ชายชุดดำได้ทำการฝึกฝนร่างกายให้กับซือไห่ แม้พละกำลังแต่กำเนิดของเด็กน้อยจะดีเยี่ยม แต่การฝึกฝนที่แล้วมามันมั่วไปหมด ทำให้พละกำลังที่มีไม่สามารถนำออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
ชายชุดดำมองเห็นข้อเสียของเด็กน้อยได้อย่างรวดเร็วเพียงมองแว๊บเดียวเท่านั้น
1 เดือนต่อมา…
“เธอมีร่างกายที่ยอดเยี่ยมแต่กำเนิด ตอนนี้ได้รับการฝึกฝน ร่างกายและพละกำลังก็จะยิ่งทวีความยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก แต่อย่าคิดว่าฉันคนนี้จะอ่อนข้อให้ การฝึกที่แท้จริงมันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น”
“ขอบคุณ คุณลุงที่คอยสอนสั่ง!”
“ดี!”
“เ้าลงมานั่งข้างๆฉันแล้วตั้งใจฟังให้ดี”
“ครับ”
เสี่ยวซินโดดลงมาหินก้อนใหญ่ พร้อมด้วยถังน้ำเต็มถัง ตลอดเวลากว่าหนึ่งเดือนมานี้ ถังน้ำสองใบที่มีน้ำอยู่ภายในไม่เป็ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป
“สิ่งที่ข้าจะสอนให้เธอมันถูกเรียกว่า (เพลงมวยโบราณ) มันเป็ศิลปะการต่อสู้ประชิดตัว ในครั้งอดีตนั้นผู้คนยกย่องว่าเป็หมัดมวยที่ยอดเยี่ยมที่สุด"
“เอาหล่ะดูให้ดีหล่ะ”
ชายชุดดำะโขึ้นไปยืนบนก้อนหินก้อนนั้น ก่อนจะเริ่มร่ายรำเพลงมวยโบราณ การออกหมัด เท้า เข่า ศอก ดุดันรุนแรง บางครั้งเชื่องช้า บางครั้งรวดเร็ว ซินไห่มองดูด้วยความยำเกร็ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วทำตาม แต่ว่ากระบวนท่าเพลงมวยโบราณ ย่อมไม่ง่ายที่จะฝึกฝนได้ในวันสองวัน ท่าทางของเด็กน้อยจึงเงอะงะไม่น่ามองนัก
2 เดือนต่อมา…
“ขาทั้งสองข้างแยกออกเล็กน้อย หมัดต้องตรง กำหมัดหลวมๆไม่ควรแน่นเกินไป เธอต้องผ่อนคลายขณะที่ออกหมัด เท้า เข่า ศอก ที่สำคัญเธอต้องส่งแรงมาจากสะโพก เข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ”
“ดี ทำต่อไป!”
3 เดือนต่อมา…
“พื้นฐานเพลงมวยโบราณของเธอถือว่าอยู่ในขั้นพื้นฐานแล้ว ต่อจากนี้จะเป็การฝึกฝนประสาทการรับรู้และสายตาที่เฉียบคม ตามฉันมา!”
“ครับ”
ใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไป มันเป็ร่มเงาขนาดใหญ่ มีเชือกห้อยลงมาหลายสิบเส้น มีแตงโมห้อยโหนไปมา
ไม่ทราบว่าชายชุดดำได้ทำสิ่งใด มันเกิดกระแสลมขึ้น ทำให้แตงโมเ่าั้เริ่มแกว่งไปมา แม้พวกมันจะแกว่งไปมา แต่แตงโมเ่าั้กลับไม่ชนกันเองอย่างน่าประหลาด
“ต่อไป ตาของเธอแล้ว ไปให้ถึงฝั่งตรงข้ามโดยห้ามแตะหรือถูกลูกแตงโมเด็ดขาด”
5 นาทีต่อมา
“คุณลุง ผมคิดว่ามันเป็ไปไม่ได้ที่ผมจะทำสำเร็จ พวกมันมีมากเกินไป”
“มากเกินไป ฉันว่ามันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เร็วเข้า อย่าบ่น”
“ครับ!”
“อย่ามัวแต่มอง ทำใจให้สงบ แล้วดูความเป็ไปของพวกมัน”
“ใช่แล้ว เราเอาแต่มองจนลืมสิ่งนี้ไป พวกมันเหวี่ยงไปมาเป็เส้นตรง การเคลื่อนที่ผ่านพวกมันไปแท้จริงไม่ได้ยากเลย เพียงแค่ต้องมองให้ออก แบบนี้ยังไงหล่ะ!” เด็กน้อยครุ่นคิด
“โอ๊ยย!”
“ยังผ่านไปไม่ได้อีกหรอเนี่ย! ยากกว่าที่คิดอีกนะ แม้จะหลบแตงโมที่เหวี่ยงมาจากด้านหน้าได้ แต่จากด้านหลัง ไม่ว่าจะหลบยังไงก็หลบได้ไม่พ้น”
“เห้อ เด็กน้อยก็ยังเป็เด็กน้อยอยู่ดี!” ชายชุดคลุมบ่นเล็กน้อย
“เธอจำเป็ต้องเล่นตามเกมรึยังไง?”
“ปิ๊งป่อง…ใช่แล้ว ในเมื่อไม่สามารถหลบได้ถ้างั้นขอลองดูอีกทีแล้วกัน"
“ย๊าาาา!”
“เย้…คุณลุงในที่สุดผมก็ทำสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ ฮ่าฮ่า…ผมนี่อัจฉริยะโครตๆ"
“มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนี้ฉันจะเพิ่มจำนวนอีกวันละ10ลูก เมื่อเธอสามารถฝ่าระยะทาง20ม. ด้วยแตงโม100ลูกได้สำเร็จ ฉันจะถือว่าเธอผ่านบททดสอบ"
“หา…แค่นี้ก็มากแล้วนะ"
“อย่าเอาแต่บ่น กลับไปพักผ่อนซะ แล้วเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการฝึกวันพรุ่งนี้"
“ครับ!”
่เย็นก่อนวันสอบวัดผลจบภาคเรียนที่1
“คุณลุง วันนี้ท่านจะสอนอะไรให้ผม!” ซือไห่กล่าวถามด้วยสีหน้าคาดหวัง ดวงตาเปล่งประกาย
“ไม่มีอีกแล้ว! ั้แ่นี้ต่อไปเธอต้องฝึกฝนด้วยตนเอง”
“คุณลุง ท่านหมายความท่านจะไปจากที่นี่แล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่… นี่คือเงิน 1000เหรียญทองตามที่สัญญาไว้ เธอก็เอาไปใช้อย่างที่ควรซะหล่ะ!”
“ครับคุณลุง ไม่สิ ท่านอาจารย์”
ชายชุดคลุมยกมือขึ้นห้ามก่อนจะพูดต่อว่า
“ฉันไม่อนุญาตให้เธอเรียกฉันว่าอาจารย์ อีกอย่างสิ่งที่ฉันสอนไปเป็แค่เพลงมวยพื้นฐานเท่านั้น จะใช้ได้ดีหรือไม่นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง”
“ท่านอาจารย์ หือๆ…”
“หืม! เธอจะร้องไห้ทำไม”
“ั้แ่ผมเกิดมา นอกจากแม่ หลวงปู่ และครูเหลียง ก็มีแต่คุณลุงที่ดีกับผมที่สุด ผมไม่อยากให้ท่านไปไหน!”
“เฮ้อ…เด็กน้อยเอ๋ย ฉันมาที่นี่ก็เพราะมีธุระสำคัญเท่านั้น การที่เราได้พบกันถือเป็วาสนา ถ้าเธออยากเจอฉันหล่ะก็ วันข้างหน้ามาหาฉันได้ที่แขต1 ”
“อีกหนึ่งอย่างคือ ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าเรียนเพลงมวยโบราณจากฉันเข้าใจไหม!” หลังจากชายชุดคลุมกล่าวจบ มันไม่รีรอคำตอบจากเด็กน้อย ร่างพลันอันตรธานหายไปราวกับหมอกควัน
“เขต1 มันเป็ที่แบบไหนกันนะ?… ไว้เราโตเมื่อไหร่ค่อยไปดูให้เห็นกับตาซะก็หมดเื่ เอาหล่ะซ้อมต่อดีกว่า! ครูเหลียงกำชับมาว่าต้องฝึกซ้อมเพื่อการสอบวัดผลวันพรุ่งนี้…"
หลังจากการสอบวัดผล
“เฮ้… ซือไห่ ฉันไม่คิดเลยว่าคนยอดเยี่ยมแบบนาย แท้จริงแล้วก็เป็ไอ้พวกไร้น้ำยา ฮ่าฮ่า!”
“อะไรนะ! ปาเท่อ ถ้านายอยากรู้ว่าฉันคนนี้มีหรือไม่มีน้ำยา ก็ลองเข้ามาสิ ฉันจะอัดนายให้เละเลย”
“หน่อยแก! นายก็มีดีแค่ร่างกายเท่านั้นแหล่ะ รอก่อนเถอะ เมื่อไหร่ที่พลังของฉันตื่นขึ้นมา ดูสิว่าแกจะแน่สักแค่ไหน หึ!”
“ชิ มาทำปากดี ที่แท้ก็แค่พวกไก่อ่อน!”
“เฮ้ๆ พอแล้วน่าปาเท่อ อย่าไปยุ่งกับคนไร้ค่าอย่างมันเลย นายก็รู้นี่ว่าอนาคตมันก็เป็ได้แค่พวกรรมกรใช้แรงงานเท่านั้น ฮ่าฮ่า”
“เฮ่อ…ฉันหล่ะเบื่อจริงๆ มีแต่พวกเก่งแต่ปาก!”
“เก่งแต่ปากอย่างนั้นหรอ? คอยดูเถอะฉันจะให้พี่ชายไปกระทืบแก ฉันรับรองได้ว่าแม้แต่แม่ที่ป่วยใกล้ตาย จะต้องจำหน้าของแกไม่ได้แน่นอน ฮ่าฮ่า!”
“สงสัยพวกนายคงไม่เข็ดหลาบงั้นสินะ งั้นวันนี้ฉันจะทบทวนความเ็ปให้พวกนายจำได้เอง!”
ตุบ ตับ โอ๊ะ โอ๊ย! แม่จ๋าช่วยด้วยยยย!
ณ ห้องพักครู
“เสี่ยวซือ ครูบอกเธอกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปรังแกพวกเขา เธอไม่เห็นรึไงว่าหน้าพวกเขาบวมไปหมดแล้ว ถ้าพ่อแม่ของพวกเขามาเอาเื่กับเธอ ครูก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอกนะ!”
“ครับ ต่อไปผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ!” ซือไห่ตอบด้วยสีหน้าสำนึกผิด แต่ก็อดขำเล็กน้อยไม่ได้
ระหว่างทางกลับบ้าน…
"เสี่ยวซิน วันนี้นายทำได้ดีมาก เ้าพวกนั้นเอาแต่แกล้งฉัน ฉันสะใจจริงๆตอนที่เห็นหน้าของพวกมันบวมเป่งเหมือนไข่นก ฮ่าฮ่า!”
“เปาเปา ลมที่ไหนพัดนายมาหาฉันกัน !”
“อย่าพูดอย่างนี้สิเพื่อน วันนี้นายทำให้ฉันสะใจสุดๆ นายอยากกินอะไรหล่ะ ฉันจะเลี้ยงเอง”
“นายจะเลี้ยงฉัน นายมีเงินหรือไง ฉันกินเยอะมากนะจะบอกให้!”
“อะไร?…นายไม่รู้ว่าพ่อของฉันมีบริษัทขายเนื้อ เนื้อหมู ไก่ และวัว ที่บ้านฉันส่งออกไปขายหลายเขตเลยนะ นี่นายเคยสนใจเื่ของคนอื่นบ้างไหมเนี่ย!”
“ขอโทษด้วยแล้วกัน ที่ฉันไม่เคยสนใจเื่ของนาย!”
“เอาหล่ะ ฉันยกโทษให้นาย! เอางี้…ฉันรู้จักร้านดังแถวนี้ นายอยากกินอะไรจัดมาเลยฉันเป็เ้ามือให้เอง!”
“ก็ได้ อย่ามาร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน!”
1 ชั่วโมงต่อมา…
“นี่นายเป็ช้างรึไง กินเข้าไปได้ยังไงตั้งขนาดนั้น เอาซะเงินในกระเป๋าของฉันแฟบเลย!”
“ฮ่าฮ่า ฉันเตือนนายแล้วนี่!”
ขณะที่ทั้งสองเดินเพลินๆอยู่นั้นเอง
“ว้าย…หนีเร็ว”
“เปาเปา เร็วเข้ามาทางนี้ ไม่สิ…นายรีบไปหาที่หลบเร็วเข้า เดี๋ยวฉันมา!”
“เสี่ยวซือ นายจะไปไหน มันอันตรายนะ!”
“ฉันจะไปหาแม่ฉันก่อน เธออาจตกอยู่ในอันตราย นายรีบไปหาที่ซ่อนซะเร็วเข้า” ซือไห่พูดพบก็รีบจ้ำอ้าวด้วยแรงทั้งหมดที่มี
..........