ตอนที่2.ความคิดถึง
แสงแดดอ่อนๆ ทะลุผ่านช่องว่างของผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท ภูมิขยับตัว ควานหาัันุ่มนวลและไออุ่นที่กอดรัดเขามาทั้งคืน แต่กลับพบเพียงผ้าปูเตียงที่ยับยู่ยี่และที่ว่างเปล่า เขาขมวดคิ้ว ลืมตาขึ้นอย่างเต็มตาก่อนจะยันตัวลุกนั่ง กวาดสายตาไปรอบห้องนอนโทนสีเทาดำที่ดูเป็ระเบียบเรียบร้อยจนเกินกว่าจะเป็ห้องของผู้หญิง สายตาของเขาสะดุดเข้ากับกระดาษโพสต์อิทสีเหลืองแผ่นเล็กที่แปะเด่นหราอยู่บนหัวเตียง
ลายมือตวัดๆ แต่อ่านง่ายเขียนข้อความไว้สั้นๆ
‘แค่ One Night Stand ขอให้จบแค่เมื่อคืน และอย่ามาที่นี่อีก’
มุมปากของนักธุรกิจหนุ่มกระตุกขึ้นเป็รอยยิ้มหยัน เขาถูกฟันแล้วทิ้ง แถมยังโดนออกคำสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่างหาก ปกติเขาเป็ฝ่ายคุมเกมมาตลอด แต่นี่กลับถูกผู้หญิงที่เจอกันแค่คืนเดียวตัดจบเอาดื้อๆ ััเร่าร้อน รสจูบที่ตอบสนองอย่างไม่ลดละ และเสียงครางกระเส่าของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ภูมิขยำกระดาษแผ่นนั้นทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาไม่ใช่คนที่จะมานั่งอาลัยอาวรณ์กับความสัมพันธ์ข้ามคืนอยู่แล้ว
ตัดภาพมาที่ฟิตเนสใกล้โรงพยาบาล รัตน์ในชุดสปอร์ตบราและเลกกิ้งรัดรูปกำลังวิ่งบนลู่ด้วยความเร็วสูง เหงื่อเม็ดโตกราวลงมาตามกรอบหน้าและแผ่นหลัง เธอสับขาอย่างหนักหน่วง ราวกับ้าใช้การออกกำลังกายขับไล่ฤทธิ์แอลกอฮอล์และความทรงจำบ้าๆ เมื่อคืนออกไปให้หมดจด
ภาพการร่วมเตียงเมื่อคืนยังเข้ามาในหัวรัตน์
‘บ้าจริง ต้องเลิกคิดถึงเื่เมื่อคืนได้แล้ว’
รัตน์สบถในใจ เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองขยุ้มคอเสื้อผู้ชายแปลกหน้า และปล่อยให้เขาซุกไซ้ั้แ่หน้าประตูยันเตียงนอน
หลังวิ่งเสร็จจนเหนื่อยหอบ รัตน์ตรงไปอาบน้ำที่ห้องพักแพทย์ในโรงพยาบาล ปล่อยให้น้ำเย็นจัดชะล้างความเหนื่อยล้า เธอเช็ดตัว สวมชุดสครับสีเขียวเข้ม ทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา รวบผมหางม้าอย่างทะมัดทะแมง รัตน์สูดหายใจลึก ก้าวเข้าสู่การทำงานในรอบเวรเช้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเด็ดขาด ทิ้งความเร่าร้อนเมื่อคืนไว้เื้ั ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
ด้านภูมิ เขาจัดการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดเดิม เดินลงมาที่หน้าล็อบบี้คอนโดของรัตน์ รถอัลพาร์ดสีดำคันคุ้นเคยจอดติดเครื่องรออยู่แล้ว ทันทีที่เขาก้าวขึ้นรถและประตูปิดลง เลขาส่วนตัวที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็หันมารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“บอสครับ ท่านประธานเรียกพบด่วนตอนเก้าโมงตรงครับ”
ภูมิพิงศีรษะกับเบาะ นวดขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ ภาพความน่าหงุดหงิดเมื่อวานย้อนกลับมาฉายซ้ำในการประชุมบอร์ดบริหาร โปรเจกต์คอนโดมิเนียมเมกะโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านที่เขาซุ่มทำมาหลายเดือน ถูกบรรดากรรมการบอร์ดตั้งคำถามอย่างหนักถึงความคุ้มค่าและความเสี่ยง และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ ‘ทรงยศ’ ประธานบริษัท—พ่อแท้ๆ ของเขา—เป็คนเคาะโต๊ะปัดตกโครงการนี้หน้าตาเฉย ความเครียดและความกดดันมหาศาลคือสาเหตุที่ทำให้เขาไปนั่งดื่มที่ผับ จนกระทั่งได้สบตากับผู้หญิงคนนั้น
เมื่อถึงบริษัท ภูมิแวะอาบน้ำเปลี่ยนเป็ชุดสูทสีกรมท่าสุดเนี้ยบที่ห้องพักส่วนตัวในออฟฟิศ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริษัท
“โครงการของแก... แกไม่ต้องทำให้ฉันเชื่อ แต่แกต้องทำให้บอร์ดเชื่อ!”
ทรงยศเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากเอกสาร
“แกรีบร้อนเกินไปภูมิ! ที่ดินยังกว้านซื้อไม่ครบ ก็รีบเอามานำเสนอหน้าสลอน ถ้าบอร์ดอนุมัติให้เริ่มก่อสร้าง แล้วไอ้ที่ดินตรงกลางเกิดไม่ยอมขายขึ้นมา หรือฉวยโอกาสโก่งราคาเป็สิบเท่า งบจะบานปลายแค่ไหน แกคิดเผื่อไว้หรือยัง!”
ภูมิยืนนิ่งรับฟังอย่างจำยอม เหตุผลของพ่อถูกต้องทุกอย่าง เขาประเมินความเสี่ยงต่ำไป สรุปภารกิจแก้ไขสถานการณ์คือ เขาต้องไปจัดการเจรจากว้านซื้อที่ดินที่เหลืออีก 3 แปลงให้จบก่อนจะนำเสนอโปรเจกต์นี้เข้าที่ประชุมบอร์ดอีกครั้งในเดือนหน้า แปลงอื่นไม่น่ามีปัญหาเพราะพูดคุยกันไว้บ้างแล้ว แต่ปัญหาใหญ่คือ ‘แปลงสุดท้าย’
มันคือที่ดินขนาดหนึ่งไร่ครึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางของโครงการพอดิบพอดี เ้าของคือ ‘ตาชื่น’ ชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าที่ไม่ยอมขายที่ดินเด็ดขาด ไม่ว่าจะเสนอเงินให้กี่สิบล้านก็ตาม ภูมิเคยส่งคนไปเจรจาหลายรอบ แต่ก็โดนไล่ตะเพิดกลับมาทุกครั้ง
่บ่าย ภูมิลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เขาเดินทางไปที่บ้านของตาชื่นพร้อมกระเช้าผลไม้ บ้านไม้หลังเก่าคร่ำคร่าร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ตัดกับตึกสูงระฟ้าที่รายล้อม ภูมิพยายามใช้วาทศิลป์เจรจาหว่านล้อม เสนอตัวเลขที่สูงลิ่วจนสามารถไปซื้อคฤหาสน์หรูอยู่ได้อย่างสบายๆ แต่คำตอบที่ได้รับก็ยังคงเดิม
“ให้ร้อยล้านพันล้าน ข้าก็ไม่ขาย!”
ตาชื่นตวาดเสียงกร้าว
“บ้านหลังนี้ข้าสร้างมากับมือ เป็เรือนหอของข้ากับยายแม้น ใต้ต้นจามจุรีนั่นก็เป็ที่ฝังกระดูกของเมียข้า ข้าลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะอยู่เฝ้ายายแม้น และจะตายที่นี่!”
การเจรจาล้มเหลวไม่เป็ท่า ภูมิกลับมาขึ้นรถด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาไม่เข้าใจตรรกะของชายชรา การยึดติดกับอดีตจนยอมทิ้งเงินมหาศาลเป็เื่ที่นักธุรกิจอย่างเขามองว่าไร้สาระ
เวลาล่วงเลยจนถึงค่ำ ภูมิสั่งให้คนขับรถไปส่งที่ผับเดิม ความเครียดจากงานผสมปนเปกับความปรารถนาลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ เขาเดินเข้าไปในร้าน กวาดสายตามองหาผู้หญิงหน้าหมวย รูปร่างปราดเปรียวคนนั้น แต่ไม่ว่าจะมองหามุมไหนก็ไร้เงาของเธอ ภูมิสั่งวิสกี้มาดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า หวังจะให้แอลกอฮอล์ช่วยดับความรุ่มร้อนในใจ แต่มันกลับยิ่งกระพือให้ภาพของเธอชัดเจนขึ้น
ผิวเนียนละเอียดที่ชื้นเหงื่อ ริมฝีปากที่เผยอครางเรียกชื่อเขาตอนที่เขาขยับตัวเข้าหาอย่างหนักหน่วง...
ภูมิกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดแก้ว ก่อนจะกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ เขาลุกขึ้นยืน เซเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปมากเกินปกติ คืนนี้เขาคงต้องกลับไปนอนกอดความว่างเปล่าอีกครั้ง พร้อมกับคำถามที่ค้างคาใจ... ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครกันแน่