แม้คนในตระกูลเมิ่งจะพยายามปกปิดข่าวลือเกี่ยวกับเมิ้งเจี้ยนเฉินแต่ในโลกนี้กลับมีพวกที่สามารถทำนายโชคชะตาได้อย่างนักพรตของนิกายเต๋าสำหรับพวกเขาแค่ััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโชคชะตาจากตระกูลเมิ่งก็สามารถได้ข้อสรุปบางอย่างแล้ว
และก่อนหน้านั้นตระกูลเซี่ยหนึ่งในตระกูลแม่ทัพที่มีอำนาจไม่แพ้ตระกูลเมิ่งก็มีทารกถือกำเนิดคนหนึ่งเป็เด็กผู้หญิงและถูกนักพรตจากสำนักแห่งหนึ่งทำนายว่าในอนาคตจะบรรลุมรรคาสูงส่ง
นี่ทำให้เมืองหลวงพากันใถึงขั้นขุนนางหลายคนอยู่ไม่เฉยกลัวว่าในอนาคตตระกูลแม่ทัพจะมีอำนาจมากเกินไปหากให้เด็กคนนั้นเติบโตและไปฝึกฝนอยู่บนูเาของเหล่าเซียนอาจจะทำให้ราชวงศ์สุ่ยเปลี่ยนแซ่ได้
ดังนั้นเมื่อสองปีก่อนแม่ทัพเซี่ยได้ถูกส่งไปยังเมืองชายแดนที่อันตรายที่สุดข้างอ้างของเหล่าขุนนางและฮ่องเต้คือให้แม่ทัพเซี่ยช่วยชิงเมืองแห่งหนึ่งที่ถูกแคว้นศัตรูบุกยึดไปเมื่อหลายปีก่อน
เมื่อตระกูลเซี่ยไม่มีแม่ทัพคอยปกป้องก็ไม่อาจอยู่เมืองหลวงได้หลายปีมานี้จึงย้ายมาอยู่เมืองขนาดเล็กไม่ห่างจากเมืองชิงทั้งสองตระกูลแม่ทัพต่างก็เป็มิตรสหายกันมาหลายปีดังนั้นการที่ตระกูลเซี่ยสามารถย้ายออกจากเมืองหลวงมาได้อย่างปลอดภัยย่อมต้องเป็เพราะแม่ทัพเมิ่งคอยช่วยเหลือ
หนึ่งปีต่อมาก็มีจดหมายจากแม่ทัพเซี่ยส่งมาถึงมือของแม่ทัพเมิ่งในจดหมายได้แสดงความยินดีเกี่ยวกับหลานชายคนเล็กของแม่ทัพเมิ่งและยังมีคำขอรวมถึงทวงสัญญา
“จริงๆเลยเ้าจิ้งจอกเซี่ยไม่คิดว่าจะจำเื่ในตอนนั้นได้” แม่ทัพเมิ่งกล่าวขณะที่อ่านจดหมายเสร็จ
“ท่านพ่อท่านลุงเซี่ยว่าอย่างไร”บุตรชายคนโตของเมิ่งเจี้ยนเฉินเมิ่งซานกล่าว
“จะอะไรซะอีกตาแก่นั่นก็อยากจะให้หลานสาวของตนเองและเจิ้ยนเฉินได้หมั้นหมายกันเอาไว้ก่อนหนะสิ”แม่ทัพเมิ่ง เมิ่งเหยียนกล่าว
“อ้อหมายถึงเื่นั้นลูกคิดว่าไม่มีปัญหาเมื่อสองปีก่อนข้าได้เห็นเด็กคนนั้นแล้วหน้าตาน่ารักมากโตไปย่อมเป็หญิงงามอย่างไม่ต้องสงสัยแถมนางยังถูกมองว่าเป็ตัวอ่อนด้านการฝึกฝนอีกด้วยไม่ว่าจะฝึกวรยุทธหรือฝึกบ่มเพาะกลายเป็เซียนล้วนแต่ไม่มีปัญหาเหมาะกับเจี้ยนเฉินของพวกเรามาก”เมิ่งซานกล่าว
“อืมดูเหมือนเ้าจะถูกใจนางมากสินะก็ดีในเมื่อเ้าว่าคู่ควรข้าก็ไม่คัดค้านส่วนเื่นี้เ้าก็ไปคุยกับเ้าเด็กน้อยเซี่ยเอาเอง”เมิ่งเหยียนกล่าว
“ลูกเข้าใจแล้วแต่ว่า่นี้เราควรเพิ่มกำลังทหารดีหรือไม่” ใบหน้าของเมิ่งซานเปลี่ยนเป็จริงจัง
“ไม่ต้องกังวลข้าได้ส่งหน่วยเงาของข้าให้มาคอยเฝ้าอยู่รอบๆตำหนักแล้วขอแค่อีกฝ่ายไม่ใช่ระดับถ้ำ์ก็อย่าหวังว่าจะเข้ามาได้”เมิ่งเหยียนกล่าว
“เฮ้อหนึ่งปีมานี้แม้จะมีการลอบสังหารแค่สองครั้งแต่เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน”เมิ่งซานเผยสีหน้าจนใจ
“ทำไงได้ตระกูลหนึ่งในแคว้นๆหนึ่งมีอำนาจมากเกินไปไม่ใช่เื่ดีเพราะเบื้องบนจะนั่งไม่สุขได้”เมิ่งเหยียนกล่าว
ตลอดหนึ่งปีเมิ่งเจี้ยนเฉินเติบโตขึ้นเล็กน้อยในตระกูลเมิ่งเรียกได้ว่าเอาอกเอาใจเมิ่งเจี้ยนเฉินอย่างมากแถมผู้าุโในตระกูลก็พากันมองว่าไม่นานแม่ทัพเมิ่งจะต้องยกตำแหน่งผู้นำตระกูลให้เมิ่งซานอย่างไม่ต้องสงสัย
แม่ทัพเมิ่งนั้นมีบุตรชายอยู่5 คน สองคนรบตายในสนามรบทำให้เหลือเพียงแค่สามคน คนเล็กนั้นเชี่ยวชาญด้านการค้าไม่มีความคิดที่จะนั่งตำแหน่งของผู้นำตระกูลทุกวันนี้ก็แยกตัวออกไปทำการค้าอยู่อีกเมืองส่วนบุตรคนรองเมื่อสามปีก่อนได้ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งมีพร์ดีถูกสำนักแห่งหนึ่งมารับตัวไปฝึกฝนวิชาเซียนด้วยตัวเองทำให้ใน่แรกผู้าุโในตระกูลมองว่าบุตรคนรองของเมิ่งเหยียนจะต้องได้รับตำแหน่งผู้นำแน่
จนกระทั่งเมิ่งเจี้ยนเฉินลืมตาดูโลกและสร้างปรากฏการณ์ที่สั่นะเืผู้าุโในตระกูลก็เปลี่ยนความคิดทันทีนี่ทำให้บุตรคนรองทั้งโกรธและสับสน
“ท่านพี่พวกเราจะปล่อยไว้แบบนี้งั้นเหรอ”ภรรยาของบุตรคนรองกล่าว
“ข้าเองก็ไม่รู้ตอนนี้ในตระกูลพากันสนใจไปที่เด็กคนนั้นกันหมดจึงไม่ใช่เวลาที่จะเคลื่อนไหวอะไรรอให้ซางเอ๋อกลับมาเมื่อไหร่ไม่แน่ท่านพ่ออาจจะมองพวกเราใหม่ก็ได้” บุตรคนรองกล่าว
“เพื่อความปลอดภัยไม่สู้พวกเราร่วมมือกับทางเมืองหลวงดีหรือไม่”หญิงสาวกล่าว
“เ้าเสียสติไปแล้วงั้นเหรอหากข้าทำแบบนั้นเท่ากับว่าทรยศตระกูลเมิ่งและต่อให้ทำสำเร็จเ้ายังคิดว่าขุนนางพวกนั้นจะปล่อยคนแซ่เมิ่งเอาไว้อีกงั้นเหรอพวกเขาคงขุดรากถอนโคลนทั้งหมดถึงตอนนั้นเ้ายังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายหรือไม่”บุตรคนรองคำราม
“ท่านพี่ข้าผิดไปแล้วเป็ข้าที่ไม่รอบคอบ” หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“เ้าออกไปเถอะ”บุตรคนรองกล่าวด้วยสีหน้าเ็า
หญิงสาวแสดงสีหน้าเศร้าโศกเดินออกจากห้องไปแต่เมื่อพ้นออกจากห้องใบหน้าของหญิงสาวก็เ็าทันที
“ตระกูลเมิ่งพวกเ้าถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องพบกับจุดจบไม่ดี”หญิงสาวกล่าวเสร็จก็เดินจากไปฝีเท้าของนางเงียบเชียบอย่างมากซึ่งการเดินของนางไม่เหมือนกับคนธรรมดาเลย
เงาร่างหนึ่งปรากฏอยู่ไม่ไกลมองสิ่งที่เกิดขึ้นและได้ยินด้วยใบหน้าสงบก่อนจะเคลื่อนไหวจากไป
ในห้องตำราเมิ่งเหยียนนั่งอ่านตำราอยู่เงาร่างหนึ่งปรากฏอย่างเงียบๆและมอบกระดาษแผ่นหนึ่งให้ด้วยความเคารพ
“เหอะสุดท้ายก็โผล่หางออกมาแล้วสินะ” เมิ่งเหยียนเย้ยหยัน
“จะให้ข้าจัดการเลยหรือไม่”เงากล่าว
“ไม่ต้องปล่อยเอาไว้ก่อน หากลงมือตอนนี้เ้ารองคงรับไม่ได้รอให้นางลงมือสักครั้งพวกเราค่อยจัดการให้เ้ารองได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าผู้หญิงที่เ้านั่นพามาจากเมืองหลวงผู้นี้แท้จริงคือใครและทำไมถึงมาอยู่ในตระกูลเมิ่งของพวกเรา”เมิ่งเหยียนเผากระดาษทิ้งด้วยสีหน้าเ็า
หลังจากที่เมิ่งซานได้พูดคุยกับผู้นำตระกูลเซี่ยคนปัจจุบันซึ่งก็คือสหายของเมิ่งซานเองทั้งสองเติบโตมาด้วยกันออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันหลายครั้งทำให้มีมิตรภาพแน่นแฟ้นอย่างมาก
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีปัญหากับการหมั้นกันนี้ทางฝั่งของตระกูลเซี่ยซึ่งมีบุตรสาวนามว่าเซี่ยชิงอี้ตอนนี้อายุ 3 ปีแล้ว
ต่อมาทั้งสองตระกูลก็เริ่มให้เด็กทั้งสองคนไปมาหาสู่กันมากขึ้นเด็กทั้งสองคนที่อายุห่างกัน 2 ปีเริ่มที่จะสนิทกัน เวลาผ่านไป 4 ปีเวลานี้อายุของเมิ่งเจี้ยนเฉินคือ 5 ปี ส่วนเซี่ยชิงอี้คือ 7 ปี
เมื่อสองปีก่อนแม่ทัพเซี่ยได้ขอกำลังเสริมจากเมืองหลวงแต่เมืองกลวงกลับไม่ตอบตกลงทำให้บิดาของเซี่ยชิงอี้ต้องนำคนของตระกูลเซี่ยไปช่วยเหลือแม่ทัพเซี่ยด้วยตัวเอง
ตอนแรกเมิ่งเหยียนคิดจะเคลื่อนทัพของตนไปช่วยแต่ทางฮ่องเต้กลับออกราชโองการสั่งห้ามไม่ให้แม่ทัพเมิ่งเคลื่อนไหว
นี่ทำให้เมิ่งเหยียนโกรธอย่างมากอยากจะนำกองทัพของตนบุกไปยังเมืองหลวงและถามกับอีกฝ่ายว่าตกลงแล้ว้าอะไรกันแน่้าให้สองตระกูลแม่ทัพตกตายไปจนหมดสุดท้ายถูกฝ่ายศัตรูบุกโจมตีมาถึงเมืองหลวงหรือยังไง
ในฐานะแม่ทัพที่เคยต่อสู้ร่วมกับแม่ทัพเซี่ยเมิ่งเหยียนย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เริ่มไม่สู้ดีแล้วดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 2ปีสุดท้ายแล้วสิ่งที่ต้องเกิดก็ยังต้องเกิด
“แย่แล้วแย่แล้ว ท่านพ่อ แย่แล้ว” เมิ่งซานวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและบิดเบี้ยว
“อย่าบอกนะว่า”ใบหน้าของเมิ่งเหยียนกระตุก
“ท่านแม่ทัพเซี่ยสิ้นใจแล้วแม้แต่ท่านพี่เซี่ยเองก็”เมิ่งซานกำหมัดแน่น
“บัดซบเอ้ย”พลังปราณทั่วร่างของเมิ่งเหยียนะเิขึ้นทำให้ห้องตำราสั่นไหวอย่างรุนแรง
“ท่านพ่อพวกเราจะต้องช่วยเหลือทายาทของตระกูลเซี่ยโดยด่วน” เมิ่งซานกล่าว
“ไปไปสั่งคนของเราให้รีบไปพาตัวแม่หนูชิงอี้และคนของตระกูลเซี่ยให้มาเมืองชิงของพวกเราเดี๋ยวนี้”เมิ่งเหยียนคำราม
“ท่านแม่ทัพมีนักพรตผู้หนึ่งเข้ามาในเมืองพร้อมกับคุณหนูชิงอี้”เงาร่างหนึ่งปรากฏ
“อะไรนะ”ร่างของทั้งสองสั่นสะท้านรีบวิ่งออกไปหน้าประตูจวน ไม่นานก็เห็นนักพรตชราถือแส้หางม้าอีกมือจูงเด็กสาวที่ตอนนี้อายุ7 ปีใบหน้าวางเปล่าดวงตามืดมนไร้ชีวิต
“เ้าคือแม่ทัพเมิ่งสินะ”นักพรตกล่าว
“ท่านนักพรตเกิดอะไรขึ้น”เมิ่งเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นภาวนาไม่ให้สิ่งที่ตนคิดเป็จริง
“ตระกูลเซี่ยล่มสลายแล้วทุกคนถูกฆ่าทั้งหมด” นักพรตชราถอนหายใจ
“ไม่จริงมันเป็ใครกันทำไมถึงได้ทำแบบนี้” เมิ่งเหยียนคำราม
“เป็ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งข้าบังเอิญไปััได้จึงเดินทางไปแต่ก็สายเกินไปทุกคนยกเว้นเด็กคนนี้ตายไปหมดแล้วส่วนฆาตกรเ่าั้ข้าได้สังหารไปหมดแล้วแต่พวกมันไม่ยอมเปิดปากข้าเลยต้องดึงิญญาอีกฝ่ายมาถามตรงๆ”นักพรตชรากล่าว
“แล้วรู้หรือไม่ว่าเป็ฝีมือใคร”ร่างของเมิ่งเหยียนสั่นสะท้าน
“คนที่อยู่ในใจของท่านแม่ทัพนั่นแหละเป็เขาที่อยู่เื้ั”นักพรตชรากล่าว
“ฮ่าฮ่า เป็แบบนี้เองสินะ ทำดีไม่ได้ดีกลับต้องมาพบจุดจบแบบนี้” เมิ่งเหยียนหลั่งน้ำตาอย่างที่หาได้ยาก
“เฮ้อยุคสมัยมีทั้งรุ่งเรืองและตกต่ำจิตใจของผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ัหากไม่กว้างขวางเท่าหนึ่งแคว้นแล้วจะยังทำนาแคว้นให้รุ่งเรืองได้อย่างไรข้าเป็แค่คนนอกจึงทำอะไรมากไม่ได้ แค่ทำตามคำขอสุดท้ายของฮูหยินเซี่ยให้พาเด็กคนนี้มาส่งที่จวนตระกูลเมิ่งเท่านั้น”นักพรตชรากล่าว
“ขอบคุณท่านนักพรตมาก”เมิ่งซานเดินไปหาเซี่ยชิงอี้ที่ใบหน้าว่างเปล่าด้วยความเ็ปใจ
ขณะเดียวกันเด็กชายคนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับมารดาของนางเมิ่งเจี้ยนเฉินในตอนนี้มีใบหน้าเหมือนกับเด็กผู้หญิงอย่างมากจนทุกวันนี้มักจะถูกพวกสาวใช้จับแต่งหญิงอยู่ทุกวันหากคนนอกมองมาย่อมต้องไม่รู้ว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินคือผู้ชาย
“เจี้ยนเฉินเ้ามาได้ยังไง”เมิ่งซานรีบเปลี่ยนสีหน้าหันไปยิ้มให้บุตรชายของตนที่ถูกสวมชุดผู้หญิงอยู่
“ท่านพี่ชิงอี้”เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้สนใจบิดาของตนเองเดินไปหาหญิงสาวที่ตอนนี้ตัวสูงกว่าตนเล็กน้อยเซี่ยชิงอี้ยังไม่ตอบสนองดวงตายังว่างเปล่าอยู่
“เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังปล่อยให้ท่านพี่ชิงอี้พักก่อนเถอะ”เมิ่งซานกล่าว
เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้สนใจเพียงแค่ไปยืนตรงหน้าอีกฝ่ายยื่นฝ่ามือออกไปวางไว้ที่ศีรษะของเซี่ยชิงอี้ลูบเบาๆ
“ไม่ต้องกังวลสักวันท่านจะต้องทวงความเป็ธรรมให้กับพวกเขาได้แน่” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
ร่างของเซี่ยชิงอี้สั่นสะท้านดวงตาเปียกชิ้นเข้ากอดเมิ่งเจี้ยนเฉินพร้อมกับร้องให้เสียงดังทันทีพวกเมิ่งเหยียนโล่งอกหากอีกฝ่ายไม่ยอมร้องให้ออกมานั่นก็ทำให้พวกเขากังวลแล้ว
นักพรตชรามองไปยังเมิ่งเจี้ยนเฉินตลอดเวลาอีกฝ่ายขยับนิ้วคำนวณแต่ก็ไม่สามารถคำนวณออกมาได้
“ตัวอ่อนที่ดีแต่ยังไม่ถึงเวลา” นักพรตชรายกยิ้มก่อนจะย่อตัวลงนำยันต์แผ่นหนึ่งออกมา
“เด็กน้อยในอนาคตหากเจอเื่ที่เ้าไม่อาจจัดการได้จังใช้ยันต์แผ่นนี้ทันทีแล้วปัญหาทั้งหมดจะคลี่คลายเข้าใจหรือไม่”นักพรตชรากล่าว