจากนีนนะ” ฉันละสายตาจากธามหันไปมองพี่เพลง
“จริงเหรอคะ”
“จริงจ้ะ นี่ไงธามเลยพาพี่มาด้วย เพราะมันคุยไม่เก่ง ธามแค่อยากรับผิดชอบเื่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของยัยหนู” พี่เพลงอธิบายต่อ
“คุณยอมรับได้เหรอที่อยู่ ๆ ก็มีลูกขึ้นมา” ฉันถามออกไปอย่างสงสัย ธามเป็ดาราดัง อยู่ ๆ ก็มีลูกขึ้นมา มันไม่ใช่เื่ดีเลยสำหรับอาชีพนักแสดง
“แล้วทำไมต้องรับไม่ได้ ยังไงก็ลูกผมอยู่ดี” ฉันอดมองอย่างแปลกใจไม่ได้
“คุณมามั่นใจได้ยังไงว่าเป็ลูกของคุณ” ธามยกยิ้มขึ้นเมื่อฟังที่ฉันถาม
“ประวัติคุณขาวสะอาดซะขนาดนี้ แต่ถ้าคุณอยากให้ผมพิสูจน์ งั้นเอาผลตรวจดีเอ็นเอไปมั้ยล่ะ ผมมีนะ” ฉันไม่แปลกใจที่ธามรู้ประวัติของฉัน คน ๆ นี้คงสืบมาหมดแล้ว แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีผลตรวจดีเอ็นเอได้
แล้วเหมือนจะรู้พี่เพลงถึงยื่นเอกสารมาให้ ฉันรับมาอ่าน มันเป็ผลตรวจดีเอ็นเอระหว่างมาลีกับธามจริง ๆ ด้วย ในเอกสารระบุว่าดีเอ็นเอตรงกัน ธามคือพ่อของมาลี
“คุณ...คุณตรวจได้ยัง”
“สำหรับผมมันไม่ยากหรอก” ฉันยื่นเอกสารคืนให้พี่เพลง แล้วถามความ้าของเขา
“คุณอยากรับผิดชอบยังไง แต่ฉันไม่ให้ลูกไปอยู่กับคุณแน่” ฉันบอกความ้าของตัวเองเสียงหนักแน่น
“ผมจะเป็คนออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้ลูก รวมถึงคุณต้องให้ผมเซ็นรับรองบุตรด้วย” ฉันคิดก่อนจะตอบ
“ได้ แต่ฉันก็มีเื่ที่อยากร้องขอเหมือนกัน” ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะถาม
“คุณอยากได้อะไรล่ะ”
“ฉัน้าเซ็นสัญญาว่าสิทธิในการเลี้ยงดูลูกเป็ของฉันเท่านั้น คุณไม่สามารถเอาแกไปได้ เว้นแต่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน แล้วที่สำคัญฉันไม่อยากให้แฟนคลับของคุณรู้เื่นี้ ฉันเป็ห่วงความปลอดภัยของลูก”
“ได้ แต่ผมต้องมีสิทธิในฐานะพ่อเหมือนกัน แล้วก็...” ยังไม่ทันจบประโยคเสียงร้องไห้ก็ดังขึ้น ธามหยุดพูดแล้วมองไปที่ห้องนอนที่มีเสียงร้องไห้
“แงงงงง มะม้าาา” ฉันรีบลุกแล้วเดินเข้าไปในห้อง เหมือนมาลีจะสะดุ้งตื่นแล้วไม่เจอฉันเลยใ
“ไม่เป็ไรค่ะ แม่อยู่นี่” ฉันยกมาลีขึ้นมาอุ้มแล้วกล่อม มาลีซบหน้าลงที่หัวไหล่ฉันแล้วสะอื้น
“ไม่ร้องนะคะ” ฉันกล่อมแล้วพาลูกออกมาจากห้อง ถึงยังไงก็ตกลงแล้ว ฉันควรจะให้มาลีเจอกับเขาสักหน่อย พี่เพลงลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้เมื่อเห็นฉันพามาลีออกมาด้วย
“มาลีหนูเห็นมั้ยมีใครอยู่ด้วย” มาลีค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาจากไหล่ของฉัน ตากลมแป๋วแหววที่มีน้ำตาคลอหน่วยจ้องไปที่พี่เพลง
“หลานอา” พี่เพลงเดินเข้ามาหามาลี จับขาอวบ ๆ แล้วกล่าวชมไม่ขาดปาก
“นี่ตุ๊กตารึเปล่าเนี่ย ทำไมน่ารักขนาดนี้ อวบอ้วนดีจังเลยลูก” มาลีมองอย่างสงสัย พี่เพลงเหมือนอยากอุ้มแต่ไม่กล้าขอ
“ลองอุ้มมั้ยคะ แต่จะหนักหน่อย”
“พี่อุ้มได้เหรอคะ” พี่เพลงถามอย่างดีใจ
“ได้ค่ะ แกไม่ค่อยกลัวคนแปลกหน้า” ฉันส่งมาลีให้พี่เพลงอุ้ม แล้วยัยหนูก็รู้งานส่งยิ้มหวานไปให้ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้เพิ่งร้องไห้ไปหยก ๆ
“หนูชื่อมาลีเหรอคะ ยิ้มหวานจังเลย” พูดจบก็ก้มลงหอมแก้มมาลีดังฟอด ก่อนจะเดินไปตรงหน้าของธามที่นั่งมองเงียบ ๆ ั้แ่ต้น
“แกดูลูกแกสิ ทำไมออกมาได้น่ารักขนาดนี้ ฉันเห็นแล้วอยากอุ้มกลับบ้านเลย” ฉันมองภาพที่เพลงอุ้มมาลีไปตรงหน้าธาม ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ธามไม่ได้ยกมือขึ้นมาขออุ้ม ทำแค่จ้องมาลีนิ่ง ๆ ส่วนมาลีก็ใช้ตาแป๋ว ๆ ของตัวเองจ้องกลับอย่างสงสัยเหมือนกัน ฉันเดินเข้าไปหาแล้วบอกมาลีเสียงนุ่ม
“มาลีคะ นี่ปะป๊าของหนูนะคะ”
***
พ่อนิ่งเลยยยนะะ แต่หลานแมวอ้วนน่ารักจีงจีงนั่นแหละะ ส่วนรูปเล่มเปิดรอบสต๊อควันนนี้นะคะ จะแจ้งทางหน้าเพจด้วย ใครอยากรับเ้าหมูมาลี อย่าลืมแวะมาจองน้าาา
:องศาเดียว