ตอนที่ 143 โปรเจกต์ LevelUP
“ทุกคนเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดโปรแกรมที่ชื่อว่า LevelUP ขึ้นมา ให้ทุกคนลงทะเบียนให้เรียบร้อย เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วให้จดจำชื่อและรหัสผ่านให้ดีและเข้าสู่โปรแกรมได้เลย โปรแกรมจะมีการทดสอบวัดผลเบื้องต้น ขอให้ทุกคนตั้งใจทำกันอย่างสุดความสามารถ จะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคน ได้คะแนนมากไม่ได้แปลว่าพวกเธอเก่งจนไม่ต้องติวแล้ว หรือได้คะแนนน้อยก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอเรียนไม่เก่ง ทั้งหมดเป็นแค่ตัวชี้วัดและประเมินว่าควรจะเรียนหลักสูตรใดเท่านั้น” พีทได้อธิบายการสอนอยู่สักพักหนึ่ง พอเห็นว่าเพื่อนๆ ของพลอยลงทะเบียนกันเสร็จแล้ว เขาก็ได้เริ่มพูดต่อ “ย้ำอีกครั้ง ขอเพียงทุกคนตั้งใจเรียน มีสมาธิกับการเรียน ไม่ว่าจะได้คะแนนเท่าไรที่นี่พร้อมยินดีต้อนรับพวกเธอทุกเมื่อ…แต่ถ้าพวกเธอคิดที่จะมาเล่นกันเพื่อเอาสนุก ขอให้เชิญกลับไป” พีทพูดจบก็เตรียมที่จะเดินออกไป ที่เหลือปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของทุกคนแล้ว
ซึ่งพีทก็ได้แอบมองดูสายตาของทุกคนกันแล้วและเห็นว่าพลอยได้คัดเลือกเพื่อนที่มาในวันนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ทุกคนดูตั้งใจกันมากจริงๆ
ฉะนั้นเพื่อให้กำลังใจและปลอบโยนทุกคนหน่อย พีทจึงได้หยุดอยู่ที่หน้าประตูทางออกและพูดขึ้นว่า “หากติวหนังสือจนเหนื่อยแล้วก็อย่าฝืนหักโหม สามารถลงไปด้านล่างสั่งไก่ทอดหรืออะไรที่อยากจะกินได้เลย มีแอป Easy Food กันอยู่แล้วใช่ไหม พี่มีคูปองกินฟรีให้ทุกคนได้ใช้” พี่พูดจบ ทันใดนั้นห้องก็มีเสียงเฮดังขึ้น พีทไม่ได้หันไปดูเขาได้เดินออกมาสมทบกับฝ้าย รดาและจินหลิน
แต่ทว่าในขณะที่พีทกำลังปิดประตูห้องนั่นเอง ‘ติ้ง~!’ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็พลันดังขึ้น!
[ระบบ: ภารกิจลับได้ถูกกระตุ้น] โฮสต์ยินยอมรับภารกิจลับนี้หรือไม่ คำเตือนภารกิจลับนี้มีบทลงโทษ คิดให้ดีก่อนตัดสินใจ
ระบบแทบจะคัดลอกคำพูดเมื่อครู่ของพีทออกมาแบบเป๊ะๆ มีการยื่นความหวังให้กับนักเรียน ก่อนจะปิดท้ายด้วยการให้ทุกคนตัดสินใจ ซึ่งพีทก็แอบหัวเราะให้กับความเจ้าเล่ห์ของระบบที่ตั้งใจกวนเขา [ตกลง!] ภารกิจได้ถูกส่งมอบ
[ภารกิจ อนาคตของชาติระดับที่ 1 โปรเจกต์ LevelUP]
[เงื่อนไข: ช่วยให้นักเรียนกลุ่มนี้สามารถเอาชนะในการสอบประเมินที่จะมาถึงได้ทั้งหมด 20 คน หากติดท็อป 1-3 หรือมากกว่าจำนวนที่กำหนด จะมอบรางวัลพิเศษให้เพิ่มเติม]
[รางวัล: แคปซูลเพิ่มขุมพลังให้กับเอไออัลฟ่า ขึ้นอีก 1 ระดับ]
[บทลงโทษ: หากทำไม่สำเร็จ ระดับของเอไออัลฟ่าถูกปิดใช้งานเป็นเวลา 1 เดือน]
‘มีบทลงโทษจริงด้วย?!’
พีทได้อ่านภารกิจก็รับรู้ได้ในทันทีว่าภารกิจนี้ไม่ง่ายเลย อนึ่งภารกิจนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเขา หากแต่เป็นภารกิจของเพื่อนร่วมห้องของพลอย พีทเป็นแค่ตัวช่วยที่ทำให้เกิดภารกิจลับนี้ขึ้นมาเท่านั้น
และที่น่าตกใจมากไปกว่านั้น จำนวนของนักเรียนที่กำหนดของภารกิจนั้นสูงถึง 20 คน แต่วันนี้จำนวนเพื่อนของพลอยที่มาเรียน มีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น ยังขาดอีกตั้งหลายคนกว่าจะครบจำนวน ไม่นับรวมกับที่มาติวแล้วอาจจะสอบไม่ผ่านอีก
ฉะนั้นพีทถึงได้รู้ว่า ภารกิจลับนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ! “พีทเป็นอะไร ทำไมเหงื่อออกแบบนั้น?” ฝ้ายได้เขย่าตัวพีทเมื่อเห็นสีหน้าของแฟนหนุ่มไม่ค่อยสู้ดี หลังจากออกมาจากห้องติวหนังสือ
“ไม่มีอะไรแค่กังวลว่าโปรแกรมที่ฉันสร้าง จะช่วยติวหนังสือให้กับพวกเขาได้จริงๆ หรือไม่” พีทตอบกลับ ก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
“โปรแกรมพวกนี้เธอเขียนขึ้นมาด้วยตัวเองเหรอ…เธอได้พักบ้างหรือเปล่า?” รดามองดูโปรแกรมของพีทจากด้านนอกของห้อง เธอที่อยู่ในฐานะรองประธานย่อมเห็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นมาใช้งานภายในบริษัทมาก็มาก
จึงรู้ว่าโปรแกรมที่พีทสร้างน่าจะใช้กำลังในการสร้างไปไม่น้อยเลย ‘โปรแกรมติวหนังสือ LevelUP?!’ ด้วยความเป็นห่วงรดาจึงได้ถามออกไปด้วยความเป็นห่วง
พีทยิ้มแห้งเพราะโปรแกรมนี้ เขาแค่เป็นผู้ออกแบบความต้องการขึ้นมาเท่านั้น แต่คนสร้างจริงๆ คือ เหล่าภูตผีในระบบและเอไออัลฟ่า ซึ่งพอโปรแกรมทุกอย่างถูกสร้างจนเสร็จสรรพ แม้พีทจะรับรู้ถึงโปรแกรมทั้งหมดราวกับเขาเป็นผู้สร้างเอง ด้วยพลังของระบบที่เชื่อมโยงภูตผีและเขาไว้ด้วยกัน ถึงอย่างนั้นพีทก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งๆ เพราะเขาไม่กล้าพูดว่าตัวเองคือคนสร้างมันได้อย่างเต็มปาก
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมแค่เอาเวลาว่างมานั่งเขียนมันเล่นๆ คิดแค่จะช่วยพลอยในเรื่องการเรียน ไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้จริงกับคนเยอะๆ แบบนี้”
“โปรแกรมของนาย มีภาษาจีนด้วยไหม…ฉันอยากทดสอบความรู้ของฉันบ้าง?” จินหลินเองก็รู้ว่าพีทคือนักธุรกิจที่สามารถออกแบบและเขียนโปรแกรมได้ ถึงได้สร้างแอปพลิเคชัน Easy Food ขึ้นมาได้แบบนี้
รวมถึงโปรแกรมของพีทที่ใช้สำหรับร้าน Chicky CPF จินหลินก็ได้นำไปใช้งานที่ร้านไก่ทอดที่เธอจะเปิดที่จีนด้วยเช่นกัน เพราะพีทได้เพิ่มเติมภาษาจีนลงไปในระบบให้กับจินหลินแล้วในเวลาไม่ถึง 1 วัน
จินหลินทดลองใช้โปรแกรมสำหรับร้านไก่ทอดจนคล่องมือ ก็พบว่าระบบและการแปลภาษาของพีท ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ เลย เธอจึงอดยอมรับไม่ได้ว่าพีทนั้นเป็นคนเก่งและมีความสามารถจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อโปรแกรมสำหรับการเรียน LevelUP มาอยู่ตรงหน้า ไฉนเลยที่จินหลินที่มีนิสัยชอบความท้าทายและมีความใฝ่รู้ จะไม่คิดอยากลองใช้มัน
“มี แต่ขอเตือนนะมันค่อนข้างยากเลยทีเดียว” พีทเตือนจินหลินด้วยความหวังดี กลัวว่าเธอจะมาบ่นเขาในภายหลังหากได้คะแนนไม่ดี เพราะขนาดตัวของพีทเองยังได้คะแนนเพียงแค่ 60 กว่าคะแนนเท่านั้น
“ยากสิ ถึงจะสนุกเอาแบบนี้…พวกเราไปลองทดสอบกันดูไหม” จินหลินเอ่ยปากชวนฝ้ายและรดา เพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรทำมากนัก จะให้กลับบ้านจินหลินก็เสียดายเพราะยังสนุกอยู่กับการมาเที่ยวประเทศไทยอยู่เลย
รดาเองก็ไม่อยากจะกลับเช่นเดียวกัน หากไม่ติดอะไรเธอก็อยากที่จะนอนค้างกับพีทที่นี่คืนนี้เสียด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่พีทต้องไปส่งพลอยกลับบ้านของแม่ ทำให้ฝ้ายและรดาอดนอนกอดแฟนหนุ่มของพวกเธอไปอีกวัน
“เอาสิ รื้อฟื้นความรู้กันสักหน่อย” รดาและฝ้ายต่างก็ตอบตกลง โดยพวกเธอทั้งสามคนได้เข้านั่งประจำที่และลงทะเบียนเพื่อเริ่มการทดสอบระดับ ม.ปลาย
โดยฝ้ายที่จะไปเรียนต่อในต่างประเทศ ก็เลือกทดสอบภาษาอังกฤษ ถ้าหากโปรแกรมนี้ดีๆ จริงๆ ถ้าจะได้เตรียมความพร้อมกับการทดสอบนี้ไปด้วยเลย ส่วนรดากับจินหลินเลือกทดสอบเป็นภาษาจีน คนหนึ่งเพื่อเสริมภาษาจีนให้แน่น อีกคนแค่อยากทดสอบโปรแกรมของพีทก็เท่านั้น
ทั้งสามคนเข้าประจำที่และเริ่มทำบททดสอบ เฉกเช่นเดียวกับเพื่อนนักเรียนของพลอยที่ตอนนี้เริ่มทำแบบทดสอบกันไปสักพักใหญ่ๆ แล้ว
พีทไม่ได้ลงสนามด้วย เพราะรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์ของเขาอาจทำให้ทุกคนตกใจได้ ฉะนั้นพีทเลยลงไปด้านล่างของร้าน เพื่อลงไปทอดไก่ให้กับทุกคนด้วยตัวเอง
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ในห้องนี้มีเพียงพลอยคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ต้องทำบททดสอบ เนื่องจากเธอทำมันไปแล้วเมื่อคืนก่อน เธอจึงเป็นคนเดียวที่เข้าสู่เนื้อหาและบทเรียนที่ต้องการได้เลย พลางใส่หูฟังตัดเสียงรอบๆ ข้าง เพื่อทำให้ตัวเองมีสมาธิ
“พลอยฉันได้ 73 คะแนน โปรแกรมบอกให้ฉันต้องกลับไปทบทวนหลักสูตรม.ต้น” เบลล์เพื่อนสนิทของพลอยสะกิดเรียกพลอยที่นั่งใส่หูฟังอยู่ข้างๆ “ฉันเองก็กำลังเรียนทบทวนหลักสูตรม.ต้น อยู่เหมือนกัน ฮ่าฮ่า” พลอยไม่อายเลยที่บอกกับเพื่อนเธอว่า ตัวเธอเองก็กำลังเรียนหลักสูตรม.ต้น
เบลล์ที่ได้ยินจึงพากันหัวเราะออกมาและไม่ใช่แค่พวกเธอเท่านั้น เพื่อนทั้งหมดในห้องของพลอย แทบไม่มีใครทำคะแนนได้มากกว่า 85 คะแนนเพื่อผ่านหลักสูตรไปเรียนเนื้อหาของ ม.ปลาย ได้เลยสักคน
หลังจากทุกคนรับรู้แล้วว่าตัวเอง ไม่ผ่านการทดสอบเบื้องต้น เพื่อนๆ ของผมก็ดูเหมือนจะพากันหมดกำลังใจ ทุกคนจึงเดินออกไปนั่งเล่นกันข้างนอกก่อนเพื่อปรับอารมณ์ แวะดื่มน้ำกินไก่ทอดรองท้องกันก่อน ค่อยกลับมาเริ่มต้นติวหลักสูตร ม.ต้น ตามที่โปรแกรมได้ระบุไว้กันอีกที
“เป็นไงมีใครได้คะแนนเกิน 85 คะแนนบ้างไหม?” พีทและน้องโอม ช่วยกันยกไก่ทอดจำนวนสองถาดขึ้นมาให้เพื่อนๆ ของพลอยได้กิน ซึ่งทุกคนก็ตอบกลับพีทด้วยการส่ายหน้า ที่ไม่มีใครเลยที่ผ่านการทดสอบนี้ได้
“ข้อสอบมันเป็นเรื่องพื้นฐานเพื่อวัดเกณฑ์ ได้จริงหรือเปล่าครับพี่พีท” เด็กนักเรียนชายเอ่ยถาม เด็กคนนี้พีทจำได้ว่าพลอยบอกว่าเป็นที่หนึ่งของห้อง หากแต่การทดสอบนี้ของเขาได้คะแนนทั้งหมด 79 คะแนน เท่ากันกับพลอย
“จริงไหมก็อาจจะพูดยาก เพราะให้พูดกันตามตรงข้อสอบพวกนี้ พี่ได้นำมาจากหลักสูตรมัธยมปลายของพวกเธอที่ออกโดยกระทรวงศึกษาธิการ ข้อสอบมีคละกันไประหว่างชั้น 4 5 6 และพวกเธอก็เป็นนักเรียนกลุ่มแรกที่ได้ใช้โปรแกรมนี้ด้วย พี่จึงตอบไม่ได้ว่ามันเป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่ แต่พี่มั่นใจว่าโปรแกรมของพี่ประเมินการทดสอบไม่ผิดแน่” พีทเห็นทุกคนดูผิดหวัง ก็พอเข้าใจได้ ขนาดที่หนึ่งของห้องควีนของพวกเขายังไม่ผ่านการทดสอบ ดังนั้นจึงตั้งคำถามว่าแบบทดสอบนี้ยากเกินไปหรือเปล่านั่นเอง
“จริงๆ แล้ว ในอนาคตพี่อาจจะเพิ่มหลักสูตรของนานาชาติเข้าไปด้วยและจะเพิ่มบททดสอบสำหรับสอบเข้ามหาลัยในแต่ละคณะให้กับพวกเธอด้วย แต่ตอนนี้พี่อยากให้ทุกคนตั้งใจและเรียนตามที่โปรแกรมกำหนดไปก่อนแล้วค่อยมาว่ากันอีกที…จำไว้ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้ในวันเดียว”
คำพูดของพีทปลุกใจ ให้เด็กนักเรียนที่ก้มหน้าคอตกได้มากทีเดียว ทุกคนต่างรีบกินไก่เพื่อรองท้อง ก่อนที่ทุกคนจะกลับเข้าไปติวหนังสือกันต่อตามโปรแกรมที่กำหนดไว้กันอย่างคึกคักและมีไฟอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามเมื่อส่งเด็กๆ เข้าไปในห้องกันหมดแล้ว พีทก็ชำเลืองมองไปที่โต๊ะของสามสาวที่กำลังนั่งทดสอบอยู่ พีทก้มมองเวลาและคำนวณว่าพวกเธอน่าจะออกมากันได้แล้ว แต่ผลปรากฏว่าผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ทั้งสามคนก็ยังไม่ออกมาเสียที
พีทนั่งรอจนเผลอหลับ ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกที จึงได้เห็นทั้งสามเดินมาจากห้องพร้อมๆ กัน
‘พวกเธอใช้เวลาทดสอบไปเกือบ 2 ชั่วโมง!’
นี่มันนานเกินไปและดูจากนิสัยของทั้งสามคนแล้ว แม้ทั้งสามคนจะมีบุคลิกที่แตกต่างกันไป
ฝ้ายมีนิสัยน่ารัก รดาเป็นคนเย็นชา จินหลินเป็นคนใจร้อน แต่มีสิ่งหนึ่งที่นิสัยของทั้งสามนั้นมีเหมือนกันเลยก็คือ พวกเธอชอบเป็นคนเอาชนะ!
‘ฉิบหายแล้ว ไม่น่าให้พวกเธอทดสอบเลย…คะแนนของพวกเธอ คงย่ำแย่กันมากเลยลองทดสอบกันใหม่แน่ๆ’ พีทคิดไปต่างนานา เป็นกังวลเมื่อเห็นทั้งสามกำลังนั่งกินไก่ที่แม้จะเย็นไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เสียรสชาติเพราะกล่องที่ใส่ไก่ขึ้นมา มันช่วยเก็บอุณหภูมินั่นเอง
“โปรแกรมของฉันอาจจะยังไม่สมบูรณ์ อย่าได้เก็บมาใส่ใจกันเลยนะ” พีทรีบเข้าไปปลอบโยน โดยเฉพาะฝ้ายกับรดาที่เป็นแฟนของเขา
แต่กระนั้นฝ้ายกับรดา รวมถึงจินหลินพลันหันมามองพีทเป็นตาเดียว “ยังไม่สมบูรณ์เหรอ? แล้วผลการสอบที่พวกเราได้ มันเชื่อถือไม่ได้เหรอ” ฝ้ายร้องออกมาด้วยความสงสัย โดยมีรดาและจินหลินจ้องเขม็ง “เอ่อคือ…” พีทไม่รู้จะพูดยังไงดี เขาตั้งตัวไม่ทันเมื่อเห็นสายตาพิฆาตจากหญิงสาวทั้งสาม
“พวกเธอได้กันเท่าไรล่ะ?” ก่อนอื่นพีทต้องรู้ก่อนว่าคะแนนที่พวกเธอได้ นั้นได้กันกี่คะแนน เช่นนั้นจะได้แก้ตัว…เอ้ย แก้ต่างได้ถูก
“สอบเบื้องต้นระดับม.ปลายฉันได้ 96 คะแนน ส่วนสอบความถนัดทางด้านภาษาอังกฤษ ฉันได้ 89 คะแนน โปรแกรมแนะนำว่าฉันมีความรู้มากพอถ้าจะเรียนต่อปริญญาโทในต่างประเทศ” ฝ้ายพูด ก่อนจะตามด้วยรดาและจินหลิน
ซึ่งรดาสอบเบื้องต้นได้ 99 คะแนน ส่วนสอบความถนัดภาษาจีนเธอได้ 83 คะแนน โปรแกรมแนะนำว่ารดาสามารถเรียนต่อปริญญาเอกได้สบายๆ
ส่วนจินหลินเบื้องต้นได้คะแนนเต็ม 100 ส่วนความถนัดภาษาอังกฤษที่เธอเลือกเปลี่ยนจากจีนเป็นอังกฤษ ก็ได้อยู่ราวๆ 80 คะแนน สามารถเรียนต่อปริญญาโทได้ไม่มีปัญหา
พีทได้เห็นคะแนนของทั้งสามสาวก็ถึงกับนิ่งค้างไปเลยทีเดียว กลับกลายเป็นว่าที่พวกเธอใช้เวลานานไม่ใช่เพราะทำข้อสอบไม่ได้ แต่เพราะเลือกทดสอบบททดสอบระดับต่อไป ซึ่งเป็นระดับปริญญาขึ้นไปนั่นเอง
แม้จะอิจฉาที่หญิงสาวทั้งสามต่างทำคะแนนกันได้ดี ถึงอย่างนั้นพีทก็พลันเป่าปากออกมาด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสามสาวไม่พอใจกับการสอบในครั้งนี้
“โปรแกรมสมบูรณ์แล้ว แต่ที่ฉันบอกว่ามันยังไม่สมบูรณ์เพราะฉันยังไม่ได้ อัปเดตโปรแกรมให้มันสามารถแยกย่อยตามสาขาวิชาและคณะนั่นเอง” พีทหยิบเอาแท็บเล็ตของเขาที่เป็นโปรแกรมรุ่นต่อไปที่กำลังจะทำการอัปเดตส่งให้ทั้งสามคนดู
เมื่อทุกคนเห็นแบบนี้ก็ไม่ได้ติดขัดหรือข้องใจอะไรอีก จะมีก็แต่พีทนั่นแหละที่เจ็บใจอยู่คนเดียวหญิงสาวข้างกายเขาทั้งสองคน ไม่นับรวมจินหลิน ต่างสอบได้คะแนนดีๆ กันทั้งนั้น แต่ตัวเขาล่ะได้แค่ 60 กว่าคะแนน
‘นี้มันไม่น่าอายเหรอ?!’
พีทสับสนในตัวเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าคะแนนสอบของเขาจริงๆ แล้วได้อยู่ราว 90 คะแนนเช่นกัน…เพียงแต่ที่ออกมา 60 กว่าๆ เป็นเพราะเหล่าภูตผีอยากจะแกล้งเจ้าตัว ไม่ให้หลงระเริงกับความรู้ที่มีเฉยๆ [ไอ้หนูหนทางแกยังอีกยาวไกล…อนาคตแกต้องเจอกับคนเก่งๆ อีกมากมาย ฉะนั้นอย่าหยุดที่จะเรียนรู้] นี้คือข้อความที่น้าผีและเหล่าภูตผีในระบบอยากจะบอกกับพีท
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy