ยอดมารดาหัวใจทระนง

    ตอนที่ 42 : ความปวดร้าวของเฉียนชื่อ

    ท่านอาจารย์ซวีเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยาที่เขาใช้นั้นแพงกว่าเงินที่เฉียนชื่อเอาให้มาก การรับเงินไว้ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว


    พอท่านอาจารย์ซวีเอายาไว้ให้ 2 ชุดก็พาเด็กชายเดินออกจากบ้านไป สายตาเหลือบไปเห็นแปลงผักที่ปลูกต้นฝ้ายไว้ จึงหยุดเดิน


    “แม่หนูหนิง ทำไมปลูกแบบนี้ เดี๋ยวจะมีผลฝ้าย มีใยฝ้ายเกิดขึ้นมา ไม่งามตา”


    “ข้าไม่ได้ต้องการให้มันงามตา”


    นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงเยี่ยนได้ยินว่าปลูกฝ้ายเพื่อความสวยงาม เธอรู้สึกเหมือนเกิดการค้นพบครั้งใหม่


    หลังจากส่งท่านอาจารย์ซวีแล้วเธอจึงกลับเข้าห้อง ได้ยินเสียงร้อง ‘จ๊อก ๆ’ ออกมาจากท้องของเฉียนชื่อ หนิงเยี่ยนจึงเอาอาหารร้อน ๆ จากในครัวมาให้


    ทหารของประชาชน ย่อมมีจิตสำนึกในการปกป้องคนที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะเฉียนชื่อที่เป็นแบบนี้ ทั้งบอบบางและอ่อนแอแต่ก็ยังรู้ว่าตัวเองต้องปกป้องลูก แม้ว่าอู๋เป่าฉือจะได้รับบาดเจ็บ แต่บนร่างกายของเฉียนชื่อกลับมีร่องรอยบาดแผลมากกว่า เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่มีร่องรอยถูกไม้ฟาด ดวงตาทั้งเขียวทั้งบวม ที่อู๋เป่าฉือถูกตีอาจจะเป็นเพราะพยายามปกป้องแม่


    เฉียนชื่อหิวมากเสียจนไม่คิดจะปฏิเสธ เธอรับหมั่นโถวมาจากมือหนิงเยี่ยนพร้อมกับกล่าวขอบคุณ


    “ขอบคุณ ขอบคุณมากเลยน้องหนิง”


    “ไม่ต้องเกรงใจ คนหมู่บ้านเดียวกัน ใครบ้างไม่มีเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ”


    เฉียนชื่อพยักหน้า จับหมั่นโถวในมือยัดเข้าปากทีละคำ ไม่รู้ว่าเคี้ยวละเอียดหรือยังถึงได้กลืนลงไป พอหมั่นโถวในมือหมดแล้วก็ตกอยู่ในความเงียบ เดินไปดูที่เตียงเป็นระยะ แววตาของเธอหดหู่ขึ้นเรื่อย ๆ


    “แม่ ให้เป่าฉืออยู่บ้านเราสัก 2-3 วันได้ไหม?”


    “เขาเป็นเพื่อนเจ้า เจ้าตัดสินใจเอง แต่เจ้าต้องถามแม่ของเป่าฉือก่อนนะ ว่านางเห็นด้วยไหม”


    “ป้าเฉียน เป่าฉือเป็นแบบนี้ให้เขาอยู่บ้านข้าสัก2-3วันเถอะ”


    “….”


    เฉียนชื่อไม่ตอบอะไร หัวของเธอก้มต่ำลงเรื่อย ๆ


    หนิงโหย่วหยูเห็นท่าทีของเฉียนชื่อ เขารู้สึกมวนท้องไปหมด จึงหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องของลู่หานจางเพื่อสงบสติ ถ้าตามองไม่เห็นในใจก็จะไม่รู้สึก


    เฉียนชื่อเงียบไปพักหนึ่ง ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นมา


    “น้องหนิง เจ้าเก่งจริง ๆ ตัวคนเดียวกลับเลี้ยงเจ้าหนูโหย่วหยูออกมาได้ดีขนาดนี้”


    “ลำบากอยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องผ่านไปให้ได้” หนิงเยี่ยนเอ่ย


    “ข้า.. ข้าจะพาเป่าฉือกลับบ้านแม่” เฉียนชื่อว่า


    “กลับบ้านแม่? แยกตัวกลับไปเหรอ?”


    หนิงเยี่ยนประหลาดใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าการหย่าร้างในยุคนี้เป็นเรื่องยากหรอกหรือ?


    “อืม”


    เฉียนชื่อพยักหน้าอย่างหนักแน่น เหมือนเธอจะพูดกับตัวเองและอยากระบายความในใจ เธอก้มหัวแล้วพึมพำออกมา


    “ไม่กี่ปีที่แล้วเขาไม่ได้กลับบ้าน ข้าเลี้ยงเป่าฉือด้วยความลำเค็ญ ทั้งยังต้องดูแลเหมย ถึงชีวิตจะทรมานยากลำบากแต่ฝืนทนก็ผ่านมาได้ ตั้งแต่เขากลับมา ที่บ้านก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ปลูกบ้านหลังใหม่ ได้กินเนื้อทุกวัน แต่….”


    เฉียนชื่อฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่น


    “เสื้อผ้าต้องทิ้งไว้ให้เหมยเป็นทรัพย์สินยามแต่งงาน ส่วนเนื้อมีเพียงผู้ชายที่ได้กิน อายุของเหมยถึงวัยแต่งงานแล้ว ตัวข้าเองมีลูกพี่ลูกน้องที่เฉลียวฉลาด ทำกิจการข้าขายในเมือง ข้าเองก็ว่าเขาไม่เลว เห็นว่าเหมยจะไม่ถูกรังแก ข้าจึงตัดสินใจหมายมั่นให้ ใครจะไปรู้จู่ ๆ วันนี้จะมีแขกมาที่บ้าน คนคนนั้นพูดกับหวยซาน หวยซานก็โมโหร้าย รังเกียจลูกพี่ลูกน้องของข้า แล้วยังว่าลูกพี่ลูกน้องของข้าไม่ซื่อสัตย์ ไม่ชอบธรรม แล้วยังพูดจาเลอะเทอะหาว่าข้าหลอกลวงเหมย ข้าทะเลาะกับเขา ข้าเลยถูกทำร้าย เพราะเป่าฉือพยายามจะปกป้องข้าเลยถูกตีไปด้วย ผู้ชายที่จิตใจไร้คุณธรรมคนนั้น จนถึงตอนนี้ยังไม่คิดที่จะมาดูมาแล ราวกับเขาไม่รู้ว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บคือลูกชายของเขาเอง ตอนนี้ข้าเห็นเจ้ามีความเป็นอยู่ที่ดี ข้าก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า จริง ๆ แล้วไม่มีผู้ชายอยู่ด้วยก็สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หรือข้าจะบ้าไปแล้ว”


    “ท่านอาจจะบ้าไปแล้ว”


    หนิงเยี่ยนพยักหน้า


    “….”


    เฉียนชื่อที่กำลังระบายความในใจจึงไม่ได้พูดความปรารถนาของเธอต่อ ทอดดวงตาที่เศร้าสลดมองไปยังหนิงเยี่ยน ราวกับจะพูดออกมาว่าตนเองนั้นน่าสงสารขนาดนี้แล้ว ทำไมหนิงเยี่ยนจึงยังไม่ปลอบใจเธออีก


    “ชีวิตของเรา เราใช้มันเอง ท่านก็รู้แล้วว่าถ้าออกจากผู้ชายคนนั้นบางทีชีวิตอาจจะดีขึ้น ท่านยังเกาะเขาไว้ทำไม ไม่ละอายใจหรือ?”


    หนิงเยี่ยนพูดแล้วก็เดินเข้าครัวไป


    หนิงเยี่ยนรู้ว่าเฉียนชื่อเพียงแค่อยากระบาย เฉียนชื่อที่อ่อนแอแบบนี้ ถ้าหากไม่ถูกผู้ชายทำให้เสียใจจนถึงที่สุดคงไม่เลือกว่าจะแยกตัวออกมา ท้ายที่สุดแล้วยุคสมัยนี้ก็ไม่ได้ยุติธรรมกับผู้หญิง


    เฉียนชื่อนั่งลงอย่างเลื่อนลอยบนเก้าอี้พับ


    จนบนเตียงมีเสียงครวญครางดังออกมา เฉียนชื่อจึงลุกขึ้นอย่างตระหนก มองไปที่ร่างกายของอู๋เป่าฉือ ดวงตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดง


    “ฟื้นแล้วเหรอ ยังเจ็บหัวไหม?”


    เฉียนชื่อเม้มปาก ใบหน้าที่ทุกข์ระทมยกยิ้มขึ้นมาอย่างยากลำบาก


    “เจ็บ... แม่ข้าอยากกินไข่ไก่จัง”


    “เจ้ารอแม่แป๊บนึง แม่จะทำไข่ต้มน้ำตาลให้เจ้า”


    เฉียนชื่อพูดจบก็รีบวิ่งออกไป เธอมาหยุดอยู่ที่หน้าครัว มองไปยังหนิงเยี่ยนที่กำลังยุ่งแล้วเลียริมฝีปากแห้ง ๆ ของตนเองก่อนเอ่ยขึ้นว่า


    “น้องหนิง ข้าของยืมไข่สักใบได้ไหม? ขะ..ข้าจะเอามาคืน”


    “ลูกกำลังบาดเจ็บ ควรได้กินอาหารดี ๆ บำรุง ท่านไปเฝ้าเป่าฉือเถอะ ข้าต้มให้เอง”


    “งั้น..จะทำแบบนั้นได้ยังไง ข้า.....”


    “เป่าฉือเป็นเพื่อนของโหย่วหยู”


    ได้ฟังคำของหนิงเยี่ยน เฉียนชื่อเกือบน้ำตาแตก บอกไม่ถูกว่าละอายใจหรือตำหนิตัวเอง เธอจับแขนเสื้อของตัวเองแล้วจึงเดินกลับไปในห้อง


    เมื่อหยุดอยู่ที่หน้าห้อง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากข้างใน มองไปยังเด็กทั้งสองคนที่หัวเราะกันอย่างสดใส ทำให้เฉียนชื่อตกอยู่ในภวังค์ นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เธอไม่ได้เห็นลูกชายหัวเราะแบบนี้


    หลังจากสามีกลับมา ก็เลือกแต่ของดี ๆ ให้ลูกชาย ทำให้ลูกชายมีความสุขมาก หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไป ไปทำตามหลักที่เขาว่าอยากให้ลูกดีก็ต้องตี ถ้าเบา ๆ หน่อยก็เพียงแค่ส่งสายตาเย็นชาให้ลูก แต่ถ้าวันไหนหนักหน่อยก็ลงไม้ลงมือ


    ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ล่ะ?


    ช่วงแรกเหมยบอกว่าเป่าฉือขโมยไข่ตุ๋นของเธอ แถมยังเกลียดที่เป่าฉือกินเยอะ หลังจากนั้น....เฉียนชื่อกลัวจนขนลุก อาของเป่าฉือเปลี่ยนไปเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหนกัน?


    “เฉียนชื่อกลับบ้านไปกับข้าเดี๋ยวนี้”


    เสียงของอู๋หวยซานดังเอะอะมาจากด้านนอก เฉียนชื่อได้ยินจึงตัวสั่นเทา


    มองออกไปที่ประตูใหญ่ อู๋หวยซานกำลังเดินเข้ามาอย่างโหดร้ายน่ากลัว ด้านหลังของอู๋หวยซานยังมีผู้ชายในหมู่บ้านตามมาด้วยอีก 2-3 คน


    อู๋เหมยเดินตามขนาบข้างอู๋หวยซานมาด้วย เธอสวมกระโปรงสีแดง เสื้อกั๊กสีเขียว เหมือนไม่รู้ว่าสีแดงกับเขียวมันไม่เข้ากัน ราวกับตัวเองเป็นสาวน้อยน่ารัก เธอมองไปยังเฉียนชื่อ เสียงใส ๆ ดังออกมาจากปาก


    “พี่สะใภ้ ท่านทะเลาะกับพี่ชายข้าแต่ไม่มีสิทธิ์หนีออกมาแบบนี้ โชคดีที่บ้านของพี่หนิงไม่มีผู้ชาย ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดเรื่อง”


    “โอโห บ้านข้าไม่มีผู้ชายแล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้า สาวน้อยที่ยังไม่แต่งงาน ทั้งวี่ทั้งวันมีแต่ผู้ชาย ในหัวมีแต่เรื่องผู้ชาย”


    หนิงเยี่ยนเดินออกมาจากครัว ในมือก็ถือไข่ต้มน้ำตาลออกมาด้วย


    เดิมทีหนิงเยี่ยนไม่ได้จะมายุ่งเรื่องของครอบครัวคนอื่นหรอกนะ อย่างมากสุดก็ให้ที่พักพิง ต้มไข่ต้มน้ำตาลให้สักถ้วย แต่เห็นท่าทางของอู๋เหมย ดูท่าแล้วคงอยากจะดึงเธอไปร่วมด้วย


    ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว งั้นมาลองกันสักตั้ง


    เมื่อได้ยินหนิงเยี่ยนว่า อู๋เหมยจึงรีบเถียงขึ้นมา


    “ท่าน..ท่านอย่ามาเหลวไหล นี่ท่านคิดว่าคนอื่นเป็นเหมือนท่านหมดหรือไง ไม่รู้อะไรควรไม่ควร ยังไม่แต่งก็ท้องแล้ว คนแบบท่านนี่ไม่ละอายใจที่จะอยู่หรือไง”


    เสียงทะเลาะกันด้านนอกดังสนั่น หน้าต่างห้องของลู่หานจางก็เปิดอยู่ คำพูดของอู๋เหมยดังเข้าหูของลู่หานจางทั้งหมด


    ‘ตึก’


    ปากกาที่จับในมือตกลงบนพื้น ลู่หานจางมองปากกาบนพื้น แล้วนิ่งไป


    .................

    คล้ายกับเรื่องยอดมารดาหัวใจทระนง ที่คุณอ่าน