EP : 64 เชียงลาเผ่าปีศาจ
EP : 64 เชียงลาเผ่าปีศาจ
“เราจะไปเชียงลากันหรือเจ้าคะ” ซีเหลียนฮวาเอ่ยถามเมื่อซิวเหวยหลงบอกว่าจะพาไปเปิดตัวที่เชียงลาวันนี้
“อืม” ซิวเหวยหลงตอบก่อนจะมองซีเหลียนฮวาที่กำลังทานถังหูลู่ที่พ่อบ้านฉางเป็นคนทำให้
“งั้นข้าขอตัวไปเตรียมของก่อนนะเจ้าคะ” ซีเหลียนฮวาบอกพลางเดินกลับไปที่จวนเพื่อเตรียมของ
“เห็นพระชายาไม่กังวลอะไรข้าก็สบายใจขอรับ” พ่อบ้านฉางเอ่ยขึ้นหลังจากที่ซีเหลียนฮวาจากไปแล้ว
ซิวเหวยหลงไม่พูดอะไร เขารู้อยู่แล้วว่านางต้องคิดทำอะไรบางอย่างแน่ๆ เพราะเขารู้ว่าข้าวของสำคัญอยู่ติดตัวนางหมด
ไม่มีอะไรที่นางเอาไว้ที่ห้องหรอก จะมีก็แต่ของเล่นชิ้นใหม่ที่นางทำเล่นเมื่อวานนั่นแหละ
“ไปกันเจ้าค่ะ ข้าพร้อมแล้ว” ไม่นานซีเหลียนฮวาก็กลับมา เธอร้องบอกพร้อมกับยิ้มกริ่มอย่างสุขใจที่มีคนจะมาทดลองของเล่นใหม่ของเธอ
การเดินทางครั้งนี้มีไปกันแค่สามคน นั้นทำให้เธอแปลกใจอย่างมากที่เห็นพ่อบ้านฉางไปด้วย และก่อนที่เธอจะได้เปิดปากถามซิวเหวยหลง
ประตูมิติที่ถูกซิวเหวยหลงสร้างขึ้นเมื่อครู่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเธอ
“ไปกันเถิด” ซิวเหวยหลงบอกพลางโอบเอวของซีเหลียนฮวาไปด้วย
พรึบ!
ทั้งสามหายไปในประตูมิติเมื่อลับหลังร่างทั้งสามแล้วประตูมิติก็ปิดตัวลง หายในประตูมิตินั้นมีแรงดึงดูดมหาศาล การจะเดินทางโดยประตูมิตินั้นต้องมีระดับอยู่ที่เซียนขึ้นไปถ้าต่ำกว่านั้นจะถูกแรงดึงดูดในมิติอาจจะถูกกักขังอยู่ในมิตินี้
ซีเหลียนฮวาเป็นข้อยกเว้นเพราะว่าถูกซิวเหวยหลงโอบเอวเอาไว้อย่างแน่นหนาแถมยังกางม่านอาณาเขตคลุมร่างในกับซีเหลียนฮวาอีกด้วยเลยไม่ส่งผลกระทบอะไร
พรึบ!
ร่างของทั้งสามมาโผล่ในห้องสีดำห้องหนึ่ง ทันทีที่ทั้งสามปรากฏตัวทั่วทั้งห้องก็พลันสว่างขึ้นมาทันที
ซีเหลียนฮวายังคงตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้พบเจอ เธอมองรูปที่ตัดตามผนังห้องอย่างสนใจ โดยเฉพาะรูปสุดท้ายที่เป็นรูปของซิวเหวยหลง
“มีเขาก็ดูหล่อไปอีกแบบ” ซีเหลียนฮวาพึมพำแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นหูของซิวเหวยหลงไปได้
“แบบนี้เหรอ” ซิวเหวยหลงเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองใหม่ก่อนจะถามซีเหลียนฮวาที่จ้องมองรูปของเขาไม่หยุด
“อืมแบบนี้แหละ” ซีเหลียนฮวาตอบก่อนจะเอื้อมมือไปจับเขาของเขาอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ ปลายนิ้วของเธอลูบมันไปมาอย่างหลงใหล
ความเย็นและแข็งนั้นทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ เธอลูบสูงขึ้นไปกว่านั้นจนถึงยอดของมัน
ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัสยอดเขาของซิวเหวยหลงดีนัก ก็ได้ยินเสียงไอของพ่อบ้านฉางเสียก่อน จริงสิเธอลืมเรื่องที่จะถามซิวเหวยหลงไปเลย
“ท่านอ๋อง คือพ่อบ้านฉางเขาเป็น…”
“เขาเป็นปีศาจ” ยังไม่ทันที่ซีเหลียนฮวาจะถามจบประโยคดีซิวเหวยหลงก็เอ่ยตอบเสียก่อน แค่เห็นสีหน้าสงสัยของนางเขาก็รู้แล้ว
“ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ” พ่อบ้านฉางเอ่ยบอกก่อนจะหายตัวจากไปทันทีเพราะต้องไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย
“นี่ข้ายังไม่รู้เรื่องอะไรบ้างเนี่ย” ซีเหลียนฮวาพึมพำ เพราะไม่คิดว่าก่อนว่าพ่อบ้านฉางก็เป็นปีศาจไปกับเขาด้วย เธอก็หลงคิดว่าเขาเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ด้วยซ้ำไป
“ของแบบนี้ต้องใช้เวลา เร่งรีบไม่ได้” ซิวเหวยหลงบอกพลางลูบหัวของซีเหลียนฮวาไปมาอย่างเอ็นดู
ซีเหลียนฮวาพยักหน้ารับ พลางคิดถึงเรื่องของตัวเองบ้าง เพราะเรื่องของเธอมันก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน
“เฮ้อ” ยิ่งคิดเรื่องของตัวเองก็ยิ่งเหนื่อยใจ งั้นเรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้วกัน เพราะตอนนี้เธอหิวอีกแล้ว เอ๊ะ ไม่ใช่สิๆ ลูกน้อยของเธอต่างหากที่หิว
“ถอนหายใจทำไม เจ้ามีเรื่องกุมใจอะไร” ซิวเหวยหลงเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เขาไม่อยากให้ซีเหลียนฮวาคิดมากหรือเครียด เพราะมันไม่ดีก็ลูกในท้อง
“ข้าหิวเจ้าค่ะ อีกอย่างดูเหมือนข้าจะติดใจฝีมือการทำอาหารของท่านอ๋องเสียแล้ว” ซีเหลียนฮวาบอก ก่อนจะทำท่าทีออดอ้อนซิวเหวยหลงไปด้วย
“เจ้านี่น่า เดี๋ยวไปทำให้” ซิวเหวยหลงเอ่ยขึ้นพลางลูบหัวของซีเหลียนฮวาไปด้วย เขาลุกขึ้นก่อนจะหายตัวไปทำอาหารให้กับซีเหลียนฮวา
หลังจากที่เขาทำอาหารให้นางทาน ตั้งแต่นั้นมานางก็ขอให้เขาทำอาหารให้นางตลอด พอพ่อบ้านฉางจะทำให้ก็ไม่ยอม บอกว่าต้องเป็นฝีมือของเขาเท่านั้น นี่เป็นเพราะนางท้องใช่หรือไม่ หรือว่านางติดใจฝีมือการทำอาหารของเขากันแน่
“อืม ดูเหมือนห้องนี่จะเป็นห้องทำงานสินะ” ทันทีที่ซิวเหวยหลงหายตัวไป ซีเหลียนฮวาก็ได้มีโอกาสสำรวจห้องอีกครั้ง เธอมองไปรอบๆ เผื่อจะมีอะไรน่าสนใจ
“เราจะเอาของขวัญพวกนี้ให้กับพวกนั้นยังไงดีนะ” ซีเหลียนฮวาพูดขึ้นพลางนึกถึงสิ่งที่เธอเอามาด้วย จากนั้นรอยยิ้มปีศาจเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางของซีเหลียนฮวา
ซีเหลียนฮวาที่เดินไปยังรูปของซิวเหวยหลงก็พลันเอื้อมมือไปมัน จากนั้นก็ลูบไปที่ใบหน้าของซิวเหวยหลงในรูปเบาๆ จากนั้นไม่ก็มีเสียงเกิดขึ้นนั้นทำให้เธอหยุดชะงักมือลง
กึก!
ซีเหลียนฮวามองไปท่านประตูที่มีคนเหมือนจะกำลังเปิดประตูเข้ามา
“หลบก่อนเจ้านาย” ยิวฉี่ร้องบอกทันที
และซีเหลียนฮวาก็ทำตามอย่างง่ายเธอวิ่งไปหลบหลังเสาใหญ่ที่มีแจกันอันใหญ่วางเอาไว้พอที่บังร่างของเธอได้
“ใครกันที่แอบเข้ามาในห้องนี้” ผู้ที่เข้ามาใหม่พึมพำพลางใช้สายตาที่เขียวของตัวเองกวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างตรวจตรา ใครกันที่มันกล้าเข้ามาให้ห้องทำงานของท่านจอมมาร
“ถ้าข้าจับได้ละก็จะจับกินเสียไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก” เสียงทุ้มพึมพำพลางเดินไปตามมุมต่างๆ เพื่อตรวจดู
“จะว่าท่านจอมมารมาก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเห็นบอกว่าจะมาวันพรุ่งนี้” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะมองไปยังเสาต้นหนึ่งที่มีแจกันอันใหญ่วางเอาไว้อยู่ข้างเสา ชายหนุ่มสาวเท้าเดินตรงไปที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเข้ามาทำไม” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างกดดันเมื่อเห็นคนอยู่ในห้อง