บทที่ ๒๕ : เขาคือใคร?
“แกถูก ไล่ ออก... แก น่ะ ตาย ไป แล้ว” เฟยหลงพูดเสียงเหี้ยม ั์ตาวาวโรจน์หยิ่งผยองพลางชี้นิ้วไปที่ผู้จัดการโรงแรม ก่อนจะทำไม้ทำมือบอกสาวกทั้งแปด “ตามฉันมา” เพื่อให้ทุกคนสาวเท้าก้าวเข้าไปในโรงแรมเฟ่ยหยูหลบแสงแดด
ประธานเฉินในชุดสูทสีดำขยับแว่นตาหนาเตอะหางตามองผู้จัดการโรงแรมร่างผอมด้วยแววตาอำมหิตเปี่ยมโทสะ “ไม่ได้ยินที่พูดคุณหนูพูดหรอกเหรอ? ออกไปได้แล้วเดี๋ยวนี้!” เขาเอามือเสยผมที่หวีเป๋ แล้วออกเดินตามขบวนฝึกยุทธต่างมิติราวกับกำลังเกรงกลัวอะไรบางอย่าง
อดีตผู้จัดการโรงแรมทรุดเข่าลงกับพื้นมุมปากพึมพำวนไปมาเหมือนกับคนเสียสติ “ฉันน่ะตายไปแล้วฉันน่ะตายไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นซื้อโรงแรมนี้ได้จริงๆ ...เธอเป็ใคร...มาจากตระกูลไหนกันแน่ทำไมฉันคนนี้ถึงไม่เคยเห็นหน้าคร่าตามาก่อน”
ภายในโรงแรมดูหรูหราโอ่อ่าร่างระหงเดินกอดอกชมวิวตากแอร์เย็นฉ่ำ ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนภัตตาคารของโรงแรมชื่อดัง
หญิงสาวหน้าปลาจวดนั่งไขว่ห้างเลิกคิ้วสงสัยเมื่อเห็นขบวนของเฟยหลงเดินเข้ามาในพื้นที่จัดงานวันเกิดของตัวเอง “ใครอนุญาตให้พวกมันเข้ามาในนี้เนี่ย พวกชั้นต่ำขยะทางสังคมฉันเหมาชั้นภัตตาคารโรงแรมนี้ทั้งชั้นแล้วนะ อยากมีปัญหากับชิงเยว่กรุ๊ปนักเรอะ?”
พนักงานโรงแรมเหงื่อตกหนักเขาฟังเเสียงบ่นจากคุณหนูชิงชิงจนหูชา พลันเอื้อนเอ่ยตอบกลับว่า “เดี๋ยวผมจะไปเรียกท่านผู้จัดการโรงแรมมาเดี๋ยวนี้ครับ”
แต่ยังไม่ทันที่พนักงานจะได้ลงมือทำอะไรประธานเฉินก็สาวเท้าเข้ามาในส่วนของภัตตาคาร... เขาเดินตามหลังขบวนของเฟยหลงเข้ามาติดๆ
หญิงสาวหน้าปลาจวดปั้นสีหน้ายิ้มหวานทันทีพลันลุกขึ้นยืนถือแก้วไวน์เดินตรงเข้าไปหาท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ในเขตผิงเจียงแห่งมหานครปักกิ่ง
“ท่านประธานเฉินคะขอบคุณที่มาร่วมในงานวันเกิดของฉันวันนี้” เงาร่างในชุดราตรีสีขาวเอื้อนเอ่ยโค้งศีรษะแฝงมารยาหญิงพร้อมพูดเสริมลงท้ายด้วยถ้อยคำเชื้อเชิญ “เชิญนั่งตามอัธยาศัยเลยค่ะ...ไม่เคยคิด...ไม่เคยฝันมาก่อน ว่าท่านประธานเฉินจะเมตตาให้เกียรติดิฉันมากมายเพียงนี้จนถึงขั้นมาร่วมงานวันเกิดของฉันด้วยตนเอง”
ประธานมาดเนี้ยบยืนนิ่งไม่ตอบกลับขณะที่เฟยหลงชี้นิ้วไปที่โต๊ะยาวขนาดใหญ่ตัวหนึ่งกลางโถงภัตตาคาร “ฉันขอนั่งโต๊ะตัวนั้นได้ไหม เ้าแว่น”
เฉินตงตงรีบปั้นสีหน้ายิ้มแหยเหงื่อกาฬไหลเต็มไปทั่วใบหน้า “เชิญเลยครับคุณหนูฟางเซียนจะเป็โต๊ะตัวไหน ชั้นไหน ห้องไหน ในโรงแรมแห่งนี้ คุณหนูเชิญใช้บริการได้ตามสบายเลยขอรับ”ชายหนุ่มตอบกลับเฟยหลงทันควัน ไม่มีทีท่าสนใจชิงชิงเยว่เลยแม้แต่น้อย
ขบวนของเฟยหลงทั้งเก้าชีวิตเดินกุลีกุจอสดใสวัยป่วนเข้านั่งโต๊ะกลางขนาดใหญ่ของภัตตาคารชายหนุ่มในร่างหญิงสาวหยิบเมนูอาหารขึ้นมาพลิกดูไปมาหน้าตาเฉย จนหญิงสาวหน้าปลาจวดถึงกับอ้าปากค้างหัวสมองเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้จนแทบจะะเิแตกออกเป็เสี่ยงๆ
‘แม่หนูนั่นมันเป็ใคร? ทำไมประธานเฉินถึงปฏิบัติกับมันแบบนั้น แล้วนี่มันมางานวันเกิดของฉันด้วยหรือเปล่าฉันควรทำยังไงดี ขนาดประธานเฉินยังไม่กล้าทำอะไรมัน แล้วฉันที่เป็คุณหนูจากบริษัทระดับสามจะไปทำอะไรมันได้’
แล้วใบหน้าผอมแห้งของคุณหนูชิงเยว่ก็ซีดเผือดเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... ก่อนหน้านี้ตัวเองเคยพูดอะไรไว้กับกลุ่มของเฟยหลงที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมหรู“เวรแล้วไง”หญิงสาวสบถบ่นพึมพำในลำคอ พลางกัดเล็บตัวเองแบบหวาดวิตกขนพองสยองเกล้า
ไม่นานนักกุ๋ยเต๋อหวงพร้อมชายชุดดำหลายคนก็เดินเข้ามาในโถงภัตตาคารชายจมูกบานเดินตรงลี่เข้าหาจักรพรรดินีต่างโลกแบบไม่รอช้า “น้องเซียน รอพี่นานไหม”
หญิงสาวหน้าปลาจวดสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นกุ่ยเต๋อหวงผู้นำธุรกิจยุคใหม่ในปักกิ่งเอ่ยทักทายร่างระหงที่ตนเคยดูถูกเมื่อครั้งก่อน“นั่นมันคุณชายกุ่ยแห่งฟางเซียนกรุ๊ปบริษัทอันดับหนึ่งในปักกิ่งที่เป็กลุ่มธุรกิจหลักของจีนในตอนนี้นี่”
“พี่กุ่ยช้านะ...ไปทำอะไรมาบ้างล่ะ” เฟยหลงชี้นิ้วสั่งอาหารกับพนักงานมุมปากยังคงเอ่ยพูดคุยกับชายร่างใหญ่แบบไม่สบตามอง
กุ่ยเต๋อหวงยิ้มแหยเกาศีรษะพลางมองไปรอบโต๊ะที่มีแต่หญิงสาวผู้งดงามนั่งรายล้อม “พี่นั่งร่วมโต๊ะได้ไหมนี่หรือน้องเซียนอยากจะนั่งคุยกับเพื่อนๆ ไปก่อน...ถ้าเป็แบบนั้น พี่จะได้...”
เฟยหลงส่ายศีรษะไปมาแล้วเอามือตบเก้าอี้ด้านข้างให้กุ่ยเต๋อหวงนั่งลง “พี่นั่งเถอะ คนกันเองทั้งนั้น”
หญิงสาวหน้าปลาจวดเริ่มน้ำลายฟูมปากเพราะดูเหมือนคุณชายกุ่ยแห่งฟางเซียนกรุ๊ปยังต้องเกรงใจอีกฝ่ายแม้แต่ตอนจะนั่งเก้าอี้ก็ตาม!“ยิ่งใหญ่กว่าคุณชายกุ่ยอีกเหรอ บะบะบอกฉันหน่อยสิว่าฉันกำลังฝันอยู่”
เงาร่างจมูกบานนั่งลงบนโต๊ะอาหารก่อนจะสังเกตเห็นว่าหญิงสาวทั้งแปดคนผู้นั่งร่วมโต๊ะขนาดใหญ่อยู่ ล้วนแล้วแต่หน้าตาดี“ก่อนหน้านั้นพี่รีบไปหน่อยเลยไม่ได้ทักทายเพื่อนๆของน้องเซียน เอ่อ! ...เพื่อนของหนูเป็ดารากันทุกคนเลยหรือเปล่าพอดีพี่เพิ่งจะสังเกตเห็นน่ะ” ใบหน้าของชายหนุ่มปรากฏสีแดงขึ้นระเรื่อ
เฟยหลงยังคงส่ายศีรษะก่อนจะเอื้อนเอ่ยปากแนะนำกุ่ยเต๋อหวงให้องครักษ์ทั้งแปดได้รู้จัก “พวกเ้าทุกคน นี่พี่กุ่ย สหายของข้าเองเป็มิตรแท้ที่อยู่ในภพเซียนแห่งนี้”
หญิงสาวทั้งแปดลุกขึ้นจากเก้าอี้แบบพร้อมเพรียงพลันย่อขาโค้งศีรษะทำความเคารพแก่สหายขององค์จักรพรรดิ “น้อมรับพระบัญชาฝ่าา พวกหม่อมขอถวายบังคมท่านอ๋องกุ่ยเพคะ”
“เอ่อ...” กุ่ยเต๋อหวงอ้าปากหวอ เพราะเขาไม่รู้ว่าเพื่อนของฟางเซียนกำลังทำอะไรกันอยู่แน่ขณะที่เฟยหลงเกาศีรษะ ใบหน้ายิ้มแหยบอกบุญไม่รับอยู่พักใหญ่ “ไม่ต้องสนใจหรอกพี่กุ่ย เพื่อนหนูเขาคลั่งซีรี่ย์จีนย้อนยุคกันน่ะ ตามๆน้ำไปก็พอ”
กุ่ยเต๋อหวงทำหน้าทำตางุนงงเล็กน้อยแต่ก็เชื่อฟังเฟยหลงอย่างว่าง่าย “ท่าทางจะดูอาการหนักของจริงสมัยนี้ซีรี่ย์มันหาดูง่ายด้วยล่ะเนอะ”
เฟยหลงทำไม้ทำมือส่งสัญญาณเป็เชิงบอกเหล่าบรรดาสาวกพลางทำเสียงกระซิบกระซาบเอื้อนเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ต้องมากพิธีที่นี่เขาไม่ทำอะไรแบบนี้กันหรอก โอย...”คนทั้งแปดมองหน้ากันเหรอหรา ก่อนกลับลงนั่งเก้าอี้ตามเดิม
ครู่ต่อมากุ่ยเต่อหวงก็หันไปทำหน้าจริงจังกับฟางเซียนใบหน้าจมูกบานพูดเสียงเรียบแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต “น้องเซียน เอ่อ... คือ... หนูจำโรงงาน ‘ผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง’ ที่พวกเราเพิ่งไปซื้อมาได้ไหม?ซึ่งมันเป็ยี่ห้อที่น้องเซียนชอบวานให้พี่ไปซื้อให้ทีละจำนวนมาก”
เฟยหลงพยักหน้าขึ้นลงไปมาั์ตาโตทำหน้าทำตาน่ารักระคนสงสัย “จำได้สิมีอะไรหรือพี่กุ่ย”
ชายร่างใหญ่เอามือป้องปากกระซิบกระซาบสีหน้าดูวิตกปรากฏขึ้นเล็กน้อย “เ้าของโรงงานแห่งนั้นเขาดึงดันอยากจะพบหนูให้ได้พี่พยายามห้ามเขาแล้วนะ แต่... เหมือนเขาจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง ว่าแต่...น้องเซียนอยากจะพบกับเขาหรือเปล่า?”
ร่างระหงเอียงคอฉงนอยู่ครู่หนึ่งั์ตาโตเหลือบมองเพดานเหมือนใช้สมอง “ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะถ้าเขาแค่อยากจะพบเพื่อพูดคุยเฉยๆ ล่ะก็ได้”
เหล่าอาหารชั้นดีเริ่มมาเสิร์ฟบนโต๊ะมีทั้งสเต็กเนื้อสันอย่างดี ไข่ปลาคราเวียร์ ไกู่เาไฟ กุ้งัอบวุ้นเส้นปลาหิมะขาวนึ่งบ๊วย และชุดเมนูพระะโกำแพง
“พี่กุ่ยจัดการเลยนะถ้าเ้าของโรงงานคนนั้นอยากจะพบกับหนูให้ได้ล่ะก็...ไม่มีปัญหา แต่เป็หลังจากที่หนูทานข้าวเสร็จก่อนตกลงไหม?” เฟยหลงสำทับ พลันเอาช้อนส้อมขึ้นมาถูกันแบบเตรียมพร้อม“เอ้า! เหล่าองครักษ์ของข้าทั้งหลายลงมือกินให้อิ่มหนำเสียสิ... นี่ก็เป็การฝึกวิชาอย่างหนึ่งเข้าใจไหม?”
“รับพระบัญชาเพคะ”หญิงสาวทั้งแปดยิ้มช้อนส้อมขึ้นมาถูกันตามการกระทำของเฟยหลงก่อนจะลงมือสวาปามเหล่าอาหารที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความหิวกระหาย
กุ่ยเต๋อหวงจ้องมองหญิงสาวทั้งเก้ากินอาหารบนโต๊ะราวกับปอบหยิบความสวยที่สั่งสมมาเหมือนจะเลือนหายไปในบัดดล “เอ่อ...เดี๋ยวพี่จะบอกเ้าของโรงงานไว้ว่าหลังจากที่น้องเซียนรับประทานอาหารเสร็จ จะให้เขาเข้าพบหนูนะ...” ชายหนุ่มจมูกบานเอื้อนเอ่ยตะกุกตะกัก ขณะที่เหมยลี่ะโขึ้นกลางภัตตาคารแบบบ้าคลั่ง“เนื้อ... เอาเนื้อมาอีก อยากกินเนื้อ”
ระดับการบ่มเพาะของบุคคลทั้งเก้าทะลุทะลวงไปหลายขั้นออร่าปราณที่มนุษย์ธรรมดามิอาจเห็นได้กำลังส่องแสง
ฟางเซียน(เฟยหลง) จากปราณบริสุทธิ์บรรลุเป็ เทวะชีวิตที่หก ผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ ‘ดราก้อนสตาร์’
อ้ายเหริน จากปราณราชันย์บรรลุเป็ ขั้นบริสุทธิ์ชั้นต้น ผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ ‘ยอดนักสืบโคนัง’
ลั่วลั่ว จากปราณราชันย์บรรลุเป็ ขั้นบริสุทธิ์ชั้นปลายผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ ‘วันคิกแมน’
ถิงถิง จากปราณราชันย์บรรลุเป็ ขั้นบริสุทธิ์ชั้นปลายผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ ‘การูโตะ นินจาคาถาโอ้ลันล้า’
หรงเอ๋อ จากปราณราชันย์บรรลุเป็ ขั้นเทวะชีวิตที่หนึ่ง ผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ‘ดาบพิฆาตแมว’
เยี่ยนเอ๋อ จากปราณราชันย์บรรลุเป็ ขั้นบริสุทธิ์ชั้นกลางผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ ‘โดราเอม่อง’
เทียนเทียน จากปราณับรรลุเป็ ขั้นจักรพรรดิชั้นกลางผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ ‘บลัช เทพมรณัง’
หลินฮุ่ย จากปราณับรรลุเป็ ขั้นจักรพรรดิชั้นต้นผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ ‘แฮรี่ พอเถอะ’
มังกี้ ดี เหมยลี่ จากปราณับรรลุเป็ ขั้นจักรพรรดิชั้นปลายผู้ถือครองคัมภีร์ยุทธ ‘ทูพีช’
หญิงสาวทุกผู้รู้สึกได้ถึงพลังงานที่เอ่อล้นออกมาจากร่างกายเพียงแค่กินอาหารชั้นดีเข้าไปถึงกับทำให้บรรลุปราณบ่มเพาะที่มิอาจก้าวข้ามมาช้านาน
“ดีกว่าที่คิดไว้เยอะ”เฟยหลงอมยิ้มมุมปากที่เปรอะเปื้อนคราบเศษอาหาร ขณะที่องครักษ์พิทักดวงดาวทั้งแปดต่างมองหน้ากันไปมาแบบตื่นเต้น
“สมเป็อาหารระดับภพเซียนอร่อยและยังเสริมพลังบ่มเพาะได้มากมายถึงเพียงนี้” ลั่วลั่วเอื้อนเอ่ยบอกเพื่อนฝูงทุกคนมีสีหน้าเบิกบาน ขณะที่เหมยลี่เรอออกมาเสียงดังยกใหญ่
“มันแน่อยู่แล้วขอรับอาหารที่กระผมปรุงย่อมต้องช่วยทะลวงระดับปราณบ่มเพาะได้ดีขึ้น!” พ่อครัวร่างใหญ่อวบอ้วนเดินออกมาจากห้องครัวด้วยชั้นไขมันที่กระเพื่อมสั่นไหวเขาออกมายืนอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวทั้งเก้าและกุ่ยเต๋อหวงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “สิ่งมีชีวิตที่นำมาปรุงอาหารในวันนี้ล้วนมีพลังชีวิตมากกว่าที่พวกท่านเคยเจอมา...ซึ่งมันดูเหมือนของพื้นพื้นในโลกแห่งนี้ก็จริงแต่สำหรับพวกท่านมันคงไม่ธรรมดากระมัง ...และกระผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีผู้คนจากที่ห่างไกลแสนไกล...มาเยือนภัตตาคารของกระผมเฉกเช่นพวกท่านมาก่อน...”
ร่างอวบอ้วนปรากฏปราณบ่มเพาะไม่ทราบระดับที่แน่ชัด ั์ตาเล็กหยีจ้องมองฟางเซียนไม่กะพริบ“กระผมคิดว่าท่านเ้าของโรงแรมคนใหม่คงจะมีคำถามเดี๋ยวพวกเราค่อยหาที่คุยกันที่อื่น ...ที่ไม่ใช่ที่นี่ เผื่อเื่ต่างๆจะคลี่คลายได้ง่ายขึ้น”
“เ้าของโรงแรม”หญิงสาวหน้าปลาจวดเอื้อนเอ่ยทวนคำน้ำลายฟูมปากแตกกระเซ็นสลบเหมือดลงกับพื้นแบบรับไม่ได้...
โปรดติดตามตอนต่อไป