ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 7 บทที่ 200 ดังถูกสายฟ้าฟาด

            หลับไปอีกหนึ่งชั่วยาม เฟิ่งเฉี่ยนจึงลุกขึ้น

            หลังจากล้างหน้าล้างตาแล้วนางไปห้องเครื่องเพื่อเตรียมทำหมูสามชั้นในน้ำซอสให้สองพ่อลูกกินทันที

            วันนี้บรรยากาศภายในห้องเครื่องดูแปลกๆ อยู่บ้าง ตลอดทางที่นางเดินมา พบว่าทุกคนต่างมองนางด้วยสายตาที่แปลกไปชี้ไม้ชี้มือมาทางนาง ไม่รู้ว่ากำลังกระซิบกระซาบอะไรกันอยู่

            ทว่าในยามปกติพวกเขาก็ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์นางน้อยอยู่แล้วดังนั้นนางจึงไม่เก็บมาใส่ใจ

            หลังจากทำหมูสามชั้นในน้ำซอสครบสิบจาน เฟิ่งเฉี่ยนพบว่าพลังการสู้รบและพลังชีวิตของตนเพิ่มขึ้นมาเป็น60 แล้ว ห่างจากเทพยุทธ์ขั้นที่หนึ่งอีก 40 แต้มภายใต้เงื่อนไขที่นางไม่เป็นวรยุทธ์และไม่เคยได้รับการฝึกยุทธ์อย่างเป็นระบบมาก่อนสามารถก้าวหน้าขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้นับว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายดายและนางคิดจะไปร่วมการเข้าสอบเป็นศิษย์สำนักศึกษาเทียนหงรอให้นางเป็นศิษย์ของสำนักเทียนหงอย่างเป็นทางการความสามารถของนางย่อมก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น นางไม่รีบร้อน

            ที่ทำให้นางดีใจยิ่งขึ้นไปอีกคือหมูสามชั้นในน้ำซอสได้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว กลายเป็นหมูสามชั้นในน้ำซอสเวอร์ชั่น2.0 และยังมีความสามารถในการทำอาหารจานใหม่อีกด้วย—เต้าหู้ผัดซอสเสฉวน(หมาโผโต้วฟุ)!

            เฟิ่งเฉี่ยนพบว่าอาหารที่ระบบให้นางเรียนรู้ล้วนเป็นอาหารที่พบเห็นบ่อยในชีวิตประจำวันทว่ากลับเป็นอาหารที่ทดสอบฝีมือการปรุงอาหารเป็นที่สุด! แต่นี่เกี่ยวข้องกับการเริ่มเรียนของนางเช่นกันหรืออาจเป็นไปได้ว่าอาหารจานหลังๆ จะทวีความยากขึ้นเรื่อยๆ!

            [เจ้านาย จะจับรางวัลเลยหรือไม่]

            หลังจากมีประสบการณ์และความเจ็บปวดจากการจับรางวัลได้ยันต์โชคร้ายติดตัวครั้งก่อนเฟิ่งเฉี่ยนไม่รู้สึกตื่นเต้นกับการจับรางวัลเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว ในทางตรงข้ามที่มีมากขึ้นคือความไม่แน่ใจ หากนางจับได้รางวัลไม่ดีเล่า จะทำอย่างไร

            แต่อย่างไรวันนี้ก็ไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไร ซวยก็ซวยเถิด แต่หากจับได้รางวัลดีๆเล่า

            นางได้แต่วิ่งเข้าชนดวงชะตาแล้ว

            “เริ่มจับรางวัลเถิด!”

            จานหมุนหลากสีหมุนเข้ามาอย่างรวดเร็ว...

            ติ๊ง--ได้รับ 《ตำราเย็บปักถักร้อย》1 เล่ม!

            เฟิ่งเฉี่ยนตะลึงไปสิบวินาทีเต็มๆ จึงได้สติกลับมา

            เย็บปักถักร้อย!

            นี่มันอะไรกับอะไรเนี่ย

            ให้นางที่เป็นมือสังหารมาเรียนรู้งานเย็บปักถักร้อยเป็นภาพจินตนาการที่ประหลาดเกินไปแล้วกระมัง!

            ที่สำคัญคือ มือของนางเชี่ยวชาญการถือดาบและกระบี่นางจะถือเข็มปักผ้าได้หรือ

            นางเริ่มสงสัยชีวิตของตนเอง!

            ช่างเถิด เก็บเอาไว้ก่อนก็แล้วกันอย่างไรก็ดีกว่าจับได้เทพเจ้าแห่งความโชคร้ายติดตามตัวเยอะ!

            นำหมูสามชั้นในน้ำซอสใส่เข้าไปกล่องสำรับอาหารนางถือกล่องอาหารเดินออกไปจากห้องเครื่องพลันได้ยินเสียงคนด้านนอกประตูกำลังซุบซิบกัน ทำให้นางหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว

            “ข้าเพิ่งจะเดินผ่านตำหนักยีหลันตอนนี้ที่นั่นถูกคนเบียดเสียดจนแทบจะระเบิดแล้ว ล้วนไปส่งของขวัญที่นั่นทั้งสิ้น!”

            “ข้าได้ยินมาเช่นกัน ตอนนี้ทั้งวังหลวงเกรงว่านอกจากฮองเฮาเหนียงเหนียงแล้วสนมและชายาคนอื่นๆ ล้วนไปแสดงความยินดีกับองค์หญิงหลานซินกันหมด!”

            “องค์หญิงหลานซินอันใดกัน ตอนนี้ต้องเปลี่ยนคำเรียกขานเสียใหม่แล้วควรเรียกว่า หลานเฟย[1]เหนียงเหนียง จึงจะถูกต้อง!”

            “ใช่ๆๆ ดูความจำของข้าสิ ตอนนี้ควรเรียก หลานเฟยเหนียงเหนียง”

            “ฮองเฮาเหนียงเหนียงเพิ่งจะได้รับความโปรดปรานไม่ถึงสองวัน ฝ่าบาทก็โปรดปรานคนใหม่ทันทีช่างน่าสงสารจริงๆ!”

            “ที่น่าสงสารยิ่งกว่าก็คือตอนนี้ฮองเฮายังไม่รู้เรื่องที่องค์หญิงหลานซินได้รับแต่งตั้งยังทำอาหารอยู่ด้านใน!”

            “หากจะโทษก็ต้องโทษที่ยามปกติฮองเฮาโอ้อวดและเผด็จการเกินไป ไม่มีใครชมชอบนางมาตั้งนานแล้วหาไม่แล้วทุกคนคงไม่ตั้งหน้าตั้งตาคอยให้ฮองเฮาสูญเสียความโปรดปรานในเร็ววันเช่นนี้หรอก”

            “อย่า อย่าพูดแล้ว!”

            “ทำไมเล่า ข้าพูดผิดตรงไหนหรือ ฮองเฮาไม่ได้รับความชื่นชอบจากผู้อื่นนี่นา!”

            “บ่าวถวายพระพรฮองเฮาเพคะ!”

            เหล่าขันทีที่เดิมทียังมัวแต่ซุบซิบกันอยู่นั้นเห็นฮองเฮาปรากฏตัวอยู่เบื้องหลังพวกเขากะทันทัน แต่ละคนตกใจจนสะดุ้งโหยง

            เฟิ่งเฉี่ยนในนาทีนี้กำลังตกตะลึงอย่างที่สุดนางไม่เชื่อว่าสิ่งที่หูของนางได้ยินจะเป็นความจริง นางคว้าคอเสื้อของคนๆ หนึ่งเอาไว้แล้วถามว่า“พูดเรื่องที่พวกเจ้าสนทนากันเมื่อสักครู่อีกครั้งหนึ่ง! องค์หญิงหลานซินได้รับแต่งตั้งให้ขึ้นเป็น พระชายา แล้วหรือ”

            ขันทีผู้นั้นถูกสีหน้าท่าทางของนางทำให้ตื่นตระหนก เขาพูดเสียงสั่นสะท้าน “ทูล ทูลเหนียงเหนียง เรื่องนี้บ่าวได้ยินมาจากผู้อื่นเช่นกันพ่ะย่ะค่ะได้ยินมาว่าเช้าวันนี้ฝ่าบาทประกาศต่อหน้าขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ในท้องพระโรงพระราชโองการลงมาแล้ว น่าจะไม่ผิดพลาดพ่ะย่ะค่ะ! ตอนนี้สนมและชายาทั้งหลายต่างรีบไปตำหนักยีหลันเพื่อแสดงความยินดีกับหลานเฟยเหนียงเหนียงพ่ะย่ะค่ะ!”

            เฟิ่งเฉี่ยนปล่อยเขา นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวคนทั้งคนราวกับถูกสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา!

            นี่เป็นเรื่องจริงหรือ

            เมื่อคืนยังให้คำสัญญากับนาง บอกว่าจะเป็นที่พึ่งพิงของนางจะทำทุกอย่างเพื่อนาง วันนี้กลับแต่งตั้งหญิงอื่นขึ้นเป็น พระชายา!

            นี่มันช่างน่าหัวเราะเยาะเกินไปแล้ว!

            นางไม่อยากเชื่อ และไม่กล้าเชื่อ

            “เป็นไปไม่ได้!” นางรู้สึกตัวและส่ายหน้า “เขาจะไม่ทำเช่นนี้ นี่เป็นเพียงข่าวลือแน่นอน!”

            จะต้องเป็นเพราะองค์หญิงหลานซินคิดจะเอาคืนนาง ดังนั้นจึงคิดแผนปล่อยข่าวลือนี้ออกมา!

            นอกจากเซวียหยวนเช่อบอกความจริงกับนางด้วยปากของเขาเองหาไม่แล้วใครพูดนางก็ไม่เชื่อ!

            นางหิ้วกล่องสำรับอาหารออกไปจากห้องเครื่อง

            ด้านหลังนางเหล่าขันทีต่างมองตามหลังนางด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเรื่องพรรค์นี้จะเป็นข่าวลือได้อย่างไรกัน ใครจะขวัญกล้าปานนั้น ชัดเจนเหลือเกินว่านางหลอกตัวเอง!

            หลังจากออกมาจากห้องเครื่อง เฟิ่งเฉี่ยนไปตำหนักยีหลันก่อน นางอยากเห็นว่าเรื่องนี้เป็นความจริงอย่างที่ขันทีพูดหรือไม่องค์หญิงหลานซินถูกปล่อยตัวจากการถูกกักบริเวณแล้วเหล่าสนมและชายาของตำหนักในกำลังแข่งขันไปแสดงความยินดีกับองค์หญิงหลานซิน

            ต่อมาเมื่อนางมาถึงด้านนอกประตูตำหนักยีหลันภาพที่เห็นเต็มตาก็คือด้านหน้าประตูตำหนักยีหลันเต็มไปด้วยสนมและชายาที่เดินเข้าเดินออกทุกคนล้วนมีของขวัญอยู่ในมือ

            เฟิ่งเฉี่ยนรู้สึกเพียงว่าฝ่ามือของนางชื้นไปด้วยเหงื่อลมหายใจพลันถี่รัวขึ้นมาเฉยๆ

            ไม่ ต่อให้เห็นภาพเช่นนี้ นางเองก็ยังไม่ยินดีจะเชื่ออาจเป็นเพราะองค์หญิงหลานซินและบรรดาสนมชายาได้นัดแนะกันเอาไว้แล้วเพื่อยั่วโทสะนาง

            ระหว่างที่นางกำลังใจลอย พลันมีคนร้องเรียกนาง “เอ๊ะนี่มิใช่ฮองเฮาเหนียงเหนียงหรือ ท่านก็มาแสดงความยินดีกับหลานเฟยเหนียงเหนียงเช่นกันหรือช่างหาได้ยาก!”

            เฟิ่งเฉี่ยนเงยหน้า เห็นฉีเหม่ยเหรินเดินออกมาจากกลุ่มคนด้วยสีหน้ามีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น

            ได้ยินเสียงร้องเรียกของนาง สนมและชายาคนอื่นๆ จึงล้อมกันเข้ามา “ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ!”

            เฟิ่งเฉี่ยนไม่คิดจะเสียเวลากับพวกนางจึงหมุนกายคิดจะจากไปฉีเหม่ยเหรินขวางทางนางไว้

            “ฮองเฮาเหนียงเหนียง อย่าเพิ่งไปสิเพคะ! ฝ่าบาททรงแต่งตั้งพระชายาเป็นเรื่องน่ายินดีในวังหลวงท่านในฐานะประมุขของตำหนักในควรจะเป็นผู้นำทุกคนมาแสดงความยินดีกับหลานเฟยเหนียงเหนียงจึงจะถูกต้องเหตุใดสีหน้าของท่านดูเหมือนไม่ค่อยดีนักท่านคงมิได้ไม่พอใจต่อการตัดสินพระทัยของฝ่าบาทกระมัง”

            สิ้นเสียงของของนาง สนมและชายาคนอื่นๆ ฉวยโอกาสซ้ำเติมทันที

            “ฮองเฮาเหนียงเหนียงเพิ่งจะได้ปรนนิบัติไม่ถึงสองวันฝ่าบาทก็แต่งตั้งพระชายาทันที ไม่แปลกอะไรที่เหนียงเหนียงจะมีโทสะ!”

            “แต่เรื่องนี้ช่วยอะไรไม่ได้ แต่งตั้งพระชายาหรือฮองเฮาล้วนขึ้นอยู่กับคำพูดเพียงประโยคเดียวของฝ่าบาทพวกเราเห็นอกเห็นใจเหนียงเหนียงเหลือเกินเพคะ!”

            “ในวังไม่มีความโปรดปรานเพียงคนเดียวมาแต่ไหนแต่ไรฮองเฮาเหนียงเหนียงใจกว้างสักหน่อยเถิด! เอาอย่างพวกเราพวกเราเคยชินนานแล้ว”

            “องค์หญิงหลานซินมีฐานะสูงศักดิ์การแต่งตั้งเป็นพระชายานั้นเป็นเรื่องช้าหรือเร็วเท่านั้น ที่จริงไม่มีอะไรน่าแปลก”

            “เหนียงเหนียงในฐานะฮองเฮา ควรจะหัดเป็นคนใจกว้างในเมื่อเรื่องการสืบทอดเชื้อสายเป็นเรื่องสำคัญในวังหลวงจะมีไท่จื่อเพียงคนเดียวไม่ได้”

            “ถูกต้อง! สาเหตุที่ราชวงศ์ถูกทำลายลงก็เป็นเพราะมีบุตรหลานสืบเชื้อสายน้อยเกินไปไม่มีคนมาสืบทอดราชบัลลังก์!”

            “ดังนั้นฝ่าบาทแต่งตั้งพระชายาก็เป็นเรื่องดี ฮองเฮาเหนียงเหนียงควรใจกว้าง!”

            “...”

            คนทั้งหมดเจ้าประโยคหนึ่งข้าประโยคหนึ่ง

            เฟิ่งเฉี่ยนฟังแล้วยิ่งให้รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจเมื่อคิดได้ว่าตนเองต้องมาแบ่งปันบุรุษคนหนึ่งกับสตรีมากมายเช่นนี้นางเริ่มปวดศีรษะแทบระเบิด

            เมื่อคืน นางยังคิดอย่างไร้เดียงสาว่าจะวางตนเองลงชั่วคราวยอมรับความสุขและความหวานชื่นในตอนนี้ แต่เวลาหนึ่งค่ำคืนผ่านไปความจริงได้มอบความเจ็บปวดแสนสาหัสให้กับนาง!


    [1] เฟยคือ ตำแหน่ง พระชายาในจักรพรรดิ

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185