มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 74 เข่นฆ่าเมืองและทำลายประเทศ

            นายพลหนุ่มตกตะลึง เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “มีผู้แปรพักตร์สองร้อยกว่าคน จิ่งอ๋องนำผู้คนพันกว่ามุ่งไปสกัดกั้นณ ตอนนี้เมืองยงเหลือเพียง...สองร้อยกว่าคนเท่านั้น”

           เจียงเฉิงเยว่กวาดสายตามองใบหน้าที่หมองคล้ำด้านล่างปราสาททีละคนแล้วถาม “ทั้งหมดมารวมกันที่นี่แล้วหรือ?”

            นายพลหนุ่มตอบ “นอกจากผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถเดินทางมาได้...ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ที่นี่”

           เจียงเฉิงเยว่เอ่ยเสียงเบาราวกับพูดกับตนเอง “ดีมาก”

           เมื่อถ้อยคำจบลง เสียงฟ้าร้องดังขึ้นกลางแสงแดดจ้า ไม่เพียงแต่ภายในเมืองยงเท่านั้นแม้แต่เหล่าข้าศึกที่ยินดีอย่างบ้าคลั่ง ฐานทัพของข้าศึกในระยะไกลยังพลอยตกใจไปด้วยเพียงไม่นาน ท้องฟ้าที่เดิมทีสดใสกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆดำที่หนาขึ้นเรื่อยๆ ลมกระโชกแรงรอบทิศทางชั้นเมฆมีสายฟ้าแลบและฟ้าร้องไม่ขาดสาย เสียงลมหวีดหวิว เดิมทีช่วงปลายฤดูร้อนกับต้นฤดูใบไม้ร่วงมีอุณหภูมิพอเหมาะคืออบอุ่นทว่าอุณหภูมิพลันลดลงอย่างกะทันหัน ลมหนาวเพียงพัดผ่านกลับทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่าง

           “เกิดอะไรขึ้น เมื่อครู่ยังอากาศดีอยู่นี่ ทำไมท้องฟ้าถึงเปลี่ยนไป?”

           ฐานทัพศัตรูที่อยู่ไกล กลุ่มทหารถูกพัดจนเกลื่อนกลาดทีละคน ศพที่แขวนอยู่บนปราสาทไม้ถูกพัดจนแกว่งไกวหนักขึ้นเครื่องหมายรูปสัตว์สีดำบนข้อมือของศพราวกับเปล่งลมปราณที่แปลกประหลาดมองแล้วดูไม่มงคลออกมา

           เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ชั้นเมฆปกคลุมท้องฟ้า ทำให้กลางวันกลายเป็นกลางคืนที่มืดมิดจนกระทั่งมองไม่เห็นนิ้วทั้งห้ายามยื่นมือออกมา

           ผู้คนสองร้อยกว่าคนที่อยู่ใต้หอปราสาทในเมืองยงกำลังยืนอย่างเหม่อลอย พวกเขาจ้องมองเงาร่างในชุดดำบนหอปราสาทอย่างนิ่งเงียบ

           แสงสว่างวาบที่แข็งกร่างจนแทบจะฉีกฟ้าดินตามด้วยเสียงฟ้าร้องดังสนั่นแว่วมาแสงสีขาวราวกับฉีกกระชากความมืดมิด เสียงดังสนั่นทำให้ทุกคนแข้งขาอ่อน ลมกรรโชกแรงพัดตามมาเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงโหยหวนของภูตผี พร้อมกับลมปราณที่เย็นชาอยู่ในสายลมเย็นยะเยือก

           แน่นอนว่าไม่ใช่แค่อากาศเย็นเท่านั้นที่ทำให้ผู้คนกว่าสองร้อยคนในเมืองยงมือเท้าเป็นน้ำแข็งยิ่งกว่านั้นยังมีเสียงหัวเราะชั่วร้ายอย่างมีเจตนาร้ายเคล้าอยู่ในเสียงลมด้วย

           ในความมืดมิด แสงสีแดงพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเด็กหนุ่มผู้นั้นบนหอปราสาท ซึ่งนับเป็นแสงสว่างเพียงอย่างเดียวจึงดึงดูดสายตาของทุกคนในทันที

           ผู้คนที่อยู่ใต้หอปราสาทพลันรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบนร่างที่ตำแหน่งหัวไหล่ ฝ่ามือหรือแขนทันใดนั้นถึงอุทานอย่างตกใจ ท่ามกลางความมืดพวกเขาทยอยคลายเสื้อผ้าเพื่อตรวจสอบจุดที่รู้สึกเจ็บปวดจึงพบว่าบนร่างมีเครื่องหมายหนึ่ง พวกเขาอยู่กับสวีอี่ซินมาหลายปีย่อมคุ้นเคยกับเครื่องหมายนี้ไม่มากก็น้อยยังไม่ทันที่พวกเขาจะทำความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกลับได้ยินเสียงมืดมนของราชาผีบนหอปราสาทกล่าวถึงทุกคนที่อยู่ใต้หอปราสาท“ผู้ที่มีตราประทับนี้บนร่างจะได้รับการคุ้มครองจากข้า”

           หลังจากนั้น ทุกคนจึงพบว่าแสงสีแดงที่พุ่งขึ้นจากฝ่ามือของราชาผีผู้นั้น หากแยกแยะรูปทรงอย่างละเอียดแล้วแท้จริงแล้วเหมือนกับเครื่องหมายบนร่างของตนเอง

           “ที่เหลือ...สังหารให้สิ้น”

           ภายหลังเสียงเย็นชาราวกับน้ำแข็งกล่าวสิ้นสุด ทุกคนสัมผัสได้ว่าเสียงหัวเราะในสายลมรอบตัวดังขึ้นไม่ขาดสายเหล่าภูตผีต่างยินดีเป็นอย่างยิ่ง

           ประตูเมืองยงเปิดออกโดยพลัน กลุ่มก้อนเงาดำขนาดใหญ่ราวกับเมฆดำปกคลุมท้องฟ้าและบดบังพระอาทิตย์ต่างพุ่งเข้าหาฐานทัพศัตรูที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม้ว่าชาวเมืองยงจะมองไม่เห็นว่าในเงาดำนั้นมีอะไร แต่เมื่อเชื่อมโยงกับตัวตนของคนชุดดำบนหอปราสาทย่อมสามารถคาดเดาได้ไม่มากก็น้อยล้วนอดไม่ได้ที่จะหดร่างด้วยความหวาดผวา

           มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับการต่อสู้ของเมืองยงในรุ่นหลังซึ่งแตกต่างกันไป บ้างก็บอกว่าฉิงชางจวินนั่งบัญชาการอย่างมั่นคงสั่งการให้ผีร้ายภายใต้บังคับบัญชาเข่นฆ่าทั่วทุกสารทิศ บ้างก็ว่าลมกระโชกแรง เงาดำซึ่งบินว่อนในที่แห่งนั้นล้วนเป็นร่างโคลนที่แปลงกายของโม่หลงหรือดาบปีศาจของเขายิ่งไปกว่านั้น ถึงกับกล่าวว่าความจริงแล้วฉิงชางจวินแบ่งแยกเขตแดนระหว่างมนุษย์กับปรโลกเพื่อปล่อยภูตผีร้ายในนรกแห่งปรโลกมายังโลกมนุษย์ตามอำเภอใจแต่ไม่ว่าจะกล่าวถึงเช่นไร ผลลัพธ์ที่ตามมาอันน่าสังเวชใจก็ปรากฏต่อสายตาทั้งหมดอย่างเป็นเอกฉันท์เมฆกับสายลมเปลี่ยนผัน โลหิตไหลคละคลุ้ง เสียงคร่ำครวญอยู่ทุกหนทุกแห่ง ซึ่งเป็นคำไม่กี่คำที่ต่างก็ไม่เคยละเว้นในการกล่าวถึงครั้งใด

           ในความเป็นจริงแล้ว ทุกการกล่าวถึงล้วนไม่มีอะไรผิด

           เดิมทีเจียงเฉิงเยว่เพียงต้องการแบ่งเขตแดนระหว่างสองโลก โดยส่งทหารที่แข็งแกร่งภายใต้บังคับบัญชาไม่กี่นายออกมาตามอำเภอใจเพื่อนำชาวเมืองยงออกมาจากการปิดล้อมของข้าศึก ทว่าเขากลับเปลี่ยนใจ สิ่งที่คิดก่อนหน้านี้คืออีกฝ่ายเป็นมนุษย์ร้อยพ่อพันแม่ราชาผีไม่ควรพัวพันกับข้อพิพาทในโลกมนุษย์...ทั้งหมดที่กล่าวล้วนถูกเขามองข้าม ช่วงเวลานี้สมองกลับเต็มไปด้วยความกระหายเลือดเท่านั้น

           กองทัพของพระนครที่ได้ชื่อว่ามีนับแสน ทว่ายามอยู่ต่อหน้าภูตผีชั่วร้ายเหล่านี้จึงเป็นเพียงการเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวอย่างสิ้นเชิงราวกับฟางในท้องนา เพียงรอผู้คนโบกสะบัดเคียวเพื่อตัดเสีย ล้มลงอย่างเป็นระเบียบแถวแล้วแถวเล่าฉิงชางจวินขับเคลื่อนโม่หลง ร่างกายบินขึ้นลงภายในสนามรบที่ราวกับนรกในโลกมนุษย์ ดวงตาสีแดงก่ำแต่เขากลับรู้สึกพึงพอใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

           เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ผู้คนนับหมื่น...ถูกเข่นฆ่าจนหมดสิ้น

           ผู้คนร้อยกว่าคนที่เหลืออยู่ในเมืองยงต่างแย่งกันมองออกไปบริเวณมุมมองที่ยอดเยี่ยมที่สุดในหอปราสาทจากตำแหน่งที่พวกเขาอยู่เดิมทีห่างจากฐานทัพศัตรูหลายลี้ มองไม่เห็นว่าทางด้านนั้นเกิดอะไรขึ้นแต่พวกเขากลับทราบถึงข้าศึกที่ส่งเสียงคร่ำครวญด้วยความโกลาหลและสิ้นหวังจนได้ยินเสียงอย่างคลุมเครือภายใต้เมฆดำที่เกลือกกลิ้งรับรู้ได้ถึงความรุนแรงของสถานการณ์

           จุดที่เบียดเสียดที่สุด เกือบจะทำให้ผู้คนเบียดกันตกลงมาจากหอปราสาท

           ทุกคนไม่ทราบรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่กลับเห็นว่าสายฟ้าบนเมฆดำที่หนาแน่นห้อมล้อมฐานทัพของข้าศึกจนแทบแยกผืนฟ้าออกก่อนที่แสงแดดสีทองจะสาดส่องลงมาจากเมฆราวกับแสงศักดิ์สิทธิ์ที่มาฉีกกระชากความมืดมัวเสียงฟ้าร้องคำรามรุนแรงยิ่งขึ้น ชาวเมืองยงตกตะลึงกับทัศนียภาพมหัศจรรย์นี้จนอ้าปากค้าง

           เวลานี้ ฉิงชางจวินซึ่งอยู่ในสนามรบรู้สึกถึงบางอย่างเช่นกัน เขามองแสงรัศมีที่สาดส่องมาจากสามสิบสามชั้นฟ้า

           ลูกน้องคนสนิทข้างกายเอ่ย “คุณชาย เป็นแดนสวรรค์!”

           ฉิงชางจวินยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย แววตาเย็นชา เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “คิดไว้แล้วว่าพวกเขาจะมา”

           ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องดังสนั่น เซียนจวินแห่งสวรรค์ที่อยู่เหนือแสงรัศมีนั้นเกิดเสียงกังวานราวกับระฆัง“ภูตผีชั่ว! กระทำการฆาตกรรมเช่นนี้ ต้องการต่อต้านสวรรค์อย่างนั้นหรือ?”

           คนสนิทถาม “คุณชาย จะทำอย่างไรดี?”

           ขณะนี้ ดวงตาทั้งสองข้างของฉิงชางจวินแดงก่ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง อาการเขาตกอยู่ในบ่วงมารแล้วและตัวเขาเองก็ไม่มีความตั้งใจที่จะหันหลังกลับสักครึ่งส่วนจึงคว้าโม่หลงไว้แน่น เขายกมุมปากขึ้นพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น“ผู้ที่เรียกว่าเทพเซียนในดินแดนเบื้องบนอันยิ่งใหญ่ในสามสิบสามชั้นฟ้า อวดอ้างตนว่าเป็นผู้ชอบธรรมในมรรคาฟ้าทั้งไม่เคยนำพวกเรา ‘ภูตผีวิญญาณร้าย’ ไว้ในสายตามาก่อน ข้าต้องการจะพบเทพเซียนผู้หยิ่งยโสมานานแล้วข้าต้องการเห็นว่าหากวันนี้ต่อต้าน ‘สวรรค์’ แล้วพวกเจ้าจะทำอะไรกับข้าได้บ้าง!” หลังเอ่ยประโยคสุดท้ายเขากลับโคจรพลังวิญาณก่อนคำราม พุ่งไปหาเซียนจวินจากแดนสวรรค์เหล่านั้น

           “สังหาร!”

           ฉิงชางจวินออกคำสั่ง พลทหารผีภายใต้บังคับบัญชาทั้งหมดที่เขาปราบในปรโลกหลายปีมานี้ล้วนภักดีมีเพียงคำสั่งของเขาเท่านั้นที่เชื่อฟัง ดังนั้นจึงกรีดร้องอย่างตื่นเต้นแล้วพุ่งไปยังเซียนจวินแห่งสวรรค์เหล่านั้นโม่หลงถูกกระตุ้นโดยเจียงเฉิงเยว่ไปสู่สถานะสูงสุด โดยกลายร่างเป็นรูปลักษณ์ดั้งเดิมกลายเป็นสัตว์ปีศาจครึ่งมังกรครึ่งปลาคำราม โม่หลงเข้าไปกัดเหล่าเซียนจวินที่อยู่บนฟ้าอย่างโกรธแค้น

           ผู้คนที่เฝ้าดูการต่อสู้บนหอปราสาทในเมืองยงอยู่ไกลๆ ต่างอุทานด้วยความตกใจจากนั้นเห็นว่าในกลุ่มเมฆดำนั้นราวกับพายุที่พวยพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ

           “ดื้อด้าน!” เซียนจวินเหล่านั้นจากแดนสวรรค์ถูกทำให้โกรธจนอยากกระทืบเท้า เมฆดำด้านล่างที่ถูกแสงรัศมีฉีกกระชากเป็นพื้นที่ใหญ่ยิ่งขึ้นทหารผีที่อยู่ชั้นล่างสุดซึ่งมีการบ่มเพาะไม่เพียงพอล้วนบินขึ้นไม่ได้แล้วถูกแสงแดดแผดเผาเป็นเถ้าธุลีทันทีทว่าชั่วพริบตา ทหารผีที่มีระดับค่อนข้างสูงเหล่านั้นภายใต้บังคับบัญชาของเจียงเฉิงเยว่ราวกับเศษหินดินทรายที่ปะปนมากับลมกระโชกแรงต่างพุ่งเข้าไปทุบพวกเขา

           เซียนจวินเหล่านั้นอาจไม่คาดคิดว่าจะพบกับการต่อสู้เช่นนี้ สุดท้ายแล้วประเมินศัตรูต่ำเกินไปผู้ที่มาทั้งหมดมีเพียงไม่เกินสิบกว่าคนเท่านั้น แม้พวกเขาทุกคนมีพลังวิญญาณที่สูงส่งและลึกล้ำอย่างไรก็ไม่อาจต้านทานกลุ่มคนจำนวนมากของอีกฝ่ายได้ หากศัตรูมีเพียงร้อยอาจจัดการได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียว...แล้วศัตรูนับพันเล่า? ยิ่งไปกว่านั้น ฉิงชางจวินยังปราบราชาผีทั้งน้อยและใหญ่ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีอำนาจในปรโลกเป็นอย่างยิ่ง ปกครองทั่วทั้งแดนเหนือ หากฉิงชางจวินตั้งใจก่อความวุ่นวายจริงเซียนจวินจากแดนสวรรค์นับสิบเหล่านี้ย่อมไม่สามารถปราบเขาได้

           เพียงไม่นาน พวกเขาจึงหลบหนีไปอย่างอับจนหนทาง

           การกระทำนี้เพิ่มขวัญกำลังใจให้อีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง

           ฉิงชางจวินจะยอมให้พวกเขาไปพากำลังเสริมมาได้อย่างไร ด้วยการโจมตีราวกับสายฟ้าจากโม่หลงบนฝ่ามือจึงรั้งเซียนจวินคนสุดท้ายเอาไว้ เหล่าทหารผีลูกน้องของเจียงเฉิงเยว่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งล้วนพุ่งไปข้างหน้าห้อมล้อมเซียนจวินผู้เคราะห์ร้ายสองคนนั้น

           ครู่ต่อมา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดผวาของเซียนจวินทั้งสอง ทหารผีตนหนึ่งยื่นมือรับวัตถุขนาดเท่ากำปั้นที่สว่างวาบด้วยแสงรัศมีจากในบรรดาภูตผีแล้วบินไปตรงหน้าของฉิงชางจวินเจียงเฉิงเยว่ยื่นมือออกไปรับมันแล้วกำไว้ในมือมองดู กลับเป็นแก่นวิญญาณของเซียนจวินเหล่านั้น

           หากจุดอ่อนของเผ่าผีคือเถ้ากระดูก จุดอ่อนของเซียนจวินก็คือแก่นวิญญาณ เพียงทำลายแก่นวิญญาณเซียนจวินจากแดนสวรรค์จะกลายเป็นมนุษย์ธรรมดา

           เหล่าภูตผีหัวเราะอย่างชั่วร้าย กักขังเซียนจวินจากแดนสวรรค์ผู้นั้นที่โชคไม่ดีถูกควักแก่นวิญญาณออกมาจากอกเพื่อให้เขาได้เห็นด้วยตาของตนเองว่าแก่นวิญญาณจะถูกบดขยี้เป็นผุยผงอย่างไร ต้องบอกว่าสำหรับเซียนจวินจากแดนสวรรค์ผู้หนึ่งแล้วไม่มีสถานการณ์ใดน่ากลัวไปกว่านี้

           เจียงเฉิงเยว่หันดวงตาสีแดงก่ำไปมองเซียนจวินแห่งสวรรค์ผู้นั้นอย่างเย่อหยิ่งในมือเคลื่อนไหวเคล็ดวิชา โดยนิ้วมือแนบชิดกันทีละนิด พลังหยินชั่วร้ายสีดำเติมเต็มภายในวัตถุนั้นซึ่งเปล่งประกายด้วยแสงรัศมีแวววาวเสียงแตกเบาๆ ดังขึ้น ใบหน้าของเซียนจวินซีดเซียวก่อนส่ายศีรษะอ้อนวอนตามสัญชาตญาณ“ไม่...ไม่!”

           ฉิงชางจวินยกมุมปากอย่างเย็นชา กำลังจะบีบมันอย่างเบิกบานใจ ทันใดนั้นเขารู้สึกถึงอันตรายรากผมที่ท้ายทอยกระจายออกจึงพลิกมือเพื่อถือโม่หลงพุ่งไปที่เขตอาคมซึ่งสร้างบนท้องฟ้าอย่างไรก็ตาม พลังที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่งได้ตบเขาจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดินอย่างโหดเหี้ยมพร้อมกับเสียงดังสนั่นและฝุ่นที่ปลิวว่อน

           ชาวเมืองยงที่เฝ้าดูการต่อสู้จากระยะไกล สุดท้ายแล้วต่างเห็นแสงรัศมีกวาดล้างเมฆอันหนาแน่นบนท้องฟ้าออกไปจนหมดสิ้น

           ฉิงชางจวินปีนขึ้นจากพื้นซึ่งถูกอีกฝ่ายทุบเป็นหลุมขนาดใหญ่อย่างเสียหน้า ศีรษะแกว่งไกวจนแยกออกจากร่างจากนั้นเงยหน้ามองไปที่กลางอากาศเมื่อครู่ กลางเมฆมงคลกับแสงรัศมีมองเห็นบุรุษร่างกำยำผู้หนึ่งอย่างเลือนรางอาภรณ์ปลิวไสวโดยไร้ลม ใบหน้าเคร่งขรึมกำลังอมยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่มีความอบอุ่นสักเท่าไรนัก

           ทันทีที่แสงรัศมีของบุรุษผู้นั้นปรากฏตัวกลับแผดเผาเหล่าภูตผีส่วนใหญ่อย่างไม่รีรอมีเพียงลูกน้องที่มีการบ่มเพาะระดับสูงจำนวนน้อยเท่านั้นของฉิงชางจวินที่โชคดีรอดจากหายนะ

           “เจินจวิน!” เซียนจวินน้อยผู้นั้นที่เกือบสิ้นชีพเมื่อครู่ได้ชีวิตกลับคืน เขาร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลด้วยความตื่นเต้นจนไม่สนใจภาพลักษณ์

           บุรุษผู้นั้นโยนแก่นวิญญาณจากฝ่ามือที่ฉกฉวยมาจากในมือเจียงเฉิงเยว่ส่งคืนให้

           “ขอบคุณเจินจวิน!” เซียนจวินน้อยผู้นั้นรับด้วยมือทั้งสองแล้วคำนับขอบคุณทั้งน้ำตา

           ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังบุรุษผู้นั้นคือเซียนจวินหลายสิบคนที่หลบหนีไปเรียกกำลังเสริมเมื่อครู่เวลานี้ต่างทยอยคำนับพร้อมเอ่ยขอมคุณ “ขอบคุณเทียนจื่อเจินจวินที่ออกหน้าช่วยเหลือ!”

           เทียนจื่อเจินจวินยังคงยิ้ม รอยยิ้มราวกับหน้ากากที่ติดอยู่บนใบหน้า เขากล่าวอย่างประชดประชัน“หากไม่ใช่ข้าบังเอิญผ่านมาพอดี วันนี้ทุกท่านจะถูกภูตผีวิญญาณร้ายทุบตีจนหนีกระเจิดกระเจิงไปก็ไม่นับว่าเป็นอะไรแต่ถึงขั้นถูกทำลายแก่นวิญญาณ...ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้แดนสวรรค์เสียจริง”

           ทันใดนั้น เหล่าเซียนจวินเผยใบหน้าละอายใจ นิ่งเงียบไม่พูดจา

           “คุณชาย...” ผู้ใต้บังคับบัญชาของฉิงชางจวินสูญเสียอย่างหนักเช่นเดียวกัน

           เจียงเฉิงเยว่ใช้ดาบเสียบที่พื้น จากนั้นเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วเอ่ยด้วยเสียงทุ้ม“พวกเจ้าถอยไปก่อน”

           เหล่าลูกน้องของเขาพยักหน้าทีละคน ก่อนไปยังประตูหยินระหว่างโลกมนุษย์กับปรโลกที่ยังคงเปิดไว้ตามคำสั่ง

           เทียนจื่อเจินจวินมองลงมาที่เขาจากท้องฟ้าแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้าไม่ไปหรือ?”

           เจียงเฉิงเยว่ยกโม่หลงขึ้นมาในมือ สายลมพัดมาจากข้างกาย ผมเผ้ายุ่งเหยิงกับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นต่างปลิวไสวอยู่กลางสายลมไม่หยุดเดิมทีสัมผัสได้ถึงวิกฤต ทว่าดวงตาแดงก่ำกับใบหน้าเย็นชานั้นกลับเผยให้เห็นความหยิ่งยะโสและการถูกครอบงำอย่างเต็มเปี่ยม

           “เป็นโอกาสหายากที่ข้าจะได้พบท่าน”

           เทียนจื่อเจินจวินหัวเราะพลางเอ่ย “น่าสนใจ”

           ------------------------

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592