น้องเมีย..ที่รัก (เรื่องเสียวสำหรับคนรักน้องเมีย)

    น้องมายด์ 9: อนาคตที่แสนหวาน


    แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวสะอาดตา ทาบทับลงบนเตียงนอนคิงไซส์หลังใหญ่กลางห้องนอนหรูของคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพมหานคร ทัศนียภาพภายนอกกระจกใสบานใหญ่สูงจรดเพดานเผยให้เห็นตึกระฟ้าตั้งตระหง่านและแนวรางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ทอดยาวราวกับเส้นเลือดใหญ่ของเมืองหลวง ทว่าความรีบเร่งวุ่นวายของโลกภายนอกกลับไม่อาจกล้ำกรายเข้ามาทำลายความเงียบสงบอันแสนหวานภายในห้องนอนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

    บนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนผ้าฝ้ายอียิปต์เนื้อเนียนละเอียด มายด์ค่อยๆ ปรือตากลมโตขึ้นมารับวันใหม่ แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสสายตา สิ่งแรกที่ประสาทสัมผัสรับรู้ไม่ใช่ความอบอุ่นจากแสงแดด หากแต่เป็นอ้อมกอดอันแข็งแกร่งแสนคุ้นเคยที่โอบรัดร่างบางของเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง แผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับแผงอกกว้างอุดมด้วยมัดกล้ามเนื้อของเบส ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งเสาหลักและโลกทั้งใบของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดอยู่ตรงซอกคอขาวเนียนอย่างสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเขายังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา

    เมื่อมายด์ทอดสายตาไปทางด้านหน้า เธอก็สบประสานเข้ากับใบหน้าสวยหวานของเมย์ พี่สาวแท้ๆ ที่นอนอยู่เคียงข้างกัน ศีรษะเล็กของเธอนอนหนุนอยู่บนต้นแขนเรียวเสลาของอีกฝ่าย เมย์หลับตาพริ้ม ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อเผยอรอยยิ้มน้อยๆ ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความฝันที่แสนทวีสุข มือบางของพี่สาววางพาดอยู่บนเอวคอดกิ่วของมายด์ ซ้อนทับลงบนมือใหญ่ของเบสที่โอบประคองเธอเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง อ้อมกอดของคนทั้งสองประหนึ่งเกราะกำบังแสนอบอุ่นและแน่นหนาที่สุดในโลกที่จะไม่มีสิ่งใดทำร้ายเธอได้อีก

    มายด์นอนนิ่ง ปล่อยให้หัวใจดวงน้อยซึมซับความรู้สึกอันเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขจนแทบจะเอ่อล้นออกมาจากทรวงอก ความหวาดกลัวต่อสายตาคนภายนอก ความรู้สึกผิดบาป หรือโซ่ตรวนแห่งกรอบศีลธรรมใดๆ ที่เคยเหนี่ยวรั้งพันธนาการจิตใจของเธอเอาไว้ในอดีต บัดนี้ได้มลายสูญสลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักอันบริสุทธิ์และการยอมรับในตัวตนของกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาคือครอบครัวเดียวกัน คือความรักที่ถูกหล่อหลอมและออกแบบมาเพื่อคนสามคนโดยเฉพาะ ไม่มีใครเป็นส่วนเกิน และไม่มีใครต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวอีกต่อไป

    แรงขยับกายยุกยิกจากคนตรงหน้าทำให้มายด์หลุดออกจากภวังค์ความคิด เมย์ค่อยๆ ลืมเปลือกตาขึ้นมา สบเข้ากับนัยน์ตากลมโตสุกใสของน้องสาวที่กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยความรักลึกซึ้ง พี่สาวคนสวยคลี่ยิ้มหวานละมุนจนนัยน์ตาเรียวรีหยีลง ขยับใบหน้าสวยเกลี้ยงเกลาเข้าหา ก่อนประทับริมฝีปากนุ่มนวลลงบนหน้าผากมนของมายด์อย่างแสนรักแสนทะนุถนอม

    "อรุณสวัสดิ์จ้ะ เด็กดีของพี่..." เมย์เอ่ยกระซิบชิดผิวกายด้วยน้ำเสียงแหบพร่ายามเช้า ทว่ามันกลับฟังดูเซ็กซี่มีเสน่ห์และอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

    "อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่เมย์..." มายด์ตอบรับด้วยรอยยิ้มละมุนหวานเชื่อม ก่อนจะขยับกายเล็กน้อยเพื่อซุกใบหน้าลงกับเนินอกอวบหยุ่นนุ่มนิ่มของพี่สาวอย่างออดอ้อนออเซาะ

    การขยับไหวของสองสาวปลุกให้ชายหนุ่มผู้โอบกอดร่างจากด้านหลังตื่นขึ้น เบสครางเครือในลำคอเบาๆ ด้วยความงัวเงีย ก่อนจะขยับกระชับท่อนแขนแกร่งให้รัดแน่นขึ้น รวบดึงร่างบอบบางของมายด์และเมย์ให้ขยับเข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขาจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน ใบหน้าคมคายซุกซบและฝังจมูกโด่งเป็นสันลงบนกลุ่มผมนุ่มหอมกรุ่นของมายด์ สูดดมกลิ่นกายสาวในยามเช้าด้วยความรักใคร่ ก่อนจะยื่นหน้าไปกดจูบฟอดใหญ่ลงบนพวงแก้มเนียนใสของเมย์ ซึ่งหันมาส่งยิ้มรอรับสัมผัสของเขาอยู่แล้วเช่นกัน

    "ตื่นกันแล้วเหรอครับ สองสาวคนสวยของผม..." เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นละมุนของเบสดังคลอเคลียอยู่ชิดริมหูของมายด์ สุ้มเสียงนั้นช่างอ่อนหวานจนชวนให้ขนอ่อนทั่วผิวบอบบางของเธอลุกเกรียวขึ้นมาด้วยความรู้สึกวาบหวามซาบซ่าน หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกผิดจังหวะไปชั่วขณะ

    "ตื่นตั้งนานแล้วค่ะ... พี่เบสนั่นแหละขี้เซา ปล่อยมายด์ก่อนเร็วค่ะ มายด์จะลุกไปเตรียมอาหารเช้าแล้ว..." มายด์ส่งเสียงบ่นอุบอิบประสาแง่งอน ใบหน้าหวานซึ้งแดงซ่านขึ้นสีระเรื่อเมื่อผิวสัมผัสรับรู้ได้ถึง 'บางสิ่งบางอย่าง' ที่กำลังขยายตัวตื่นตัวแข็งขืนและดุนดันอยู่ตรงบั้นท้ายงอนงามท้าทายสายตาของเธอภายใต้ผืนผ้าห่มหนานุ่ม

    เมย์หัวเราะคิกคักเบาๆ เมื่อเห็นอาการเขินอายจนแก้มแดงแจ๋ของน้องสาว เธอเอื้อมมือเรียวสวยไปหยิกข้างแก้มสากระคายเคราของสามีเบาๆ อย่างหยอกเย้า "นั่นสิคะ ปล่อยมายด์ได้แล้วค่ะเบส เดี๋ยววันนี้พวกเรามีแพลนจะทำขนมอบกันด้วยไม่ใช่เหรอคะ ปล่อยให้เด็กดีไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวเถอะค่ะ"

    เบสจำใจต้องคลายวงแขนแกร่งออกด้วยความแสนเสียดาย ทว่าก็ไม่วายก้มลงฝากรอยจูบแสนหวานเน้นย้ำไว้บนลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าของมายด์หนึ่งที และกดริมฝีปากบดจูบดูดดื่มบนกลีบปากอิ่มของเมย์อีกหนึ่งครั้งใหญ่ ก่อนจะปล่อยให้สองสาวลุกจากเตียงไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ชายหนุ่มนอนเอกเขนกหนุนแขนทอดสายมองตามแผ่นหลังบอบบางสะโอดสะองของทั้งคู่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินเนื้อนุ่มบางเบาพลิ้วไหวไปตามจังหวะเยื้องกรายสะโพกไหว ช่างเป็นภาพยามเช้าที่งามตาสะกดใจ และช่วยเติมเต็มพลังใจพลังกายให้แก่เขาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

    ---

    ล่วงเข้าสู่ช่วงสายของวัน แสนตะวันทวีความสว่างไสวสาดส่องเข้ามาภายในพื้นที่ห้องครัวฝรั่งสไตล์โมเดิร์นอันหรูหรา มันถูกตกแต่งด้วยเคาน์เตอร์ท็อปหินอ่อนแท้สีขาวลายคาร์ราราตัดกับตู้บิลท์อินสีเทาเข้มขัดมันวาววับ ยามนี้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานกรุ่นของเนยสดแท้และผงวานิลลาชั้นดีที่พัดโชยออกมาจากเตาอบขนาดใหญ่แบรนด์ยุโรป

    มายด์ยืนอยู่ในชุดเดรสผ้าไหมพรมถักรัดรูปโทนสีครีมอ่อน ตัวกระโปรงสั้นจู๋โอบรัดเน้นสัดส่วนโค้งเว้าท่อนท้ายกลมกลึงเด่นชัด เธอกำลังก้มๆ เงยๆ ตีครีมชีสเนื้อนุ่มในอ่างผสมแก้วใบโตเพื่อทำนิวยอร์กชีสเค้ก ซึ่งเป็นของโปรดของพี่เบสและพี่เมย์ ในขณะที่เมย์สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของสามี ปล่อยชายเสื้อยาวปรกหน้าขา ปลดกระดุมสามเม็ดบนเผยให้เห็นผิวเนินอกนวลเนียนรำไรและท่อนขาเรียวยาวขาวผ่องสะอาดสะอ้าน เธอระบายรอยยิ้มละมุนขณะกำลังก้มประคองถาดเหล็กนำครัวซองต์ที่นวดและหมักจนฟูได้ที่ใส่เข้าเตาอบอย่างคล่องแคล่วทะมัดทะแมง

    "พี่เมย์คะ มายด์ว่าครีมชีสเนื้อเนียนเข้ากันได้ที่แล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวมายด์จะเริ่มเตรียมชงเครื่องดื่มไว้รอนะคะ พี่เมย์ยังอยากดื่มมัทฉะลาเต้ร้อนเหมือนเดิมไหมคะ?" มายด์หันกลับไปถามพี่สาวพลางใช้หลังมือลูบปาดไรเหงื่อเม็ดกลมเล็กๆ ที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมและข้างขมับบาง

    "ได้เลยจ้ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยทาแยมสตรอว์เบอร์รีลงบนฐานพายแครกเกอร์ให้นะ" เมย์ตอบเสียงหวานใสพลางสาวเท้าก้าวเข้ามาซ้อนทางด้านหลังของมายด์ หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มคู่สวยเบียดบดชิดแนบไปกับแผ่นหลังบางของน้องสาวอย่างตั้งใจและคุ้นชิน มือเรียวเสลายกเอื้อมขึ้นไปหยิบขวดโหลแก้วบรรจุแยมผลไม้สีแดงสดบนชั้นวางของบิลท์อินเหนือหัว

    มายด์ตัวสั่นสะดุ้งเล็กน้อยยามที่ผิวเนื้อนุ่มหยุ่นเบียดชิดสัมผัสกัน ทว่าเธอกลับแย้มยิ้มอย่างมีความสุขและปล่อยให้พี่สาวโอบกอดช่วยงานอย่างใกล้ชิด ทั้งสองสาวกอดรัดนัวเนียป้อนขนมกระซิบกระซาบหยอกเย้ากันไปมา เสียงหัวเราะคิกคักสดใสและดวงตาหวานหยาดเยิ้มของทั้งคู่พลอยทำให้บรรยากาศในห้องครัวเวลานี้ดูสว่างไสว อบอุ่นใจ ยิ่งกว่าแสงแดดยามสายที่สาดส่องอยู่ภายนอกอาคารเสียอีก

    "ทำอะไรกันอยู่ครับสาวๆ กลิ่นหอมฟุ้งโชยไปถึงห้องนั่งเล่นข้างนอกนู่นเลยนะ"

    น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังแทรกเข้ามาในจังหวะประจวบเหมาะ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงกำยำของเบส ชายหนุ่มเดินนวยนาดเข้ามาในครัวในชุดลำลองกางเกงวอร์มผ้าฝ้ายคู่กับเสื้อยืดคอกลมเข้ารูปที่ขับเน้นมัดกล้ามหน้าอกและลอนหน้าท้องแกร่งเป็นมัดเลือนรางใต้ร่มผ้า ชายหนุ่มกวาดสายตามองคนสวยทั้งสองแล้วเดินตรงรี่เข้ามาหาพวกเธอที่กำลังยืนแนบชิดติดกันตรงหน้าเคาน์เตอร์หินอ่อน

    เบสไม่รอช้าเลยสักวินาทีเดียว เขาสอดสองท่อนแขนแกร่งเข้ารวบโอบเอวคอดกิ่ว ของเมย์และมายด์เข้ามาไว้ในวงแขนพร้อมกันจากทางด้านหลัง ดึงรั้งเรือนร่างอรชรสะโอดสะองทั้งสองให้ถอยร่นมาแนบแน่นอยู่กับอกกว้างและหน้าท้องตึงแน่นของตน มือหนาอุ่นร้อนข้างหนึ่งวางแหมะทาบทับลงบนสะโพกกลมกลึงอวบอัดของเมย์ ส่วนฝ่ามือใหญ่อีกข้างลูบไล้เบาๆ ลื่นไหลไปตามส่วนโค้งเว้าชวนมองของบั้นท้ายกลมกลึงงอนงามของมายด์ผ่านเนื้อผ้าไหมพรมถักอย่างมีเลศนัย

    "อ๊ะ... พี่เบส!" มายด์ครางอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจปนวาบหวามยามเมื่อฝ่ามืออุ่นหนาและสากร้อนของชายหนุ่มบีบเค้นลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าไหมพรมเนื้อบางเบา สัมผัสนั้นกระตุ้นความรู้สึกซาบซ่านจนขนลุกซู่ไปทั่วแผ่นหลังและเรียวขา

    "หอมเหลือเกินครับ... พี่แยกไม่ออกแล้วเนี่ยว่ากลิ่นขนมอบหรือว่ากลิ่นกายเมียรักสองคนกันแน่ที่หอมหวานยั่วยวนใจกว่ากัน" เบสกระซิบคำหวานชิดติ่งหูของมายด์ ก่อนจะฝังจมูกโด่งลงฟัดซอกคอขาวกรุ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอเต็มรัก จากนั้นก็เบนใบหน้าไปขบเม้มหยอกเอินใบหูบางของเมย์อย่างแสนรักแสนใคร่

    "คนบ้า... พี่เบสล่ะก็ ปล่อยพวกเราก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวขนมในเตาไหม้เกรียมหมดจะหาว่าเมย์ไม่เตือนนะ" เมย์เอื้อมมือไปตีท่อนแขนล่ำของสามีเบาๆ แม้ริมฝีปากจะเอ่ยบ่นงึมงำ ทว่าใบหน้าสวยหยาดเยิ้มกลับประดับไปด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้มใจ แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับไปด้วยความรักล้ำลึก เธอเอนแผ่นหลังบางพิงซบอกกว้างของสามีอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้เขากอดรัดฟัดแก้มและลูบคลำไล้รอบเอวสะโพกอวบอัดของพวกเธอสองพี่น้องตามใจปรารถนา

    "มีอะไรให้พี่ช่วยทำไหมครับ?" เบสถามพลางพาดเกยคางมนลงบนหัวไหล่ลาดเนียนของมายด์ หากทว่าสายตาคมกริบกลับชำเลืองมองต่ำจับจ้องไปยังร่องอกขาวผ่องนวลตาที่บีบชิดกันอยู่ภายใต้เสื้อคอวีผ้าไหมพรมของน้องสาวอย่างมีอารมณ์ร่วม

    "พี่เบสช่วยหลบทางแล้วไปนั่งรอหล่อๆ ที่เก้าอี้บาร์ตัวนู้นเลยค่ะ เดี๋ยวมายด์จะชงกาแฟดริปแก้วพิเศษให้ดื่มเอง แล้วพวกเราค่อยมารอกินชีสเค้กฝีมือมายด์กับครัวซองต์ร้อนๆ ฝีมือพี่เมย์ด้วยกันนะคะ" มายด์ใช้สองมือผลักดันอกกว้างของเขาเบาๆ เชิงเอ่ยขับไล่กลายๆ ทว่าแววตาสั่นระริกกลับหยาดเยิ้มปนเปไปด้วยความเขินอายปนเสน่หา

    เบสยอมถอยทัพไปนั่งรอที่เก้าอี้สตูลทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนแต่โดยดี ชายหนุ่มเท้าคางพลางกวาดสายตามองดูสองนารีที่เขารักสุดขั้วหัวใจกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่มให้เขา ภาพของเมย์และมายด์ที่ช่วยหยิบส่งจับอุปกรณ์ทำครัว หันหน้ามากระซิบกระซาบสรวลเสเฮฮากันอย่างเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขความรัก เป็นภาพจำอันงดงามล้ำค่าที่เบสปรารถนาจะหยุดเวลาแสนวิเศษนี้เอาไว้ชั่วนิรันดร์ นี่คือชีวิตครอบครัวสมบูรณ์แบบที่เขาวาดฝันและไขว่คว้าหามานาน ชีวิตที่มีหญิงสาวผู้แสนดีสองคนอยู่แนบข้าง และต่างฝ่ายต่างก็เกื้อกูลรักใคร่กลมเกลียวกันอย่างไร้ซึ่งความริษยาเดียดฉันท์

    มือเรียวบางของมายด์เริ่มขั้นตอนการดริปกาแฟอย่างประณีตพิถีพิถัน กลิ่นหอมกรุ่นเข้มข้นของผงเมล็ดกาแฟคั่วบดสายพันธุ์อาราบิก้าพรีเมียมโชยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ตัดรับกับกลิ่นละมุนอุ่นหอมหวานของชาเขียวมัทฉะลาเต้แท้ส่งตรงจากญี่ปุ่นที่เมย์กำลังคนให้ส่วนผสมเข้ากันอย่างลงตัว เมื่อเบเกอรี่และเครื่องดื่มทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ทั้งสามคนพากันย้ายไปนั่งล้อมวงที่โต๊ะรับประทานอาหารกระจกใสบานใหญ่ริมระเบียง ดื่มด่ำกับรสชาติกลมกล่อมหอมหวานของขนมโฮมเมดและเครื่องดื่มรสเลิศ พร้อมเคล้าไปด้วยเสียงกระซิบหยอกล้อหัวเราะต่อกระซิกที่เต็มเปี่ยมด้วยความใส่ใจและไออุ่นรัก นับเป็นช่วงเวลาบ่ายวันหยุดอันแสนจะเพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบ และเติมเต็มพลังชีวิตพลังใจให้กันและกันได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด

    ---

    ครั้นแสงตะวันอัสดงเริ่มคล้อยต่ำลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้ายามเย็นเหนือกรุงเทพมหานครค่อยๆ แปรเปลี่ยนเฉดสีเป็นสีส้มอมชมพูพาสเทลแสนหวาน แสงไฟวิบวับจากหมู่ตึกระฟ้าและไฟถนนเบื้องล่างเริ่มทยอยสว่างไสวส่องแสงเรืองรองขึ้นมาแทนที่ แสงสีวิจิตรของเมืองหลวงสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่เล็ดลอดเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ซึ่งยามนี้ถูกปรับหรี่ระบบไฟส่องสว่างลงจนเหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวสว่างอุ่นตาอบอุ่นใจ บรรยากาศรอบกายพลอยอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมชวนผ่อนคลายลึกซึ้งของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติกลิ่นลาเวนเดอร์ผสมวานิลลาหวานละมุน ที่ถูกพ่นกระจายตัวออกมาเป็นละอองไอใสจากเครื่องพ่นอโรมาดีไซน์หรูหราทันสมัย

    บนโซฟาหนังแท้นำเข้าจากอิตาลีตัวยาวสีน้ำตาลช็อกโกแลตเข้มข้น ซึ่งมีขนาดโอ่โถงและเบาะนุ่มหนาน่านอน ร่างของคนสามคนเอนกายอิงแอบซบซ้อนเหนี่ยวรั้งกันอย่างสนิทแนบแน่นไร้ซึ่งรอยต่อหรือช่องว่าง เบสสวมเพียงชุดลำลองเสื้อยืดเนื้อนิ่มกับกางเกงนอนขายาวสบายตัว เขานั่งพิงหลังกับพนักโซฟาตรงกึ่งกลางพลางยืดขาทั้งสองข้างไปข้างหน้าอย่างผ่อนคลายอารมณ์ โดยมีเมย์นอนตะแคงหนุนอยู่บนตักแกร่งทางฝั่งขวา เรียวขาสะสวยนวลเนียนของเธอพาดเกยพาดผ่านหน้าตักและสะโพกสอบของเขาราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ขณะที่มายด์นอนตะแคงข้างซบดวงหน้าหวานหยดลงกับหัวไหล่ลาดกว้างและแผงอกล่ำเต็มตึงของเบสอยู่ทางฝั่งซ้าย ลำแขนเรียวบางสีน้ำนมกอดรัดรอบลำเอวหนาตึงของเขาเอาไว้แน่นเหนียว ราวกับลูกแมวตัวน้อยเชื่องๆ ที่เพียรพยายามโหยหาไออุ่นจากตักอุ่นของเจ้าของ

    บนจอโทรทัศน์โอแอลอีดี (OLED) ขนาดใหญ่ยักษ์แปดสิบห้านิ้วที่ติดอยู่บนผนัง กำลังฉายซีรีส์เกาหลีแนวรักโรแมนติกยอดนิยมฉากสำคัญ ยามที่ตัวละครพระเอกนางเอกกำลังเอ่ยคำสารภาพรักแท้จากก้นบึ้งหัวใจท่ามกลางบรรยากาศปุยหิมะแรกของฤดูหนาวที่โปรยปรายลงมาอย่างนุ่มนวล ทว่าความหวานซึ้งโรแมนติกที่ปรากฏบนหน้าจอทีวีจอยักษ์นั้นกลับไม่สามารถเทียบเคียงได้เลยแม้แต่น้อยกับกระแสไออุ่นอบอวลและกลิ่นอายความรักแท้ที่แผ่ซ่านปกคลุมอยู่บนผืนโซฟาหรูหราตัวนี้

    ฝ่ามือหนาอุ่นของเบสเอื้อมไปกุมประสานเข้ากับอุ้งมือเรียวบางของเมย์ สอดแทรกปลายนิ้วทั้งห้าประสานเกี่ยวพันกันเอาไว้แน่นหนาอย่างแสนรัก ขณะที่ฝ่ามือใหญ่แกร่งอีกข้างของเขาก็คอยลูบไล้เส้นผมยาวสลวยนุ่มนิ่มราวกับเส้นไหมของมายด์ที่นอนหนุกหนุนซบหน้านิ่งอยู่บนอกกว้างของตน นิ้วหัวแม่มืออุ่นหนาของเบสคอยบดคลึงลูบเบาๆ บนหลังมือเรียวของเมย์ สลับกับการลูบแผ่นหลังนวลบางของมายด์ใต้ผ้าห่มผืนนุ่มอย่างแสนรัก เป็นการส่งผ่านความรักและการปรนนิบัติดูแลมอบสัมผัสอันอ่อนโยนแสนพิเศษให้แก่หญิงคนรักทั้งสองอย่างเท่าเทียมและทุ่มเทสุดหัวใจ

    มายด์แหงนเงยใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคายหล่อเหลาของเบส ชายหนุ่มกำลังเพ่งมองจอโทรทัศน์อย่างมีสมาธิ ลำแสงสีฟ้าอ่อนและส้มสลัวส่องสว่างกระทบลงบนกรอบสันกรามแกร่งบึกบึนและแววตากรุ้มกริ่มคมกริบของเขา ยิ่งทำให้ใบหน้านั้นดูน่าหลงใหล ทรงเสน่หา และดูอบอุ่นปลอดภัยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้จนหัวใจดวงน้อยของเธอสั่นระทึกหวานไหว ร่างบางขยับเคลื่อนกายเบียดชิดเนื้อแนบอกของเขาให้มากขึ้นกว่าเดิม ดวงหน้าหวานนวลถูไถพวงแก้มใสแผ่วเบาไปกับอกแกร่งราวกับลูกแมวเชื่องแสนขี้อ้อน

    "หนาวหรือเปล่าครับ หืม... เด็กดีของพี่?" เบสผละสายตาจากหน้าจอยักษ์ ก้มหน้าลงเอ่ยถามพลางใช้วงแขนกระชับผ้าห่มขนแกะผืนหนานุ่มคลุมไหล่กลมกลึงและร่างของมายด์ให้มิดชิดอุ่นสบายขึ้น

    "เปล่าหรอกค่ะ... มายด์ไม่ได้หนาวเลย แค่รู้สึกว่าอยู่ตรงนี้แล้วมันอุ่นใจและอบอุ่นที่สุดเลยค่ะ" มายด์ช้อนสายตากลมอ่อยอิ่งสบประสานสายตากับชายหนุ่ม แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเขาเพียงคนเดียวอย่างจงรักและภักดีลึกซึ้ง "มายด์มีความสุขมากเหลือเกินค่ะพี่เบส... ที่ได้มีช่วงเวลาแบบนี้ ได้อยู่ข้างๆ พี่เบส... และพี่เมย์ตรงนี้"

    เมย์ที่หนุนตักกว้างนอนฟังอยู่ข้างๆ ระบายรอยยิ้มละมุนละไมแสนอ่อนโยนจนแก้มนูนสวย เธอเอื้อมฝ่ามือบางข้างที่ว่างข้ามท่อนขาแกร่งของเบสมาลูบไล้พวงแก้มใสนิ่มนวลของน้องสาวคนดีเบาๆ "พี่เองก็มีความสุขมากที่สุดเลยจ้ะมายด์... รู้ไหมว่าตอนนี้พี่รู้สึกราวกับชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งได้รับสิ่งที่วิเศษและสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว พี่ไม่อยากได้หรือต้องการสิ่งใดอีกเลย ขอเพียงแค่ในทุกๆ วันมีเบสและมีมายด์อยู่ข้างกายร่วมเคียงกันแบบนี้ไปชั่วนิรันดร์"

    คำเอ่ยปลอบประโลมอันแสนลึกซึ้งและจริงใจจากปากของพี่สาวแท้ๆ ทำเอาหัวใจดวงน้อยของมายด์พองโตจนอัดแน่นไปด้วยความปิติตื้นตัน ความรู้สึกผูกพันและสัมผัสได้ถึงการยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของ 'ครอบครัวเดียวกัน' อย่างแท้จริงแล่นพล่านไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กาย เบสก้มดวงหน้าคมกริบลงจุมพิตหนักๆ ลงบนหน้าผากมนเกลี้ยงเกลาของมายด์และเมย์สลับฝั่งกันไปมาอย่างแสนรักแสนทะนุถนอม แววตาคมสะท้อนความหนักแน่นมุ่งมั่นที่เปี่ยมไปด้วยคำสัญญาแสนจริงจัง

    "ผมรักคุณทั้งสองคนมากยิ่งกว่าชีวิตตัวเองเสียอีกนะครับ และผมขอสัญญาต่อหน้าคุณสองคนเลย... ว่าผมจะรัก ปกป้อง และดูแลพวกคุณให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ พวกเราจะสร้างครอบครัวที่แสนอบอุ่นและมีความสุขเคียงคู่กันไปแบบนี้ชั่วชีวิต" สุ้มเสียงทุ้มต่ำก้องกังวานและหนักแน่นของเบสประหนึ่งสัจจะวาจาที่จารึกมั่นลงกลางหัวใจของสองพี่น้องผู้เลอโฉมอย่างไม่มีวันเลือนหาย

    ---

    ครั้นซีรีส์เกาหลีจบตอนและเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โฆษณา บรรยากาศในห้องนั่งเล่นหรี่ไฟก็คลายความตึงเครียดและเงียบสงบลง เมย์ขยับกายลุกขึ้นจัดระเบียบท่านั่งโดยพิงพนักโซฟาแนบข้างชิดไหล่เบส ขณะที่มายด์ยังนอนหนุนตักกว้างคอยส่งสายตาหวานเชื่อมให้สามีอยู่ไม่ห่าง พี่สาวคนสวยทอดสายตามองลอดบานกระจกใสออกไปยังทิวทัศน์เบื้องนอก ชื่นชมดวงไฟระยิบระยับราวกับเพชรร่วงพราวพร่างทั่วฟ้ากรุงเทพฯ ยามราตรี ก่อนหันใบหน้าสวยหวานกลับมาสบตามองหน้าน้องสาวและสามีสุดที่รัก แววตาเรียวคู่นั้นดูมุ่งมั่น จริงจัง และฉายประกายความฝันอันแสนอบอุ่นเจิดจรัส

    "เบสคะ... มายด์... พี่มีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ไตร่ตรองและวางแผนคิดไว้ในหัวมาสักพักใหญ่แล้วค่ะ เลยอยากจะขอปรึกษาและฟังความคิดเห็นจากพวกเราทุกคนดู" เมย์เริ่มต้นเปิดประเด็นสนทนาด้วยน้ำเสียงนุ่มทว่าแฝงความตั้งใจจริง

    "เรื่องอะไรหรือครับที่รัก บอกผมได้เลย" เบสเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อยพลางสอดแขนโอบดึงไหล่บางของเมย์ให้เขยิบขยับเข้ามาแนบข้างลำกาย

    "พี่เมย์มีเรื่องอะไรสงสัยหรือติดขัดตรงไหนหรือเปล่าคะ?" มายด์รีบพยุงกายลุกขึ้นนั่งพับเพียบเคียงข้าง ก้มใบหน้ามองพี่สาวคนสวยด้วยแววตาตื่นเต้นและอยากรู้ลึกซึ้ง

    เมย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ระบายรอยยิ้มละมุนตา ก่อนจะเปิดเผยความคิดวิเศษที่เก็บซ่อนไว้ในใจออกไป "พี่อยากเสนอให้พวกเราสามคน... ร่วมมือร่วมทุนกันเปิดร้านคาเฟ่เบเกอรี่หรูๆ ในเมืองหลวงแห่งนี้ด้วยกันค่ะ"

    คำประกาศเสนอตัวของเมย์ส่งผลให้เบสและมายด์นิ่งเงียบงันไปครู่หนึ่งเพื่อประมวลความคิด ก่อนที่ดวงตากลมโตสุกใสของมายด์จะทอประกายวาบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด

    "เปิดร้านคาเฟ่เบเกอรี่ด้วยกันสามคนเหรอคะพี่เมย์?" น้องสาวตัวน้อยทวนคำถามซ้ำไปซ้ำมา น้ำเสียงสั่นเครือไปด้วยความประหลาดใจปนยินดีอย่างล้นพ้น

    "ใช่แล้วจ้ะคนเก่ง..." เมย์พยักหน้ารับยืนยันความตั้งใจจริง พร้อมกับเริ่มสาธยายแจกแจงแผนการธุรกิจครอบครัวที่เธอเฝ้าฝันสะสมไว้ในใจมาโดยตลอด "พี่เห็นมายด์รักการทำขนม สนใจการเลือกเมล็ดกาแฟ ชงเครื่องดื่มสูตรต่างๆ และที่สำคัญคือรสมือขนมและเบเกอรีที่มายด์ทำมันอร่อยกลมกล่อมล้ำเลิศมากเลยนะจ๊ะ อร่อยโดดเด่นยิ่งกว่าขนมของร้านดังราคาแพงบางร้านที่พี่กับเบสเคยไปลิ้มลองมาเสียอีก พี่ก็เลยคิดแพลนว่า หากเราเปิดร้านคาเฟ่ด้วยกัน โดยให้มายด์รับหน้าที่เป็นหัวหน้าบาริสตาและหัวหน้าเชฟทำขนม คิดค้นสร้างสรรค์เมนูสูตรเฉพาะตัว ส่วนตัวพี่กับพี่เบสจะคอยช่วยเสริมซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลัง จัดการบริหารจัดการร้าน ทำโฆษณาการตลาด และดูแลเรื่องเงินทุนหมุนเวียนทั้งหมดของร้านเอง วิธีนี้จะทำให้พวกเรามีธุรกิจที่เป็นรากฐานที่มั่นคงของครอบครัวเราสามคนอย่างแท้จริง เป็นสเปซหรือสถานที่วิเศษที่พวกเราลงแรงกายแรงใจสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน..."

    "เมย์ส่งเอื้อมมือเรียวสวยทั้งสองข้างไปเกาะกุมประสานมือของมายด์เอาไว้มั่น สายตาของสองพี่น้องประสานสบกันลึกซึ้งด้วยมิตรภาพและความรัก "พี่อยากให้พวกเรามีความมั่นคงในชีวิตระยะยาว อยากให้มายด์มีหน้าที่การงานและธุรกิจที่ตัวเองรัก รู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้ลงมือทำ และสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนืออื่นใด... พี่อยากให้พวกเราสร้างอนาคตอันเจริญรุ่งเรืองและงดงามนี้ไปด้วยกันชั่วชีวิต ในฐานะครอบครัวสามคนอย่างเต็มภาคภูมินะจ๊ะ"

    ถ้อยคำเปี่ยมล้นความปรารถนาดีของเมย์เปรียบเสมือนน้ำค้างทิพย์ชโลมหัวใจที่เคยบอบช้ำของมายด์จนชุ่มชื่น หยาดน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจค่อยๆ เอ่อคลอหน่วยตาจิ้มลิ้มล้นทะลักออกมาด้วยความตื้นตันใจจนแทบกลั้นสะอื้นไม่อยู่ การที่พี่สาวแท้ๆ ออกตัวเสนอให้เธอเข้ามาเป็นเสาหลักและส่วนสำคัญของธุรกิจครอบครัวเช่นนี้ ถือเป็นการการันตียืนยันอย่างหนักแน่นไร้ข้อกังขาว่าพี่เมย์ได้โอบรับเธอเข้ามาอยู่ในชีวิตและยอมรับฐานะ 'ครอบครัว' ร่วมกันอย่างแท้จริง หาใช่เป็นเพียงแค่เด็กสาวไร้หัวนอนปลายเท้าหรือเมียน้อยที่ลักลอบเข้ามาหารแบ่งความรักความเอาใจใส่จากเบส

    "พี่เมย์ของมายด์..." เด็กสาวครางเสียงสั่นสะอื้นแผ่วโผเข้ากอดรัดรอบตัวพี่สาวแนบแน่น ใบหน้าเนียนซุกซบลงกับไหล่ลาดบางของเมย์ หยาดน้ำตาแห่งความสุขอิ่มเอิบไหลรินอาบแก้มใสสองข้างเป็นสาย "ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณที่พี่เมย์ให้โอกาสมายด์ ขอบคุณที่พี่เมย์รักและดีต่อมายด์ขนาดนี้ มายด์ตกลงและยินดีที่สุดเลยค่ะ มายด์อยากทำคาเฟ่แห่งความฝันของเรากับพี่เมย์และพี่เบสค่ะ!"

    เบสทอดมองดูสองสาวสายเลือดเดียวกันกอดกันกลมแน่นด้วยหัวใจที่เบ่งบานอิ่มเอิบเต็มตื้นด้วยความสุขล้นพ้นอก ชายหนุ่มระบายรอยยิ้มอ่อนโยนกว้างขวางพลางขยับเคลื่อนกายใหญ่โตเข้าไปสวมกอดซ้อนครอบคลุมร่างอรชรทั้งสองนางไว้แนบอก แขนแกร่งและกว้างใหญ่ช่วยรวบรั้งโอบอุ้มเรือนร่างนุ่มนิ่มของภรรยาสุดที่รักทั้งสองคนเข้าหาตน ราวกับอยากส่งผ่านพลังความแข็งแกร่ง พลังปกป้อง และความรักอมตะทั้งหมดที่เขามีไปสู่อ้อมกอดอุ่นของพวกเธอ

    "เป็นไอเดียและโครงการที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลยครับเมย์ที่รักของผม..." เบสเอ่ยกระซิบชิดข้างแก้มเนียนของเมย์ ก่อนหันดวงหน้าหล่อคมไปฝังรอยจูบซับคราบน้ำตาอุ่นชื้นที่หางตาทั้งสองข้างของมายด์แผ่วเบาด้วยความอ่อนโยน "ร้องไห้ทำไมกันครับคนดีของพี่เบส นี่คือเรื่องอันน่ายินดีและเป็นนิมิตหมายมงคลของพวกเราสามคนนะ ครอบครัวเรากำลังก้าวขึ้นไปอีกขั้นของความมั่นคงแล้ว พี่เบสพร้อมจะจัดหาทำเลดีๆ ออกทุนและผลักดันซัพพอร์ตสิทธิทุกอย่างให้พวกหนูสองคนอย่างเต็มที่ที่สุดเลยครับ มาช่วยกันเนรมิต 'คาเฟ่แห่งรักและฝันหวาน' ของเราสามคนให้สำเร็จกันเถอะนะ"

    "ค่ะพี่เบส... มายด์รักพี่เบสกับพี่เมย์ที่สุดเลยค่ะ..." มายด์พยักหน้าตอบรัวเร็วทั้งรอยยิ้มและหยาดน้ำตาเม็ดงาม หัวใจในอกซ้ายพองเต้นตึงตราตรึงใจราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนวิมานชั้นฟ้า เธอจินตนาการและวาดฝันถึงภาพร้านคาเฟ่สุดหรูแต่อบอุ่นตระการตา กลิ่นเมล็ดกาแฟดริปหอมกรุ่นปะปนกับกลิ่นเนยแป้งขนมอบชวนน้ำลายสอโชยตลบอบอวล มีตู้โชว์กระจกใสเรียงรายด้วยเค้กชีสเค้กหลากเมนู โดยมีเธอยืนชงกาแฟอยู่เบื้องหลังบาร์เครื่องดื่มอย่างมีความสุข มีเมย์คอยต้อนรับทักทายลูกค้าด้วยความมีระดับน่ามอง และมีเบสคอยยืนให้กำลังใจพยุงหลังอยู่ข้างๆ... มันคืออนาคตที่แสนฉ่ำหวานและสมบูรณ์แบบไร้สิ่งด่างพร้อยที่สุดเท่าที่ชีวิตผู้หญิงไร้เดียงสาคนหนึ่งจะปรารถนาวาดหวังไว้ได้

    ---

    ห้วงค่ำคืนสีนิลคืบคลานเข้ามาปกคลุมผืนมหานครอันกว้างใหญ่ แสงไฟประดับสีส้มเหลืองระยิบระยับพราวระลอกภายนอกบานกระจกแลดูประหนึ่งดาวนับล้านดวงที่ร่วงหล่นสาดแสงพริบตาอยู่เหนือผืนธรณี ทว่าความเงียบและอบอุ่นซาบซึ้งที่เคยโอบล้อมประโลมหัวใจทั้งสามในห้องนั่งเล่นหรี่ไฟ กลับค่อยๆ ถดถอยหลีกทางให้แก่กระแสไฟแห่งเสน่หาและอารมณ์ใคร่ร้อนแรงที่คุกรุ่นก่อตัวขึ้นมาทดแทนทีละน้อยอย่างช้าๆ ยามเมื่อภาพยนตร์ซีรีส์รักเกาหลีจบตอนและจอดับสนิทลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่อัดแน่นด้วยความดึงดูดใจวาบหวามปานจะฉุดรั้งใจวิญญาณให้หลุดลอย

    มายด์ที่นอนกึ่งนั่งพิงหนุนแผงอกกว้าง ของเบสอยู่บนโซฟาเริ่มรู้สึกว่าจังหวะลมหายใจของตนขาดห้วงติดขัดยามเมื่อฝ่ามือแกร่งร้อนผ่าวของสามีเริ่มสอดซุกสอดลึกซิกแซกลูบไล้ไปตามผิวแก้มหน้าขาและเรียวขาขาวเนียนของเธอภายใต้ชายเดรสไหมพรมรัดรูปตัวสั้นกุดอย่างเชื่องช้า เน้นหนักเบา เน้นย้ำซ้ำทวีและอ้อยอิ่งอารมณ์ รสสัมผัสร้อนแรงแผ่ซ่านจุดประกายไฟราคะวาบหวามลามเลียจากปลายขาสะโพกแล่นริ้วเข้าสู่กลางกระดูกไขสันหลังและท้องน้อย ปลุกปั่นกระตุ้นสัญชาตญาณความปรารถนาราคะลึกล้ำที่หลับใหลซุกซ่อนอยู่ภายในกายสาวให้ค่อยๆ พุ่งทะยานตื่นตัวขึ้นมารอรับรสสัมผัส

    ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เมย์ซึ่งกึ่งนั่งพิงพนักอยู่เคียงข้างก็ขยับเยื้องกายสะโอดสะองเข้ามาแนบชิดติดกลุ่มพวกเขายิ่งขึ้น นัยน์ตากลมเฉี่ยวคู่สวยที่เคยทอดมองน้องสาวแท้ๆ ด้วยความรักเอ็นดูทะนุถนอม บัดนี้กลับฉายประกายแวววับสั่นระริกหยาดเยิ้มจนแทบปิดไม่มิด เต็มเปี่ยมด้วยไฟเสน่หาราคะแรงกล้าที่เริ่มลุกไหม้โชติช่วงชัชวาล เมย์ใช้ปลายนิ้วชี้เรียวยาวเล็บงามสีแดงลากไล้แผ่วเบาไปตามแนวสันกรามคมของเบส ก่อนช้อนเคลื่อนนิ้วมือนั้นไปแตะไล้เบาๆ บนกลีบปากอิ่มสีหวานที่เผยอเกร็งของมายด์อย่างเย้ายวนปลุกเร้าอารมณ์ร่วม

    "ดึกดื่นมากแล้วนะคะพวกเรา..." สุ้มเสียงแหบพร่ากระเส่าเบาของเมย์มันช่างเซ็กซี่และสั่นกระตุ้นอารมณ์รักอย่างร้ายกาจยิ่งนัก ดวงตาหยาดเยิ้มช้อนสบมองตาเบสสลับกับมายด์ด้วยท่าทีเปิดเผยชวนเชิญอย่างมีชั้นเชิงแจ่มแจ้ง "พี่ว่า... พวกเราสามคนขยับเข้าไปด้านใน... ไปร่วมทำพิธีฉลองต้อนรับอนาคตอันแสนหวานของพวกเรา... ในห้องนอนใหญ่กันดีไหมคะ?"

    ถ้อยคำเชิญชวนของพี่สาวเมียรักเปรียบประหนึ่งสะเก็ดไฟดวงน้อยที่หล่นล่วงลงกลางห้องดินปืน ส่งผลให้แรงระเบิดแห่งความต้องการปรารถนากล้ามเนื้อปะทุขึ้นอย่างรุนแรงทันควัน นัยน์ตาคมกริบดุดันของเบสวาวโรจน์เรืองรองไปด้วยประกายความต้องการดิบที่พุ่งทะยานสูงขึ้นจนยากจะสะกดกลั้น ชายหนุ่มสาดสายตาโลมเลียไปทั่วสัดส่วนโค้งเว้าของสองร่างอรชรสะโอดสะองเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกกระสันรักหิวกระหายและต้องการครอบครองอย่างไม่อาจซ่อนเร้นไว้ได้อีกต่อไป

    "เป็นคำชวนและข้อเสนอแนะที่ผมไม่คิดจะเอ่ยปากปฏิเสธเลยสักวินาทีเดียวครับเมียรักทั้งสอง..." เบสส่งเสียงครางพร่าต่ำกังวานในลำอก ก่อนสอดวงแขนกำยำโอบรวบประคองสะโพกเอวคอดกิ่วของเมย์และมายด์พร้อมกันเพื่อพยุงดึงให้หญิงสาวทั้งสองยืนขึ้นพร้อมๆ กัน

    ชายหนุ่มประสานยึดจับมือซ้ายของเมย์และมือขวาของมายด์เอาไว้มั่น สอดเคล้ากุมนิ้วมือใหญ่แกร่งเข้ากับผิวมือเนียนละมุนของพวกเธออย่างแนบแน่นอบอุ่นราวกับเป็นเสมือนพันธนาการและตราบัญญัติทางใจแห่งความรักอมตะที่จะไม่มีวันพรากจากกันสามคนชั่วฟ้าดินสลาย สายตาของทั้งสามสอดประสานแลกเปลี่ยนความนึกคิดปนอารมณ์พิศวาสอันหวามลึกเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำทางภาษาใดๆ ได้ เปลวไฟราคะที่คุกรุ่นฉายชัดในแววตาของพวกเขาสามคนเป็นตัวบ่งชี้ชั้นเลิศว่าราตรีกาลอันแสนยาวนาน เร่าร้อน และวาบหวามสุดจะพรรณนากำลังเริ่มเปิดฉากขึ้นแล้ว ณ บัดนี้

    มายด์เม้มกลีบปากแน่น หัวใจเต้นกระหน่ำระทึกรัวเร็วในอกด้วยความตื่นเต้น คาดหวัง และยินดี ความปลาบปลื้มปนเสน่หาซ่านแล่นพล่านไปทั่วทั้งท้องน้อยเมื่อหวนคิดถึงบทรบแห่งความรักอันประณีตเร่าร้อนที่เธอกำลังจะได้รับการร่วมประพันธ์แต่งขึ้นใหม่ เคียงบ่าเคียงไหล่ไปพร้อมกับชายหนุ่มผู้เป็นเสาหลักชีวิตและพี่สาวแท้ๆ ผู้แสนดีมีน้ำใจเลิศล้ำ

    เบสกระตุกยิ้มร้ายคาดเดายากที่มุมปากอย่างพึงพอใจล้นเหลือ ก่อนจะเริ่มสาวเท้าจูงมือกุมพาร่างชดช้อยของสองนารีคนงามตรงดิ่งไปยังประตูห้องนอนใหญ่ที่เปิดแย้มกว้างเป็นนัยท้าทายต้อนรับอยู่... ละทิ้งความสงัดเงียบสลัวของห้องโถงนั่งเล่นเอาไว้ทางเบื้องหลัง เพื่อร่วมกันก้าวข้ามธรณีประตูมุ่งหน้าสู่สรวงสวรรค์และวิมานรักแห่งเสน่หาที่จะทำหน้าที่หลอมแผดเผาเรือนร่าง จิตวิญญาณ และหัวใจของพวกเขาทั้งสามคนให้รวมกันกลายเป็นเนื้อเดียวกันชั่วนิรันดร์ในค่ำคืนวิเศษนี้...

    *(จบตอนที่ 9 โปรดติดตามตอนต่อไป)*