บทที่ 51 แผนการของเลี่ยวเฉินอี้
เยี่ยเจียสามารถรู้สึกได้ว่า สายตาของคนรอบข้างกำลังจ้องมองมาที่เธอ
หญิงสาวถอนหายใจ ชัดเจนว่าเลี่ยวเฉินอี้คนนี้ ตั้งใจจะทำให้เธอโดดเด่น
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการถ่ายทำขนาดเล็กสองสามครั้ง และเธอก็เป็นคนปรับกล้องเช่นกัน แต่วันนี้มีคนมากกว่าเดิม ไม่เหมือนกับครั้งก่อน ๆ
สือซีมองไปที่เยี่ยเจีย แล้วรีบหลีกทางให้ในทันที “เชิญคุณเยี่ย”
หญิงสาวพยักหน้ารับ ก้มตัวลงเริ่มปรับตำแหน่งของกล้อง
แสงส่องกระทบบนใบหน้าเล็ก ๆ ของเยี่ยเจียทำให้ดูมีมิติมากขึ้น ไม่จืดชืดเหมือนทุกวัน เธอจดจ่ออยู่กับกล้องอย่างจริงจัง พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนกำลังเจออะไรบางอย่างที่ยุ่งยากเข้าแล้ว
สวีเสี้ยนหย่าเห็นดังนั้นจึงถามออกด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “นี่เธอกำลังแสดงละครให้พวกเราดูหรือเปล่า”
“เสี้ยนหย่า” ฟู่อวิ่นซางมองเธอด้วยสายตาเชิงตำหนิ
“ขอโทษค่ะพี่อวิ่นซาง ฉันแค่รู้สึกว่า เลี่ยวเฉินอี้กับเยี่ยเจีย กำลังหลอกลวงพวกเราอยู่” สวีเสี้ยนหย่ารีบขอโทษทันที
“ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะรู้วิธีใช้กล้องแพง ๆ ได้ยังไง” รองผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบคนหนึ่งหัวเราะประชดประชัน “ฉันว่าคุณสวีพูดไม่ผิดนะคะ”
ในตอนนั้นเอง เยี่ยเจียก็ยืดตัวขึ้น แล้วหันมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มุมนี้มันไม่ถูกต้องค่ะ เปลี่ยนเป็นสี่ร้อยมิลลิเมตรจะดีกว่า ครั้งนี้สถานที่ไม่เหมือนเดิม ต้องใช้เลนส์ที่มีค่าโบเก้สูงเพื่อให้ตัวคนเด่นชัดขึ้นมา คุณใช้แค่ยี่สิบสี่มิลลิเมตร แล้วแบบนี้ใครจะสนใจสินค้าล่ะ”
สือซีพยักหน้ารัว ๆ “ผมไม่ได้คิดให้ดีก่อนถ่ายเอง”
“เลี่ยวเฉินอี้ คุณวางสินค้าให้อยู่ระดับเดียวกับหน้าอกนะคะ จะช่วยให้สีโดดเด่นขึ้นมาอีก ส่วนช่างไฟก็ปรับให้สูงขึ้นอีกหน่อย แสงต้องส่องลงมาจากด้านบน ถึงจะไม่ทำให้สินค้าสะท้อนแสง” เยี่ยเจียสั่งเสร็จก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
เลี่ยวเฉินอี้ผิวปากอย่างภาคภูมิใจ “รู้ไหมว่าตอนผมไปถ่ายหนังที่ต่างประเทศ ความทุกข์ใจที่สุดคืออะไร” เขาถามแล้วตอบเอง “ก็คือไม่มีช่างภาพมืออาชีพคอยปรับกล้องให้ ทำให้ผมต้องทะเลาะกับผู้กำกับบ่อย ๆ ฝรั่งพวกนั้นก็ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนสือซี ทำเอาผมเหนื่อยแทบแย่”
ทั้งทีมอุปกรณ์ประกอบฉากและช่างไฟต่างพากันหัวเราะออกมา
ที่จริงเรื่องนี้มันไม่ได้สนุกเลยสักนิด แต่เมื่อเขาเล่า มันกลับกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมาเป็นพิเศษ
นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาดึงดูดแฟนคลับมากมายก็เป็นได้
ใช้เวลาเพียงไม่นาน การถ่ายทำครั้งที่แปดก็เสร็จสิ้น ภาพที่ถ่ายโดยได้รับความช่วยเหลือจากเยี่ยเจียนั้นมีมิติมากขึ้นจริง ๆ และแสงไฟก็ไม่สว่างจ้าเกินไปเหมือนก่อนหน้านี้
ทุกคนล้อมรอบเยี่ยเจีย ชมเชยเธอว่าเก่งมาก เธอเพียงแค่ยิ้มอย่างถ่อมตน จากนั้นก็สบสายตากับเลี่ยวเฉินอี้ ในฉากนั้นทั้งสองดูเข้ากันได้ดี ซึ่งการกระทำของพวกเขาอยู่ในสายตาของสวีเสี้ยนหย่าแล้วทั้งสิ้น
เธอจึงพูดออกมาด้วยสีหน้ายินดี “ดูท่าว่าเยี่ยเจียกับเลี่ยวเฉินอี้จะสนิทสนมและเข้ากันดีมากเลยนะคะเนี่ย ดาราที่มาถ่ายโฆษณาที่บริษัทของพวกเรา ไม่เคยให้ผู้ช่วยไปแตะกล้องของผู้กำกับมาก่อนเลยสักคน”
จากนั้นก็มีคนเห็นด้วยกับประโยคของเธอ “พวกเขาเหมาะสมกันมาก”
“ก่อนหน้านี้ รู้สึกจะมีคนบอกว่าเยี่ยเจียกับเลี่ยวเฉินอี้รู้จักกันมานานแล้วไม่ใช่เหรอ บอกว่าพวกเขาเป็นคู่หนุ่มสาวในอุดมคติที่เข้ากันได้ดี”
“ผมจ่ายเงินเดือนพวกคุณ เพื่อให้มานินทาเพื่อนร่วมงานกันเหรอ” ฟู่อวิ่นซางรีบขัดจังหวะคำพูดเหลวไหลทั้งหมดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทันใดนั้น ทุกคนก็ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว
สวีเสี้ยนหย่าหัวเราะเบา ๆ แล้วช่วยทุกคนแก้ตัว “พี่อวิ่นซางคะ ทุกคนก็แค่รู้สึกว่า เยี่ยเจียกับเลี่ยวเฉินอี้เหมาะสมกันจริง ๆ เท่านั้น...”
“ก่อนหน้านี้ ใครกันที่พูดว่าเยี่ยเจียกับเลี่ยวเฉินอี้กำลังหลอกลวงพวกเรา”
รอยยิ้มของสวีเสี้ยนหย่าแข็งค้างไปในทันที
เธอไม่คิดว่าฟู่อวิ่นซางจะทำให้เธออับอายต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ เพียงเพื่อช่วยเยี่ยเจีย
ผู้บริหารระดับสูงเห็นสีหน้าของฟู่อวิ่นซางดูไม่สบอารมณ์ และ… ดูเหมือนจะโกรธเล็กน้อย ทุกคนก็ไม่กล้าพูดแทนสวีเสี้ยนหย่า
มีเพียงเว่ยกวางอวี๋ที่พูดขึ้นอย่างนอบน้อม “พวกเราไม่เคยเห็นเยี่ยเจียใช้กล้องมาก่อน และตอนที่เธอเข้ามาทำงานก็ไม่ได้ระบุไว้ด้วย เป็นธรรมดาที่จะเกิดความสงสัยนะครับ ในเมื่อเธอได้พิสูจน์ตัวเองผ่านการกระทำไปแล้ว พวกเราก็ยินดีที่จะชื่นชมเธอกับเลี่ยวเฉินอี้ครับ”
ฟู่อวิ่นซางมองเขาด้วยสายตาดูถูก แล้วลุกขึ้นเดินไปหาเยี่ยเจียที่ถูกฝูงชนรายล้อมรอบ
บรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ผู้คนต้องรีบเปิดทางให้
เยี่ยเจียกำลังคุยกับช่างไฟเรื่องเทคนิคการจัดแสง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นฟู่อวิ่นซางยืนอยู่เสียแล้ว เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลง “สวัสดีค่ะท่านประธาน”
“ทำได้ดีมาก”
“ขอบคุณที่ชมค่ะ”
“ผมอนุญาตให้คุณหยุดพักผ่อนในวันพรุ่งนี้ กลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะท่านประธาน” เยี่ยเจียตอบพร้อมก้มหน้ารับคำสั่ง แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องพัก
ผู้คนต่างพูดจอแจว่าท่านประธานเข้าใจและใส่ใจลูกน้องดีจริง ๆ เป็นประธานบริษัทที่ดีที่สุดในรอบร้อยปีเลยก็ว่าได้
มีเพียงเลี่ยวเฉินอี้ซึ่งยืนอยู่ในฉากที่กระหยิ่มยิ้มย่องออกมาด้วยท่าทางยากจะคาดเดา เขาหาวอย่างเกียจคร้าน เท้าคางมองไปที่เว่ยกวางอวี๋และสวีเสี้ยนหย่าด้วยหางตา
ตอนแรกสวีเสี้ยนหย่าพูดอย่างหนักแน่นว่า ไม่เชื่อที่เยี่ยเจียจะใช้กล้องราคาแพงแบบนั้นได้ และต่อมา เว่ยกวางอวี๋ก็ได้ช่วยสวีเสี้ยนหย่าพูดแก้ตัวไปเมื่อครู่ ในอนาคต หากเยี่ยเจีย ต้องการใช้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเพื่อบีบบังคับให้ออกจากบริษัทก็จะง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว
เพียงแต่ เขาไม่คิดว่าฟู่อวิ่นซางจะเดินไปหาเยี่ยเจียอย่างเปิดเผย เพียงเพราะทุกคนต่างเอ่ยชื่นชมเขาและเยี่ยเจียว่าเหมาะสมกันมาก
ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใจดำและไร้หัวใจอย่างที่เยี่ยเจียพูดเอาไว้ อย่างน้อยก็ยังมีความเป็นคนอยู่
เลี่ยวเฉินอี้ละสายตาไปจากประธานหนุ่ม เขาลุกขึ้นตั้งใจจะกลับห้องพัก
“เลี่ยวเฉินอี้ คุณทำได้ดีมากเลยค่ะ”
ชายหนุ่มฝีเท้าชะงักงัน แล้วหันกลับมาพูดทีเล่นทีจริงว่า “คุณสวี? ลมอะไรหอบคุณมาที่นี่เหรอครับ”
“ฉันแค่คิดว่าคุณกับเยี่ยเจียเข้ากันได้ดีมาก เลยอยากจะถามว่า อยากให้ฉันช่วยเป็นแม่สื่อให้ไหม เพราะสัญญาของเยี่ยเจียอยู่ในมือฉันน่ะค่ะ” สวีเสี้ยนหย่าหัวเราะเบา ๆ เธอเสยผมขึ้น เผยให้เห็นรูปหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่อหน้าชายหนุ่ม
เธอสวยมาก
แต่น่าเสียดายที่ไม่เหมือนกับเสี่ยวจื่อ
เลี่ยวเฉินอี้หัวเราะเสียงดัง เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว โน้มตัวไปกระซิบข้างหูสวีเสี้ยนหย่า “ผมไม่เล่นกับผู้หญิงที่เว่ยกวางอวี๋ได้แล้วหรอกนะ ส่วนคุณ… ควรกังวลว่าผมจะบอกเรื่องนี้กับฟู่อวิ่นซางหรือบอกเยี่ยเจียจะดีกว่า”
“คุณ!” สีหน้าของสวีเสี้ยนหย่าเปลี่ยนไปในทันที
“ผมมาที่นี่เพื่อมาถ่ายโฆษณาหาเงิน คุณไม่ได้ทำอะไรให้ผม ระหว่างเราไม่มีเรื่องบาดหมางกัน คุณสวีก็คิดเอาเองแล้วกันว่าอะไรมันสำคัญที่สุด”
เลี่ยวเฉินอี้ถอยออกมา ผายมือส่งจูบให้สวีเสี้ยนหย่า
ตอนแรกเขายังกังวลว่าตัวเองจะทำอย่างไรดี แต่ไม่คิดเลยว่า เธอจะเดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเองเสียได้
และตอนนี้ เลี่ยวเฉินอี้ได้ทำในส่วนสุดท้ายของแผนการสำเร็จแล้ว นั่นก็คือ ถอยห่างจากเยี่ยเจียและบอกสวีเสี้ยนหย่า ว่าตัวเองมีความลับที่เธอต้องกลัว ด้วยเหตุนี้ ความสนใจของพวกเขาจะอยู่ที่เลี่ยวเฉินอี้ทั้งหมด เยี่ยเจียก็จะปลอดภัยมากขึ้น
เสี่ยวจื่อพี่ไม่ได้ปกป้องเธอให้ดี แต่ครั้งนี้ พี่จะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง
เขาหันหลังจากไป
สวีเสี้ยนหย่ามองตามหลังเขาด้วยความโกรธ และกำหมัดแน่น แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้!
การจัดการกับเยี่ยเจียนั้นไม่ยาก แต่ถ้าเธอจัดการเยี่ยเจีย เลี่ยวเฉินอี้ก็จะบอกเรื่องนี้กับฟู่อวิ่นซาง แล้วแบบนี้ เธอจะใช้สมุดบันทึกต่อรองอะไรเขาได้อีก...
สวีเสี้ยนหย่าคิดผิดไปแล้ว เธอไม่เคยคิดเลยว่า เลี่ยวเฉินอี้จะทำลายแผนการอันประณีตของเธอได้ทั้งหมด!
ดูเหมือนว่า ต้องคิดแผนระยะยาวแล้วสินะ
ปัง!
ประตูห้องพักถูกปิดลงอย่างแรง
เยี่ยเจียก้มหน้าลง ไม่กล้ามองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย
“เงยหน้าขึ้นมา” เขาสั่งเสียงเย็นยะเยือก
“คุณคะ...” เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มือจับมือใหญ่ของเขาเบา ๆ “ฉันช่วยเลี่ยวเฉินอี้ เพียงแค่ในส่วนของงานเท่านั้น”
“ทำไมไม่บอกผม?”
อะไรนะ?
เธอชะงัก มองเขาอย่างงุนงง
เธอไม่รู้เลยว่าเลี่ยวเฉินอี้จะเรียกเธอเข้าฉาก แล้วจะบอกสามีล่วงหน้าได้ยังไงกัน