Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 27


    “เหตุการณ์สังหารพี่ชายผู้นำเกาหลีเหนือ ในตอนนี้ก็มีแต่พวกเราเท่านั้นที่ทราบ บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทหารยังไม่ทราบเรื่องนี้ และผู้ที่มียศน้อยกว่าพลตรีก็ยังไม่ทราบเช่นเดียวกัน” “ทางนายกรัฐมนตรีกำลังรีบเร่งปิดข่าวเรื่องนี้อย่างเต็มกำลัง แต่ก็มีนักข่าวไม่น้อยจากหลากหลายสำนักเริ่มเคลื่อนไหวตามสืบอย่างลับแล้ว” ผบทบ.กล่าว “ทางเกาหลีเหนือต้องการทราบถึงเหตุการณ์ทั้งหมด รวมถึงให้ระบุผู้ที่ก่อเหตุเป็นการด่วน แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว เรายังไม่สามารถที่จะจับพวกเขาได้เลยแม้แต่คนเดียวอย่างนี้ แม้แต่แผนการของผู้ก่อการร้ายเรายังไม่ทรายเลยแม้แต่น้อย ถ้าเป็นอย่างนี้เกรงว่าจะมีเหตุความขัดแย้งระหว่างประเทศได้” ผบทร.กล่าวเสริม ผบทอ. ก็กล่าวต่อทันที “อย่างน้อยเราก็ยังมีเวลากว่าอีก 12 ชั่วโมงในการตามหาผู้ก่อการร้าย คงต้องหวังภาวนาไม่ให้ทางเกาหลีเหนือเกิดสติแตกยิงขีปนาวุธตามที่พวกเขาขู่มา” พวกเขาที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วย ในขณะที่พวกผบทั้งหลายกำลังทำหน้าซีเรียสอยู่นั้นเอง ก็ปรากฏชายคนหนึ่งขึ้นมาจากอากาศธาตุพร้อมกับเอยขึ้นมาว่า “ท่าทางซีเรียสกันจังเลยนะครับเนี่ย ฮ่าๆ” ใช่แล้วเขาคนนั้นคือนที ทุกคนที่อยู่ในห้องหันไปมองตามเสียงทีได้ยิน แต่ก็เป็นผบทอ.ที่ได้สติก่อนใครเพื่อ “หยุดอย่าขยับ เธอเข้ามาได้อย่างไง” ผบทอ.กล่าวออกมา พร้อมกำลังจะวิ่งไปกดที่ปุ่มฉุกเฉิน แต่นทีก็พูดออกมาก่อน “ใจเย็นๆกันก่อนทุกท่าน ผมมาดีนะ โอ่วจริงสิ...ไม่ได้พบกันเสียนาน ท่านผบตร.เป็นอย่างไงบ้าง โรคหัวใจดีขึ้นไมเอย” “นั่นเธอ หรือว่าจะเป็นที่ช่วยชีวิตฉันไว้ในตอนนั้น รู้สึกว่าจะชื่อว่านทีซินะ” ผบตร.กลาวออกมาทำให้ผบทอ.ที่กำลังจะกดปุ่มฉุกเฉินก็ชะงักแล้วหันกลับไปฟังก่อน “ก็คงใช่มั้งครับ คุณขวัญข้าวคงสบายดี โอ่วจริงสิ...คุณคงเป็นผบทบ. พ่อของพันตรีพิสุทธิ์ซินะครับ แล้วหลานของท่านเป็นอย่างไงบ้างละครับ หลังจากได้ทานยาตัวนั้นไป” ผบทบ.ก็นึกถึงลูกชายและลูกสะใภ้ของเขาที่บอกว่าสามารถรักษาอาหารโลหิตจางอย่างรุนแรงของหลานสุดที่รักของเขาได้แล้ว โดยแค่กินเม็ดยาจากผู้มีพระคุณของพวกเขาให้มา พวกเขาต่างเรียกคนผู้นั้นว่า คุณท่านนที “เธอเองงั้นหรอ ยังไงก็ขอบคุณมากเรื่องหลานสาวของฉัน จะตอบแทนเพิ่มเติมให้ในภายหลัง แต่นั้นมันก็คนละเรื่องกัน เธอเข้ามาที่นี้ได้ยังไงตอนนี้มันคือประเด็น” “จริงๆก็เดินตามพวกท่านมานั้นแหละคับ แต่ผมดันหายตัวไปนะซิครับ และที่พิเศษกว่านั้นหน่อยก็คือผมรู้นะว่าผู้ก่อการร้ายกำลังจะหนีไปที่ไหน แผนการของพวกเขาเป็นยังไง หรือแม้กระทั้งใบหน้าของผู้ก่อการร้าย เอายังไงดีน้าจะบอกดีไหมเอย” พวกเขาทำหน้าตกใจกันเล็กน้อย ก่อนผบตร.จะพูดขึ้นมาว่า “จะให้เชื่อก็คงลำบากใจ มีหลักฐานที่พวกเราพอจะเชื่อได้ไมหลานนที ที่บอกว่าหายตัวได้นะ” ผบทั้งอื่นก็หยักหน้าตอบรับ นทีหยิบหมวกของเขามาสวมอีกครั้ง “ก็ประมานนี้ก็คงจะได้แหละมั้งนะ” จากนั้นร่างกายของเขาก็หายไปจากสายตาของเหล่าผบ มันทำให้พวกเขาตกตะลึงใจ พวกเขาต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยที่จะเรื่องการหายตัวได้ มันอาจจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่พวกเขาไม่รู้ก็ได้ “เอาละครับ ผมเชื่อว่าพวกท่านคงจะเชื่อขึ้นมาบ้างแล้ว มาเข้าเรื่องของเราจะดีกว่านะครับ เรื่องผู้ก่อการร้ายนะ” นทีที่ดึงสติของทุกคนให้กลับมาจากอาการตกใจ และคิดอะไรต่างๆนาๆ จากนั้นนทีก็พูดต่ออกมาว่า “แต่ก่อนอื่นผมมีเงื่อนไขอยู่ 2 ข้อไม่ทราบว่าจะพอจะรับฟังได้ไมครับ” “อืม...ไหนเธอลองว่ามาสิ ถ้าเป็นอะไรที่เรายอมรับได้ พวกเราก็ยอมทำตามโดยไม่มีเงื่อนไข” ผบตร.พูดออกมา นทีหยิบกระดาษออกมาจากความว่างเปล่า เพียงแค่เขากดมือถือเล็กน้อย และสิ่งหยิบออกมานั้นก็คือ สัญญาวิญญาณ ผู้ใดที่ผิดสัญญาวิญญาณๆก็จะสูญสลายไปในทันที ซึ่งนทีได้ทำการแรกเปลี่ยนกับเทพแห่งความตายมา และแน่นอนเทพแห่งความตายต้องการบุหรี่เพิ่ม “มีอะไรอีกหลากหลายสิ่งที่พวกคุณยังไม่รู้ กรุณาทำสัญญาในกระดาษแผนนี้ด้วยว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องราวของผมให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้ และกระดาษแผนนี้ผมของเตือนไว้ก่อนมันไม่ได้มีผลทางกฎหมาย แต่มีผลทางวิญญาณ กรุณาคิดให้ดีๆ” พวกเขาก็มองหน้ากันสักเล็กน้อย ก่อนจะเซ็นสัญญาอย่างไม่มีทางเลือก แต่ที่หน้าสงสัยคือสัญญาณทางวิญญาณคือสิ่งใด แต่ก็ได้นทีที่อธิบายให้กับพวกเขา และดูเหมือนว่าพวกเขาจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง นทีก็ยิ้มออกมาเบาๆและไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม ได้แต่บอกว่าลองเดี๋ยวก็รู้เอง พวกเขาก็เซ็นลงไปด้วยเลือดในสัญญาณจะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆเกี่ยวกับตัวของนทีให้ใครรู้ หลังจากเซ็นลงไปโซ่ที่ปรากฏออกมาให้เห็นด้วยตาเปล่าก็ปรากฏขึ้นมา มันคือโซ่ตรึงวิญญาณ นทีอธิบายให้พวกเขา จากนั้นมันก็เลือนหายไป ในตอนแรกพวกเขาก็ตกใจ แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มจะชินแล้ว และขอให้เขาประเด็นด้วยเร็วที่สุด “เอาละ เหลือข้อตกลงอีกเรื่องหนึ่งนะ จริงๆแล้วร่างในโลกมนุษย์ของผมค่อยข้างจะยากจนนะครับ แค่อยากจะขอบริจาคเงินจากพวกท่านสักเล็กน้อย เท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่พวกท่านจะพิจารณาหลังจากการฟังข้อมูล ทุกท่านเห็นว่าเป็นอย่างไง” ท่านผบทั้งหลายมองหน้ากัน แล้วสายตาทุกคนก็มองสบตากันไปมา ก่อนที่ทุกคนจะทำอะไรต่อ ผบทร ก็กล่าวขึ้น “แค่เงิน นึกว่าจะขออะไรที่มากกว่านั้นซะอีก ได้ไม่มีปัญหา” นทีที่ได้ยินก็เริ่มยิ้มขึ้นมาแล้วหันไปมองอีกสามท่าน พวกเขาก็บอกตกลง นทีเดินไปทางเกาอี้ที่ยังว่างอยู่ เมื่อเขานั่งลงก็พูดขึ้นมา “พวกคุณรู้จักกลุ่มที่ชื่อว่า IOD ไมครับ” “แน่นอน พวกเรารู้จักกองกำลังปลดปล่อยประเทศลิเลีย ที่สนับสนุนโดย CIA ของประเทศอเมริกาอย่างลับๆซินะ รู้สึกว่าเป้าหมายจะเป็นการทำให้ประเทศกลับมาใช้ระบบประชาธิประไตยหลังจากเป็นระบบทหารมามากกว่า 50 ปี แล้วมันเกี่ยวข้องยังไง” ผบทบ.กล่าว “ครั้งล่าสุดการปกครองในระบบทหารมีกี่ประเทศกันเอย” นทีถามต่อ “แน่นอนว่าต้องมี จีน รัสเซีย และก็เกาหลีเหนือที่เป็นแกนนำในระบบนี้และเป็นผู้สนับสนุนหลักให้กับกลุ่มก่อการร้ายทั่วโลกอย่างลับๆ” ผบทอ.กล่าวออกมา “ใช้แล้วจุดเริ่มต้นของเริ่มเรื่องทั้งหมด เกิดมาจากสงครามกลุ่มกบฏในประเทศลิเลียที่มีอเมริกาและพันธมิตรถือหาง และอีกฝั่งหนึ่งคือฝั่งรัฐบาลของประเทศลิเลียที่เป็นระบบทหาร มีรัสเซีย จีน และเกาหลีเหนือถือหางอยู่” เมื่อนทีเห็นทุกคนเงียบเขาจริงเอยต่อ “กลุ่มของ IOD ต้องการจะบอกกับผู้ที่ถือหางฝั่งรัฐบาลว่า อย่าเข้ามายุ่งเรื่องของพวกเขาจะดีกว่า มันจึงเป็นที่มาของเห็นการในครั้งนี้ และมันก็บังเอิญที่พวกเขาได้รู้มาว่าพี่ชายของผู้นำเกาหลีเหนือจะเดินทางมาท่องเที่ยวให้ประเทศไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ พวกเขาจึงวางแผนนี้ขึ้นมา”