“คิดดีแล้วอย่างนั้นหรือท่านหัวหน้า”มู่หยางจินะโเข้ามาขวางทางของหัวหน้าโจรไว้ทันที
“เ้าเ้าเป็ใคร” หัวหน้าโจรชี้ดาบของมันไปยังมู่หยางจินใที่เห็นชายแปลกหน้ามาปรากฏตัวยังที่คุมขังคนของพวกมัน
“ท่านอ๋องน้อย ท่านมาได้อย่างไรขอรับท่านอนุญาตให้ข้าแสดงฝีมือแล้วนี่”ซ่งเสวี่ยนลู่ที่เพิ่งสลัดลูกสมุนโจรได้สำเร็จรีบตามหัวหน้าโจรเข้ามาพร้อมกับทหารจำนวนหนึ่งแต่เมื่อเขาเห็นท่านอ๋องน้อยของเขาก็รีบกล่าวทัดทานเพราะอยากเป็คนจับหัวหน้าโจรคนนี้ให้ได้ด้วยตัวเองเพราะการประมือกันเมื่อสักครู่ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ เ้าหัวหน้าโจรก็รีบหนีเขามาแล้ว
“ข้ายังไม่ได้ชักดาบออกมาเลยท่านจะกังวลไปทำไม ข้าแค่กำลังจะเจรจากับเขา”มู่หยางจินตอบคนสนิทแต่สายตากลับจ้องอยู่ที่หัวหน้าโจรตรงหน้า
“เ้า!เ้าคือหนิงอันอ๋องคนนั้นหรือ เ้าเดินทางไปกับขบวนใหญ่นั่นแล้วไม่ใช่หรือเหตุใด........... ฆ่า! ฆ่าพวกมันให้หมด!” หัวหน้าโจรกล่าวถามอย่างกังวลใจแต่เมื่อคิดได้ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับผู้ใดก็ใลนลานสั่งลูกน้องให้ฆ่าทุกคนส่วนตัวเองรีบหลบหนีไปด้านหลัง ทิ้งลูกน้องให้ต่อสู้กับกลุ่มคนมากฝีมือเพียงลำพัง
“ช่างเป็หัวหน้าที่น่ายกย่องมากดูเอาเถิด พวกเ้าต่อสู้เพื่อผู้กล้าที่ทิ้งลูกน้องให้ตายเพียงลำพัง”มู่หยางจินพูดถึงหัวหน้าโจรอย่างเย้ยหยันด้วยเสียงอันดังเมื่อเห็นว่าหัวหน้าโจรทิ้งลูกน้องแล้ววิ่งหนีเอาตัวรอดเพียงคนเดียวพวกโจรได้ยินดังนั้นก็หยุดต่อสู้ พวกมันหันมองหัวหน้าที่ทิ้งพวกมันแล้วหลบนี้ไปซ่งเสวี่ยนลู่มองไปยังมู่หยางจินอย่างขออนุญาต เขาจึงพยักหน้าซ่งเสวี่ยนลู่จึงรีบวิ่งตามหัวหน้าโจรไปทันที
“เหตุใดพวกเ้าจึงเรียกเขาว่าหัวหน้าเหตุใดจึงติดตามคนขลาดเช่นนี้ เขามีอะไรให้พวกเ้ายอมรับยกย่องอย่างนั้นหรือแต่เท่าที่ข้าเห็น ไม่มีเลย”มู่หยางจินมองเหล่าโจรที่ก้มหน้าครุ่นคิดตามคำพูดของเขาอย่างประเมินแววตาพวกลูกสมุนโจรต่างผิดหวังกับสิ่งที่หัวหน้าของมันทำ
“หนิงอันอ๋องได้โปรดไว้ชีวิตด้วยโปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย” พวกโจรทิ้งอาวุธและคุกเข่าก้มหมอบพร้อมกับร้องขอชีวิตจากท่านอ๋องผู้มีชื่อเสียงโด่งดังผู้นั้น
“พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าได้ทำผิดและผิดด้วยเื่อันใด”
“รู้ขอรับพวกเรารู้แล้วขอรับ”
“ฆ่าคนปล้นทรัพย์ จับผู้หญิงและเด็ก ค้าขายของผิดกฎหมายความผิดนี้มีโทษสถานเดียวคือปะา พวกเ้ารู้หรือไม่” มู่หยางจินพูดเสียงดังข่มขวัญกลุ่มโจรที่ก้มหมอบตัวสั่นเทาอย่างหวาดกลัว
“ท่านอ๋องได้โปรดไว้ชีวิตด้วยได้โปรดไว้ชีวิตด้วย” พวกโจรยังคงก้มหมอบร้องขอชีวิตของตนอย่างคนกลัวตาย
“เห็นแก่ที่คิดสำนึกผิดและอยากกลับตัว ให้พวกเ้าทุกคนรับโทษเข้าฝึกเป็ทหารเตรียมไปรบที่ชายแดนทำความดีลบล้างความผิด แต่หากพวกเ้า เมื่อออกเดินทางไปแล้วคิดหนีทหารจะมีโทษฏสถานเดียวต้องถูกลงโทษด้วยการปะาชีวิตเจ็ดชั่วโคตรหากกลัวพ่อแม่พี่น้องจะถูกลงโทษด้วยตอนนี้พวกเ้าสามารถเลือกโทษตายให้ตัวเองได้เลย หรือเลือกจะจงรักภักดีต่อบ้านเมืองจงเลือกมา” มู่หยางจินพูดเสียงดังอย่างดุดันทรงพลังบ่งบอกถึงอำนาจในมือตนที่สามารถชี้เป็ตายพวกเขาทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้
“ทหารขอรับพวกเราขอเป็ทหาร”
“ดี คุมตัวไปใครคิดหนีลงโทษตามกฎทหาร”
“ขอรับ”สิ้นเสียงจริงจังทรงอำนาจของมู่หยางจิน ทหารก็เข้ามาคุมตัวพวกโจรออกไป
“ขอบคุณหนิงอันอ๋องของคุณหนิงอันอ๋อง”พวกโจรกล่าวขอบคุณที่มู่หยางจินไว้ชีวิตพวกเขาด้วยเสียงดังตลอดทาง
“พาพวกเขาไปดูแลหาข้าวปลาอาหารให้กินแล้วค่อยส่งกลับบ้าน” มู่หยางจินมองดูกลุ่มหญิงสาวและเด็กๆที่ถูกจับตัวมาเพื่อขาย ทุกคนล้วนหวาดกลัว หิวโหย และยังมีหลายคนที่เจ็บป่วย
“รายงานท่านแม่ทัพกองโจรที่เรากวาดล้างครั้งนี้เป็กองโจรในท้องที่ของหุบเขาต้นหลิวขอรับพวกมันรวมตัวกันหลังจากที่ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ได้หนึ่งปี หัวหน้าของพวกมันชื่อ ‘หม่าคุน’หม่าคุณคนนี้เดิมทีเป็ทหารรักษาเมืองที่ไปเข้ากับฏหลู่จื่อเทาขอรับ”
“พวกฏจริงๆด้วย แล้วพวกโจรคนอื่น มีใครเป็คนของกลุ่มฏอีกหรือไม่หรือเป็ชาวบ้านทั้งหมด” ซ่งชีฟงกล่าวถามเขาสงสัยั้แ่ทราบว่ากองโจรนี้ค้าผู้หญิงและเด็ก
“นอกจากหม่าคุน ทุกคนก็ล้วนเป็ชาวบ้านหนีาขอรับ”
“เฝ้าดูคนกลุ่มนี้ให้ดี ถ้าพวกมันไม่คิดกลับใจจริงก็ปะาให้หมด”
“ขอรับ”
กองกำลังของมู่หยางจินหยุดพักที่หุบเขาต้นหลิวเขาแบ่งทหารออกสามสิบนายคุมกลุ่มโจรที่กลับใจเข้าเมืองหลวงเพื่อฝึกทหารอีกยี่สิบนายให้ทำหน้าที่คุ้มกันผู้หญิงและเด็กไปส่งยังที่บ้านของทุกคนหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วมู่หยางจินก็นำทหารที่เหลือเร่งติดตามคณะเดินทางที่ล่วงหน้าไปซานเป่ยก่อนหน้าให้ทัน
สองวันต่อมากลุ่มของท่านอ๋องน้อยมู่หยางจินก็ตามกลุ่มขบวนสินสอดได้ทัน
“ทำไมพวกเขายังอยู่ที่นี่ท่านอาจารย์ไม่ใช่ว่าต้องส่งพวกเขากลับบ้านหรือ”มู่หยางจินมองเด็กชายสองคนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับกลุ่มทหารเด็กชายสองคนนี้เขาจำได้ว่าเขาช่วยมาตอนที่เข้าปราบกองโจรที่หุบเขาต้นหลิวและได้ให้ส่งทุกคนกลับบ้านแล้ว
“เด็กทั้งสองไม่มีครอบครัวให้กลับไปแล้วขอรับท่านอ๋องน้อย”
“แล้วทำไมไม่ส่งกลับไปยังสถานที่พักพิงที่เมืองหลวงเล่า”
มู่หยางจินกล่าวถึงหมู่บ้านนอกเมืองหลวงที่ทางการจัดไว้ดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากาส่วนใหญ่จะเป็เด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตจากาและไม่มีญาติคอยดูแล รวมถึงคนชราที่ลูกหลานเสียชีวิตทั้งหมดที่แห่งนี้จะมีทหารคอยดูแล คนในหมู่บ้านก็จะทำการเกษตรปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไว้กินเองส่วนที่เหลือก็แบ่งขายที่ตลาดในเมืองหลวงโดยจะมีกลุ่มพ่อค้ามารับถึงที่สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งที่ทางการจัดไว้ดูแลพวกเขา
“ส่งไปแล้วขอรับแต่พวกเขาหนีกลับมา บอกว่าอยากเป็ทหารของหนิงอันอ๋องขอรับ”
“ที่นั่นก็ฝึกทหารได้ไม่มีใครบอกพวกเขาหรือ แต่ดูแล้วพวกเขาอายุน่าจะยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าเป็ทหาร”
“คนพี่เพิ่งจะสิบหกส่วนน้องชายเพิ่งสิบสามขอรับ”
“ตอนข้าเป็ทหารก็อายุเท่านี้ตอนนั้นลำบากมากจริงๆ ทั้งตัวข้าเอง เสด็จพี่ และพวกท่านอาจารย์ก็ลำบากมาก”
“เพราะท่านอ๋องน้อยนั้นไม่เหมือนใครตัวข้าไม่เคยพบผู้ใดที่ทั้งฉลาดและเก่งกาจอย่างท่านอ๋องน้อยมาก่อนเลยทั้งที่อายุเพียงเท่านั้นท่านก็สามารถฝึกวรยุทธ์เรียนตำราและออกรบได้ในเวลาเพียงไม่นานท่านช่างเป็คนพิเศษนัก” ซ่งชีฟงกล่าวชื่นชมท่านอ๋องน้อยของเขาด้วยความภูมิใจจากใจจริงนอกจากฮ่องเต้แล้วก็มีเพียงท่านอ๋องน้อยมู่หยางจินที่ทั้งฉลาดหลักแหลมและเก่งกาจไม่ว่าเขาจะสอนเื่ใดลูกศิษย์ทั้งสองของเขาก็ช่างเรียนรู้ได้ไวเหมือนกันยิ่งนัก
“ข้าไม่อยากให้พวกเขาเป็เหมือนอย่างข้าอย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้ ข้ารู้ดีว่าการเริ่มเป็ทหารด้วยวัยนี้นั้นลำบากเพียงใดอย่าให้พวกเขาต้องเป็เหมือนอย่างข้าเลย เร่งส่งพวกเขากลับไปเถิดเมื่อกลับไปถึงหมู่บ้าน เขาอาจได้เจอสิ่งอื่นที่น่าสนใจกว่ายามนั้นเขาอาจจะเปลี่ยนใจ” มู่หยางจินคิดถึง่เวลาหลายปีที่เขาต้องเพียรพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้เป็คนที่แข็งแกร่งที่สามารถทำงานเพื่อบ้านเมืองของฮ่องเต้และปกป้องประชาชนของแคว้นหนิงได้ยามนั้นเขาต้องร่ำเรียนตำราทั้งอ่านและเขียน และเมื่อเสร็จสิ้นจากการอ่านเขียนเวลาทั้งหมดของเขาก็เอามาฝึกวรยุทธ์ เขาไม่เคยมีเวลาได้เล่นสนุกเหมือนคนวัยเดียวกันเมื่อได้เห็นเด็กสองคนนี้จึงไม่อยากให้พวกเขาเป็เหมือนตัวเองอยากให้เด็กทั้งสองได้มี่เวลาวัยเด็กเหมือนเด็กคนอื่นอยากให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตและเติบโตตามวัยของตนเอง
“พรุ่งนี้ข้าจะเร่งส่งพวกเขาไปขอรับ”มู่หยางจินพยักหน้ารับแล้วเดินกลับเข้ากระโจมของตน