EP2
"เฮ้ย ไอ้เอก เื่ที่มึงจะไปเก็บตัวซ้อมวาดภาพที่อาคารศิลปะหลังเก่าน่ะ เป็ความจริงเหรอว๊ะ ?" ไอ้โย่งผู้เป็เพื่อนร่วมชั้น ม.3 แต่เรียนอยู่คนล่ะห้องกับผมถามขึ้นด้วยสีหน้าแปลกๆ หลังจากที่เราเพิ่งจะกินข้าวกลางวันเสร็จและกำลังเดินเข้าไปในเรือนเกษตรของโรงเรียนโดยที่ในมือของเราสองคนต่างก็หิ้วน้ำอัดลมเข้าไปคนล่ะถุง
"จริงว่ะเพื่อน กูกำลังเบื่อการเรียนสุดๆ พออาจารย์ดรุณีมาชวน กูงี้รีบรับปากเลย สองคาบสุดท้ายของวันพุธกับวันศุกร์กูไม่ต้องเข้าเรียน อาจารย์ดรุณีให้กูตรงดิ่งไปที่อาคารศิลปะหลังเก่านั่นเลยนะ" ผมตอบเ้าโย่งอย่างยิ้มๆแล้วก็หันไปดูดน้ำอัดลมอย่างสบายอารมณ์
แต่วันนี้ดูเหมือนเ้าโย่งมันจะไม่ค่อยมีอารมณ์ดูดน้ำอัดลมแข่งกับผมซะเลย มันทำท่าจะดูดแล้วก็กลับส่ายหัวมองหน้าผมพร้อมกับขมวดหัวคิ้วเข้าหากัน
"ถามจริง มึงเองก็เคยได้ยินไม่ใช่เหรอว๊ะ ว่าที่อาคารศิลปะหลังเก่าที่โรงเรียนตั้งท่าจะรื้อตั้งหลายทีแล้วน่ะ มันมีอะไรแปลกๆอยู่น่ะ ?"
พอเ้าโย่งเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา ผมเองก็เกือบจะสำลักน้ำอัดลมที่กำลังดูดไปทันที
"ไอ้เพื่อนเวร..." ผมมองหน้ามันแล้วส่ายหัวยิ้มๆ "กูว่ากูกับมึงเหมือนจะเคยคุยเื่นี้กันแล้วนะ ว่ามันเหลวไหลทั้งเพ ไอ้เื่ข่าวลือแปลกๆว่ามีนั่นมีนี่ในอาคารศิลปะนั่นน่ะ มันเป็เื่ที่เด็กนักเรียนรุ่นก่อนๆได้เล่าหลอกเด็กรุ่นหลังๆเรื่อยมาจนหลายรุ่นแล้ว"
"เออๆ" ไอ้โย่งพยักหน้า "กูกับมึงเคยคุยเื่นี้กันตอน ม.2 กูน่ะจำได้ดีเลย ตอนนั้นน่ะ กูกับมึงก็แอบหัวเราะคิกๆกันบ่อยๆ ที่พวกเด็กคนอื่นๆในโรงเรียนมักจะคุยซุบซิบกันเื่... เื่ผีที่... ที่อยู่ที่นั่นน่ะ" ไอ้โย่งถึงกับลดเสียงพูดลงไปในประโยคหลังจนเบาหวิว
แล้วผมก็ตบไหล่ไอ้โย่งอย่างเร็วจนดังป้าบและก็ทำให้มันถึงกับสะดุ้งโหยงอย่างทันที
"ไอ้โย่งเอ๊ย... ผ่านมาไม่ถึงปีดี แล้วนี่อะไรทำให้มึงเปลี่ยนเป็คนขี้กลัวขี้ผวากับเื่เล่าที่ไอ้พวกนั้นมันช่วยกันอุปโลกน์ขึ้นมาวะ ?"
ไอ้โย่งกระทืบเท้าลงกับพื้นทีนึงแถมเหวี่ยงถุงน้ำอัดลมที่ดูดได้นิดเดียวไปที่ริมผนังเรือนเกษตรดังโครม !
"ไอ้เอก ! ทำไมมึงไม่ลองคิดดูบ้าง ว่าทำไมทางโรงเรียนถึงไม่กล้ารื้ออาคารศิลปะหลังเก่านั่นสักที ทั้งๆที่เขามีแปลนที่จะรื้อมาตั้งปีแล้ว นั่นน่ะมันน่าจะหมายความว่า พวกเขาน่าจะกลัวอาถรรพ์อะไรบางอย่างที่อาจจะทำให้พวกเขามีอันเป็ไปก็ได้นะ !"
ผมท้าวสะเอวฟังมันพูดอย่างตั้งใจ แต่มันก็หยุดไว้แค่นี้แถมยังมีอาการผวาแปลกๆ มันเหลียวซ้ายแลขวาและชะเง้อไปในทิศที่เป็ที่ตั้งของอาคารศิลปะหลังเก่าด้วยสีหน้าหวาดๆราวกับว่ามันไม่ควรจะพูดเื่เมื่อกี้เลย
"มึงดูจะกลัวซะจริงๆ..." ผมเปรยขึ้นลอยๆ "ไหนมึงบอกกูหน่อยซิ ว่าอะไรทำให้มึงเปลี่ยนไปอย่างนี้ หรือว่า... มึงได้ไปมีประสบการณ์ร่วมอะไรกับเขาด้วย ?"
"มึงพูดถูกแล้ว !" ไอ้โย่งบอกมาทันที "ตอน ม.1 ม.2 มึงกับกูยังเรียนห้องเดียวกัน แต่พอ ม.3 กูย้ายไปอยู่อีกห้องนึง ทำให้เราสองคนไม่ค่อยได้มีเวลาคลุกคลีกันเหมือนแต่ก่อน กูก็เลยต้องไปคลุกคลีกับไอ้ 'สามหน่อขอแสบ' ที่เรียนอยู่ในห้องเดียวกัน มึงรู้ไหม ว่าเมื่อไม่นานมานี้กูกำลังจะกลายเป็หนึ่งในสมาชิกของพวกมัน และกำลังจะเปลี่ยนชื่อของพวกเราให้เป็ 'สี่หน่อขอแสบ' อยู่แล้ว ถ้าไม่เพราะพวกมันทั้งสามได้ไปลองดีที่ในอาคารศิลปะนั่นจน... จนไอ้หนานกับไอ้นุ้ยถึงกับจับไข้ผมร่วงไปพร้อมๆกัน !"
"ห๊า ... !" ผมอดจะอุทานและตื่นตะลึงไม่ได้ "พวกมันไปทำอะไรกันที่นั่นรึ กูก็เห็นทั้งอาจารย์ทั้งนักเรียนเข้าๆออกๆกันอยู่เรื่อยๆนี่หว่า มันยังไงกันว๊ะ ?"
ไอ้โย่งส่ายหัวไปมาอย่างเร็ว "พวกนั้นไม่ได้เข้าไปในเวลาต้องห้ามน่ะสิ แต่พวกมันสามคนน่ะ เจตนาเข้าไปในเวลาต้องห้ามเลยล่ะไอ้เอก !"
"ห๊า .... !!" เสียงอุทานของผมดังกว่าครั้งแรก แม้ไม่ค่อยเชื่อเื่เล่าหลอนๆนั่น แต่เวลาต้องห้ามอย่างที่พวกคนในโรงเรียนรู้ๆกันก็คือ
เวลา 18.00 น. หรือเวลาหกโมงเย็นนั่นเอง !
โดยปกติ เวลาหกโมงเย็น คือเวลาที่จะไม่มีใครกล้าอยู่ในอาคารศิลปะหลังเก่าแม้สักคนเดียว เพราะความอาถรรพ์ที่เกิดขึ้นในอาคารนั้น มักจะเกิดขึ้นในเวลานี้นี่เอง...!
*โปรดติดตามในบทต่อไป*