15 | ศิราณีฝ่ายบุ๋น ศิราณีฝ่ายบู๊
ใช่ว่าเพลงพนัสจะไม่รู้ว่าไม่ควรฟุ้งซ่านเื่ชัชแสนย์จนเกินเหตุ หมกมุ่นคิดแต่เื่ผู้ชาย รู้ถึงไหนคงอายถึงนั่น เธอจึงใช้เวลาเช้าจดค่ำโหมทำงานวิจัยด้านกีฏวิทยา ซึ่งทางทีมกำลังเร่งทำส่งงานอาร์โทรโพดาไทยแลนด์ การประกวดผลงานวิจัยระดับประเทศ แต่ถึงอย่างนั้นใน่กลางคืนที่กลับมาพักผ่อนในบ้านพักเพียงลำพัง ความอ้างว้างก็ยังถาโถมเข้ามาอย่างยากจะหาเขื่อนใดมากั้นได้
“ไม่เป็ไรน่า แกเพิ่งคุยกับเขาได้ไม่กี่วันเอง ยังไม่ถึงยี่สิบเอ็ดวันเสียหน่อย ใครจะรู้ว่ายี่สิบเอ็ดวันผ่านไป อาจมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นก็ได้” ลลิตาผู้สอนให้รู้จักทฤษฎีนี้ปลอบมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“การที่เราชอบใครคนหนึ่งมาก ๆ แต่คนคนนั้นไม่สนใจเราเลย แล้วเรายังต้องเจอกับความเ็าเฉยเมยของเขาทุก ๆ วัน มันกร่อนหัวใจมากเลยนะลิลลี่ ฉันชักอยากจะยอมแพ้ซะแล้วสิ”
“เริ่มต้นมาจากคนแปลกหน้า มันก็ต้องเจอเื่แบบนี้เป็ธรรมดาแหละแก” ปลายสายว่าอย่างนั้น “สิ่งสำคัญคือ ‘ความอดทน’ ถามใจดู กับคนคนนี้ แกจริงจังมากพอที่จะอดทนเพื่อเขาหรือเปล่า
“แกจะยอมแพ้ในตอนนี้ก็ได้ ถ้าไม่กลัวว่าต้องคาใจไปตลอดชีวิตก็เอาเลย แต่ก่อนที่แกจะยอมแพ้ไปจริง ๆ ฉันขอแค่อย่างเดียว ขอให้แกได้เจอกับเขาก่อน ได้สบตากัน พูดคุยกัน มารู้จักกันจริง ๆ ก่อน ถึงตอนนั้นถ้าเขาไม่ชอบแก หรือแกเปลี่ยนใจไม่ชอบเขาค่อยยอมแพ้ไปก็ได้ ฉันขอนะลูกไม้ นี่เป็เื่เดียวที่ฉันจะขอให้แกทำเลย”
เพลงพนัสนิ่งฟังอย่างสงบ พลันรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นด้วย ถึงสถานการณ์ตอนนี้จะหนาวเหน็บสักแค่ไหน แต่เธอยังมีศิราณีเพื่อนรักอยู่เคียงข้างตั้งสองคน คนหนึ่งเป็ขาบู๊ ลุยทุกด่าน แหกทุกกฎ ทุกอย่างในโลกของคุณเธอล้วนเป็ไปได้ ส่วนอีกคนเป็ฝ่ายบุ๋น ใช้ทฤษฎีประกอบกับประสบการณ์ตรง ลลิตาเป็สาวฮอตมาแต่ไหนแต่ไรจึงมีมุมมองของ ‘คนถูกจีบ’ มาสะท้อนให้ฟังเสมอ และนั่นทำให้เธอเข้าใจคุณแสนย์มากขึ้น แม้ไม่มีทางรู้เลยว่าเข้าใจถูกหรือไม่ก็ตาม
“นัดเจอกันงั้นเหรอ เฮ้อ...คุยด้วยเขายังไม่คุยเลย ช่างมันเถอะลิลลี่ ยังไงฉันก็ล้มเหลวเื่ความรักมาตั้งหลายหนแล้ว จะล้มเหลวอีกสักครั้งก็คงไม่เป็ไร” หญิงสาวยังอดงอแงไม่ได้ ทำเอาเพื่อนสาวที่พยายามปลอบใจมาตั้งนานถอนหายใจดังเฮือก
“ล้มเหลวหรือไม่ อยู่ที่ว่าแกตั้งโจทย์กับความสัมพันธ์นี้ว่ายังไงต่างหาก ถ้าแกคิดว่าต้องได้คุณแสนย์มาเป็สามีให้ได้ เื่นี้คงต้องพิสูจน์กันอีกยาว ซึ่งถ้าล้มเลิกตอนนี้มันก็ล้มเหลวจริงนั่นแหละ แต่ถ้าแกตั้งโจทย์ว่า ชีวิตนี้ขอแค่ได้เจอคุณพรหมลิขิตสักครั้ง ได้คุยกับเขาสักคำ แกก็ทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว”
เพลงพนัสเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีซึ่งมีดวงดาวพร่างพราว ดาวดวงน้อยระยิบระยับราวกับจะช่วยปลอบใจเธออีกแรง
“ทำให้ดีที่สุดนะ เพราะถึงแม้สุดท้ายคุณแสนย์จะไม่ได้ชอบแก แต่เขาจะจำแกได้”
เพลงพนัสคลี่ยิ้มบาง “จริงด้วยสินะ”
“ทีนี้แกอยากให้เขาจดจำแกแบบไหนล่ะ แค่จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยรู้จัก แค่ผู้หญิงหนึ่งในร้อยคนที่เคยมาทัก ๆ แล้วผ่านไป หรือจะให้เขาลืมชื่อแกไปเลย หรือยังไง คิดดูเองก็แล้วกัน”
ได้ฟังดังนั้นน้ำตาของเพลงพนัสก็แทบร่วง ไม่ใช่เพราะโดนดุ แต่เพราะคำพูดของเพื่อนมันจริงทุกคำ และจุดที่เธอยืนอยู่ตอนนี้ก็คงไม่ต่างจากที่เพื่อนพูดนักหรอก
“ตั้งโจทย์ให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ใช่ไหม” เพลงพนัสสูดลมหายใจลึก “ฉันหวังแค่สองข้อก็แล้วกัน ฉันอยากให้เขาจำฉันได้ และอยากให้เขารู้ว่า ฉันมาจริง ๆ ไม่ได้มาเล่น ๆ”
“อื้ม ดีมาก” ลลิตาตอบรับแข็งขัน “ในเมื่อแกชอบเขามาก จริงใจขนาดนี้ ไม่ว่าสุดท้ายเขาจะรับความรู้สึกแกไว้หรือไม่ อย่างน้อยที่สุดเขาก็ควรได้รู้ความในใจของแก และแก...ลูกไม้ มีหน้าที่ทำยังไงก็ได้ให้เขาเห็น ไม่ใช่มัวแต่นั่งเฉาแห้งเหี่ยวอยู่อย่างนี้
“แทนที่จะมัวเศร้า พร่ำเพ้อละเมอว่าเขาไม่รัก แกเอาเวลาไปทำหน้าที่ของแกก่อนไหม ทำอะไรก็ได้เพื่อเขาน่ะ เขาชอบหมาก็ส่งคลิปหมาตลก ๆ ไป เล่นมุกเสี่ยวให้เขาขำอีกก็ได้ ทำให้เขามีความสุขที่ได้คุยกับแกสิ”
เหมือนมีจุดขาวสว่างวาบขึ้นกลางใจ เพลงพนัสเบิกตากว้าง เพิ่งเข้าใจประโยคที่ว่า ‘ความรักคือการให้’ ว่ามันหมายถึงอะไร
ที่ทุกข์ใจอยู่ก็เพราะคิดถึงแต่ตัวเองทั้งนั้น อยากให้เขาหันมารักมาสนใจ แต่ถ้าปรับใจเสียใหม่ ยึดหลักว่ารักคือการให้ ใจก็เบาโหวงเหมือนโยนก้อนหินหนักทิ้ง เธอยินดีที่ได้รู้ว่าเขามีความสุขดีอยู่ทางนั้น และจากนี้จะคิดแต่เื่สร้างสรรค์มาทำให้เขาสุขมากขึ้นด้วย
หญิงสาวขอบใจเพื่อนยกใหญ่ที่ช่วยให้ตาสว่าง คืนนี้ได้คีย์เวิร์ดสำคัญให้คิดตกผลึกตั้งมากมาย แต่วางสายจากศิราณีฝ่ายบุ๋นได้ไม่ทันไร ก็มีโทรศัพท์เข้ามาจากฝ่ายบู๊
ทอรุ้งบอกว่าเพิ่งกลับถึงคอนโดจึงขอคุยไปด้วยเก็บของไปด้วย เล่าเหตุการณ์มากมายที่ยูโดซันวันนี้ รวมทั้งเื่ท้าดวลส้มตำหน่อไม้ใส่ปลาร้ากับหอยดอง ทอรุ้งมั่นใจเต็มที่ว่าต้องชนะแน่ ๆ เพราะจะให้เพลงพนัสผู้มีฉายาว่า ‘แม่ครัวของเพื่อน ๆ’ เป็คนตำแทน
“เดี๋ยวนะรุ้ง” เพลงพนัสหัวเราะ “แกไปด่าปลาคาร์พว่าคิดสกปรก ไม่ซื่อสัตย์ แต่แกกำลังจะให้ฉันตำส้มตำแทนแกไม่ใช่เหรอ”
ปลายสายจิ๊ปากกลับมา “มันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอยะ แกเป็คนจีบพี่แสนย์ ไม่ใช่ฉัน แกก็ต้องเป็คนตำส้มตำไปสู้กับมันสิ ถึงจะเรียกว่ามวยถูกคู่”
“แล้วถ้าฉันแพ้ล่ะ ไม่ต้องเสียคุณแสนย์ไปให้ปลาคาร์พเหรอ”
“โอ๊ย...ถ้าแพ้ คนที่ต้องถอยก็คือฉัน ไม่ใช่แก แกยังลุยต่อได้อยู่ดี แต่ถ้าแกชนะ ยายปลาคาร์พต้องเป็ฝ่ายถอย คราวนี้ก็ทางสะดวกละ แกเลิกคิดมากได้แล้วลูกไม้
“นึกภาพตามนะ พอพี่แสนย์ตักตำหน่อฝีมือแกเข้าปาก เขาก็จะหลับตาพริ้ม ััได้ถึงความหอมเข้มข้นของปลาร้า ผสมผสานกับความหยุ่นลื่นของหอยดองรสเข้ม เคี้ยวหน่อไม้กรุบ ๆ ชุ่มฉ่ำ โอ้...อร่อยอะไรอย่างนี้ นี่มันตำหน่อมิชลินสตาร์หรือเปล่า แล้วทีนี้ฉันก็จะแอบกระซิบบอกว่าคนตำไม่ใช่ฉัน แต่เป็แก คราวนี้ละ พี่แสนย์ต้องอยากเจอแก เหมือนที่เขาเข้าไปหาเจ๊นกไง”
เพลงพนัสหัวเราะขำจินตนาการอันเพี้ยนสุดขอบโลกของเพื่อน แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร นั่นเพราะเธอไม่ลืมว่าคนคนนี้คือใคร...นางสาวทอรุ้ง ผู้ทำเื่เป็ไปไม่ได้ให้เกิดขึ้นจริงมานักต่อนักแล้ว
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป วันแข่งขันที่นัดหมายก็มาถึง ทอรุ้งแอบลุกจากโต๊ะทำงานมาโทร. ตามเพื่อนแต่เช้าตรู่ด้วยน้ำเสียงที่ซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่มิด
“ลูกไม้ แกจะมาตำส้มตำที่คอนโดฉันกี่โมง”
คนฝั่งปลายสายไม่ได้ตอบในทันที ความเงียบทำให้ทอรุ้งได้ยินเสียงดัง ฉึก...ฉึก...เคล้ามากับเสียงนกร้องจิ๊บ ๆ อยู่ไกล ๆ
“ฮัลโหล ลูกไม้ แกได้ยินฉันหรือเปล่า” หญิงสาวขมวดคิ้ว
มีเสียง ฉึก...ฉึก...ดังขึ้นอีก ก่อนที่เสียงเพลงพนัสจะตอบกลับมา
“ได้ยิน ๆ โทษที ฉันถือโทรศัพท์ไม่ค่อยถนัดน่ะ แกว่าไงนะ”
“นั่นแกทำอะไรอยู่น่ะ” ทอรุ้งเปลี่ยนคำถาม
“ฉันน่ะเหรอ” เสียงคนตอบฟังดูกระท่อนกระแท่น “ฉันขุดหน่อไม้อยู่”
“หา!”
แล้วภาพลูกไม้ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวทะมัดทะแมง สไตล์สาวชาวป่าขาลุย กำลังนั่งคุกเข่าเอาชะแลงแหลมยาวขุดหน่อไม้ใต้กอไผ่ ก็ปรากฏขึ้นชัดเจนในจินตนาการของทอรุ้ง
“จะใทำไม ตรงป่าหลังบ้านพักฉันมีกอไผ่หลายกอ แทงหน่อเพียบเลย แกจะเอาด้วยไหม เดี๋ยวขุดไปเผื่อ”
สาวออฟฟิศหัวเราะ “ไม่เป็ไร ฉันทำกับข้าวไม่เป็ แกขุดมาให้คุณแสนย์ของแกเถอะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว สำหรับคุณแสนย์ต้องวัตถุดิบคุณภาพเท่านั้น แกรู้ไหมว่าพวกร้านอาหารน่ะมักจะใช้หน่อไม้ดองกันเพราะมันหาซื้อสะดวก ไม่ค่อยมีหรอกที่จะใช้หน่อไม้สด”
“ย่ะ ถ้าแกจะพิถีพิถันขนาดนี้ แกไม่ดองหอยเองซะด้วยเลยล่ะ”
เพลงพนัสหัวเราะกลับมา “แกอย่ายุ เดี๋ยวฉันทำจริง โอ๊ยนี่ แกจะโทร. มากวนฉันทำไมเนี่ย เดี๋ยวยิ่งช้า ขุดหน่อไม้เสร็จฉันก็จะเข้ากรุงเทพฯ ไปคอนโดแกเลย ตามนี้”
“เออ ๆ ฉันแค่จะมาซักซ้อมกับแกอีกทีว่า แกตำส้มตำใส่ถุงไว้นะ ฉันจะแวบเข้าไปเอาตอนห้าโมงครึ่งแล้วไปยิมต่อ คืนนี้แกนอนกับฉันที่คอนโดนี่แหละ ไม่ต้องไปนอนกับลูกศร เพราะถ้าแกเป็ฝ่ายชนะละก็ วันพรุ่งนี้แกอาจจะได้เจอพี่แสนย์”
“หา แกว่าไงนะ ฉันจะเจอคุณแสนย์ได้ยังไงล่ะ”
เสียงดังฉึก ๆ เงียบไป พอพูดถึงผู้ชาย ยายเพื่อนรักก็หยุดทุกอย่างเลยเชียว
“เถอะน่า แกคอยดูก็แล้วกัน”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เอ็นดูแม่คุณขุดหน่อไม้ 555 ทุ่มเทขนาดนี้คุณแสนย์ต้องเปิดใจให้แล้วละ
แต่จะสำเร็จหรือเปล่านะ รอติดตามกันได้ตอนหน้าค่ะ